cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 64 รถรับส่งที่แข็งแกร่งที่สุด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง
  4. ตอนที่ 64 รถรับส่งที่แข็งแกร่งที่สุด
Prev
Next

ตอนที่ 64 รถรับส่งที่แข็งแกร่งที่สุด

เมื่อได้ยินตาเฒ่าพูดเช่นนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็หัวเราะทันที ที่เขาชอบของเล่นเหล่านี้ก็เพราะได้รับอิทธิพลจากตาเฒ่าโดยไม่รู้ตัว แต่ตอนนี้เขาเป็นพ่อครัวแล้ว เขาก็เริ่มสนใจเครื่องครัวหายากที่ตาเฒ่าพูดถึงมากขึ้นจริงๆ

ฟางจิ่งจือรับปี่เซียะหยกมาไว้ในมือ สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นทันที เขาจับมันพลิกมองขึ้นลงซ้ายขวาหลายครั้ง

“เป็นของเล่นจริงๆ เมื่อก่อนผู้คนเรียกว่าเหล่าเคิง[1] แต่ตอนนี้มีไม่มากแล้ว สีก็ไม่เลว แต่น่าเสียดายไม่มีด้ามส่องไฟ[2] ไม่งั้นปู่จะประเมินดูด้านในได้สวยกว่านี้”

“แค่นี้ก็น่าสนใจแล้วปู่ ปู่อายุเกินแปดสิบแล้วจะยังดูหยกเป็นอีกเหรอ” ซ่งจื่อเซวียนพูดด้วยสีหน้าเหลือจะเชื่อ

ฟางจิ่งจือเหลือบมองเขา “เพ้อเจ้อให้มันน้อยๆ หน่อย การดูเป็นแค่เรื่องรอง พอจับปู่ก็รู้แล้วเป็นหินหยกจากที่ไหน”

“ใช่สิ ทำไมปู่ไม่บอกว่าเป็นท่านผู้เฒ่ามือหนึ่งเลยล่ะ เฮ้ยปู่ ผมจะทดสอบปู่นะ ทายซิว่าหยกนี้ราคาเท่าไร” ซ่งจื่อเซวียนพูดด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ทั้งยังใช้คำพูดของซางเทียนซั่วมาทดสอบตาเฒ่า เขาพนันเลยว่าตาเฒ่าที่อยู่ติดบ้านมาหลายปีแล้วไม่สามารถตีราคาที่เหมาะสมได้!

“ราคา” ฟางจิ่งจือยิ้มบางๆ “เจ้านี่น่าจะมีราคาหกหลัก”

จากนั้นซ่งจื่อเซวียนก็อ้าปากตาค้าง ช่วงหลายปีมานี้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นและสิ่งของต่างๆ ก็เพิ่มราคาขึ้นเป็นเท่าตัว ตาเฒ่าจะตีราคาออกได้ยังไง

“หกหลักเหรอ บอกตัวเลขให้ผมด้วยสิ!” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว

ฟางจิ่งจือยกยิ้มแล้วชูสองนิ้วเป็นภาษามือ “เริ่มที่สองแสน ไอ้หนู แกได้กำไรแล้ว!”

“ได้กำไรเหรอ รู้ได้ยังไงว่าผมได้กำไร แล้วถ้าผมซื้อมาเกินสองแสนล่ะ”

“ฮ่าๆๆ ไอ้เด็กคนนี้ที่ยังมีคำว่า ‘จน’ สลักอยู่บนหน้า สองแสนอะไรกัน…สองร้อยฉันก็ไม่เชื่อ!”

ฟางจิ่งจือแทงใจดำอย่างจัง สิ่งที่ซ่งจื่อเซวียนคิดคือ ถ้าสมบัติชิ้นนี้ราคาหลายพันหยวนจริงๆ เขาอาจจะซื้อไม่ไหว ถ้าสองร้อยหยวนก็ไม่ต่างกัน

แม้ว่าเขารู้ข้อนี้ แต่เขาใจไม่ถึงจริงๆ แน่นอนว่าเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ผ่านมาในวัยเด็กด้วย ตั้งแต่เด็กจนโต ซ่งจื่อเซวียนกลัวความยากจน อย่างน้อยแม้ในช่วงนี้เขามีเงินแล้วก็ยังลังเลใจที่จะใช้อยู่

“โอเค ปู่เก่งจริงๆ คราวหน้าผมจะพกด้ามส่องไฟมาให้ปู่จะได้ส่องมองชัดๆ” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว จากนั้นเขาก็ขยับไปใกล้ฟางจิ่งจือด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ถ้างั้น…ตอนนี้ปู่ดูเสร็จแล้ว ปู่ก็…”

ฟางจิ่งจือเหลือบมองซ่งจื่อเซวียน อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เอาล่ะ ปู่จะให้แกชม!”

จากนั้นผู้เฒ่าก็ยืนขึ้น ซ่งจื่อเซวียนก็รีบประคองเขาเดินไปที่หน้าตู้ที่อยู่ข้างๆ

ตู้นี้ทำจากไม้ชิงชัน ด้านหน้ามีลวดลายทองขนาดใหญ่และด้านหลังเต็มไปด้วยฝุ่น เป็นตู้ของฟางจิ่งจือที่เก็บไว้ในปีหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบ ตามที่เขาพูดตู้นี้มีอายุเท่ากับราชวงศ์หมิง

แน่นอนว่าซ่งจื่อเซวียนไม่เคยสงสัยในเรื่องนี้สักนิด สุดท้ายมีเพียงวัสดุที่ดีจริงๆ เท่านั้นที่จะอยู่รอดได้นานหลายปีขนาดนี้

แต่ฟางจิ่งจือไม่ได้นำสมบัติใดๆ ออกจากตู้ หยิบเพียงกุญแจทองแดงออกมา กุญแจดอกนั้นยาวมาก ด้านหน้ามีฟันสองซี่และด้านหลังเป็นด้ามจับทรงกลม ความรู้สึกดูโบราณมาก

หลังจากนั้น ฟางจิ่งจือก็ปิดตู้ หยิบกุญแจแล้วเดินออกจากห้อง ลานบ้านเล็กๆ ของฟางจิ่งจือไม่นับว่าใหญ่มาก แต่นอกเหนือจากห้องครัวและห้องน้ำก็มีแค่สามห้องในนั้น ห้องหนึ่งเต็มไปด้วยชั้นหนังสือ ตู้สูงเตี้ย และเตียงนอนที่ทำจากไม้

ซ่งจื่อเซวียนเคยเข้ามาปัดกวาดเช็ดถู เขาเช็ดฝุ่นออกอย่างระมัดระวังทุกครั้ง นอกจากนี้เขายังระวังแจกันเคลือบไม่กี่ใบที่อยู่มุมห้อง ซึ่งด้านในมีภาพวาดตัวอักษรหลายสิบแผ่น

อีกห้องหนึ่งซ่งจื่อเซวียนไม่เคยเข้าไปเลย ผู้เฒ่ามักจะแขวนกุญแจทองแดงไว้เสมอ ซ่งจื่อเซวียนเคยถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตาเฒ่าก็ไม่ได้ตอบตรงไปตรงมา

แต่ในเวลานี้ ฟางจิ่งจือกำลังเดินไปที่ห้องนั้น

เมื่อไปถึงหน้าประตูห้องก็หยุดฝีเท้าแล้วพูดว่า “เจ้าหลานหัวขโมย รอที่ประตูล่ะ เข้าใจไหม”

“ครับ ปู่” แม้ว่าซ่งจื่อเซวียนมักจะหยอกล้อกับผู้เฒ่า แต่เขาไม่เคยไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ แต่ไหนแต่ไรเขาก็เชื่อฟังคำสั่งของผู้เฒ่ามาโดยตลอด

ฟางจิ่งจือเดินเข้าไปในห้องแล้วเปิดไฟ ซ่งจื่อเซวียนมองเห็นแสงไฟสลัวผ่านรอยแตกของประตู แต่ไม่ได้เข้าไปใกล้ เพราะนี่คือความเป็นส่วนตัวของตาเฒ่าฟาง

ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา ผู้เฒ่าก็เดินออกมาจากห้อง ในมือถือกล่องที่มีความยาวห้าสิบหรือหกสิบเซนติเมตรออกมาด้วย

กล่องไม่ได้ทำจากไม้ราคาแพง เพียงแต่หุ้มด้วยผ้า พื้นผิวบางส่วนได้รับความเสียหายเผยให้เห็นพื้นหลังสีขาวด้านใน แต่ก็ไม่สามารถหยุดความตั้งหน้าตั้งตารอของซ่งจื่อเซวียนได้

“ปู่ ทำไมนานขนาดนี้ล่ะ…”

“ไร้สาระ ทำไมฉันจะไม่ชื่นชมของที่เก็บสะสมไว้ก่อนล่ะ” ฟางจิ่งจือกลอกตาไปที่ซ่งจื่อเซวียนและพูดว่า “ยืนบื้อทำไมอยู่ตรงนั้น ยังไม่มารับไปอีก”

“อ้อๆ”

ซ่งจื่อเซวียนเดินมาหยิบกล่อง เมื่อถึงมือครู่หนึ่ง เขาก็พบว่าน้ำหนักมันไม่เบาเลย “โห โคตรหนักเลย”

“เพ้อเจ้อ ในบรรดาเครื่องครัวชั้นเยี่ยมของจริง จะเอาอะไรมาเบากัน”

เมื่อพูดจบฟางจิ่งจือก็เดินกลับไปที่ห้อง ซ่งจื่อเซวียนก็เดินตามเขาไปโดยอุ้มกล่องไว้

ซ่งจื่อเซวียนวางกล่องลงบนโต๊ะ ใช้มือปัดฝุ่นที่เกาะบนผิวกล่องออกเบาๆ ในขณะที่เปิดกล่อง จิตใจที่เคารพนับถือก็ก่อเกิดขึ้นในใจของเขา นับว่าเป็นความเคารพต่อพ่อครัวที่อยู่ในยุคแรก

ทันทีที่เปิดกล่อง ซ่งจื่อเซวียนก็ตื่นตะลึงกับความรู้สึกท่วมท้นของประวัติศาสตร์ซึ่งปะทะหน้าเข้ามา

ความรู้สึกท่วมท้นนี้ไม่ได้มาจากเนื้อสัมผัสหรือน้ำหนักของตะหลิว แต่มาจากความลึกล้ำที่ไม่รู้สะสมมานานนับเดือนนับปีเท่าไรแล้ว

เดิมทีซ่งจื่อเซวียนคิดว่าตะหลิวลายฟีนิกซ์คือกระทะ[3] ไม่คิดว่ามันจะเป็นตะหลิวสำหรับทำอาหาร ความยาวประมาณสี่สิบห้าเซนติเมตรและตัวตะหลิวเป็นสีเงิน ด้ามจับสลักลวดลายคล้ายขนนก มีหัวนกฟีนิกซ์อยู่ที่ปลายตะหลิว เห็นได้ชัดว่าเป็นหนึ่งเดียวกับตัวตะหลิว ไม่ได้ใช้การเชื่อมเข้าด้วยกัน เพราะในยุคนั้นยังไม่มีทักษะการเชื่อม

ตะหลิวให้ความรู้สึกละเอียดอ่อนแต่กลับมีความรู้สึกผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน พื้นผิวมีความอ่อนนุ่มและเย็นเฉียบ บริเวณขนฟีนิกซ์สามารถป้องกันไม่ให้ตะหลิวลื่นไหล โดยเฉพาะหัวฟีนิกซ์นั้นเหมือนยังมีชีวิตอยู่จริงๆ ดวงตาทั้งสองแหลมคม มีความโดดเด่นและสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของฟีนิกซ์

“ปู่ เป็นตะหลิวจริงๆ ด้วย ผมคิดว่ามันเป็นกระทะใหญ่ที่เราใช้กันบ่อยๆ ซะอีก” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว

ฟางจิ่งจือยกกาดินเผาสีม่วงขึ้นมาจิบหนึ่งอึกแล้วพูดว่า “ไม่ผิดหรอก ในวงการพ่อครัวมีชื่อเรียกหลายคำสำหรับเครื่องครัวเหล่านี้ บางคนเรียกว่าเฉ่ากัวหรือเฉ่าเสา บางคนเรียกเฉ่าเสาหรือเฉ่าฉ่าน[4] มันเป็นชื่อเรียกทั้งหมด ที่จริงแล้วตะหลิวลายฟีนิกซ์นี้ก็หมายถึงตะหลิวนั่นแหละ”

เมื่อได้ยินดังนั้นซ่งจื่อเซวียนก็พยักหน้าน้อยๆ เบื้องหน้าเป็นตะหลิวที่สวยงามเช่นนี้ เขาก็คร้านจะสนชื่อที่สับสนของเครื่องครัวไปโดยปริยาย

เขาหยิบตะหลิวขึ้นมากะน้ำหนัก “ตะหลิวนี้หนักจัง ปู่ ตะหลิวแบบนี้ใช้นานแล้วจะไม่เมื่อยเหรอ”

“พ่อครัวคนหนึ่ง เงื่อนไขทางกายภาพเกือบจะต้องเหนือกว่าฝีมือการปรุงอาหาร อย่างไรทำอาหารนานเข้า หากไม่มีกำลังกายต่อให้ฝีมือจะดีแค่ไหนก็สูญเปล่า แน่นอนว่าแรงแขนและแรงเอวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

“งั้นก็ไม่เลว…แต่อย่างน้อยถ้าใช้ตะหลิวที่เบากว่าหน่อยก็ช่วยออมแรงได้ ออมแรงได้จะสิ้นเปลืองแรงทำไม” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว

ฟางจิ่งจือเผยยิ้ม “ไอ้เด็กโง่ แกเคยใช้ตาชั่งไหม แบบที่เอาไว้ขายผักขายผลไม้น่ะ”

ซ่งจื่อเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เคยใช้สิ ตอนผมยังเด็กไปขายผักที่ปากซอยนั้นบ่อยๆ ยังไปเล่นตาชั่งของพวกเขาด้วย”

“ตาชั่งน่ะ ต้องวัดน้ำหนักของแผ่นรองชั่งก่อน จากนั้นลบน้ำหนักแผ่นรองชั่งออกจากน้ำหนักรวมเพื่อให้ได้น้ำหนักที่แท้จริงของสินค้าถูกไหมล่ะ” ฟางจิ่งจือถาม

ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ไม่ผิด แต่ปู่ ตอนนี้เราใช้ตาชั่งดิจิตอลกันแล้ว สามารถชั่งน้ำหนักรวมได้เลยนะ”

“หลักการก็เหมือนกัน แต่ต้องจำไว้ว่าต้องชั่งน้ำหนักผิวที่ห่อหุ้มก่อน ถ้าตัวผิวเป็นหนึ่งตำลึง น้ำหนักรวมก็จะลดลงหนึ่งตำลึง ถึงจะเป็นครึ่งกิโลก็เหมือนกัน แต่ถ้าน้ำหนักเบาหวิวจนแทบชั่งไม่ได้…จะลบยังไงเรอะ”

ซ่งจื่อเซวียนเงียบไปครู่หนึ่ง “ผมเข้าใจแล้วปู่ ถ้าหาทางลบไม่ได้ก็จะกะไม่ได้ ก็เหมือนกับการทำอาหาร ถ้าไม่เข้าใจน้ำหนักตะหลิวของตัวเองอย่างชัดเจน ก็จะคำนวณระยะใช้ไฟที่ดีที่สุดไม่ได้!”

“ไม่ผิด ไอ้หนูฉลาดดีนี่ ทุกคนสามารถปรุงอาหารรสเลิศด้วยตะหลิวของตัวเองได้ ถ้าเปลี่ยนตะหลิวก็อาจจะต่างนิดหน่อย เพราะไม่เข้าใจดีพอและตัดสินใจไม่ได้ว่าต้องใช้ไฟเท่าไรและใช้เวลาผัดนานเท่าไรถึงจะดีที่สุด แต่เมื่อพูดถึงความเข้าใจ ตะหลิวยิ่งหนักก็ยิ่งควบคุมได้ง่าย ในวงการพ่อครัวเรียกกันว่าการกดมือและเข้ามือ”

“เข้ามือ ผมเคยได้ยินมาก่อน เมื่อก่อนเถ้าแก่หยางเปลี่ยนตะหลิวใหม่ให้จางขุย จางขุยบอกว่าตะหลิวใหม่นี้เข้ามือและใช้ดีมาก”

“นี่คือหลักการนี้ ถ้าตะหลิวเข้ามือการทำอาหารก็จะเป็นเรื่องสนุก แต่ถ้าเบาเกินไปก็จะไม่รู้สึกอะไรเลย และการทำอาหารก็จะไม่น่าสนใจ”

ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าช้าๆ เข้าใจสิ่งที่ผู้เฒ่าพูด แต่มือของเขาไม่ละออกจากตะหลิวลายฟีนิกซ์เลย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัมผัสที่ผ่านมาอย่างโชกโชนหรือความรู้สึกเย็นเฉียบที่ผ่านเข้าสู่มือของเขา เขาแทบรอไม่ไหวที่จะจุดไฟตั้งกระทะให้ร้อนตอนนี้ แล้วให้ตะหลิวลายฟีนิกซ์ฟื้นคืนท่วงท่าที่งดงามเหมือนในอดีต!

ในสมัยจักรพรรดิยงเจิ้งตะหลิวลายฟีนิกซ์นี้ได้รับความนิยมในหมู่พ่อครัวเทวดา แต่สมัยนี้… ไม่รู้ว่าจะรุ่งโรจน์อีกหรือไม่

“ปู่ ตะหลิวทำจากเงินหรือเปล่า”

“เจ้าโง่ จะทำจากเงินได้ยังไง เครื่องเงินสามารถใช้สำหรับของบางอย่างได้ แต่สัมผัสกับเปลวไฟโดยตรงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันจะละลาย นี่คือเหล็กตุน!”

“เหล็กตุน คืออะไรเหรอปู่ นับว่าเป็นเหล็กหรือเปล่า” ซ่งจื่อเซวียนถาม

“การตีเหล็กตุนมีต้นกำเนิดมาจากสมัยราชวงศ์สุย มีลักษณะคล้ายเหล็กกล้า แต่กลับมีคุณสมบัติเป็นเหล็ก ในปัจจุบันว่ากันว่ามันเต็มไปด้วยธาตุเหล็ก แต่ความแข็งมากกว่าเหล็กธรรมดาเสียอีก และสีของมันไม่ใช่สีเงินอย่างที่แกพูดแต่เป็นสีขาว!”

ซ่งจื่อเซวียนมองตะหลิวลายฟีนิกซ์ในมือของเขาอย่างจริงจัง จะบอกว่ามันเป็นสีขาวก็ไม่เกินจริง เขาพยักหน้า “ปู่ เหล็กตุนนี้หายากมากเหรอ ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน”

“เหอะๆ เพราะเหล็กตุนมีความแข็งสูง ความเปราะบางก็สูงเหมือนกัน หากตีแรงๆ จะไม่เสียรูปทรงแต่จะแตกหัก ตั้งแต่ปรากฏขึ้นมาก็ใช้ในวงการพ่อครัวกันหมด ต่อมาเพราะเทคนิคการตีเหล็กไร้การสืบทอดจึงได้สููญหายไป ฉันคิดว่าอุปกรณ์เครื่องครัวเหล็กตุนในตอนนี้…อาจมีไม่เกินสามชิ้นมั้ง”

ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็เบิกตากว้างขึ้น ตระหนักว่าตะหลิวในมือของเขานั้นหายากมาก ในความคิดของเขาถ้าพูดถึงคุณค่า นี่มันล้ำค่ามากกว่าปี่เซียะหยกด้วยซ้ำ…

ปู่และหลานพูดคุยกันมากขึ้น จากนั้นฟางจิ่งจือก็เอาตะหลิวไปเก็บพร้อมกับเข้าไปพักผ่อน ซ่งจื่อเซวียนก็จากไป ทว่าในหัวเขามีแต่ตะหลิวลายฟีนิกซ์ อุปกรณ์เครื่องครัวนั้นเป็นตะหลิวที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

เช้าวันรุ่งขึ้น ซ่งจื่อเซวียนอาบน้ำและออกจากบ้านอย่างเรียบง่าย ขณะที่เขากำลังจะไปที่ป้ายรถประจำทาง ก็เห็นรถตู้หนึ่งคันจอดอยู่หน้าปากซอย คนขับไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเหลยจื่อ ลูกน้องของเสี่ยปา!

เหลยจื่อโบกมือเมื่อเห็นซ่งจื่อเซวียน “นายท่านซ่ง ทางนี้!”

ทันทีที่เขาตะโกนประตูรถตู้ก็เปิดออก และคนหกคนก็ก้าวออกมาทีละคน ซ่งจื่อเซวียนตะลึงงัน “เหลยจื่อ…นี่หมายความว่ายังไง”

“เสี่ยปาให้เอารถมารับส่งนาย จากนี้ไปฉันจะไปรับส่งนายทำงาน ขึ้นรถเถอะ” เหลยจื่อตะโกนไปทางด้านหลังหนึ่งประโยค “จงตื่นตัวและปกป้องนายท่านซ่ง!”

“ครับ!” ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน

ซ่งจื่อเซวียนมึนงง เมื่อนับรวมตัวเองและเหลยจื่อแล้ว บนรถกลับมีคนถึงแปดคน นี่มัน…รถรับส่งสำหรับคนคนเดียวดูจะบรรทุกน้ำหนักเกินไป ต้องถือว่าเป็นรถรับส่งที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วจริงๆ…

…………………………………..

[1] เหล่าเคิง (老坑) เป็นหยกที่สวยงามมองด้วยตาเปล่าจะมีสีเขียวทั้งเม็ด ไม่มีตำหนิใดๆ หรือมีตำหนิน้อยมาก โปร่งใสจนมีความวาวคล้ายแก้ว

[2] ด้ามส่องไฟเป็นภาษาถิ่นหมายถึงไฟฉาย

[3] เนื่องจากในเรื่องใช้คำว่า炒勺 ซึ่งแปลได้ทั้งตะหลิวและกระทะก้นตื้น ซ่งจื่อเซวียนจึงเข้าใจว่าตะหลิวลายฟีนิกซ์ก็คือกระทะลายฟีนิกซ์

[4] เฉ่ากัว, เฉ่าเสา, เฉ่าฉ่าน (炒锅、炒勺、炒铲) ทั้งหมดหมายถึง ตะหลิว แต่วิธีเรียกต่างกันตามท้องถิ่นหรือภูมิภาค

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 64 รถรับส่งที่แข็งแกร่งที่สุด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved