เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) - ตอนที่ 2312 สิ่งต้องห้ามของโลก
ตอนที่ 2312 : สิ่งต้องห้ามของโลก
“จะ…เจ้า ปะ เปะ เป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้…” จิตวิญญาณวัตถุไม่อาจจะห้ามตัวเองได้ เขาแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาและมองเจี้ยนเฉินด้วยความกลัว
เจี้ยนเฉินขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าจิตวิญญาณวัตถุเสียสติไป เขาถามขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ท่านเห็นอะไรจากข้ากัน ? ”
“จะ เจ้าคือตัวตนที่เป็นสิ่งต้องห้ามของโลก โลกไม่ยอมให้เจ้าเกิดขึ้นมา โชคชะตาของเจ้าจะต้องถูกกำจัดโดยโลก เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับจุดจบที่น่ากลัว มันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะไปถึงปลายทาง” จิตวิญญาณวัตถุชี้ไปที่ เจี้ยนเฉินและตะโกนออกมา
เขาแสดงท่าทีราวกับว่าเขาเห็นสิ่งที่น่ากลัวจากเจี้ยนเฉิน แม้ว่าเขาจะเป็นจิตวิญญาณวัตถุที่มีชีวิตมาแล้วถึง 2 ยุคและถึงกับติดตามเซียนมา แต่เขาก็ไม่อาจจะใจเย็นอยู่ได้
เจี้ยนเฉินขมวดคิ้ว เขามองไปที่จิตวิญญาณวัตถุที่ทำตัวราวกับคนบ้า เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงท่าทีตอนที่เขาได้พบกับจิตวิญญาณหอคอยอนัตตาที่ทวีปเทียนหยวน
ตอนที่จิตหอคอยอนัตตาใช้ความสามารถพิเศษของตัวเองเพื่อดูอนาคตของเจี้ยนเฉิน เขาก็แสดงท่าทีแบบนี้ออกมา สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปและพูดเรื่องที่คล้ายกันออกมา
“ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าเห็นอะไรจากตัวข้า ? ทำไมข้าถึงเป็นสิ่งต้องห้ามของโลกและทำไมโลกถึงต้องการกำจัดข้า ? ” เจี้ยนเฉินถามขึ้นมาอีกครั้ง เขาอยากที่จะรู้คำตอบจากจิตวิญญาณวัตถุ
เจี้ยนเฉินสงสัยเกี่ยวกับอนาคต ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกว่ามันน่าอึดอัดและน่ากังวล
แค่คิดว่าจะถูกโลกกำจัดก็น่ากลัวแล้ว มันยากอย่างมากที่เจี้ยนเฉินจะใจเย็นลงได้เมื่อได้ยินแบบนั้น
“นะ นั่นเพราะเจ้าเป็นสิ่งต้องห้าม เจ้าไม่ควรจะมีตัวตนตั้งแต่แรกและข้าก็ไม่อาจจะบอกสิ่งที่ข้าเห็นให้เจ้าฟังได้ ข้าไม่อาจจะเปิดเผยความลับสวรรค์..” จิตวิญญาณวัตถุมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยความหวาดกลัว เขายังคงตัวสั่นอยู่
ตอนนี้สายตาที่เขามองไปที่เจี้ยนเฉินเต็มไปด้วยความตึงเครียด เขาไม่ได้มองข้ามเจี้ยนเฉินอีกต่อไป
“บางทีเจ้าอาจจะยังรับรู้อะไรแปลก ๆ ตอนนี้ไม่ได้ หรือไม่ได้รู้สึกสังหรณ์อะไรแย่ ๆ นั่นเพราะตอนนี้เจ้ายังอ่อนแอเกินไป อ่อนแอจนไม่ว่านักสู้คนไหนก็สามารถบดขยี้เจ้าได้อย่างง่ายดาย ชัดเจนแล้วว่าเจ้าไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงเรื่องแย่ ๆ แบบนั้นได้ แต่เมื่อความแข็งแก่รงของเจ้าขึ้นไปถึงระดับหนึ่งในอนาคต เจ้าจะรู้เองว่าโชคชะตาสุดท้ายของเจ้าคืออะไร ตอนนั้นเจ้าจะกลายเป็นศัตรูของทั้งโลกและทั้งจักรวาล”
“โลกต้องการกำจัดเจ้า ไม่มีใครช่วยเจ้าได้รวมไปถึงเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกด้วย แม้แต่ปราณหยินและปราณหยางก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ โชคชะตาสุดท้ายของเจ้าคือความตาย การหายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิง นั่นคือชะตากรรมของเจ้า” จิตวิญญาณวัตถุพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ฮึ่ม ปราณบรรพกาล มันยังเร็วเกินไปที่ท่านจะด่วนสรุปแบบนั้น ท่านเห็นการตายของนายท่านชัดเจนแล้วหรือในอนาคตที่ท่านเห็น ? ”
คำพูดของจิตวิญญาณวัตถุทำให้จิตวิญญาณกระบี่ไม่พอใจ จือหยิงได้เถียงกลับไปทันที
“เมื่อถูกโลกเพ่งเล็งเป็นเป้าหมายแล้วก็ไม่มีทางรอดไปได้ แม้แต่คนที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับเซียนก็ยังต้องตายให้กับหายนะในช่วงสุดท้ายของยุคและถูกลบออกไปโดยโลก” จิตวิญญาณวัตถุพูดขึ้น
“เซียนส่วนมากที่ท่านพูดถึงเป็นแค่มนุษย์บางส่วนที่มีพรสวรรค์ปีนป่ายขึ้นมาทีละขั้น พวกเขาจะเทียบกับนายท่านได้ยังไง ? ” จือหยิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“เมื่อนายท่านปรากตัว แน่นอนว่าเขาจะไม่ตาย แม้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับการกำจัดของโลก แต่เขาก็จะยังยรอดไปได้แม้ว่าจะมีสภาพน่าอนาถก็ตาม” ฉิงโซวพูดขึ้น นางมั่นใจในตัวเจี้ยนเฉินอย่างมาก
จิตวิญญาณวัตถุเงียบไป สุดท้ายเขาก็ใจเย็นลงได้ เขามองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยตาที่เป็นประกายสะท้อนความฉลาดออกมา
สักพักเขาก็พูดขึ้น “หากเจ้าเก็บแก่นเลือดเซียน 10 หยดมาได้และลบคำสาปของเซียนผสานเต๋าได้ ข้าจะเปลี่ยนข้อเสนอ ข้าจะรับเจ้าเป็นเจ้านายคนที่ 2 ของข้า”
“ยอมรับข้าเป็นเจ้านายคนที่ 2 รึ ? ” เจี้ยนเฉินแปลกใจกับการเปลี่ยนท่าทีแบบกะทันหันนี้ เขามองไปที่จิตวิญญาณวัตถุด้วยสีหน้าประหลาดใจและหัวเราะออกมา “ข้อเสนอของท่านน่าสนใจดี แต่ข้าไม่คิดว่ามันจะส่งผลดี่ต่อข้า นั่นเพราะเมื่อข้าแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเก็บแก่นเลือดจากจอมปราชญ์สูงสุดได้แล้ว ท่านอาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อข้าอีกต่อไป”
“แน่นอน นอกซะจากว่าท่านจะรับข้าเป็นเจ้านายตอนนี้แล้ว จากนั้นข้าถึงจะออกค้นหาแก่นเลือดของจอมปราชญ์สูงสุดให้กับท่าน”
จิตวิญญาณวัตถุส่ายหน้าและตอบกลับ “ตราบใดที่คำสาปของเซียนผสานเต๋ายังอยู่ ข้าก็ไม่อาจจะออกจากที่นี่ได้หรือช่วยอะไรเจ้าได้ หากเจ้าต้องการให้ข้ารับเจ้าเป็นเจ้านาย หากเจ้าต้องการให้ข้ารับใช้เจ้า เจ้าก็ต้องนำแก่นเลือดจอมปราชญ์สูงสุด 10 หยดมาเพื่อที่ข้าจะได้รับอิสระกลับมา”
“และข้าคิดว่าความช่วยเหลือที่ข้ามีให้กับเจ้าก่อนที่เจ้าจะเป็นเซียนนั้นมากกว่าปราณหยินและปราณหยางจะมอบให้เจ้าได้” จิตวิญญาณวัตถุพูดขึ้นมาด้วยความมั่นใจ
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็รู้สึกว่าภูมิประเทศรอบตัวนั้นเปลี่ยนไป เขาได้ถูกนำมายังอีกมิติโดยจิตวิญญาณวัตถุ มันมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่หลายสิบตัวนั่งหลับตาอยู่ตรงหน้าเขา
สิ่งมีชีวิตพวกนี้ดูเหมือนมนุษย์แต่ไม่ใช่
“เจ้าเห็นพวกเขาหรือไม่ ? พกวเขาคือแม่ทัพที่ติดตามเจ้านายของข้าในอดีต แม้ว่าพวกเขาจะตายไปแล้วและวิญญาณได้สลายไปแล้ว แต่ร่างกายและพลังในร่างกายก็ยังถูกเก็บไว้อย่างดีด้วยพลังของข้า ตราบใดที่เจ้าติดตั้งวิญญาณใหม่ไว้ในตัวพวกเขา พวกเขาก็สามารถต่อสู้ให้กับเจ้าได้”
“คนพวกนี้แข็งแกร่งแค่ไหนกัน ? ” เจี้ยนเฉินถามขึ้นมา เขามองไปที่แม่ทัพผู้ล่วงลับด้วยความสนใจ นักสู้เหล่านี้คือสิ่งมีชีวิตโบราณจากเมื่อสองยุคก่อน
“ก่อนที่เจ้าจะกลายเป็นเซียน แม่ทัพพวกนี้จะให้ความช่วยเหลือกับเจ้าได้อย่างมาก ยังไงซะพวกเขาก็ได้รับการสั่งสอนโดยนายท่านของข้า เซียนมหาพิสุทธิ์” จิตวิญญาณวัตถุพูดขึ้น
เจี้ยนเฉินสนใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น ตาของเขาเป็นประกาย มันชัดแล้วว่าแม่ทัพเหล่านี้แข็งแกร่งแค่ไหนหากตัดสินจากคำพูดของจิตวิญญาณวัตถุ
“แน่นอนว่าแม่ทัพเหล่านี้ไม่อาจจะสู้ให้กับเจ้าได้ก่อนที่เจ้าจะหาแก่นเลือดเซียน 10 หยดมา คำสาปของเซียนผสานเต๋ายังจำกัดข้าอยู่ ดังนั้นก่อนที่จะลบมันออกไป ข้าจึงยังไม่มีพลังปลุกแม่ทัพพวกนี้” จิตวิญญาณวัตถุพูดต่อ
“แค่หยดเดียวนั้นจะพอปลุกแม่ทัพ 1 – 2 คนหรือไม่ ? ” เจี้ยนเฉินถามขึ้นมาด้วยความคาดหวัง เขาถึงกับเอาแก่นเลือดออกมาด้วยซ้ำ
“ไม่ มันต้องใช้แก่นเลือด 10 หยด ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ ไม่งั้นข้าก็ไม่อาจจะหลุดจากคำสาปของเซียนผสานเต๋าได้”
“ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางอื่นแล้ว” คำพูดของจิตวิญญาณวัตถุราวกับเอาถังน้ำเย็นราดหัวเจี้ยนเฉิน มันทำลายความหวังแบบลม ๆ แล้ง ๆ ของเขาทันที