cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 172 ผมอยากให้คุณนั่งสบาย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 172 ผมอยากให้คุณนั่งสบาย
Prev
Next

ตอนที่ 172 ผมอยากให้คุณนั่งสบาย

ยุคสมัยนี้การเดินทางข้ามเมืองใหญ่ ๆ ยังจำเป็นต้องใช้เอกสารสำคัญแนะนำตัว

หลังจากเสร็จสิ้นการค้าขายในช่วงเช้า หลินม่ายก็เดินทางกลับไปที่หมู่บ้านซานหยาง เพื่อขอให้หัวหน้าหมู่บ้านช่วยออกเอกสารสำคัญแนะนำตัวให้

หัวหน้าหมู่บ้านยิ้มอย่างใจดี หยิบเอกสารสำคัญแนะนำตัวกับปากกาออกมา ถามว่า “เธอจะไปไหนหรือ?”

“กว่างโจวค่ะ”

หัวหน้าหมู่บ้านหยุดจรดปลายปากกาลงกระดาษชั่วคราว “เธอจะไปที่นั่นทำไมกัน? ฉันเคยได้ยินมาว่ากว่างโจววุ่นวายมาก ถ้าไม่มีอะไรสำคัญ ฉันขอแนะนำว่าเธออย่าไปเลย”

การแสวงหาความมั่งคั่งต้องแลกมาซึ่งอันตรายอยู่แล้ว ถ้าไม่กล้าเสี่ยง แล้วจะกอบโกยโชคลาภได้อย่างไร?

หลินม่ายตอบแบ่งรับแบ่งสู้ “ฉันจำเป็นต้องไปค่ะ พอดีมีธุระสำคัญ”

หัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้เกลี้ยกล่อมเธออีก เขาพับเอกสารสำคัญแนะนำตัวแล้วยื่นให้เธอ ไม่ลืมอวยพรว่า “เดินทางปลอดภัยนะ”

หลินม่ายพยักหน้าแทนคำขอบคุณ จากนั้นก็ไปที่ธนาคารเพื่อเบิกถอนเงินทั้งหมดในสมุดคู่ฝากออกมา ก่อนจะไปที่บ้านของลุงฉีเพื่อขอซื้อผักจำนวนหลายสิบชั่ง

โจวฉายอวิ๋นไม่รู้เจตนาของอีกฝ่าย ถามไถ่ว่า “ม่ายจื่อ เธอจะไปกว่างโจวไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้ซื้อผักมาเยอะแยะมากมายนัก?”

หลินม่ายตอบกลับอย่างมีเลศนัยเพียงว่า “ส่วนหนึ่งของเวทมนตร์น่ะ” แล้วไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก

ฟางจั๋วหรานแวะมากินอาหารมื้อเที่ยงที่ร้าน พร้อมกับยื่นเงินสดให้เธอสองพันหยวน

หลินม่ายถามกลับ “ทำไมจู่ ๆ ถึงได้ให้เงินฉันล่ะคะ แถมเงินก็ไม่ใช่น้อย ๆ ด้วย?”

ฟางจั๋วหรานตอบ “คุณจะไปกว่างโจวเพื่อซื้อเสื้อผ้าไม่ใช่หรือ? คุณจะซื้อเสื้อผ้าพวกนั้นได้ยังไงถ้าไม่มีเงินติดตัว? สองพันพอไหม? ถ้ายังไม่พอผมจะได้ไปถอนมาเพิ่ม”

หลินม่ายไม่คิดเลยว่าเขาจะใส่ใจเรื่องดังกล่าว ทั้งยังใจกว้างให้เงินเธออีกด้วย

เธอพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “พอค่ะ พอแล้ว แต่คุณต้องคิดเสียว่าเป็นเงินยืมนะคะ ไว้ฉันจะหามาคืนคุณภายหลัง ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ขอรับไว้”

ฟางจั๋วหรานพยักหน้า “ได้สิ”

ความจริงแล้วเขาไม่เห็นด้วย แต่กลัวว่าหญิงสาวจะยืนกรานไม่ยอมรับเงินจากเขา

สองวันต่อมา ทั้งสองออกเดินทางมุ่งสู่กว่างโจวด้วยกัน

หลังจากจัดการซื้อตั๋วรถไฟที่ออกเดินทางในเวลาตีห้าครึ่ง ฟางจั๋วหรานก็มาถึงที่ร้านของหลินม่ายพร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้ผ้าใบไว้บนหลังตั้งแต่ยังไม่ถึงตีห้า

หลินม่ายเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เตรียมรถเข็นที่นายช่างจางทำขึ้นเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าสะพายที่บรรจุของใช้จำเป็น เช่น เสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน ถุงตาข่ายสำหรับใส่อาหารแห้ง ไม่มีอย่างอื่นอีก

ทั้งหมดนี้เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ไม่จำเป็นต้องพกของเยอะแยะมากมาย

แต่เมื่อเธอต้องเดินทางไปที่กว่างโจวพร้อมด้วยรถเข็นคันเล็กแบบนี้ ไม่ว่าใครก็คาดเดาได้ว่าเธอต้องไปรับสินค้ามาขายแน่ นี่สะดุดตาเกินไป

เพื่อปิดบังสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้คน หลินม่ายจัดแจงวางผักทั้งหมดที่เธอซื้อมาวันก่อนไว้ในรถเข็น แสร้งทำเป็นว่าเธอไปกว่างโจวในครั้งนี้ก็เพื่อขนผักไปขาย

โดยทั่วไปแล้ว พวกนักต้มตุ๋น โจรล้วงกระเป๋า หรือโจรปล้นชิงทรัพย์คงไม่หมายตาที่จะขโมยผักแน่ เธอทำแบบนี้ ถือเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับตัวเองอีกชั้นหนึ่ง

ยิ่งขนผักพวกนี้ไปขายที่กว่างโจวด้วย ไม่แน่ว่าเธออาจทำเงินได้เล็กน้อยเพื่อใช้ทดแทนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

หลินม่ายกลัวว่าถ้าโต้วโต้วตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นตัวเองอาจร้องไห้กระจองอแง จึงขึ้นไปปลุกหล่อนให้ตื่นเพื่อร่ำลา

ปรากฏว่าโต้วโต้วตื่นขึ้นก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปปลุกเสียอีก ทั้งยังถามอย่างไม่อ้อมค้อม “แม่จะไปไหนเหรอคะ แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่?”

หลินม่ายอธิบายความจำเป็นให้หล่อนฟังอย่างอดทน เพื่อสร้างความไว้วางใจให้หล่อนรู้สึกปลอดภัย

หลังจากกินอาหารมื้อเช้าที่ร้านของตัวเองเรียบร้อยแล้ว หลินม่ายกับฟางจั๋วหรานก็ออกเดินทางไปพร้อมกัน

โต้วโต้ว โจวฉายอวิ๋น และหลี่หมิงเฉิง เฝ้ามองดูพวกเขาค่อย ๆ เดินห่างออกไป

ยุคสมัยนี้ยังไม่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูง มีแค่รถไฟแบบด่วนและแบบธรรมดา

ฟางจั๋วหรานซื้อตั๋วรถไฟแบบด่วนในการเดินทางครั้งนี้ของพวกเขา

ถึงแม้ชื่อจะเรียกว่ารถไฟด่วน แต่การเดินทางของมันก็ยังนับว่าช้ามากเมื่อเทียบกับหลายทศวรรษต่อมา การไปกว่างโจวโดยรถไฟใช้เวลาร่วมสิบห้าชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

หลินม่ายเดินตามฟางจั๋วหรานขึ้นรถไฟ พอเห็นว่าเขาพาตัวเองไปยังที่นั่งที่บุด้วยเบาะรองนุ่ม ๆ ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “คุณจองที่นั่งเบาะนุ่มไว้ให้ฉันเหรอคะ?”

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” เขาผลักหลินม่ายเข้าไปเบา ๆ พลางชี้ไปที่ชั้นบนสุด “นั่นที่ของคุณ”

หลินม่ายวางของที่นำติดตัวมาด้วยไว้บนชั้นวางสัมภาระ “ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ ฉันแค่คิดว่ามันออกจะสิ้นเปลืองเกินไปหน่อย เราเดินทางกันแค่สิบกว่าชั่วโมงเอง”

“ผมไม่คิดว่ามันเป็นการสิ้นเปลืองอะไรเลย แค่อยากให้คุณนั่งสบายเท่านั้นเอง”

อย่างไรก็ตาม ที่นั่งที่บุด้วยเบาะรองนุ่มนิ่มก็เอื้ออำนวยต่อการนั่งเป็นระยะเวลานานจริง ๆ แถมโซนนี้ยังเงียบสงบมากด้วย แต่ด้วยความที่นั่งอยู่ในห้องโดยสารเพียงสองต่อสองกับฟางจั๋วหราน ทำให้หลินม่ายรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

ไม่นานหลังจากนั้นหลินม่ายก็ทำใจชินกับมันเสียแล้ว ก่อนจะนั่งด้วยความผ่อนคลาย เสียงดังของหัวรถจักรแว่วมาเป็นระยะ กระทั่งเวลาสิบห้าชั่วโมงผ่านพ้นไป รถไฟก็เคลื่อนเข้าไปจอดเทียบชานชาลาที่สถานีกว่างโจว

ตอนอยู่บนรถไฟ โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่คอยเดินตรวจขบวนเป็นระยะ ๆ นอกจากนี้เมื่อเป็นช่วงกลางวัน สภาพแวดล้อมจึงค่อนข้างปลอดภัย ตอนที่ลงจากรถไฟยังอันตรายเสียกว่า

สถานีรถไฟในยามค่ำคืนยังมีผู้คนเดินสวนกันไปมาขวักไขว่ นอกเหนือจากฟางจั๋วหรานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอแล้ว หลินม่ายอดคิดไม่ได้ว่าคนอื่น ๆ ล้วนเป็นคนไม่ดีกันทั้งนั้น

ถึงแม้ในใจจะคิดอย่างนั้น แต่การแสดงออกของเธอค่อนข้างเรียบเฉย

โจรล้วงกระเป๋า โจรปล้นชิงทรัพย์ หรือนักต้มตุ๋นทุกคนไม่มีใครที่สายตาไม่ดี ตราบใดที่ทำตัววอกแวก ตื่นตัว และหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา คนพวกนั้นจะรู้ได้ทันทีว่าเธอมีเงิน

ยิ่งแสดงท่าทางผ่อนคลายมากเท่าไร โอกาสที่จะถูกเล็งเป้าหมายก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น

ที่ชานชาลาผู้โดยสาร มีผู้โดยสารจำนวนมากเบียดเสียดกันลงจากรถไฟ หลายครั้งพวกเขาถึงขั้นเดินชนหลินม่าย

ตอนนั้นเอง หลินม่ายกดกระเป๋าที่สะพายอยู่ให้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เก้าในสิบ คนที่เดินชนเธอมักจะเป็นหัวขโมยที่แฝงตัวอยู่ในฝูงชน ดังนั้นเธอจึงอดระแวดระวังไม่ได้

ทันใดนั้น เสียงใครบางคนก็ร้องตะโกนขึ้น “ขโมย ช่วยกันจับขโมยเร็ว มันขโมยกระเป๋าของฉันไป!”

หลินม่ายจับกระเป๋าสะพายที่มีลักษณะลาดเอียงของตัวเองให้แน่นยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะหันมองตามทิศทางของเสียงนั้นด้วยสายตาเคร่งขรึม

เธอเห็นว่าชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุประมาณยี่สิบปี กำลังพยายามวิ่งไล่ล่าหัวขโมยคนนั้นอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

ถึงอย่างนั้น กลับมีชายหญิงห้าถึงหกคนโผล่หน้าออกมาขัดขวางเขาเป็นระยะจากทางซ้ายและขวา เหมือนจงใจไม่ให้เขาไล่ตามอีกฝ่ายได้ทัน

ในไม่ช้าหัวขโมยคนนั้นก็หายตัวไปท่ามกลางฝูงชนอันหนาแน่น ผู้ที่ถูกขโมยกระเป๋าได้แต่จ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า

ถึงหลินม่ายจะเคยเกิดใหม่มาแล้วหลายครั้ง แต่เธอก็ยังรู้สึกหวาดกลัวเมื่อได้พบเห็นเหตุการณ์แบบนี้

หลังจากเดินไปได้สักระยะหนึ่ง เธอเห็นคุณป้าคนหนึ่งกำลังร้องไห้ฟูมฟายเกลือกกลิ้งไปมากับพื้น พูดว่าเงินทั้งหมดที่พกติดตัวก็ถูกโจรล้วงเอาไปเช่นเดียวกัน

ผู้โดยสารที่เดินผ่านไปมาเพียงเหลือบมองหล่อนด้วยความเห็นอกเห็นใจเท่านั้น ก่อนจะเดินต่อไป ไม่มีใครหยุดให้หล่อนหยิบยืมเงินเลย

อยู่ในที่สาธารณะแบบนี้ ใครบ้างจะกล้ายื่นมือเข้าไปยุ่ง? ใครบ้างจะรับรองได้ว่าเหยื่อรายต่อไปอาจไม่ใช่พวกเขาเสียเอง?

หลินม่ายกับฟางจั๋วหรานจับมือกันไว้ ในที่สุดก็ฝ่าฝูงชนออกมาจากสถานีรถไฟได้

ด้านนอกสถานีรถไฟเต็มไปด้วยแสงไฟที่ส่องสว่าง ทั้งเมืองเต็มไปด้วยความโกลาหล

ความพลุกพล่านของเมืองเจียงเฉิงเทียบไม่ได้เลยกับเมืองกว่างโจวแห่งนี้ ทุกคนล้วนแล้วแต่กระฉับกระเฉงเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา

ตัวแทนจากโรงแรมที่พักและคนขับรถโดยสารประจำทางต่างกรูเข้ามายืนออกันอยู่ด้านหน้า

ผู้โดยสารบางคนออกปากปฏิเสธอย่างแน่วแน่ แต่ยังมีผู้โดยสารบางคนที่ไหวตัวไม่ทัน ถูกตัวแทนโรงแรมที่พักหรือคนขับรถฉุดแขนลากออกไป

หลินม่ายพลันหายใจไม่ทั่วท้อง อยากออกจากที่นี่ไปพร้อมกับฟางจั๋วหรานโดยเร็วที่สุด

ขณะนั้นเอง ชายหญิงหลายคนก็กรูเข้ามารวมตัวกัน ถามไถ่พวกเขาว่าต้องการหาโรงแรมที่พักหรือขึ้นรถโดยสารไปที่ไหนหรือไม่

ฟางจั๋วหรานเพิกเฉยต่อคนเหล่านั้น ใช้ร่างกายสูงโปร่งและแข็งแรงของตัวเองผลักดันฝ่ากลุ่มคนเหล่านั้นออกไป ในที่สุดก็สามารถพาหลินม่ายออกมาพ้นจากพื้นที่อันตรายนอกสถานีรถไฟได้

หลินม่ายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ตบหน้าอกของตัวเองไปพลาง “แย่อะไรอย่างนี้!”

ฟางจั๋วหรานเหล่ตามอง “แล้วยังคิดจะวางแผนเดินทางมาที่กว่างโจวคนเดียวอีกหรือ?!”

หลินม่ายยิ้มแหยด้วยความเขินอาย เธอไม่คิดว่ากว่างโจวในปี 1980 จะน่ากลัวขนาดนี้นี่นา

ถึงแม้พวกเขาจะกินอาหารแห้งที่หลินม่ายจัดเตรียมมาด้วยขณะอยู่บนรถไฟรองท้องไปแล้ว แต่ตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่ม ทั้งสองเริ่มหิวขึ้นมาพอดี จึงต้องหาร้านอาหารเล็ก ๆ เพื่อแวะกินข้าว

ร้านอาหารขนาดเล็กที่เปิดขายอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟไม่อนุญาตให้พวกเขานั่งกิน คงเพราะกลัวว่ามิจฉาชีพจะแฝงรอยมาในนามลูกค้า

ทั้งสองจึงขึ้นรถบัสแล้วค่อยลงเมื่อรถขับผ่านไปประมาณห้าป้าย

ช่วงกลางเดือนมิถุนายนแบบนี้ เมืองเจียงเฉิงร้อนระอุมากจนทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับอยู่ในเตาหลอมแร่แปรธาตุของไท่ซ่างเหล่าจวิน(1) แต่ไม่น่าเชื่อว่ากว่างโจวจะร้อนอบอ้าวยิ่งกว่า

เมืองนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่ไม่รู้จักหลับใหลเนื่องด้วยสภาพอากาศที่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะแผงขายอาหารที่อยู่หน้าเตาตลอดเวลายิ่งร้อนเป็นพิเศษ

ฟางจั๋วหรานเลือกร้านขายอาหารว่างที่ดูสะอาดตาก่อนจะเข้าไปข้างใน สั่งโจ๊กทิงไจ๋(2) ฮะเก๋า และฉางเฝิ่น(3) แต่ละเมนูสั่งมาอย่างละสองจาน

ฟางจั๋วหรานยังต้องการสั่งบะหมี่เกี๊ยวอีกด้วย แต่ถูกหลินม่ายห้ามไว้เสียก่อน

บะหมี่เกี๊ยวในกว่างโจวเสิร์ฟด้วยการใส่ทั้งเส้นบะหมี่และเกี๊ยวในชามเดียวกัน นี่เป็นสิ่งที่เธอรับไม่ค่อยได้เท่าไหร่

ในเจียงเฉิง เกี๊ยวก็คือเกี๊ยว ไม่ควรมีบะหมี่ปนอยู่ในชามด้วย

ใช่ว่าบะหมี่เกี๊ยวที่ขายอยู่ในกว่างโจวมีรสชาติไม่อร่อย แต่เธอแค่ไม่ค่อยคุ้นชินกับการกินแบบนั้น

ฟางจั๋วหรานเห็นว่าหน้าร้านนี้มีหม้อขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อีกทั้งเครื่องในที่กำลังตุ๋นอยู่ในหม้อก็ส่งกลิ่นหอมหวนชวนรับประทานมาก ๆ ดังนั้นเขาจึงสั่งเพิ่มมาอีกสองชาม

พอพ่อค้ายกเกาเหลาเครื่องในเนื้อมาเสิร์ฟ หลินม่ายสังเกตเห็นว่าในชามมีอัณฑะวัวปนอยู่ด้วย

เพราะรู้อยู่แล้วเธอจึงไม่หลวมตัวกินเข้าไป ก่อนจัดการกับชามตรงหน้า เธอก็ใช้ตะเกียบคีบพวกมันใส่ลงในชามของฟางจั๋วหราน

ฟางจั๋วหรานกินอัณฑะวัวเข้าไปหลายชิ้นทีเดียว เขารู้สึกว่ามันรสชาติดีมาก จึงถามด้วยความสงสัย “อร่อยออก ทำไมคุณถึงไม่ลองกินดูล่ะ? จริงสิ นี่เป็นส่วนไหนของวัวกันนะ?”

หลินม่ายกระดากปากเกินกว่าจะบอกเขาไปตามตรง “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ถ้าคุณบอกว่าอร่อย งั้นก็กินเยอะ ๆ เถอะ”

สมแล้วที่กว่างโจวมีชื่อเสียงเลื่องลือจนได้รับสมญาว่าเป็นเมืองหลวงแห่งอาหารเลิศรส ฉางเฝิ่นหอมอร่อย ฮะเก๋าก็หวานฉ่ำกำลังพอดี

เมนูที่ดีที่สุดจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากโจ๊กทิงไจ๋ การกินโจ๊กทิงไจ๋อุ่นร้อนแบบนี้ให้ความรู้สึกดีไม่น้อย

พอขับเหงื่อออกจากร่างกายแล้ว หลินม่ายก็เริ่มรู้สึกสบายใจสบายกายมากขึ้น

…………………………………………………..

(1)ไท่ซ่างเหล่าจวิน (太上老君) เทพตามความเชื่อของลัทธิเต๋า มีรูปลักษณ์เป็นชายแก่ผมขาว หนวดเครายาว ถือแส้ของนักพรตลัทธิเต๋า มีหน้าที่หลอมแร่แปรธาตุ ทำยาวิเศษและยาอายุวัฒนะ

(2)โจ๊กทิงไจ๋ (艇仔粥) คล้ายโจ๊กหมูสับ แต่จะใช้เนื้อสับแทน ผสมกับหมี่กรอบ นิยมใส่หนวดหมึกเล็ก ๆ กับถั่วลิสงให้ด้วย เวลาเสิร์ฟจะใส่เนื้อดิบแล้วราดโจ๊กเดือดๆ ลงไป ต้องคนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสุกทั่วกัน

(3)ฉางเฝิ่น (虾饺) คล้ายก๋วยเตี๋ยวหลอดของไทย ใช้แผ่นก๋วยเตี๋ยวที่นึ่งสุกใหม่มาห่อไส้ ส่วนใหญ่เป็นกุ้ง แล้วม้วนเป็นหลอด ตัดเป็นท่อน ๆ ราดด้วยซีอิ๊วดำผสมซีอิ๊วขาว บ้างเรียกก๋วยเตี๋ยวหลอดฮ่องกง

สารจากผู้แปล

สภาพเมืองน่ากลัวมาก ถ้าหลินม่ายมาคนเดียวไม่มีพี่หมอมาด้วยนี่จะรอดเหรอ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 172 ผมอยากให้คุณนั่งสบาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved