cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 253 ฉันหรือจะไม่อยากได้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 253 ฉันหรือจะไม่อยากได้
Prev
Next

ตอนที่ 253 ฉันหรือจะไม่อยากได้?

เฉินเฟิงเป็นคนตรงเวลามาก ยังไม่ทันถึงแปดโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น เขาก็มารออยู่หน้าประตูตลาดสดบนถนนเจี่ยฟางแล้ว

หลินม่ายเดินนำเข้าเข้าไปเยี่ยมชมภายในตลาด

ในตลาดไม่มีใครเลย ผักใบเขียวรวมถึงเศษผักคัดทิ้งที่เหลือจากการขายเมื่อวานหล่นเต็มพื้น

มองแวบเดียวก็พอจะคาดเดาได้ว่า หลังจากที่คนงานของตลาดสดถูกเลิกจ้าง พวกเขาก็แยกย้ายออกไปโดยไม่สนใจทำงานอีก

ตลาดสดขนาดใหญ่แห่งนี้มีแค่ผู้จัดการที่รอเธออยู่ภายในสำนักงานเท่านั้น หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการส่งมอบให้กับหลินม่ายแล้ว เขาก็จากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

หลินม่ายตบเก้าอี้ตัวที่ผู้จัดการคนเก่าเคยนั่ง หันไปพูดกับเฉินเฟิง “เอาล่ะ ต่อจากนี้ไปเก้าอี้ตัวนี้จะกลายเป็นของคุณแล้ว คุณอยากได้หรือเปล่า?”

เฉินเฟิงเข้าใจจุดประสงค์ที่หลินม่ายเรียกเขามาที่นี่แล้ว ที่แท้ก็เพื่อมอบหมายตลาดสดให้เขาจัดการดูแล

เขาฉีกยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันขาวซี่ใหญ่ “เธอมีน้ำใจกับฉันขนาดนี้ ฉันหรือจะไม่อยากได้?”

หลินม่ายหัวเราะ ก่อนจะพาเขาออกจากสำนักงาน แล้วเริ่มวางแผนภาพรวมการค้าของตลาดสดแห่งนี้

“โซนนี้จัดเป็นร้านขายผลไม้ โซนนี้จัดเป็นร้านขายผัก โซนโน้นขายพวกอาหารแห้ง อีกโซนหนึ่งขายอาหารทะเล อีกฝั่งขายอาหารทะเลตากแห้ง โซนต่อมาขายเนื้อสัตว์ โซนนั้นขายวัตถุดิบที่แปรรูปจากถั่ว… ไม่รู้ว่าทางเบื้องบนเขาจะอนุญาตให้ขายข้าวกับน้ำมันหรือเปล่า ถ้าขายสองอย่างนี้ได้ เราก็ควรจัดโซนสำหรับขายข้าวกับน้ำมันด้วย…”

เธออธิบายวิธีการปรับปรุงภูมิทัศน์และตกแต่งในแต่ละโซนอย่างชัดเจน

ทั้งหมดเป็นการบูรณะปรับปรุงอย่างเรียบง่าย เฉินเฟิงที่เป็นแค่คนธรรมดาสามารถทำความเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็น

หลังจากหารือกันเกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่ของตลาดสดแล้ว หลินม่ายก็พูดต่อ “ถ้าตลาดสดเปิดบริการเมื่อไหร่ ที่นี่จะต้องรับสมัครพนักงานขายจำนวนมาก คุณหาลูกน้องที่หน้าตาพอเป็นมิตรมาทำงานได้นะ จะได้แก้ปัญหาการจัดสรรให้ลูกน้องของคุณได้ทำอาชีพสุจริตไปได้อีกเปลาะหนึ่ง”

เฉินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “พนักงานรักษาความปลอดภัยของคลังสินค้า ยามเฝ้าประตู คนประจำเขียงปลา เขียงเนื้อสัตว์ ลูกน้องของฉันคงพอทำงานพวกนี้ได้ ส่วนคนขายอาหารแห้ง วัตถุดิบจากถั่ว ผักผลไม้ หรืออย่างอื่น ให้ผู้หญิงรับผิดชอบการขายดีกว่า ลูกน้องฉันคงไม่ถนัดทำงานจุกจิกพวกนี้”

ทั้งสองเดินกลับไปที่สำนักงาน พูดคุยกันเพิ่มเติมว่าต้องการพนักงานทั้งหมดกี่คน และควรจัดหาสินค้าอะไรมาขายบ้าง

ตลาดสดของรัฐแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร ก่อนหน้านี้เคยมีพนักงานทำงานอยู่ที่นี่มากกว่าหนึ่งร้อยคน

แต่อย่าลืมว่าหน่วยงานรัฐมีขั้นตอนบริหารจัดการตำแหน่งที่เกินความจำเป็น บางทีตำแหน่งเดียวกลับมีพนักงานตั้งสองสามคน ตลาดสดที่ดำเนินการโดยรัฐก็ไม่มีข้อยกเว้น

หลินม่ายรับเหมาบริหารจัดการด้วยตัวเอง เธอไม่ยอมให้มีหน้าที่งานทับซ้อนกันแบบนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ถึงจำนวนพนักงานจะลดน้อยลง แต่เอาเข้าจริงก็จำเป็นต้องใช้คนมากพอสมควร

เพราะเธอตั้งใจว่าจะทำให้ตลาดสดแห่งนี้มีรูปแบบการซื้อขายแบบเดียวกับซูเปอร์มาร์เก็ตขายอาหารสดในความทรงจำของเธอเมื่อชาติที่แล้ว ข้อแตกต่างแค่อย่างเดียวคือไม่ต้องจ่ายเงินกับแคชเชียร์

เนื่องจากยุคนี้ยังไม่มีกล้องวงจรปิดหรือเครื่องตรวจจับสัญญาณกันขโมย หรือเครื่องคิดเงินที่สามารถตรวจสอบการจ่ายเงินได้ เกิดมีลูกค้าขโมยของขึ้นมาต้องโทรแจ้งตำรวจกันจ้าละหวั่น แถมไม่สามารถป้องกันการขโมยของได้ในระยะยาว!

ดังนั้นเธอจึงใช้วิธีซื้อของจากแผงไหนก็จ่ายเงินตรงโซนนั้นเลย จะได้รับทอนเงินอย่างสะดวก

ในเมื่อเธออยากให้รูปแบบการทำงานเป็นไปตามธุรกิจแบบซูเปอร์มาร์เก็ต เวลาทำงานก็ควรมีระบบระเบียบ

กะเช้าเธอกำหนดไว้ช่วง 6.00 – 14.00 น. ส่วนกะกลางคืนกำหนดไว้ช่วง 13.00 – 21.00 น.

ซึ่งการทำงานแบบสองกะ จะต้องใช้พนักงานประมาณหกสิบถึงเจ็ดสิบคนเป็นอย่างต่ำ

หลินม่ายจัดการเขียนประกาศรับสมัครด้วยตัวเอง ก่อนจะส่งให้เฉินเฟิงเอาไปติดไว้ตรงหน้าประตูทางเข้าตลาดสดในภายหลัง หลังจากนั้นก็หารือกันต่อว่าอาหารทะเลตากแห้งที่จะไปรับซื้อมาจากตามแนวชายฝั่งควรมีอะไรบ้าง และควรคิดราคาอย่างไร

ส่วนผักและพืชผลทางการเกษตรต่าง ๆ ตามฤดูกาล พวกเขาว่าจะไปรับซื้อมาจากชาวบ้านในเมืองซื่อเหม่ย

ความตั้งใจเดิมของเธอที่ตัดสินใจทำสัญญาการค้ากับตลาดสด ก็เพื่อช่วยสนับสนุนให้ชาวบ้านในเมืองซื่อเหม่ยมีรายได้จนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ฉะนั้นเธอไม่มีทางลอยแพพวกเขา

หลินม่ายกับเฉินเฟิงหารือเรื่องงานเบื้องต้นจนเข้าใจตรงกันครบทุกส่วนแล้ว เรื่องอื่น ๆ ที่ยังคิดไม่ออก พวกเขาค่อยกลับมาคุยกันในภายหลัง

หลินม่ายลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินจากไป

พอเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูสำนักงาน ก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปถาม “คุณว่าตลาดสดของเราควรเรียกว่าอะไรดี?”

เฉินเฟิงกำลังก้มอ่านดูรายการสินค้าที่พวกเขาเพิ่งเขียนขึ้นมาคร่าว ๆ

พอได้ยินแบบนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้น “ฉันว่าชื่อเดิมก็ดีอยู่แล้ว คนได้ยินชื่อตลาดสดถนนเจี่ยฟางปุ๊บ พวกเขาจะรู้ทันทีว่าตลาดนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ถ้าเธอเปลี่ยนไปใช้ชื่อที่หรูหราเกินไป บางทีอาจไม่เป็นที่จดจำสำหรับพวกเขา กลายเป็นชื่อที่แพ้ภัยตัวเอง”

หลินม่ายมีแผนการอยู่ในใจ เนื่องจากตลาดที่ดำเนินการโดยรัฐแห่งนี้เน้นขายสินค้าประเภทของสด ดังนั้นจึงควรมีชื่อเรียกที่ติดหู เพื่อเป็นการวางรากฐานสำหรับเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

เมื่อชาติที่แล้วเธอจำได้อย่างแม่นยำว่าร้านค้าประเภทซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดตัวในจีนเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1993 ถึงตอนนี้จะยังไม่ถึงปี 1993 แต่การวางแผนไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ดีกว่าเสมอ

“ฉันว่า… ตั้งชื่อใหม่ดีกว่า ชื่อเดิมออกจะเรียบง่ายเกินไปหน่อย”

“เธอเป็นเจ้านาย สิทธิ์การตัดสินใจอยู่ที่เธอแล้ว เธออยากเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรล่ะ?”

ตอนแรกหลินม่ายอยากให้เขามีส่วนร่วมในการตั้งชื่อ แต่พอเห็นว่าเขาไม่ได้วางแผนว่าจะเปลี่ยนชื่อตลาดใหม่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เธอจึงต้องคิดชื่อตลาดไว้หลาย ๆ ชื่อด้วยตัวเอง

เฉินเฟิงช่วยเลือกในขั้นตอนสุดท้าย ในที่สุดเขาก็เลือกชื่อ ‘ฝูตัวตัว’ นอกจากจะเป็นชื่อมงคลแล้วยังเรียกง่ายและติดหู

ขณะที่หลินม่ายกำลังจะจากไปอีกครั้ง จู่ ๆ เฉินเฟิงก็ถามขึ้นมา “การสอบเข้าชั้นมัธยมปลายเป็นยังไงบ้าง?”

หลินม่ายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า

ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยบอกเขาว่าตัวเองกำลังจะสอบเข้าชั้นมัธยมปลาย แต่เขากลับรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แสดงว่าเขาแอบจับตามองเธอมาโดยตลอด

ความจริงข้อนี้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด และแปลกใจที่เขาให้ความสนใจชีวิตของเธอขนาดนั้น

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “ก็ดี” จากนั้นก็พยักหน้าแล้วหันหลังเดินออกไป

เมื่อมองตามแผ่นหลังเรียวบางของเธอไป เฉินเฟิงก็รู้สึกอึดอัดใจไม่แพ้เธอ

เขาจงใจถามเพราะอยากรู้ว่าการสอบเข้าชั้นมัธยมปลายของเธอในช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะต้องการบอกเป็นนัย ๆ ว่าเขาเองก็ห่วงใยเธออยู่ห่าง ๆ และอยากรู้ว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่ดูเหมือนเธอจะรังเกียจเขา…

หลินม่ายเดินออกจากตลาดสด จากนั้นก็แวะเข้าไปหาผู้อำนวยการเขตโอวหยาง

ผู้อำนวยการเขตโอวหยางต้อนรับเธออย่างอบอุ่น ถามอย่างใจดี “คุณติดปัญหาตรงไหนหรือเปล่า?”

“ตอนนี้ไม่ติดปัญหาอะไรแล้วค่ะ” หลินม่ายนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขาพร้อมกับส่งยิ้มให้ “ฉันแค่แวะมาปรึกษาท่านค่ะ พอดีฉันต้องการขายข้าวสารกับน้ำมันในตลาดสดด้วย ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้หรือเปล่า”

ผู้อำนวยการเขตโอวหยางเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตอบว่า “ผมขอคุยกับสำนักจัดการข้าวและน้ำมันก่อน”

ว่าแล้วเขาก็กดหมายเลขโทรหาผู้อำนวยการสำนักงานจัดการข้าวและน้ำมัน

ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการข้าวและน้ำมันตอบกลับมาทางโทรศัพท์ว่าสามารถขายได้ แต่จะต้องขายในราคาท้องตลาด ไม่ใช่ราคาที่ทางสำนักงานควบคุม

เพราะถ้าตั้งราคาขายในราคาเดียวกันกับราคาที่วางขายอยู่ในร้านค้าที่ดำเนินการโดยรัฐ เกรงว่าข้าวและน้ำมันในร้านค้าของรัฐอาจขายไม่ออก

ส่วนราคาตลาดที่ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการข้าวและน้ำมันพูดถึง เป็นราคาเดียวกันกับที่วางขายในตลาดมืด ซึ่งแพงกว่าราคาในร้านค้าของรัฐแน่นอนอยู่แล้ว

ผู้อำนวยการเขตโอวหยางถ่ายทอดคำพูดของผู้อำนวยการให้หลินม่ายรับทราบ

หลินม่ายคิดในใจ ถึงขายข้าวและน้ำมันในราคาดังกล่าวก็น่าจะพอขายได้

เพราะเธอรู้ดีว่าข้าวสารและน้ำมันในปัจจุบันที่มีวางขายอยู่ แทบไม่เพียงพอต่อความต้องการของปากท้อง

โดยเฉพาะน้ำมัน ทุกคนถูกจำกัดให้ซื้อได้แค่ครั้งละหนึ่งขีด แถมยังเป็นน้ำมันพืช

ถ้าเธอขายน้ำมันที่จำเป็นสำหรับการบริโภค ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันพืช น้ำมันถั่วลิสง รวมถึงธัญพืชต่าง ๆ ในตลาดสด ต้องมีคนสนใจซื้อเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

ก่อนกลับเข้าร้าน หลินม่ายแวะเข้าไปตรวจดูความคืบหน้าของห้องเดี่ยวริมถนน

นายช่างจางจัดการเดินท่อและเดินสายไฟใหม่ตามที่หลินม่ายร้องขอจนเสร็จตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ผนังห้องถูกทาสีขาวแล้วเรียบร้อย ประตูห้องก็ทาสีใหม่ หน้าต่าง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ก็ได้รับการซ่อมแซมใหม่ทั้งหมด

ตอนที่งานตกแต่งภายในเพิ่งเสร็จใหม่ ๆ กลิ่นสีในห้องเหม็นตลบเป็นพิเศษ หลินม่ายไม่อยากให้หลี่หมิงเฉิงรีบย้ายเข้า เพราะกลัวว่าการสูดดมสารเคมีอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเขา

แต่พอเข้าไปเช็กดูอีกครั้งในวันนี้ ภายในห้องไม่เหม็นกลิ่นสีอีกต่อไป สารเคมีที่อยู่ในสีคงระเหยไปจนหมดแล้ว ดังนั้นหลี่หมิงเฉิงสามารถย้ายเข้ามาที่นี่ได้เลย

ออกจากห้องเดี่ยวแล้ว หลินม่ายก็แวะไปที่ตึกแถวสไตล์ตะวันตก

นายช่างจางกำลังคุมคนงานผู้ชายสองสามคนให้จัดการตกแต่งภายในอยู่พอดี

หลังจากพูดคุยกับนายช่างจางอีกครั้ง เขาคาดการณ์ว่าตึกทั้งหลังจะเสร็จสิ้นการปรับปรุงภายในเวลาครึ่งเดือน หลินม่ายจึงติดประกาศรับสมัครงานไว้ตรงประตูทางเข้าร้านเปาห่าวซือที่กำลังเปิดกิจการอยู่ในขณะนี้

เธอไม่อยากใช้ร้านใหม่เป็นสถานที่สำหรับรับสมัครงาน เพราะกลัวว่าอาจมีคนสนใจมาสมัครงานมากเกินไป ถ้าพวกเขาแห่มาพร้อมกันทีละหลาย ๆ คน อาจส่งผลกระทบต่องานของนายช่างจางและลูกมือของเขา

แต่ถ้าใช้ร้านเปาห่าวซือเป็นสถานที่รับสมัคร จะไม่เกิดปัญหาทำนองนั้นขึ้นแน่

ปกติข้างในร้านของเธอก็แน่นขนัดพออยู่แล้ว ผู้สมัครงานเหล่านั้นไม่มีทางเบียดเสียดยัดเยียดกันเข้าไป เว้นแต่พวกเขาจะมีปัญหาทางสมอง ปกติแล้วพวกเขาควรรออยู่นอกร้าน

พนักงานในร้านรู้สึกแปลกใจมากเมื่อเห็นว่าหลินม่ายติดประกาศรับสมัครคนอีกแล้ว จึงถามว่า “ร้านของเรามีพนักงานเพียงพอแล้ว ทำไมถึงต้องรับสมัครคนงานเยอะขนาดนี้ด้วยล่ะคะ?”

หลินม่ายขยิบตาให้อีกฝ่าย “เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดร้านใหม่ยังไงล่ะ”

นอกเหนือจากโจวฉายอวิ๋น ทุกคนต่างถามหลินม่ายด้วยความฮือฮาว่าร้านใหม่อยู่ที่ไหน

หลินม่ายตอบอย่างคลุมเครือ “ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่นี่แหละ”

หลังจากทำงานนี้เสร็จแล้ว หลินม่ายก็เรียกหลี่หมิงเฉิงขึ้นไปคุยกันที่ชั้นบน

ปกติแล้วหลินม่ายไม่อนุญาตให้หลี่หมิงเฉิงขึ้นไปชั้นบนโดยไม่จำเป็น แต่จู่ ๆ เธอกลับเรียกเขาให้ขึ้นไปคุยกันข้างบน ไม่ใช่แค่หลี่หมิงเฉิงคนเดียว แม้แต่โจวฉายอวิ๋นยังประหลาดใจ “เธอเรียกหมิงเฉิงขึ้นไปข้างบนทำไมกัน!”

หลินม่ายสังเกตเห็นความอยากรู้อยากเห็นบนใบหน้าอีกฝ่าย จึงเชื้อเชิญ “ถ้าพี่อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร งั้นพี่ก็ขึ้นมาฟังด้วยกันสิ”

ทั้งสามเดินขึ้นบันไดไป ก่อนจะนั่งลงในห้องนั่งเล่นขนาดย่อม

หลินม่าย “คืออย่างนี้ ฉันซื้อห้องเดี่ยวแบบมีห้องครัวแยกต่างหากบนถนนเฉียนจิ้นไว้ จ้างช่างมาเดินระบบน้ำไฟและปรับปรุงใหม่เรียบร้อยแล้ว เลยว่าจะให้หมิงเฉิงย้ายไปอยู่ที่นั่น เขาจะได้ไม่ต้องนอนบนเตียงเปลในร้านทุกคืน”

หลี่หมิงเฉิงยิ้มอย่างมีความสุข “ผมตั้งตารอวันย้ายเข้าเลยแหละ!”

ตั้งแต่หลินม่ายบอกเขาว่าเธอซื้อห้องเดี่ยวไว้ให้เขาแล้ว เขาก็ตั้งตาคอยตลอดทั้งวันทั้งคืน นับวันรอที่ตัวเองจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่น

ถึงแม้เขาจะเป็นเด็กบ้านนอก แถมยังเป็นผู้ชาย แน่นอนว่าเข้าไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากนัก แต่การที่ต้องขึงเตียงเปลนอนในร้านทุกคืนก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง

การมีห้องส่วนตัวเป็นอะไรที่ดีกว่า อย่างน้อยก็อยู่ได้อย่างสะดวกสบาย

……………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

สมฐานะเถ้าแก่เนี้ยมากค่ะ จัดการอะไรต่างๆ เป็นระบบดีมากเลย

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 253 ฉันหรือจะไม่อยากได้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved