cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 106 ซอสพริกรสจัดแสนอร่อย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 106 ซอสพริกรสจัดแสนอร่อย
Prev
Next

ตอนที่ 106 ซอสพริกรสจัดแสนอร่อย

หลินม่ายกำลังมองหาคนช่วยงานที่มีฝีมือโดยไม่ได้สนใจเรื่องระดับการศึกษา

ในยุค 80 มีคนที่ไม่รู้หนังสืออยู่ค่อนข้างมาก การอ่านหนังสือไม่ออกไม่เป็นเรื่องใหญ่ตราบใดที่ทำงานได้ดี

สุดท้ายแล้วหลินม่ายก็เลือกคุณป้าเพิ่มมาสามคน พวกหล่อนมาจากครอบครัวฐานะยากจน แต่ทำงานได้อย่างคล่องแคล่วและรับมือกับงานหนักได้ดี

ในชาติที่แล้วเธอก็มักจะเลือกลูกจ้างที่มีภูมิหลังครอบครัวที่ค่อนข้างลำบากแต่มีความสามารถในการเรียนรู้ได้เร็ว จะได้ช่วยพวกเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้นไปพร้อม ๆ กับการทำงานอย่างตั้งใจและอดทน

สำหรับการเลือกพนักงานที่จะมาช่วยขายของ เธอจะมีมาตรฐานในการเลือกคนที่สูงกว่าตำแหน่งอื่น ๆ อย่างน้อยก็ควรเรียนจบชั้นประถม และดูอัธยาศัยดี

ในบรรดาผู้สมัครทั้งหมด มีคนหนึ่งที่อายุประมาณ 18 หรือ 19 ชื่อวังเสี่ยวลี่ ที่ทำให้หลินม่ายประหลาดใจด้วยวุฒิการศึกษาชั้นมัธยมปลาย

ในยุคนี้แทบจะหาคนจบมัธยมปลายแบบนับหัวได้

หลินม่ายถามตามตรงว่า “ในเมื่อจบม.ปลายมา ทำไมถึงไม่ไปหางานราชการทำล่ะ?”

วังเสี่ยวลี่ยิ้มอย่างขมขื่น “พ่อแม่ฉันเป็นคนซื่อตรงเกินไป ไม่มีทางยอมแน่”

หลินม่ายพิจารณาบุคลิกของอีกฝ่าย เธอเป็นหญิงสาวรูปร่างผอมบางสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว เห็นแบบนั้นก็ยอมรับเสี่ยวลี่เข้าทำงาน

เธอจัดแจงมอบหมายงานและแจ้งเวลาเข้างานให้ผู้สมัครแต่ละคนในหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่คัดเลือกมา

ป้าสามคนที่มีหน้าที่ทำแผ่นเกี๊ยว ทำซาลาเปา และต้มเกี๊ยว ให้มาเริ่มงานตอนหกโมงเช้า และเลิกงานตอนเก้าโมงครึ่ง

วังเสี่ยวลี่เป็นพนักงานขายมาทำงานตอนหกโมงครึ่งและเลิกงานสิบโมงเช้า ค่าแรงของทุกคนคือ 15 หยวนต่อเดือน

ถือเป็นเงินเดือนจำนวนไม่น้อยเลยถ้าเทียบกับชั่วโมงทำงานเพียงสามชั่วโมงครึ่งต่อวัน

หลังเรียบร้อยเรื่องพนักงานใหม่ หลินม่ายก็รีบกินมื้อกลางวันอย่างเร่งรีบ ฝากให้โจวฉายอวิ๋นขายข้าวผัดเพียงลำพัง ส่วนเธอขับรถแทรกเตอร์ไปที่เมืองซื่อเหม่ยเพื่อซื้อไข่ ข้าวสาร แป้ง และน้ำมัน พร้อมกับถือโอกาสเอาไหเพ่าฉ่ายกลับไปคืนชาวบ้านด้วยเลยทีเดียว

คุณปู่ฟางซื้อไข่เตรียมรอไว้แล้ว เธอสามารถไปขนมันขึ้นรถได้ทันทีที่ไปถึง

ข้าวสาร แป้ง และน้ำมันพืช เป็นสินค้าที่หาได้ทั่วไปในพื้นที่แสนอุดมสมบูรณ์อย่างที่นี่ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว แต่ผลผลิตทางการเกษตรก็ยังมีให้หาซื้อได้อย่างไม่ขาดมือ

เมื่อซื้อข้าวสารและน้ำมันจากคุณยายผู้ยากไร้คนหนึ่งหลินม่ายมักจะเห็นว่ายายทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างกับเธออยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ได้พูด

เธอจึงเอ่ยถามกับยายอย่างใจดีกว่า “ยายคะ มีอะไรอยากจะคุยกับฉันก็บอกมาตามตรงได้เลยนะ”

หญิงชราจึงเอ่ยอย่างลังเลต่อลูกค้าสาว “ยายมีซอสพริกโหลใหญ่อยากจะขายให้หนู แต่ไม่รู้ว่าหนูอยากจะลองซื้อดูไหม

ชาวบ้านจากหมู่บ้านเดียวกันของหญิงชราเอ่ยขึ้นอีกว่า “เธอน่าจะลองซื้อซอสพริกของคุณแม่เถียนนะ หลานชายของหล่อนกำลังป่วยและต้องหาเงินไปรักษา”

หลินม่ายเริ่มคิดขึ้นว่าชาวเจียงเฉิงมักจะชอบกินอาหารรสจัดกันอยู่แล้ว

ถ้าซื้อซอสพริกจากคุณยายเถียน ในตอนเที่ยง ที่ทำเมนูข้าวผัดไข่ขายก็จะสามารถใช้เอาไปเติมให้คนที่ชอบกินรสจัดจ้านได้ ลูกค้าอาจจะติดใจกลับมากินอีก หญิงสาวเลยตัดสินใจตามคุณยายเถียนไปที่บ้านของเธอ

บ้านที่หญิงชราอาศัยอยู่ค่อนข้างทรุดโทรมมากแล้ว นางใช้กระสอบปุ๋ยคลุมหน้าต่างแทนกระจก จึงทำให้มีแสงสว่างลอดเข้าไปในบ้านได้เพียงเล็กน้อย ภายในบ้านมืดสลัวแม้เป็นเวลากลางวัน

เมื่อหลินม่ายเข้าไปในบ้านก็ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะปรับสายตาให้เข้ากับความมืดภายในนี้

จากนั้นเธอก็เห็นเด็กชายผอมบางคนหนึ่งนอนป่วยอยู่ในห้องโถงของบ้าน

ดวงตาของเขาดูหม่นหมองและสิ้นหวัง ภาพนั้นทำให้หลินม่ายรู้สึกสะเทือนใจ

เธอหยุดอยู่ตรงนั้นแล้วถามว่า “นี่คือหลานชายที่ป่วยของยายเหรอคะ”

คุณยายเถียนพยักหน้าตอบอย่างเศร้าใจ

เธอมองไปที่เด็กชายตัวน้อยเพื่อสังเกตอาการ “หลานของยายดูอาการหนักมาก น่าจะต้องรีบไปโรงพยาบาลได้แล้วนะคะ”

คุณยายเถียนเริ่มอึกอักแล้วพูดขึ้นอย่างลำบากใจ “ยาย…ยายไม่มีเงินเลย”

“ลองให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของยายหาวิธี…”

ยังไม่ทันพูดจบประโยคดีคุณยายเถียนก็ร้องไห้ออกมา “ลูกชายกับลูกสะใภ้ของยายเสียไปแล้วทั้งคู่เพราะอุบัติเหตุเมื่อต้นปีก่อน ตอนนี้เหลือกันอยู่แค่สองยายหลาน ต้องดูแลกันเองแล้ว”

หลินม่ายได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มไม่สบายใจ

หลังจากตัดสินใจอยู่สักพักจึงหยิบเอาธนบัตรสิบหยวนออกมาห้าใบส่งให้หญิงชรา เพื่อให้นางพาหลานไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

คุณยายเห็นแบบนั้นก็ตื้นตันใจจนแทบจะคุกเข่าขอบคุณแต่หลินม่ายห้ามไว้เสียก่อน

หญิงชราเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา “ยายพยายามไปขอยืมเงินจากทุกคนที่รู้จัก เพื่อจะพาเขาไปหาหมอ แต่ไม่มีใครกล้าให้เพราะกลัวว่ายายจะไม่มีเงินจ่ายคืน มีแค่หนูนี่แหละที่มีเมตตาให้ยายยืมเงิน ไม่ต้องห่วงนะ ยายเอาหัวเป็นกันเลย ต่อไปจะต้องตอบแทนหนูอย่างแน่นอน”

หลินม่ายรีบโบกมือห้าม “ไม่ถึงกับต้องใช้หัวเป็นประกันหรอกค่ะ แค่ยายเลี้ยงไก่เพิ่มขึ้นมาแล้วคอยเอามาขายให้ฉันทุกปีแล้วค่อย ๆ จ่ายเงินคืนก็พอแล้ว”

ความจริงแล้วหลินม่ายตั้งใจจะมอบเงินห้าสิบหยวนนี้ให้กับคุณยายเถียนไปเลย เพราะเห็นใจในความยากลำบากของสองย่าหลาน

แต่เมื่อคุณยายเถียนต้องการจะหาทางชดใช้ให้เธอ หญิงสาวจึงไม่ปฏิเสธแต่คิดวิธีการในการคืนเงินแบบนี้ขึ้นมาแทน

คุณยายเถียนปาดน้ำตาพลางขอบคุณเธออย่างซาบซึ้ง จากนั้นก็รีบตรงเข้าไปในห้องแล้วหยิบเอาโหลซอสพริกออกมา

มือเหี่ยวย่นเปิดฝาโหลออกตักเอาซอสพริกขึ้นมาใส่ชามแบ่งจำนวนสองช้อนเล็ก ๆ แล้วส่งให้หลินม่ายลองชิม “ลองชิมดูก่อนว่ารสชาติเป็นยังไง ถ้าถูกใจก็ซื้อกลับไปได้เลย แต่ถ้าไม่อร่อยก็ไม่ต้องซื้อนะ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นหลินม่ายก็แอบมองหญิงชราด้วยความชื่นชม

แม้ชีวิตของนางและหลานชายกำลังลำบาก ต้องพบเจอกับทั้งความยากจนและอาการเจ็บป่วย แต่ก็ไม่ได้เอาเปรียบคนอื่น พยายามจะขายซอสพริกด้วยฝีมือตัวเองจริง ๆ

หญิงสาวลองชิมซอสพริกนั้นแบบเปล่า ๆ อยู่สามคำ รับรสเผ็ดร้อนนั้นด้วยลิ้นตัวเองเต็ม ๆ

ในความคิดของเธอ ซอสพริกนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าซอสพริกเหล่ามาม่า ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในช่วงเวลาหลังจากนี้เลย

อาจจะยังเป็นรองอยู่ตรงที่ไม่ได้มีส่วนผสมพวกเนื้อวัว ถั่วลิสง ถั่วดำ และเครื่องปรุงอื่น ๆ

ซอสพริกของคุณยายเถียนใช้เพียงแค่พริกสดและถั่วเหลืองในการทำ แต่เป็นซอสที่อร่อยกว่าของเหล่ามาม่าเสียอีก เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก

หลินม่ายชิมซอสพริกอีกครั้งอย่างตั้งใจ

ในชาติก่อน เธอเป็นผู้จัดการของฝ่ายของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในเหอหนาน มีความเชี่ยวชาญในการชิมอาหารเป็นอย่างมาก

แต่หลังจากที่ได้ชิมซอสพริกสองครั้งติดกัน ก็ยังไม่แน่ใจว่าทำไมซอสนี้ถึงได้มีรสชาติดีได้ขนาดนี้

แม้ว่าจะเป็นการใช้ถั่วเหลืองที่สดใหม่และมีรสหวาน ซึ่งเป็นถั่วที่ต่างจากถั่วเหลืองหมักซีอิ๊ว แต่เธอก็คิดว่านั่นไม่น่าจะใช่เคล็ดลับที่แท้จริงทั้งหมด

หลินม่ายตัดสินใจเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ยายเถียน ทำไมซอสพริกของยายถึงอร่อยขนาดนี้ ยายมีเคล็ดลับอะไรหรือเปล่าคะ”

คุณยายเถียนมีท่าทางมึนงงเล็กน้อยแล้วตอบว่า “ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรนะ”

หลินม่ายคิดว่ามันต้องมีเคล็ดลับอะไรซ่อนอยู่แน่ ๆ แต่คุณยายเถียนอาจจะไม่อยากบอกเธอ

แต่นี่เป็นสูตรลับของคนอื่น การที่เจ้าของสูตรจะไม่อยากบอกก็เป็นเรื่องปกติ

หลินม่ายส่งเงินห้าหยวนให้คุณยายแล้วขอซื้อซอสพริกของหญิงชรา “ยายช่วยทำซอสพริกส่งให้ฉันเดือนละสองโหลได้ไหมคะ”

คุณยายเถียนได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออก แต่ไม่ได้รับเงินห้าหยวนนั้น “ซอสนี่โหลหนึ่งหนักแค่ยี่สิบชั่ง ยายขายให้หนูชั่งละ 1 เหมาก็คุ้มแล้ว โถนี้จ่ายให้ยายแค่สองหยวนพอ ไม่ต้องจ่ายแพงขนาดนั้นหรอก”

เมื่อได้ยินราคาซอสพริก หญิงสาวก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “ยายจะมาขายซอสในราคาเท่านี้ยังไง ฉันคิดว่าห้าหยวนยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

เธอบังคับให้ยายรับเงินห้าหยวนนั้นไปซึ่งนั่นยิ่งทำให้คุณยายเถียนยิ่งซาบซึ้งใจมากไปกว่าเดิม

กว่าจะออกมาจากบ้านคุณยายเถียนแล้วเดินทางกลับมาที่บ้านคุณย่าฟาง พระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว คุณย่าฟางเตรียมมื้อเย็นเอาไว้ให้และกำลังรอหลินม่ายอยู่

หญิงสาวรีบไปล้างมือแล้วมาร่วมโต๊ะอาหารเย็นกับผู้ใหญ่ทั้งสอง

คุณปู่ฟางเล่าว่าพ่อของโจวฉายอวิ๋นมาหาท่านที่บ้านเพื่อถามข่าวคราวของลูกสาว และค่อนข้างเป็นห่วง อยากจะให้หล่นอกลับไปเยี่ยมบ้างเพื่อความสบายใจ

หลินม่ายพยักหน้าตอบ “พี่ฉายอวิ๋นกำลังจะทำงานครบเดือนในอีกสองสามวันนี้ เอาไว้ฉันจะให้พี่เขาได้หยุดงานกลับไปเยี่ยมครอบครัวซักสองสามวันนะคะ”

ทั้งสามไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันไปมา หลินม่ายขอให้คุณปู่ฟางเป็นธุระหาซื้อไก่และเป็ดให้เธอ เพราะเริ่มจะใกล้วันที่ 1 พฤษภาคมแล้ว เธอวางแผนไว้ว่าจะเอาไก่กับเป็ดไปขายที่ตลาดมืดอีก

และยังคิดไว้ว่าจะอาศัยช่วงวันหยุดยาวมาเอาผลผลิตทางการเกษตรอย่างเป็ดไก่และของอื่น ๆ ไปขายเป็นค่ารถแทรกเตอร์

คุณปู่ฟางก็ตอบรับด้วยความยินดี

……………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

ได้แหล่งวัตถุดิบใหม่แล้ว แถมเป็นการช่วยคนยากไร้ด้วย ประโยชน์สองต่อเลย

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 106 ซอสพริกรสจัดแสนอร่อย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved