cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 12 ทดลองขายเกาลัด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 12 ทดลองขายเกาลัด
Prev
Next

ตอนที่  12 ทดลองขายเกาลัด

หลินม่ายไม่คิดจะยืมหม้อของหญิงชราโดยเปล่าประโยชน์ “ฉันจ่ายเงิน ค่าเช่าครึ่งวันห้าเหมา คุณยายว่าไงคะ?”

จะซื้อหม้อใบหนึ่งต้องใช้คูปองทำงาน**ที่มีมูลค่าถึงสามหยวน ไม่มีคูปองทำงานก็ต้องไปซื้อในตลาดมืดที่มีมูลค่าถึงห้าหยวน เช่าครึ่งวันในราคาห้าเหมา ค่าเช่านี้ไม่นับว่าต่ำเกินไป

หญิงชราคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก็รับปาก

หลินม่ายเอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้ฉันยังไม่มีเงิน รอฉันคั่วเกาลัดขายได้เงินมาและจะจ่ายทันที ได้ไหมคะ?”

หญิงชราครุ่นคิดแล้วพยักหน้าตกลงอีกครั้ง แต่ไม่ลืมพูดเสริมว่า “ถ้าคั่วเกาลัดหาเงินไม่ได้ เธอต้องใช้หนี้ด้วยสิ่งของ”

หลินม่ายตอบตกลงด้วยการเอ่ยว่า “อย่างนั้นคุณยายก็ให้ฉันยืมเตาอังไฟหนึ่งใบ แล้วก็ฟืนไม้ ถึงตอนนั้นคุณยายก็ค่อยคิดรวบยอดกับฉันทั้งหมดได้ไหมคะ?”

ราคานี้ทำให้หญิงชราไม่ได้ขาดทุนเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้นางจึงตอบตกลงอย่างเบิกบานใจ

หลินม่ายอาสาขอเข้าไปช่วยยกเตาไฟในบ้าน หญิงชราจึงทำการเปิดถุงเกาลัดในถุงนั้นดู “เปลือกเกาลัดยังไม่ได้กะเทาะออก จะคั่วได้ยังไง?”

ในอดีตชาติหลินม่ายไม่เคยขายเกาลัดมาก่อน จึงคาดไม่ถึงเรื่องนี้

เธอจึงทำการยืมมีดของหญิงชรา และจ้างให้นางกะเทาะเปลือกเกาลัดด้วยกัน ค่าแรงหนึ่งวันห้าเหมา

แต่หลินม่ายไม่สามารถกะเทาะเปลือกเกาลัดทั้งวันได้ เพราะเธอต้องไปขายเกาลัด

หลังจากกะเทาะเปลือกเกาลัดได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง จนได้จำนวนเกาลัดมากกว่าหกสิบชั่ง เธอก็เริ่มเปิดแผงขายเกาลัดแล้ว

ความสามารถในการซื้อของชาวเมืองนั้นค่อนข้างแข็งแรง เกาลัดส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล จนทำให้มีคนวิ่งเข้ามาไถ่ถามราคากันเป็นจำนวนมาก

หลินม่ายนึกถึงเกาลัดคั่วน้ำตาลที่ขายในราคา 20 หยวนต่อหนึ่งชั่งในอดีต นั่นคือราคาส่งดิบที่มีมูลค่ามากกว่าหกถึงเจ็ดเท่าเลยทีเดียว

เกาลัดของเธอไม่ได้คั่วน้ำตาล ทั้งยังเป็นเกาลัดป่า ขายในราคาสี่เหมาไม่นับว่ามากเกินไป

แต่ผลลัพธ์หลังจากบอกราคาไป ผู้คนจำนวนมากกลับกล่าวหาว่าแพง ทั้งยังบอกอีกว่าเกาลัดป่าทำไมถึงขายแพงขนาดนี้ สู้เอาเงินสี่เหมาไปซื้อเนื้อสัก 300 กรัมไม่ดีกว่าเหรอ?

ยุคสมัยนี้มีของกินเล่นค่อนข้างน้อย ผู้คนจึงหันมากินเนื้อมากกว่า

แต่หลินม่ายไม่อยากลดราคา เธอจะฉวยโอกาสของการเป็นเจ้าของธุรกิจเดี่ยวสร้างเงินให้ได้มากที่สุด

เมื่อคนอื่นหันมาขายเกาลัดตาม ราคานี้แม้ไม่อยากลดก็ต้องลดอยู่ดี ถึงตอนนั้นกำไรก็คงเบาบางลงแล้ว

เธอเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “ก็เพราะเป็นเกาลัดป่าไงคะจึงขายราคานี้ ถ้าใช้กำลังคนในการปลูก ฉันก็คงขายสินค้านี้ไม่ได้ หรือต่อให้ขายได้ ราคาก็ต้องสูงขึ้นอย่างแน่นอน”

นี่คือความเป็นจริง เมืองเจียงเฉิงเป็นเมืองที่ไม่เล็กนัก แต่เกาลัดที่หามาค่อนข้างมีจำนวนน้อย

แม้ว่าจะมีน้อย  แต่ก็ยังเสนอขายให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คนทั่วไปได้แต่มองตาปริบ ๆ 

ถึงอย่างไรก็ยังมีราคาสูงมากอยู่ดี ผู้คนไม่น้อยต่างพากันถอยหนี

แต่มีเด็ก ๆ เพียงไม่กี่คนที่ไม่ยอมไปไหน ดึงมือของผู้ใหญ่พลางชักดิ้นชักงออยู่บนพื้น ตะโกนเอะอะโวยวายจะกินเกาลัดคั่ว

ผู้ใหญ่บางคนถูกตื๊อไม่เลิก จนต้องสั่ง 250 กรัม

หากจะขายเป็นกรัมก็ต้องใช้ตาชั่ง หญิงชราจึงรีบนำตาชั่งเครื่องหนึ่งให้หลินม่ายใช้อย่างกระตือรือร้น

สมัยนี้ยังไม่มีถุงพลาสสติก

หญิงชราจึงนำสมุดที่หลานสาวมีไว้เขียนการบ้านของตัวเองออกมา ทำการพับเป็นถุงสามเหลี่ยมเพื่อใส่เกาลัด

ถ้าเป็นผู้ชายพาเด็ก ๆ มาซื้อเกาลัด  โดยทั่วไปจะไม่ใส่เกาลัดเพิ่มอีกสองลูกลงในถุงกระดาษ

แต่ถ้าเป็นผู้หญิงที่พาเด็ก ๆ มาซื้อเกาลัด ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องใส่เพิ่มไปอีกสองลูก ถึงกระนั้นก็ขอเอาเปรียบสักนิดสักหน่อย

ทำธุรกิจก็แบบนี้ คนยิ่งซื้อเยอะ ก็ยิ่งมีคนทำตาม

ไม่นาน แผงขายเกาลัดของหลินม่ายก็เต็มไปด้วยลูกค้าที่ห้อมล้อมกันมาซื้ออย่างไม่ขาดสาย

แม้โดยส่วนใหญ่จะซื้อเกาลัดเพียง 250 กรัม แต่กลับต้านทานฝูงชนไม่ไหว เกาลัดจำนวน 80 ชั่งก็ถูกขายหมดในเวลาไม่ถึงห้าชั่วโมง

เนื่องจากหลินม่ายไม่มีประสบการณ์ จึงคั่วเกาลัดได้ช้ามาก ประกอบกับหม้อที่ค่อนข้างเล็ก หญิงชราจึงต้องใช้เวลานาน…. นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องล่าช้า

หลังจากขายเกาลัดหมด หลินม่ายก็ไม่ได้คิดตุกติกแต่อย่างใด พูดคำไหนคำนั้น ยื่นเงินจำนวนห้าเหมาหนึ่งใบให้แก่หญิงชรา

หญิงชราตื่นเต้นดีใจมาก เอ่ยถามเธอว่าพรุ่งนี้จะมาอีกไหม ความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดคือนางอยากหาเงินจากเงินของเธอ

หลินม่ายเข้าใจความคิดของนาง จึงตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม “เรื่องนี้ฉันไม่กล้ารับประกัน ถ้าฉันมาขายเกาลัดในเมือง จะต้องมาเปิดแผงขายหน้าบ้านคุณยายแน่นอน”

หญิงชรารินชาให้เธอและตัวตัวโดยไม่คิดเงิน กำชับว่าให้เธอพูดคำไหนคำนั้น

หลินม่ายยิ้มตอบรับแล้วนั่งลง จิบพลางนับเงิน

นอกจากต้องตัดเงินลงทุนสินค้าและค่าเช่าที่ต้องให้หญิงชราจำนวนห้าเหมาออกแล้ว เงินสุทธิก็อยู่ที่สิบกว่าหยวนกับอีกสองสามเหมา ซึ่งน้อยกว่าที่คาดเดาไว้

ประเด็นหลักคือตอนรับเงินอาจจะพลาดลืมเก็บเงินใครไป อีกทั้งตอนชั่งก็ยังใช้ตาชั่งของหญิงชราด้วย ดังนั้นเงินที่ได้รับอาจจะน้อยกว่าเงินที่กำหนดไว้ไปสองสามหยวน

แต่หลินม่ายก็พึงพอใจมากแล้ว

เงินที่หาได้ในวันนี้เท่ากับเงินเดือนในช่วงสิบวันแรกของคนทั่วไปเลยทีเดียว

ก่อนเดินทางกลับ เธอก็ได้รู้ว่าหญิงชราคนนี้มีแซ่ว่า ‘ผาง’ หลังจากกล่าวลาคุณยายผางแล้ว หลินม่ายก็พาตัวตัวไปกินอาหารเที่ยง

ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว อย่าว่าแต่ตัวตัวเลย แม้แต่เธอก็ยังหิวโซ ยิ่งไปกว่านั้นตัวตัวก็กินมันเทศตากแห้งไปแค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น

เมื่อเจอร้านอาหารของรัฐแห่งหนึ่ง หลินม่ายก็สั่งบะหมี่แห้งร้อนสองชามทันที

บะหมี่แห้งร้อนชามละ 1.5 เฟิน พร้อมกับคูปองข้าว*สองใบ

หลินม่ายค่อนข้างลำบาก เธอมีคูปองข้าวแค่สามใบ ซื้อบะหมี่ได้แค่ชามเดียว

ลูกจ้างขายบะหมี่ได้ยื่นหน้าออกมาถามทางช่องหน้าต่างร้าน “คูปองข้าวไม่พอใช่ไหม? ฉันมีคูปองข้าว เธอจะซื้อไหม?”

“ขายยังไงคะ”

“1.5 เหมาต่อคูปองข้าว 500 กรัม”

คูปองข้าวในตลาดมืดขายแค่ 1 เหมาต่อ 500 กรัม ลูกจ้างคนนี้หน้าเลือดจริง ๆ 

แต่ถ้าจะกินบะหมี่ คูปองข้าวใบนี้จะไม่ซื้อก็ไม่ได้

หลินม่ายตึงต้องจ่ายเงิน 1.5 เหมาเพื่อซื้อคูปองข้าวอีกหนึ่งใบ ถึงจะสามารถซื้อบะหมี่แห้งร้อนสองชามได้

หลังจากได้คูปองข้าวแล้วก็ไปรับบะหมี่จากหน้าต่างอีกช่องหนึ่ง

แม้ในยุคสมัยนี้ผู้คนจะยากจนข้นแค้น แต่ด้วยร้านอาหารของรัฐบาลมีน้อยเกินไป จึงทำให้ร้านอาหารขนาดเล็กมีน้อยไปด้วย

เมืองเจียงเฉิงเป็นเมืองใหญ่ ประกอบกับช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ ดังนั้นร้านอาหารขนาดเล็กจึงเต็มไปด้วยผู้คนที่แน่นขนัด ไม่มีโต๊ะว่างสักโต๊ะเดียว มีอีกหลายคนที่ยอมยืนกิน

หลังจากได้บะหมี่แห้งร้อนแล้ว หลินม่ายก็พาตัวตัวมานั่งโต๊ะที่ไม่ว่างโต๊ะหนึ่ง แต่ไม่ได้เบียดเสียดเกินไป เธอส่งยิ้มเป็นการขอโทษลูกค้าโต๊ะนั้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิงขอร้อง “ให้ลูกของฉันกินบะหมี่ตรงมุมโต๊ะสักที่ได้ไหมคะ?”

ลูกค้าเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ชาย พวกเขาหันมองตัวตัวเด็กสาวตัวน้อย แล้วค่อยปรายตามองบะหมี่แห้งร้อนที่แบ่งออกเป็นสองชามในมือของหลินม่าย

ชามข้าวใหญ่ขนาดนั้น เด็กในวัยสามสี่ขวบถือกินคงไม่สะดวกนัก ดังนั้นจึงเลื่อนม้านั่งที่ตัวเองนั่งอยู่ไปด้านข้าง เว้นที่ให้ตัวตัว

หลินม่ายวางชามบะหมี่แห้งที่ซื้อมาให้ตัวตัวตรงมุมโต๊ะ ให้ตัวตัวยืนกินอยู่หน้าโต๊ะตัวนั้น แต่ก่อนกินก็ยังไม่ลืมที่จะคลุกเคล้าเส้นบะหมี่ให้เข้ากัน

ตัวตัวเป็นเด็กขี้อาย แต่อดใจต่อความหอมหวนชวนน้ำลายหกของบะหมี่แห้งร้อนไม่ไหว จึงยืนกินบะหมี่แห้งร้อนชามนั้น เรียนรู้การคลุกเคล้าบะหมี่จากหลินม่าย จากนั้นก็คีบมันเข้าปากคำโต

หลังจากกินบะหมี่แห้งร้อนเสร็จ หลินม่ายก็พาตัวตัวไปส่งเกาลัดให้กับฟางจั๋วหลานผู้เป็นหลานชายของคุณย่าฟางด้วยกัน

ฟางจั๋วหลานเป็นหมอศัลยกรรมคนหนึ่ง ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยการแพทย์ผู่จี้ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟนัก

หลินม่ายเดินมาตามที่อยู่ที่คุณย่าฟางบอกไว้ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เจอกับหอพักพนักงานห้าชั้นตึกหนึ่ง

ถึงอย่างไรก็เป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ แม้แต่หอพักพนักงานก็ยังแตกต่างจากที่อื่น

หอพักพนักงานของที่อื่นโดยทั่วไปเป็นหอที่มีห้องน้ำและห้องครัวร่วมกัน มีแค่โรงพยาบาลผู่จี้ที่เดียวที่เป็นอพาร์ทเมนต์สร้างติดกัน

หลินม่ายจูงมือตัวตัวขึ้นไปชั้นสาม เคาะประตูใหญ่ของหอพักห้องหนึ่ง

คนที่เปิดประตูเป็นเด็กสาวที่มีรูปร่างสูงยาวเข่าดี ผมดัดลอน ริมฝีปากแดงแจ๋ หน้าตาคล้ายกับดาราภาพยนตร์

เด็กสาวกวาดดวงตาสวยคมพิจารณาหลินม่ายและตัวตัว นัยน์ตาเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดปัง พลางเอ่ยถามด้วยท่าทางรังเกียจ “เธอเป็นใคร?”

……………………………………………………………………………………………………………………….

**คูปองอาหาร / บัตรปันส่วนข้าวหรือเหลียงเพี้ยว (粮票/糧票) ด้วย เวลาซื้อข้าวต้องแนบบัตรข้าวพร้อมเงินจ่ายให้กับทางร้านค้า โดยบัตรข้าวนี้ ใช้แลกซื้อข้าว ถั่ว มัน หรือธัญพืชอื่นๆได้ตามน้ำหนักที่พิมพ์อยู่บนบัตร

**คูปองทำงาน ก็เป็นตั๋วที่ได้จากการทำงาน

สารจากผู้แปล

มาถูกทางแล้วม่ายจื่อ ต่อไปก็เก็บประสบการณ์ให้เชี่ยวชาญเท่านั้นแหละ

ยัยผู้หญิงคนนี้ใคร? อย่าบอกนะว่าแฟนของหลานชายคุณย่า

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 12 ทดลองขายเกาลัด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved