cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 154 สองเรื่อง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง
  4. ตอนที่ 154 สองเรื่อง
Prev
Next

ตอนที่ 154 สองเรื่อง

เมื่อเห็นใบหน้าของซางเทียนซั่ว โดยเฉพาะรอยยิ้มบนใบหน้านั้น ซ่งจื่อเซวียนและฟางรุ่ยก็หงุดหงิดมาก ไอ้หมอนี่ไม่ได้เติมน้ำมันไว้ให้เต็ม ขับไปได้ครึ่งทางรถก็หยุดเสียอย่างนั้น ทำให้พวกเขาสองพี่น้องต้องเดินเข็นรถมาเกือบหนึ่งกิโลเมตร

“โอเค ไม่ต้องสู้แล้ว รีบขึ้นมาเลย”

ในที่สุดรถก็เข็นเข้ามาถึงที่เติมน้ำมันแล้ว ซ่งจื่อเซวียนและฟางรุ่ยก็ได้เข้าไปพักในรถเสียที

แม้ว่านี่จะเป็นฤดูหนาวแต่ทั้งสองก็มีเหงื่อออกไม่น้อย บวกกับลมหนาวที่พัดมาเช่นนี้ พวกเขาจึงหนาวสะท้านไปทั้งตัว

หลังจากเติมน้ำมันเต็มถังแล้ว ซางเทียนซั่วก็รีบเปิดฮีตเตอร์เพื่อให้ทั้งคู่อบอุ่นก่อนเอ่ย “เฮ้ๆ อาจารย์ ขอโทษนะทำให้อาจารย์ต้องเหนื่อย เดี๋ยวคืนนี้ผมจะเลี้ยงเหล้าเอง”

“แบบนี้ยังพอได้…” ฟางรุ่ยกลอกตามองเขา

ซ่งจื่อเซวียนมองดูโทรศัพท์ “ซวยแล้ว เกือบบ่ายสามแล้ว เทียนซั่วนายเร่งเลย วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญ”

“จัดไปอาจารย์!” เมื่อพูดจบ ซางเทียนซั่วก็เหยียบคันเร่ง รถแทบจะพุ่งออกจากปั๊มน้ำมัน แม้แต่คนที่เติมน้ำมันก็วิ่งไล่ตามกันหมด คิดว่าเขาเลี่ยงไม่จ่ายเงินเสียอีก แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเพิ่งให้เงินไป ก็หยุดฝีเท้าและด่าในใจว่าคนคนนี้ท่าจะบ้า…

ณ ห้องศาลาโบตั๋นที่หอหงเยวี่ย

มองดูเวลาที่ผ่านไปแต่ละนาทีและวินาที ฟังเสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาตั้งพื้นที่อยู่ภายในห้อง ลมหายใจของหวงฟาก็หนักหน่วงขึ้น

ในวงการอาหารตู้เหมินไปจนถึงวงการใต้ดิน หวงฟาคือบุคคลสำคัญที่ไม่เคยสั่นคลอน มีใครบ้างที่นัดหมายกับเขาแล้วจะไม่มาถึงก่อนล่วงหน้า

ทว่าในวันนี้ นึกไม่ถึงว่าหวงฟาจะต้องรอเด็กเวรอายุสิบกว่าปีเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงที่ห้องส่วนตัวในหอหงเยวี่ยจริงๆ นี่ไม่ใช่ว่าโกรธหรือไม่ แต่ที่สำคัญคือเขาเสียหน้าไปแล้ว

เดิมทีเขาวางแผนเรียกเสี่ยเจียงและเคอซานมาเพื่อให้ดูว่าเขาจะสั่งสอนซ่งจื่อเซวียนอย่างไร ขณะเดียวกันก็จะสอนบทเรียนให้คนแก่ๆ สองคนนี้ด้วย แต่ใครจะรู้…บทเรียนนี้ยังไม่ทันได้เริ่ม เขาก็ถูกสอนก่อนเสียแล้ว

เสี่ยเจียงและเคอหงเทากระดากอายที่จะถาม เพราะเสี่ยหวงยังไม่ได้พูดอะไรเลย พวกเขาจึงได้แต่นั่งดื่มชาอยู่ที่นี่ ช่วงนี้ไม่รู้ว่าพวกเขาไปเข้าห้องน้ำมากี่รอบแล้ว

ตอนนี้เอง เถียนเหวินคุ่ยที่เพิ่งไปเข้าห้องน้ำก็เดินเข้ามา “เสี่ย ผมเพิ่งเห็นคนที่มาห้องไฉ่อวิ๋นเฟย”

“โอ๊ะ ใครกันล่ะ”

หวงฟาค่อนข้างสนใจปัญหานี้ เพราะหลี่ม่านหงกล่าวว่าคนที่ใช้ห้องไฉ่อวิ๋นเฟยไม่ใช่เจ้าหน้าที่ภาครัฐในเมืองตู้เหมิน เขานึกไม่ออกว่าเป็นใครกันที่จะแย่งชิงห้องส่วนตัวกับหวงฟา อีกทั้งหลี่ม่านหงก็ไม่กล้าล้ำเส้นด้วย

เถียนเหวินคุ่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ทราบครับ ผมไม่คุ้นหน้า”

หวงฟาหรี่ตาลงและเงียบไปครู่หนึ่ง “ไม่คุ้นหน้างั้นเหรอ ฉันแทบจะรู้จักผู้อาวุโสทั้งหมดที่มาใช้ห้องไฉ่อวิ๋นเฟย หรือว่า…ในตู้เหมินจะมีผู้โดดเด่นหน้าใหม่ที่ฉันยังไม่รู้จักอีก”

“เหอะๆ เสี่ยหวง คิดมากเกินไปแล้วครับ แม้ว่าจะมีผู้โดดเด่นหน้าใหม่อะไรนั่นในตู้เหมิน พวกเขาก็ไม่กล้าแย่งไฉ่อวิ๋นเฟยกับคุณหรอก ผมเดาว่าอาจจะเป็นคนใหญ่คนโตจากที่อื่น ยังไงพวกเขาก็ใช้แค่ช่วงบ่ายเท่านั้น เราไม่ต้องไปสืบหรอกครับ”

ได้ยินเถียนเหวินคุ่ยพูดเช่นนี้ หวงฟาก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผลจึงพยักหน้ารับ

ช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงสิบนาที รถบีเอ็มดับเบิลยูก็ขับมาถึงหน้าหอหงเยวี่ย แต่ที่จอดรถด้านหน้าเต็มหมดแล้ว มีเพียงที่จอดรถส่วนตัวข้างประตูใหญ่ที่ว่างแค่ช่องเดียวเท่านั้น

ซางเทียนซั่วไม่สนใจและขับไปจอดตรงนั้น

“เทียนซั่ว ตรงนี้…ดูเหมือนจะเป็นที่จอดรถส่วนตัวหรือเปล่า จอดได้จะไม่มีปัญหาเหรอ” ซ่งจื่อเซวียนเอ่ยถาม

ซางเทียนซั่วคลี่ยิ้ม “ช่างเถอะ ถ้าไม่พอใจโทรมาให้ย้ายรถก็ได้ ไม่มีใครใช้เราก็จอดไปก่อน”

เขาเพิ่งจะพูดจบ ซางเทียนซั่วก็เห็นรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างๆ รถตน เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆ อาจารย์ดูสิ มีอู่หลิงพังๆ จอดอยู่ที่นี่ด้วย”

ซ่งจื่อเซวียนมองดู แม้ว่าเขาจะไม่รู้เรื่องยี่ห้อแต่เขาก็ยังจำอู่หลิงจือกวงได้ เป็นรถที่เสี่ยเฉิงปาจัดเตรียมพิเศษให้เขาเมื่อก่อน

เพียงแต่อู่หลิงคันนี้แย่กว่าเสียอีก พื้นผิวสีเทาไม่รู้ว่าลอกออกมากเท่าไร กระทั่งเผยให้เห็นสีพื้นสีดำด้านใน อีกทั้งตัวรถยังมีคราบโคลนอยู่ไม่น้อย ราวกับเพิ่งขับออกมาจากภูเขา

ซ่งจื่อเซวียนก็ยิ้ม หอหงเยวี่ยแห่งนี้ถือเป็นโรงน้ำชาระดับสูงสุดในเมืองตู้เหมิน มีรถคันนี้จอดอยู่ด้านหน้า…และยังอยู่ในที่จอดรถส่วนบุคคล ช่างสะดุดตาจริงๆ

“หา ทำไมล่ะ ไม่ได้นะอาจารย์ ผมจะไปด้วย!”

“นายรู้จักเถ้าแก่หอหงเยวี่ย แถมวันนี้ฉันมาเจอกับคนที่ไม่ธรรมดา ถึงตอนนั้นอาจจะสร้างปัญหาให้นายก็ได้!” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว

ซางเทียนซั่วขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ “สร้างปัญหาเหรอ อาจารย์จะไปเจอใครกัน ไม่ใช่พ่อผมเหรอ”

ซ่งจื่อเซวียนกลอกตามองเขา “เสี่ยหวงน่ะ”

“หา ทำไมไม่บอกผมล่ะ มาเจอเสี่ยหวงงั้นเหรอ” ซางเทียนซั่วชะงัก อย่างไรการพบหน้ากันครั้งนี้สำคัญมาก ในมุมมองของเขา อย่างน้อยซ่งจื่อเซวียนก็ควรบอกเขาก่อนล่วงหน้าสักคำ

ฟางรุ่ยที่อยู่ด้านข้างก็ดูตกใจเช่นกัน เรื่องนี้ซ่งจื่อเซวียนไม่เพียงแต่ไม่บอกซางเทียนซั่ว เขาก็ยังไม่บอกฟางรุ่ยด้วยเช่นกัน

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนทั้งสอง ซ่งจื่อเซวียนก็คลี่ยิ้ม “ฉันไม่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญน่ะ รุ่ยจื่อ เข้าไปกับฉัน”

“ครับ นายท่านรอง!”

ซ่งจื่อเซวียนพูดจบก็เคาะประตู แต่ซางเทียนซั่วก็ก้าวเข้ามาทันที “ไม่ได้ งั้นผมยิ่งต้องไปเลย ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยหวงเสี่ยลู่หรือใครก็ตาม ผมก็จะไป!”

ซ่งจื่อเซวียนยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ประตูก็เปิดออก พนักงานเสิร์ฟในชุดสูทคนหนึ่งเชิญพวกเขาเข้าไปทันที

“คุณผู้ชายครับ ไม่ทราบว่าได้จองไว้หรือเปล่าครับ”

“ผม…”

“คุณซ่ง!”

ทันทีที่ซ่งจื่อเซวียนเปิดปากก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังลงมาจากชั้นสอง ในไม่ช้าผู้หญิงที่มีภูมิฐานคนหนึ่งก็ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน

เถ้าแก่หอหงเยวี่ย หลี่ม่านหง

เมื่อเจ้าของเสียงนั้นมาถึง แม้ว่าหลี่ม่านหงจะสวมรองเท้าส้นสูง แต่ก้าวเดินของเธอก็รวดเร็วและมั่นคง ชั่วพริบตาเธอก็เดินลงมายังชั้นล่างและอยู่ตรงหน้าซ่งจื่อเซวียนแล้ว

“คุณซ่ง คุณมาสายนะคะ เสี่ยหวงรอคุณมาครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ” หลี่ม่านหงพูดด้วยรอยยิ้มสุภาพ

ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าและคลี่ยิ้ม “ระหว่างทางมีเหตุให้ล่าช้านิดหน่อยน่ะ อยู่ห้องส่วนตัวห้องไหนเหรอครับ”

“ศาลาโบตั๋นค่ะ ฉันจะพาคุณไปค่ะ”

หลี่ม่านหงพูดพลางเหลือบมองซางเทียนซั่วอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นสายตาที่ราบเรียบ แต่เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างจะพูด

อย่างไรครั้งก่อนหลี่ม่านหงก็เตือนซางเทียนซั่วแล้วว่าเขาเป็นท่านชายของตระกูลซาง ไม่เหมาะที่จะสุงสิงกับคนเหล่านี้ แต่คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้เขาจะมาที่นี่อีกครั้ง

เมื่อเดินขึ้นไปบนชั้นสอง หลี่ม่านหงก็หยุดที่ประตูห้องส่วนตัว “คุณซ่ง ห้องนี้ค่ะ”

ขณะพูด หลี่ม่านหงก็ผลักประตูเดินเข้าไป เวลานี้พวกเสี่ยหวงรู้สึกอับอายขายขี้หน้าไม่ไหวแล้ว

หลังจากที่รอมานาน เคอหงเทาและเสี่ยเจียงก็ดื่มน้ำไปเยอะพอสมควรจนใบชาในปอดใกล้จะลอยขึ้นมา เสี่ยหวงก็อายเกินกว่าจะเอ่ยปาก ถูกคนอื่นปล่อยให้รอเก้อกว่าครึ่งชั่วโมง เขาขายหน้าไปจนถึงบ้านยายแล้ว

เมื่อเห็นหลี่ม่านหงเข้ามา เสี่ยหวงก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูด หลี่ม่านหงก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “เสี่ยคะ พวกคุณซ่งมาแล้วค่ะ”

ระหว่างที่พูด ซ่งจื่อเซวียนก็เข้าไปในห้องส่วนตัวแล้ว เขาใช้เวลาสั้นที่สุดในการมองไปรอบๆ ห้องส่วนตัว เคอหงเทา เสี่ยเจียงและเถียนเหวินคุ่ยล้วนอยู่ในสายตาเขา แต่แล้วสายตาของเขาก็ตกไปอยู่ที่หวงฟาทันที

“เสี่ยหวง ขอโทษนะที่ผมมาสาย”

ขณะที่ซ่งจื่อเซวียนพูด เขาก็เดินไปตรงหน้าหวงฟา รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูสุภาพแต่ดูมีนัยยะเล็กน้อย หลี่ม่านหงที่อยู่ด้านข้างก็มองออกทันทีว่าเขาจงใจแสดงออกมา

และเหตุผลก็มีเพียงข้อเดียวนั่นคือทุกคนในห้องนี้ล้วนนับถือเสี่ยหวง แต่สำหรับซ่งจื่อเซวียนนั้นไม่ใช่

สิ่งที่เขาต้องการอธิบายคือที่ผมซ่งจื่อเซวียนยิ้มให้คุณเป็นเพียงมารยาท ส่วนอย่างอื่น…ไม่ว่าจะเป็นความเคารพหรือความกลัวไม่มีเลยสักนิด

หวงฟาเงยหน้ามองซ่งจื่อเซวียนสิบกว่าวินาทีโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไร ถ้าเป็นคนทั่วไปที่โดนคนอย่างเขามองแบบนี้อาจจะมีขนลุกขนพองกันบ้าง แต่ไม่ใช่กับซ่งจื่อเซวียน เขายังคงยิ้มอยู่ตลอดจนสุดท้ายเขาก็ค่อยๆ เก็บรอยยิ้มไป

หวงฟาคลี่ยิ้ม “เหอะๆ ฉันได้ยินมานานแล้วว่ามีนายท่านรองซ่งปรากฏตัวขึ้นที่เขตเฉิงตง นับว่าเป็นชื่อเสียงที่โด่งดังมานาน”

เมืองตู้เหมินไม่ใหญ่มากนัก ผู้ที่โดนคนในพื้นที่ขนานนามว่าเป็นเสี่ยหรือนายท่านนั้นมีไม่มาก หากมีนายท่านรองคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาจะต้องกระจายข่าวไปถึงหูของหวงฟาอยู่แล้ว

“เสี่ยหวงสุภาพเกินไปแล้ว ผมจะกล้าเรียกตัวเองว่านายท่านต่อหน้าคุณได้ยังไง” ซ่งจื่อเซวียนแค่นหัวเราะเบาๆ

“โอ้ ทำไมล่ะ” หวงฟายังคงนั่งอยู่บนโซฟา เห็นได้ว่ากำลังใช้ตำแหน่งในตอนนี้แบ่งแยกสถานะอย่างชัดเจน

ข้อแรก ฉันนั่งอยู่ส่วนนายยืน นี่คือความแตกต่างในสถานะของเราสองคน ข้อสอง ซ่งจื่อเซวียนบอกว่าไม่กล้าเรียกตัวเองว่านายท่านต่อหน้าหวงฟา ที่หวงฟาถามว่าเพราะอะไร ก็เพื่อให้อีกฝ่ายพูดออกมาเองว่าในแง่ของคุณสมบัติ ประสบการณ์และลำดับอาวุโส ตัวซ่งจื่อเซวียนไม่คู่ควรกับการเรียกว่านายท่านเลย!

แต่ซ่งจื่อเซวียนกลับยกยิ้มแล้วเอ่ย “เพราะคุณแก่กว่าผม ผมยังเด็กอยู่น่ะ”

เมื่อคำพูดนี้ได้เปล่งออกมา ทุกคนในที่นี้ก็ตกตะลึงกันหมด คำพูดนี้…เป็นการยั่วยุอย่างชัดเจน!

โดยเฉพาะหลี่ม่านหง แม้ว่าเธอจะทำตัวสำรวมอยู่ด้านข้าง แต่ภายในใจกลับสั่นสะเทือนอยู่ไม่น้อย

ในช่วงหลายปีที่เธออยู่ในหอหงเยวี่ย เธอเคยเห็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้มีอำนาจมากมาย ในตู้เหมินนอกจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ หวงฟาก็ถือเป็นคนที่ใหญ่ที่สุด คนที่กล้าพูดกับเขาแบบนี้เป็นคนแรกแน่นอนว่าคือซ่งจื่อเซวียน!

ชายหนุ่มคนนี้…ไม่ธรรมดา

หวงฟาก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าซ่งจื่อเซวียนจะตอบแบบนี้ อีกฝ่ายไม่กล้าเรียกตัวเองว่านายท่าน ไม่ใช่เพราะคุณสมบัติ ประสบการณ์หรือลำดับอาวุโส แต่เพราะอายุ พูดง่ายๆ ก็คืออีกฝ่ายกำลังบอกหวงฟาว่าตยยังเด็กอยู่ และอนาคตของวงการนี้จะเป็นของคนหนุ่มสาวอย่างพวกเขา

“ฮ่าๆๆๆ โอเคๆๆ ยังเด็กอยู่จริงๆ นั่นแหละ มานั่งสิ!”

ในที่สุดหวงฟาก็ให้ซ่งจื่อเซวียนนั่งลง แต่รอยยิ้มของเขาดูกระอักกระอ่วนอย่างชัดเจน อันที่จริงเขาไม่รู้ว่าหากมีบทสนทนาเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ไอ้เด็กโง่เขลาคนนี้จะพูดอะไรที่ไม่น่าฟังอีกบ้าง

เมื่อเห็นเช่นนี้หลี่ม่านหงก็เอ่ย “เสี่ยคะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ยังต้องไปทักทายที่ห้องส่วนตัวอื่นต่อค่ะ”

หวงฟาพยักหน้าและโบกมือ “ไปเถอะ”

หลังจากหลี่ม่านหงจากไป หวงฟาก็มองซางเทียนซั่วและฟางรุ่ยก่อนยิ้มบางๆ “นายท่านซ่งน่าเกรงขามซะจริง ออกมาข้างนอกก็พาบอดี้การ์ดติดตัวมาด้วย ต่างจากพวกเราที่มาที่นี่คนเดียว”

“เหอะๆ เสี่ยหวงก็สุภาพไปแล้ว นี่ไม่ใช่บอดี้การ์ดอะไรหรอก เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น พวกเขากลัวว่าผมที่ไม่เคยมาสถานที่สูงส่งแบบนี้จะทำตัวขายขี้หน้าเอา เลยมาช่วยผมอีกแรง” ซ่งจื่อเซวียนพูดด้วยรอยยิ้ม

หวงฟาได้ยินก็พยักหน้า พูดในใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ชายหนุ่มธรรมดา แม้อาจจะไม่ใช่มังกรหรือหงส์ในหมู่ผู้คนแต่ก็ใจกล้าจริงๆ

แต่ไม่รู้ว่าความใจกล้านี้เป็นความกล้าหาญของวีรบุรุษ…หรือรนหาที่ตายเพราะไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำกันแน่!

“เหอะๆ ซ่งจื่อเซวียน ครั้งนี้…”

ไม่รอให้หวงฟาพูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็เอ่ยปากพูดก่อน “เสี่ยหวง ที่ผมนัดคุณมาในวันนี้…เพื่อสองเรื่องหลักๆ เท่านั้น!”

………………………………………………

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 154 สองเรื่อง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved