cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 243 หวังหรงถูกจัดการ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 243 หวังหรงถูกจัดการ
Prev
Next

ตอนที่ 243 หวังหรงถูกจัดการ

คู่กรณีไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหวังหรง

หวังหรงมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความหวาดกลัว และเริ่มพูดตะกุกตะกัก “ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

หล่อนดูราวกับกำลังร้อนตัว ทั้ง ๆ ที่หลินม่ายและฟางจั๋วหรานยังไม่ทันได้พูดอะไรด้วยซ้ำ

ฟางจั๋วหรานตอบอย่างเย็นชา “ตั้งใจหรือเปล่า เธอรู้อยู่แก่ใจ”

เขาอุ้มหลินม่ายขึ้นไปนั่งบนรถสามล้อแล้วรีบพาแฟนสาวไปที่โรงพยาบาล

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาจัดการกับหวังหรง ความปลอดภัยของคนรักสำคัญที่สุด

พอเห็นว่าฟางจั๋วหรานเป็นห่วงหลินม่ายแค่ไหน หวังหรงก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา รีบขี่จักรยานกลับบ้านอย่างแค้นเคือง

อยู่ ๆ ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งปั่นจักรยานตรงมาทางเธอ

หวังหรงรีบหักหลบ แต่ดันไปชนเข้ากับคู่รักที่กำลังยืนอยู่ด้วยกันเข้า แล้วหล่อนเองก็ล้มด้วยเช่นกัน

ฝ่ายหญิงที่ถูกชนจนล้มเอาแต่ร้องโอดโอย น่าจะกระแทกแรงพอสมควร

พอเห็นแบบนั้นหวังหรงก็รีบลุกขึ้นจากพื้นโดยไม่สนใจความเจ็บปวด ยกจักรยานขึ้นมาจะขี่หลบหนี

ต้องรีบหนีก่อนที่พวกเขาจะมาเรียกร้องค่าเสียหาย ไม่อย่างนั้นมีหวังหมดตัวแน่ ๆ จะไปหาที่ไหนมาจ่าย

แต่ไม่ทันที่จะได้หนีไปไหนชายหนุ่มก็คว้าตัวหล่อนเอาไว้ “เธอตั้งใจชนแล้วหนีเหรอ”

หวังหรงรีบตอบด้วยใบหน้าโศกเศร้า “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่จะหลบจักรยานอีกคัน”

ชายคนนั้นขึ้นเสียง “ไม่รู้แหละ เธอมาชนฉันก็ต้องจ่ายค่าเสียหายมา”

หญิงสาวอยากจะร้องไห้ เอ่ยตอบอย่างลังเล “ฉัน…ฉันไม่มีเงินติดตัวเลย”

“แต่งตัวดีขนาดนี้จะไม่มีเงินได้ยังไง อย่ามาโกหก” คู่กรณีมองสำรวจหล่อนขึ้นลงไปมา

“ไม่มี ฉันไม่มีเลยสักหยวน”

“งั้นมาให้ค้นดูหน่อยว่าไม่มีจริงไหม?”

อีกฝ่ายคว้าหวังหรงเข้าไปในป่าข้างทางเต็มแรง

หญิงสาวคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกลวนลามเพราะตัวเองแต่งตัวดีและดูบอบบาง

คิดแบบนั้นก็สะดุ้งด้วยความกลัว “คุณ อย่ามาแตะต้องฉันนะ ถ้ากล้าทำแบบนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ”

หวังหรงคิดกับตัวเองว่าอย่างไรก็ต้องรักษาความบริสุทธิ์ไว้แต่งงานกับฟางจั๋วหรานเท่านั้น

มือใหญ่กลับจับศีรษะของหล่อนกระแทกกับต้นไม้ “แค่เพราะไม่มีเงินจ่าย ก็คิดว่าฉันจะลวนลามเธองั้นเหรอ? ฝันอยู่เหรอวะ?”

ศีรษะหล่อนกระแทกต้นไม้อยู่หลายครั้งจนเลือดไหลซึม อีกฝ่ายจึงหยุดมือ

ชายคนนั้นค้นตัวหล่อนจนเจอกระเป๋าสตางค์ แต่กลับพบว่าในนั้นว่างเปล่า ไม่มีเงินอย่างที่หล่อนว่า

เขาเห็นแบบนั้นก็สาปส่ง แต่ก็ริบเอากระเป๋าหนังใบนั้นไปด้วยเพื่อจะเอาไปใช้เอง

จากนั้นก็หันมาถอดนาฬิกาเซี่ยงไฮ้บนข้อมือเล็ก “ขอยึดไอ้นี่ไว้เป็นค่ารักษาแฟนฉันก็แล้วกัน”

นาฬิกาเรือนนั้นเป็นของมีค่าอย่างเดียวที่หล่อนมีอยู่ แม้จะไม่อยากให้แต่ก็ไม่กล้าต่อต้านเขา

ชายคู่กรณีเตือนอย่างเย็นชา “ถ้าเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”

ว่าจบก็ยกขาเตะบั้นท้ายกลมกลึงของหญิงสาว “ออกไป”

หวังหรงรีบวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว

แต่เมื่ออกมาที่ถนนก็พบว่าจักรยานของตัวเองหายไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น

หล่อนใช้เงินหลายร้อยหยวนกว่าจะซื้อจักรยานยี่ห้อ Phoenix นั่นมาได้ และตอนนี้มันก็หายไปแล้ว ถึงจะรู้สึกแค้นใจแต่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากรีบวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้

ชายคนนั้นโยนนาฬิกาที่ชิงมาจากหญิงสาวเล่นไปมาอย่างมีความสุข จากนั้นก็มีหนึ่งในเพื่อนสนิทของเฉินเฟิงเดินเข้ามาหา “ตั้งใจจะสั่งสอนยัยนั่นที่จงใจชนหลินม่ายงั้นเหรอ?”

ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วพูดว่า “คนแบบนี้ต้องได้บทเรียนซะบ้าง ฉันทำยัยนั่นหัวแตกเหมือนกันด้วย”

คนสนิทของเฉินเฟิงพยักหน้าอย่างพอใจ “ต่อไปก็ตามดูหลินม่ายแบบอย่าให้คลาดสายตาล่ะ มีคนจ้องจะทำร้ายหล่อนอยู่ ถ้าอยากจะช่วยก็ต้องจับตาดูเอาไว้ให้ดี”

ชายคนนั้นตอบรับอย่างจริงจัง “เข้าใจแล้ว”

ฟางจั๋วหรานไปถึงโรงพยาบาลผู่จี้ อุ้มหลินม่ายขึ้นแนบอกแล้วตรงเข้าไปยังแผนกฉุกเฉิน

แพทย์ฉุกเฉินรีบเข้ามาตรวจอาการอย่างรวดเร็ว เขาบอกกับฟางจั๋วหรานว่า “แผลน่าจะต้องเย็บสามเข็มนะ”

พูดจบก็เริ่มทำการเย็บแผล

ไม่ได้มีการวางยาสลบสำหรับการเย็บแผลที่หน้าผาก เป็นการเย็บแผลแบบสดที่ทำให้รู้สึกเจ็บมาก

ชายหนุ่มเป็นห่วงเธอมากจนหน้าซีดไปหมด เขายื่นมือไปใกล้ปากของเธอ “ถ้าเจ็บจนทนไม่ไหวก็กัดมือผมได้เลย”

หลินม่ายรีบผลักมือเขาออกแล้วเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัว “ฉันไม่กลัวความเจ็บแค่นี้หรอกน่า”

ตามที่คาดไว้ เธอไม่ได้กลัวเจ็บ ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วหลังจากถูกเย็บแผลไปสามเข็ม

ฟางจั๋วหรานรู้สึกสะท้อนใจกับเหตุการณ์นี้ เธอต้องผ่านความเจ็บปวดมากมายแค่ไหนถึงได้ไม่รู้สึกอะไรกับบาดแผลนี้

เมื่อเห็นว่าหลินม่ายยังดูไม่ค่อยสู้ดี เขาก็เลยวางแผนจะให้เธอนอนพักที่ห้องฉุกเฉินสักยี่สิบนาทีแล้วค่อยกลับ

แพทย์หญิงประจำห้องฉุกเฉินคนหนึ่งมองไปที่หลินม่ายแล้วถามฟางจั๋วหราน “อาจารย์ฟาง สาวน้อยคนนี้เป็นอะไรกับคุณเหรอคะ?”

คุณหมอหนุ่มรีบตอบโดยไม่ต้องหยุดคิด “นี่แฟนผมครับ”

แพทย์หญิงได้ยินคำตอบนั้นก็มองที่หลินม่ายด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็กลับมามองที่ฟางจั๋วหราน ดวงตาของหล่อนจับจ้องไปที่หน้าคนไข้สาวอีกครั้ง

มีเพียงอย่างเดียวที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนี้ทำบุญอะไรมาถึงได้คนหล่อไร้ที่ติอย่างอาจารย์ฟางมาเป็นแฟน?

แพทย์หญิงคนนั้นดันแว่นของหล่อนขึ้น “เพราะหล่อนเป็นแฟนคุณ งั้นฉันจะได้ไม่ต้องเกรงใจ ตอนนี้เตียงฉุกเฉินมีน้อย มีคนไข้เยอะมาก ฉันว่าแผลของหล่อนไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว คุณพาหล่อนไปพักที่ห้องพักคุณจะดีกว่า”

คุณหมอฟางรับคำ อุ้มหลินม่ายท่าเจ้าสาวไปที่ห้องพักของตัวเอง

หลินม่ายรีบดันตัวเองลงจากอ้อมแขนของเขา “ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก เดินเองได้ค่ะ ไม่ต้องไปห้องพักของคุณก็ได้ กลับไปที่ร้านเลยดีกว่า”

ฟางจั๋วหรานมองเธอเดินไปมาแล้วก็แอบอยากจะให้แฟนสาวบอบบางอ่อนแอเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ บ้าง จะได้ถือโอกาสนั้นดูแลเธออย่างใกล้ชิด

ที่หน้าแผนกผู้ป่วยนอก ชายหนุ่มบอกให้เธอนั่งลงบนรถสามล้อเขาจะได้พาเธอไปส่งที่ร้าน

ในตอนนั้นเองหวังหรงก็เดินกุมหน้าผากตัวเองเข้ามาที่ทางเข้าโรงพยาบาล

หวังหรงเห็นฟางจั๋วหรานก็รู้สึกเหมือนเจอเทวดามาโปรด รีบร้องเรียกเขา “พี่ใหญ่ ฉันหัวแตก พาฉันไปห้องฉุกเฉินทีได้ไหม?”

ชายหนุ่มมองหล่อนอย่างเฉยเมย แม้จะเห็นว่าอีกฝ่ายมีเลือดไหลออกมาจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจจะช่วยเหลือ

“ฉันเป็นอะไรกับเธอทำไมต้องพาไป เธอทำหลินม่ายหัวแตก ฉันยังไม่ได้เอาผิดเธอเลย ยังจะกล้ามาขออะไรจากฉันอีกงั้นเหรอ?”

หวังหรงเริ่มร้องไห้ “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ? เราเป็นลูกพี่ลูกน้องที่โตมาด้วยกันนะ รักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ”

ระหว่างที่พูดถึงความรักวัยเด็ก หล่อนก็ลอบสังเกตสีหน้าของหลินม่าย

หลินม่ายที่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยในตอนแรก พอเห็นว่ากำลังถูกส่งสายตามุ่งร้ายมาให้ก็รีบหันไปฉะทันที “มองอะไร? คิดว่าจะเอาเรื่องความรักตอนเด็กมาทำให้ฉันทะเลาะกับจั๋วหรานเหรอ ฝันไปเถอะ ความสัมพันธ์ระหว่างเราดีมากๆพยายามยังไงก็ตัดไม่ขาดหรอก”

ฟางจั๋วหรานว่าต่อ “ฉันตัดความสัมพันธ์กับย่าเธอไปแล้ว เราไม่ได้เป็นลูกพี่ลูกน้องกันแล้ว ยังจะมาพูดอะไรอีก?”

พูดจบเขาก็ขึ้นขี่สามล้อเตรียมจะพาหลินม่ายออกไป

แฟนสาวของเขากำลังบาดเจ็บ เธอควรรีบกลับไปพักผ่อน

หวังหรงรีบเข้าไปคว้าฟางจั๋วหราน “พี่ใหญ่ ได้โปรด ฉันขอเงินหน่อยได้ไหม ฉันต้องไปห้องฉุกเฉิน ฉันเสียหน้าไม่ได้”

คนตัวสูงสลัดหล่อนออก “เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันสักหน่อย”

หวังหรงถูกผลักจนนั่งกองอยู่ที่พื้น ร้องไห้ออกมาไม่หยุดด้วยความคับแค้นใจ ฟางจั๋วหรานใจร้ายกับหล่อนเกินไปมาก

เมื่อหลินม่ายกลับมาที่ร้านโดยมีผ้าก๊อซสีขาวแปะที่หน้าผาก โจวฉายอวิ๋นก็ตกใจมาก รีบตรงเข้ามาหาคนน้องอย่างประหม่า “เธอทะเลาะเรื่องร้านกับคนอื่นเหรอ โดนทำร้ายมาหรือเปล่า?”

หลี่หมิงเฉิงเอ็ดขึ้นว่า “ฉันบอกเธอแล้วว่าจะไปด้วย แต่เธอก็ไม่ฟัง ดูสิ ฉันไม่ได้ไปด้วยแค่คืนเดียวก็เกิดเรื่องแล้ว”

เขาว่าพลางมองไปทางฟางจั๋วหรานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางไม่พอใจ ลอบกล่าวโทษคนตัวสูงเงียบ ๆ ว่าทำไมดูแลเธอได้ไม่ดี

หลินม่ายอธิบายว่า “ไม่ใช่แบบนั้น ตอนที่จั๋วหรานพาฉันกลับบ้าน ฉันบังเอิญตกจากสามล้อ เลยทำให้หัวแตก”

โจวฉายอวิ๋นมองที่แผลบนหัวของหลินม่ายอย่างเป็นกังวล แล้วถามฟางจั๋วหรานต่อ “แบบนี้จะเสียโฉมไหมเนี่ย”

คุณหมอหนุ่มไม่ได้ตอบ

แผลค่อนข้างลึก ไม่แน่ใจว่าจะเป็นแผลเป็นหรือเปล่า

เมื่อเห็นว่าฟางจั๋วหรานเงียบไป ก็รู้ได้ทันทีว่ามีโอกาสจะเกิดแผลเป็น โจวฉายอวิ๋นก็ขมวดคิ้ว

หลินม่ายกลับไม่ได้สนใจมัน บริเวณที่เกิดแผลคือรอยต่อระหว่างหน้าผากกับไรผม ถึงจะเป็นแผลเป็นก็ไม่น่าจะร้ายแรงอะไรนัก

เมื่อหญิงสาวขึ้นไปที่ชั้นบนแล้วเข้าไปในห้องนอน ก็พบว่าลูกสาวหลับสนิทไปแล้ว

หลินม่ายเห็นว่ามีกล่องกระดาษแข็งขนาดใหญ่สองใบในห้อง เธอจึงเปิดมันออกด้วยความสงสัย

ใบหนึ่งเป็นเป็ดอบซอส ส่วนอีกใบเป็นเบคอน

เบคอนมีกลิ่นรมควัน คล้ายว่าจะเป็นเบคอนสูตรหูหนาน

หลินม่ายรู้ว่าฟางจั๋วหรานเป็นคนซื้อของกินพวกนี้มาให้เธอ หญิงสาวก็รู้สึกทั้งไม่สบายใจและหวั่นไหว

เขาไปทำงานไกลบ้าน ทั้งยุ่งทั้งเหนื่อย ยังจะต้องมาคิดเรื่องหาของฝากให้เธออีก

หลังจากอาบน้ำเตรียมจะเข้านอนหญิงสาวก็พบว่ายังมีลังอีกสองใบสูงประมาณหนึ่งฟุตวางอยู่บนโต๊ะ

เธอเปิดมันออกดูก็พบว่ามันคือหินดอกเบญจมาศที่มีเฉพาะที่หูหนาน

บนก้อนหินก้อนหนึ่งมีดอกเบญจมาศบานสะพรั่งเหมือนต้นปาล์มเป็นลวดลายสวยงาม ดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก ส่วนอีกก้อนเต็มไปด้วยดอกเบญจมาศขนาดเล็กกระจายเต็มหนาแน่นราวกับป่าในฤดูใบไม้ร่วง

หลินม่ายยกยิ้มที่มุมปากกับตัวเอง เขาเตรียมแต่ของดี ๆ มาให้เธอตลอดจริง ๆ

ยังมีอีกหนึ่งความประหลาดใจรอเธออยู่ที่เตียงนอน

มีกล่องเครื่องประดับยาววางอยู่ที่ข้างหมอนของเธอ ภายในมีสร้อยข้อมือเงินเส้นหนึ่ง แม้ว่ารูปแบบมันจะดูหรูหราเกินไปหน่อยแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันสวยงามมาก

คืนนี้หลินม่ายนอนหลับเต็มตื่น

ถึงจะมีแผลถูกเย็บที่ศีรษะ แต่เธอก็ยังเด็กและสุขภาพแข็งแรงดี

ก่อนเข้านอน โจวฉายอวิ๋นบังคับให้หลินม่ายกินน้ำหวานจากน้ำตาลทรายแดงแก้วใหญ่ ที่ปกติเธอไม่ชอบดื่ม

เพราะอย่างนั้นในเช้าวันต่อมาหญิงสาวเลยตื่นขึ้นมาโดยไร้ความรู้สึกไม่สบายตัวใด ๆ แม่แต่วิงเวียนสักนิดก็ไม่มี

ทันทีที่ลืมตาขึ้น หลินม่ายก็เห็นโต้วโต้วที่นอนอยู่ข้าง ๆ ดวงตากลมของเด็กน้อยกำลังจ้องมองมาที่เธอ จ้องอยู่นานไม่ยอมละสายตาแถมยังเบิกกว้างขึ้น

หลินม่ายลุกจากเตียงแล้วถามว่า “ทำไมลูกเอาแต่มองแม่แบบนั้น แม่ไม่ได้จะกลายร่างเป็นแม่มดซะหน่อย”

เด็กหญิงตัวน้อยยังคงมองแม่ของเธออยู่ “หนูแค่อยากรู้ว่าแม่ยังเจ็บหัวอยู่ไหม”

ถ้าโต้วโต้วไม่ได้พูดขึ้นมาหลินม่ายก็คงลืมเรื่องนี้ไปแล้วว่าตัวเองมีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ เธอยกมือขึ้นแตะที่แผลอย่างระมัดระวัง “แม่หายเจ็บแล้ว”

เมื่อหญิงสาวลงไปชั้นล่าง ก็พบว่าฟางจั๋วหรานมาถึงแล้ว

หลินม่ายถามเขาอย่างไม่สบายใจ “วันนี้วันหยุด ทำไมคุณไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะคะ”

“หน้าผากคุณเจ็บ ผมเป็นห่วงก็เลยรีบมาดู”

ฟางจั๋วหรานเดินเข้ามาใกล้แล้วจ้องมองผ้าก๊อซบนศีรษะเธอ “กินข้าวเช้าแล้วไปเอาผ้าก๊อซออกกัน”

แผลเย็บไม่จำเป็นต้องปิดเอาไว้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะในหน้าร้อนแบบนี้ การปิดแผลไว้นาน ๆ จะทำให้อักเสบได้ง่าย

หลินม่ายพยักหน้าตามแต่โดยดี

เด็กน้อยที่ฟังอยู่ก็กระโดดขึ้นลงแล้วเริ่มขอว่า “หนูอยากไปด้วยค่ะ”

โจวฉายอวิ๋นออกมาจากครัวพร้อมซุปนกพิราบตังกุยพุทราจีนแล้วหันมาพูดกับหลานสาวว่า “โรงพยาบาลไม่ใช่ที่เที่ยวนะ อย่าไปเลย เดี๋ยวป้าเอานกพิราบให้กิน”

พอบอกว่ามีนกพิราบให้กิน โต้วโต้วก็ยอมเปลี่ยนใจอย่างง่ายดาย

หลินม่ายถามโจวฉายอวิ๋นอย่างประหลาดใจ “พี่ไปซื้อนกพิราบจากตลาดมืดเหรอ?”

เธอไม่เคยเห็นนกพิราบขายในตลาดมืดมาก่อน

“เปล่า นกพิราบตัวนี้ไม่ได้มาจากตลาดมืด”

โจวฉายอวิ๋นตักพุทราจีนลูกใหญ่ ตังกุย และซุปนกพิราบส่งให้หลินม่ายพร้อมพยักเพยิดไปทางคุณหมอฟาง

“อาจารย์ฟางไปตามหามาให้ทั้งคืน เขาได้มาสองตัวกับไข่อีกเป็นโหล แถมยังไปหาทั้งตังกุย พุทราจีนมาให้เพื่อให้ฉันทำซุปบำรุงเลือดให้เธอกิน เพราะเห็นว่าเมื่อวานเธอเลือดออก”

เมื่อคืนหลินม่ายหลับสนิทจนไม่รู้เลยว่าคุณหมอฟางเอาของพวกนี้มาให้ในตอนกลางดึก

เธอเริ่มบ่นอย่างลำบากใจ “คุณเองก็ไม่ค่อยจะได้นอน ทำไมต้องลำบากขนาดนี้ ฉันไม่ได้เลือดออกมากขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องหาของมาบำรุงอะไรหรอก”

ชายหนุ่มรู้สึกดีที่แฟนสาวเป็นห่วงเขา นั่นทำให้หัวใจของเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

เขายิ้มตอบ “ไม่ลำบากซักหน่อย”

ซุปนกพิราบนั่นอร่อยมากจนเธอต้องขอเติมเพิ่มอีกชาม

หลังจากกินเสร็จฟางจั๋วหรานก็พาหลินม่ายไปที่โรงพยาบาลเพื่อเปิดแผลออก

หมอประจำห้องฉุกเฉินเป็นคนเอาผ้าก๊อซออกให้หลินม่าย

แพทย์ฉุกเฉินเอาผ้าก๊อซออกแล้วตรวจดูแผลของหญิงสาวก่อนจะยืนยันว่า “แผลดูดีเลยครับ”

แค่ทายาไอโอดีนที่แผล ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี

หลินม่ายลุกขึ้นแล้วออกจากห้อง

ฟางจั๋วหรานเข้ามาจับมือเธอแล้วบอกว่า “มากับผมทางนี้” เขาจูงมือเธอมาที่ห้องพักของตัวเอง

หลินม่ายมองอย่างสงสัย “คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”

น่าจะรู้อยู่แล้ว ว่าห้องพักของแพทย์เป็นสถานที่ที่เสี่ยงจะเกิดข่าวลือไม่ดีได้

“ตัดผมหน้าม้าให้คุณ”

คุณหมอหนุ่มหยิบกรรไกรสำหรับใช้ทางการแพทย์ออกมาจากลิ้นชัก “ถ้ามีหน้าม้าจะได้บังรอยแผลได้”

หลินม่ายหยิบกระจกกลมบานเล็ก ๆ ออกมาส่องดู

แม้ว่ารอยแผลจะอยู่แถว ๆ ไรผม แต่รอยเย็บสามรอยบนหน้าผากนั้นค่อนข้างจะน่ากลัวอยู่นิดหน่อย

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะส่งผลถึงรูปลักษณ์ตัวเองอะไรขนาดนั้น นี่มันแค่เล็กน้อยเอง

หญิงสาวพยักหน้าตอบแฟนหนุ่ม “ได้ งั้นก็ตัดเลยค่ะ”

ฟางจั๋วหรานยกกรรไกรขึ้นมากำลังจะเริ่มตัด แต่หลินม่ายหยุดมือเขาไว้ก่อน “คุณตัดเป็นใช่ไหมนะ ถ้าตัดแล้วไม่สวยล่ะ ฉันว่าฉันไปร้านดีกว่า”

คุณหมอหนุ่มตอบอย่างมั่นใจว่า “ผมตัดอย่างกับมืออาชีพมา 28 ปีแล้ว แค่ตัดผมหน้าม้าทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ”

มือใหญ่เอื้อมมาปรับไหล่ของแฟนสาวให้ตรงเพื่อให้เธอหันหน้ามาทางเขา ใช้หวีไม้ทาบที่เปลือกตาของเธอ และลงมือตัดผมหน้าม้าอย่างระมัดระวังหลังเธอหลับตาลง

หลินม่ายเอ่ยเย้า “อย่าจิ้มตาฉันนะ ถึงสวรรค์จะให้ดวงตาสีดำสนิทกับฉัน แต่ฉันก็ยังต้องใช้มันมองหาแสงสว่าง ยังไม่อยากตาบอด”

ทันทีที่พูดจบ ขนตาของเธอก็ถูกเขากดริมฝีปากจูบลงมาอย่างอ่อนโยน

พยาบาลคนหนึ่งที่รีบร้อนเข้ามาพอดีอย่างไม่ทันระวัง ก็รีบหลบออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับความเศร้าในใจเมื่อเห็นฉากนี้

ตั้งแต่อาจารย์ฟางเข้ามาดูแลแผนกศัลกรรม เขาก็ได้รับความนิยมจากสาว ๆ อย่างท่วมท้นเหมือนกระแสน้ำในแม่น้ำ

หล่อนยังไม่ทันได้เริ่มเดินหน้าจีบเขาเลย ก็ดันถูกคนอื่นคว้าไปครองเสียแล้ว

หลินม่ายใบหน้าเห่อร้อนด้วยความเขินอยู่ในห้องพัก ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี

ฟางจั๋วหรานตัดหน้าม้าให้เธอเสร็จในเวลาไม่นาน

หลินม่ายอายุยังไม่ถึง 18 พอตัดหน้าม้าแล้วก็ทำให้ดูสมเป็นเด็กสาวมากขึ้น

มือเรียวของชายหนุ่มจัดผมหน้าม้าให้เธอ และเริ่มไปแบ่งช่อผมยาวด้านหลังต่อ “เดี๋ยวผมถักเปียสวย ๆ ให้ด้วยดีกว่า”

เขาเป็นคนฉลาดและใช้มืออย่างคล่องแคล่ว สามารถถักเปียตะขาบได้อย่างเรียบร้อยสวยงาม แล้ววางมันลงที่อกของเธอ

ช่างผมหนุ่มเริ่มชื่นชมผลงานของตัวเอง “ถ้ามีดอกมะลิสักสองสามดอกคงสวยมาก”

หลังจากนั้นเขาก็ออกไปจากห้องพักเพื่อไปที่ห้องทำงานของพยาบาล

แม้จะเป็นโรงพยาบาลใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคกลางของจีน แต่พยาบาลก็มีงานยุ่งมากกว่าหมอเสียอีก

แต่ถึงอย่างนั้น พยาบาลห้องผ่าตัดก็ยังพอจะมีเวลาปลูกต้นมะลิเอาไว้หลายกระถาง ตอนนี้เป็นฤดูฝนที่พวกมันกำลังออกดอกสวยงาม

ฟางจั๋วหรานเข้าไปในห้องทำงานนั้น หยิบกระถางดอกมะลิออกมาจากขอบหน้าต่างต่อหน้าต่อตาพยาบาลกลุ่มหนึ่งด้วยความเร็วราวพายุ

อาศัยช่วงที่พวกหล่อนเผลอก็รีบจู่โจมมันแล้วหนีออกมา แต่ถูกศัลยแพทย์หน้าใหม่คนหนึ่งขวางไว้เสียก่อน

คุณหมอคนนั้นมีสีเศร้าปนเคือง ๆ “หมอมาที่บ้านผมเมื่อคืนแล้วก็เอานกพิราบสองตัวกับไข่อีกเป็นโหลออกไปหน้าตาเฉย ไม่เคยเจอใครหน้าด้านแบบนี้มาก่อนเลย”

ฟางจั๋วหรานตอบด้วยความสงบ “ก็ได้เจอแล้วนี่ไง”

แฟนสาวของเขาต้องได้กินซุปนกพิราบ เพราะอย่างนั้นเขาเลยต้องทำทุกทางเพื่อหามันมา ไม่ว่าจะต้องขายหน้าแค่ไหนก็ตาม

เพื่อเธอแล้ว เขาไม่รู้หรอกว่าความอับอายคืออะไร

ฟางจั๋วหรานกลับมาที่ห้องพักพร้อมดอกมะลิ เสียบพวกมันเข้าไปในเปียของหลินม่าย

เรือนผมงดงามที่ถูกประดับด้วยดอกมะลิในเปียที่ถักอย่างประณีต ทำให้หลินม่ายกลายเป็นเจ้าหญิงน้อยแสนสวยในเทพนิยายทันที

เธอส่องกระจกแล้วยิ้มให้แฟนหนุ่ม “ไม่คิดเลยว่าผู้ชายตัวใหญ่ ๆ ดูหยาบกระด้างแบบคุณจะทำอะไรแบบนี้ได้สวยด้วย”

…………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

ไม่ใช่หลินม่ายก็ลำบากหน่อยนะ

พี่หมอดูคลั่งรักนะคะ เพื่อม่ายจื่อแล้วทำได้สารพัดอย่าง

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 243 หวังหรงถูกจัดการ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved