cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 255 เจอเถาจืออวิ๋นโดยบังเอิญ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 255 เจอเถาจืออวิ๋นโดยบังเอิญ
Prev
Next

ตอนที่ 255 เจอเถาจืออวิ๋นโดยบังเอิญ

ว่านฮุ่ยเริ่มอยู่ไม่สุขเมื่อมองออกว่าผู้เป็นแม่คิดจะเล่นไม่ซื่อ

หล่อนรู้ดีว่าแม่มีแผนการอะไรในใจ แต่ถึงอย่างนั้น หล่อนจะไม่มีวันให้อีกฝ่ายสมหวังในสิ่งที่ต้องการ!

สาเหตุเป็นเพราะหล่อนไม่ชอบความลำเอียงของผู้เป็นแม่ แค่เพราะพี่สาวของหล่อนสวยกว่า แม่ถึงได้ปฏิบัติกับพี่สาวดีกว่าตัวหล่อนเองมาก

หลี่หมิงเฉิงเก็บข้าวของของตัวเองเข้าที่แล้วก็เดินออกจากห้อง ล็อกประตูให้เรียบร้อยเตรียมกลับไปที่งานที่ร้านต่อ

ทันทีที่เดินลงไปชั้นล่าง ก็ได้ยินเสียงเรียกเขาจากด้านหลัง

พอหันกลับไปมอง ถึงรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นลูกสาวคนเล็กของเพื่อนบ้าน

พอนึกถึงแม่ของหล่อนขึ้นมา หลี่หมิงเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ไม่อยากเสวนากับพวกหล่อนเท่าไรนัก

ว่านฮุ่ยรีบวิ่งเข้าไปหาเข้าภายในอึดใจเดียว ก่อนจะขอโทษขอโพยเขายกใหญ่ “ฉันต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ ที่ตอนเที่ยงแม่ของฉันเผลอทำพฤติกรรมแบบนั้น ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ” พูดจบ หล่อนก็โค้งคำนับอย่างสุดซึ้งแล้วจากไป

หลี่หมิงเฉิงมองตามแผ่นหลังของหล่อนไปด้วยความงุนงง

ที่แท้หล่อนก็ไม่ได้มีนิสัยเหมือนแม่เสียทีเดียว เขาคงคิดมากไปเอง

…

หลินม่ายกับเฉินเฟิงต่างก็ทำหน้าที่ของใครของมัน

หลินม่ายรับผิดชอบด้านการรับสมัครจัดหาคน ส่วนเฉินเฟิงรับผิดชอบดูแลลูกน้องของตัวเองให้เข้ามาปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรวมของตลาด ก่อนจะจัดรถบรรทุกให้ขับออกไปตระเวนรับซื้ออาหารทะเลตากแห้งจากแนวชายฝั่ง

กำหนดรับสมัครพนักงานขายในตลาดสดเริ่มต้นขึ้นในเวลาแปดโมงครึ่ง หลินม่ายไปถึงตลาดเช้าแล้ว แต่คนที่สนใจสมัครกลับมาถึงเช้ากว่า

เฉินเฟิงจัดให้ลูกน้องสองคนคอยทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในตลาดสด พอเห็นว่าหลินม่ายมาถึงแล้ว ลูกน้องคนหนึ่งของเขาก็ตะโกนเสียงดัง “เข้าแถว ทุกคนเข้าแถว ใครไม่เข้าแถวจะไม่รับสมัครเด็ดขาด”

คนที่มาสมัครงานรีบเบียดตัวเข้าไปยืนเรียงแถวกันทันที

คนที่มารอแต่เช้าตรู่ ตอนนี้กลับถูกเบียดให้ถอยร่นไปอยู่อย่างหลังก็รู้สึกไม่พอใจมาก จนมีปากเสียงทะเลาะกับคนที่อยู่ข้างหน้า

หลินม่ายรีบห้ามปราม “ไม่ว่าคุณจะอยู่แถวหน้าหรือแถวหลัง คุณมีโอกาสสมัครงานกันทุกคนค่ะ ไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันนะ”

จริง ๆ เลย นี่ไม่ใช่มหกรรมแจกไข่ไก่ฟรีเสียหน่อยที่จะมีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนได้ก่อน

พอแถวของคนที่มาสมัครงานสงบลงแล้ว หลินม่ายก็กำชับให้พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนช่วยจัดระเบียบคนที่มาต่อแถวรับสมัครงานแทนตัวเอง

รวมแล้วมีผู้ที่สนใจสมัครงานประมาณสองถึงสามร้อยคนเลยทีเดียว แต่เธอต้องการจ้างงานแค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้น

การคัดสรรคุณสมบัติของผู้สมัครกินเวลานานหลายชั่วโมง ก่อนที่การรับสมัครจะสิ้นสุดลง

เนื่องจากเธอระบุเงื่อนไขในประกาศรับสมัครงานว่าต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานเท่านั้น คนงานจำนวนมากของตลาดสดที่เคยถูกเลิกจ้างไปก่อนหน้านี้จึงมาสมัครด้วย แต่หลินม่ายรับไว้แค่สิบห้าคน

ส่วนตำแหน่งที่เหลือเธอเปิดโอกาสให้กับคนอื่น ๆ ซึ่งไม่เคยทำงานที่ตลาดสดแห่งนี้มาก่อน

เธอไม่รับสมัครหญิงสาววัยรุ่นเลยสักคน พนักงานทั้งหมดล้วนเป็นสาวใหญ่ รวมถึงคุณป้าและคุณลุงที่มีอายุมากกว่าสามสิบปีขึ้นไป

คนที่มีครอบครัวแล้วมักจะมีความอดทนในการทำงานหนักมากกว่าหญิงสาวที่ยังไม่มีครอบครัว

การทำงานในตลาดสด ไม่ใช่แค่ต้องมีทักษะในการค้าขายเป็นอย่างดี แต่จะต้องมีความอดทนสูงพอประมาณ

หลังจากการรับสมัครสิ้นสุดลง หลินม่ายก็เรียกผู้ที่ผ่านการรับสมัครทั้งหมดให้มารวมตัวกัน ก่อนจะแจ้งกฎและข้อบังคับของตลาดสดในความดูแลของเธอให้พวกเขาทราบ

หนึ่งในกฎข้อสำคัญ คือทุกคนจะต้องทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้ม

ห้ามไม่ให้ใครชักสีหน้า หรือแม้กระทั่งพูดจาหยาบคายและใช้น้ำเสียงเหวี่ยงสะบัดกับลูกค้าโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกไล่ออกโดยทันที

ขณะที่พูดแบบนี้ เธอเน้นย้ำกฎดังกล่าวกับคนงานเก่าของตลาดทั้งสิบห้าคนที่เคยถูกเลิกจ้างก่อนหน้านี้เป็นพิเศษ

บรรดาคนงานที่เคยถูกเลิกจ้างแอบกำหมัดแน่น ถึงอย่างนั้นก็ต้องทนทำงานตามกฎใหม่ ไม่อย่างนั้นชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวตัวเองอาจประสบปัญหา

การรับสมัครและแจ้งกฎเกณฑ์กับพนักงานใหม่เสร็จสิ้นในเวลาเกือบเที่ยง

เมื่อเช้าโต้วโต้วรบเร้าอยากกินโข่วสุ่ยจี หลินม่ายจึงตั้งใจว่าจะแวะไปที่ตลาดมืดสักหน่อย เพื่อเสี่ยงโชคดูว่าวันนี้จะมีใครเอาไก่มาขายหรือเปล่า

เที่ยงวันแบบนี้แดดร้อนแทบจะมอดไหม้ ตลาดมืดดูเหมือนตลาดร้าง แทบไม่มีใครมาตั้งแผงขายของ นับประสาอะไรกับคนขายไก่

ขณะที่หลินม่ายกำลังจะเดินจากไปด้วยความผิดหวัง หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นแผงขายเสื้อผ้าเข้าพอดี ปรากฏว่าเจ้าของแผงนั้นก็คือเถาจืออวิ๋น

นี่อาจเป็นครั้งแรกที่หล่อนออกมาตั้งแผงขายของ เถาจืออวิ๋นกับลูกชายของหล่อนจึงเอาแต่นั่งยอง ๆ เฝ้าแผงอยู่เงียบ ๆ ไม่ยอมตะโกนร้องเรียกลูกค้า

ถ้ามีชามเก่า ๆ วางอยู่ตรงหน้าสองแม่ลูกคู่นี้ พวกเขาอาจดูเหมือนขอทานเสียมากกว่าแม่ค้า

หลินม่ายโคลงศีรษะ ก่อนจะเดินเข้าไปโดยไม่พูดอะไร

ทันทีที่เถาจืออวิ๋นเห็นว่าเป็นหลินม่าย ใบหน้าของหล่อนก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ทักทายเธอด้วยน้ำเสียงอุบอิบ “บังเอิญจริง ๆ เลย ออกมาตั้งแผงครั้งแรกก็เจอคุณเข้าซะแล้ว”

“บังเอิญจริง ๆ นั่นแหละ” หลินม่ายยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเด็กน้อยหน้าตาใสซื่อ

ดูเหมือนว่าเด็กชายจะหายจากอาการป่วยแล้ว เขาจึงดูมีชีวิตชีวามากกว่าตอนที่เธอเจอเข้าเป็นครั้งแรก

พอหลินม่ายลูบหัว เขาก็ส่งยิ้มให้เธอด้วยความเขินอาย ยิงฟันเผยให้เห็นฟันขาวซี่เล็ก ๆ

เถาจื่ออวิ๋นตบก้นลูกชายเบา ๆ “ฉีฉี เรียกคุณน้าหลินเร็วเข้า ลูกลืมน้าหลินไปแล้วหรือจ๊ะ?”

ฉีฉีเอนตัวไปซบอกผู้เป็นแม่ทันที พูดเบา ๆ ว่า “ไม่ลืมฮะ น้าหลินกินขนมของผมไปเยอะเลย ผมจำได้แม่นเชียวล่ะ”

ริมฝีปากของหลินม่ายกระตุกทันที ตอนอยู่บนรถไฟเธอไม่ได้กินขนมของเขามากขนาดนั้นเสียหน่อย เจ้าเด็กคนนี้ต้องจำผิดไปแน่ ๆ

หลินม่ายย่อตัวลงนั่ง กวาดสายตามองดูเสื้อผ้าของเถาจืออวิ๋นที่วางขายอยู่กับพื้น

เสื้อผ้าทุกตัวเป็นเสื้อผ้าของผู้หญิงที่นิยมใส่ในหน้าร้อน มีทั้งชุดเดรส ชุดกระโปรง ซึ่งตัดเย็บเลียนแบบสไตล์ฮ่องกงและไต้หวันได้อย่างทันสมัย

ที่สำคัญคือฝีมือการตัดเย็บนั้นไร้ที่ติไม่แพ้ของแท้เลย กลวิธีที่ใช้ในการตัดเย็บก็มีคุณภาพเทียบเท่ากับเสื้อผ้ามือสองที่เธอรับซื้อมาจากกว่างโจว

แม้แต่เสื้อผ้าที่แขวนขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าในประเทศ ยังสวยเทียบเสื้อผ้าเหล่านี้ไม่ได้

หลินม่ายถามอย่างไม่เชื่อสายตา “คุณตัดเองทุกตัวเลยเหรอคะ?”

“ใช่แล้ว!” เถาจื่ออวิ๋นตอบด้วยความภาคภูมิใจ

“ฝีมือดีมากเลยนะ!”

หลินม่ายถูกใจเสื้อผ้าพวกนี้มาก

เธอหยิบชุดกระโปรงที่เป็นลายดอกไม้สีเขียวบนพื้นสีขาวขึ้นมา ก่อนจะจับทาบกับลำตัว แล้วหันไปถามเถาจืออวิ๋น “ตัวนี้เหมาะกับฉันไหมคะ?”

เถาจืออวิ๋นพยักหน้า “ดูดีเลยล่ะ”

ท่าทางของเธอดูสงบนิ่ง พูดความจริงไปตามเนื้อผ้า ไม่มีเจตนาจะยัดเยียดขายให้เธอแต่อย่างใด

หลินม่ายถาม “คุณขายชุดนี้เท่าไหร่?”

เถาจื่ออวิ๋นนิ่งคิดไปพักหนึ่งแล้วตอบว่า “ถ้าคุณอยากได้ งั้นฉันจะคิดราคาทุนให้สามหยวนก็แล้วกัน”

ถึงชุดนี้จะตัดเย็บจากผ้าฝ้าย แต่ก็เป็นผ้าฝ้ายพิมพ์ลายที่ถักทอด้วยเครื่องจักร เรียกได้ว่าเป็นผ้านำเข้าจากต่างประเทศ ฟุตหนึ่งก็มีราคาเจ็ดเหมาแล้ว

ต่อให้ชุดกระโปรงตัวนี้จะใช้เนื้อผ้าประมาณสองเมตร แต่เฉพาะผ้าแค่อย่างเดียวก็ราคาแพงกว่าสี่หยวนเข้าไปแล้ว(1) นี่ยังไม่นับด้ายและกระดุมที่ใช้ในการตกแต่ง

หลินม่ายเหลือบมองเธอ “ขายแบบนี้ยกให้ฉันฟรี ๆ ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ? ยังไงชุดนี้ก็มีมูลค่ามากกว่าสามหยวนแน่”

ว่าแล้วก็หยิบธนบัตรใบหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้เถาจืออวิ๋น

เถาจืออวิ๋นไม่ยอมรับไว้ อธิบายอย่างตรงไปตรงมา “ชุดกระโปรงของฉันตัดเย็บจากผ้ามีตำหนิที่ฉันไปขอซื้อมาจากโรงงานทอผ้า ผ้ามีตำหนิผืนหนึ่งขายกันในราคาแค่ฟุตละห้าเหมา ที่ฉันขายให้คุณในราคาตัวละสามหยวนมันไม่สมเหตุสมผลตรงไหน?”

หลินม่ายยัดเงินใส่มืออีกฝ่าย “ฉันไม่สนใจว่าคุณจะซื้อผ้ามาในราคาเท่าไหร่ ฉันรู้แค่ว่าราคาชุดสวยงามแบบนี้ที่ขายกันตามท้องตลาด อย่างต่ำก็ปาเข้าไปตัวละสิบห้าหยวนแล้ว ฉันจ่ายให้คุณสิบหยวนยังเป็นการเอาเปรียบคุณเกินไปเลย”

เถาจืออวิ๋นยังคงยืนกรานไม่ยอมรับเงิน “จ่ายให้ฉันตามนั้นเถอะน่า!”

หลินม่ายขอให้เธอยอมรับเงินไว้ “แค่คุณออกมาตั้งแผงขายของกับฉีฉีในวันที่อากาศร้อนจัดแดดเผาแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว คุณรับเงินนี้เอาไว้เถอะค่ะ”

พอเถาจืออวิ๋นได้ยินแบบนั้น ขอบตาของหล่อนก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย ในที่สุดก็ยอมรับเงินสิบหยวนนั้นไว้ แล้วขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความลำบากใจ

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ!” หลินม่ายตบแขนข้างหนึ่งของหล่อนเบา ๆ ก่อนจะพับชุดกระโปรงแล้วเดินจากไป

หลังจากเดินออกมาได้สักระยะหนึ่ง เธอก็อดหันมองย้อนกลับไปไม่ได้ เห็นว่าเถาจืออวิ๋นกับลูกชายนั่งเฝ้าแผงขายเสื้อผ้าอยู่ใต้ร่มไม้อย่างโดดเดี่ยว แทบไม่มีใครสนใจอุดหนุนเลย ก็ทำให้เธอรู้สึกสงสารเห็นใจ

คนที่เคยลำบากมาก่อน ถึงจะเห็นอกเห็นใจคนที่ลำบากเหมือนกัน

จู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา ถ้าเธอซื้อเสื้อผ้าของอีกฝ่ายไปขายต่อที่ถนนเจียงฮั่น เสื้อผ้าพวกนั้นจะต้องขายดิบขายดีแน่ ๆ

นอกจากนี้ เธอนึกขึ้นได้ว่าถ้าอยากให้ตลาดสดมีมาตรฐานทัดเทียมกับซูเปอร์มาร์เก็ตในยุคสมัยปัจจุบัน เธอจะต้องสั่งตัดชุดยูนิฟอร์มให้พนักงานทุกคนได้สวมใส่

คงดีไม่น้อยถ้าเธอสามารถมอบโอกาสการทำเงินในส่วนนี้ให้กับเถาจืออวิ๋น ไม่เพียงแค่ช่วยให้อีกฝ่ายมีรายได้ แต่ยังทำให้พนักงานในตลาดสวมใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะเหมือนกัน ภาพในจินตนาการของเธอกำลังจะเป็นความจริง

คิดได้แบบนั้นแล้ว เธอก็หันหลังเดินย้อนกลับไปที่แผงของเถาจืออวิ๋น

เถาจืออวิ๋นถามอย่างงงงวย “ทำไมถึงย้อนกลับมาอีกรอบล่ะ?”

หลินม่ายชี้ไปที่เสื้อผ้าตรงหน้าเธอ “ฉันมาเหมาเสื้อผ้าของคุณหมดแผงนี้เลย”

เถาจืออวิ๋นจ้องมองเธอด้วยสีหน้าว่างเปล่าเป็นเวลานาน ในที่สุดก็หายจากอาการตกใจ “ฉันรู้นะคะว่าคุณอยากช่วยฉัน แต่ตัวคุณคนเดียวคงไม่มีทางใส่เสื้อผ้าทั้งหมดนี้ครบหรอก เหมาเสื้อผ้าของฉันไปคงเป็นการสูญเงินเปล่า ๆ”

“ฉันเปล่าซื้อมาขายเอง แต่ซื้อไปขายต่อต่างหาก”

หลินม่ายเร่งเร้า “รีบคิดราคาเร็วเข้าเถอะ ฉันยังต้องกลับไปทำอาหารกลางวันอีกนะ”

เถาจืออวิ๋นรีบเสนอราคาทุนให้เธอทันที ไม่วายบอกว่า “งั้นคุณก็เอาเสื้อผ้าของฉันไปขายก่อน รอจนคุณขายได้แล้ว ค่อยบวกเพิ่มจากราคาทุนไปอีกตัวละสองหยวน แต่ถ้าคุณขายไม่ได้ ค่อยเอาเสื้อผ้าพวกนี้มาคืนให้ฉันก็ได้ค่ะ”

“บวกตัวละสามหยวน”

“สองหยวนขาดตัว! ไม่อย่างนั้นฉันไม่ยอมขายเสื้อผ้าพวกนี้ให้คุณจริง ๆ ด้วย”

ทัศนคติของเถาจืออวิ๋นมั่นคงมาก หลินม่ายจึงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับเงื่อนไขของหล่อน

………………………………………………………………………………………………………………

เกร็ดความรู้ : ไทยเราอาจขายผ้าเป็นเมตร แต่จีนขายผ้าโดยใช้หน่วยเป็นฟุต

1 เมตร เท่ากับ 3.28084 ฟุต ดังนั้นถ้าในเนื้อเรื่องบอกว่าชุดกระโปรงตัวหนึ่งใช้ผ้า 2 เมตร ก็เท่ากับ 6.6 ฟุตโดยประมาณ อ้างอิงจากในเรื่องที่ว่าผ้าราคาฟุตละ 7 เหมา จึงตีราคาผ้า 2 เมตร = 46.2 เหมา หรือ 4.62 หยวนนั่นเอง

สารจากผู้แปล

เข้าใจคนที่ตั้งแผงขายของแล้วไม่มีคนสนใจมาดูมาเลือกซื้อเลยค่ะ เห็นแล้วหวังให้เขามีโอกาสขายได้เยอะๆ เลย

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 255 เจอเถาจืออวิ๋นโดยบังเอิญ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved