เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 1925 คนหน้าตาดี ตอนที่ 1926 พลาด
ตอนที่ 1925 คนหน้าตาดี / ตอนที่ 1926 พลาด
ตอนที่ 1925 คนหน้าตาดี
“เราเดินไปพลาง คุยไปพลางเถิด” เขาจูงมือเธอ ก่อนจะเอ่ย
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “ได้ ข้าบอกลาผู้นำตระกูลน่าหลันก่อน”
ด้วยเหตุนี้ เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงจูงมือเธอเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้นำตระกูลน่าหลัน “ท่านผู้นำตระกูลน่าหลัน ข้าคือเฟิ่งจิ่ว ไม่ทราบว่าโม่เฉินเคยบอกท่านหรือยัง?”
ได้ยินอย่างนั้น ผู้นำตระกูลน่าหลันชะงักเล็กน้อย ก่อนจะกระจ่าง เสียงใสๆ นี่ฟังดูแก่ชราเหมือนเมื่อกี้เสียที่ไหน? ที่แท้ยายแก่หลังค่อมก็คือภูตหมอเฟิ่งจิ่วที่แปลงโฉมมา?
นึกมาถึงตรงนี้ เขามองพิจารณาเธอขึ้นลง แล้วก็อดทึ่งไม่ได้ ทักษะการแปลงโฉมยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ แม้แต่เขาก็ยังดูไม่ออกว่านี่แปลงโฉมมา
“ที่แท้เจ้าก็คือภูตหมอ เสียมารยาทแล้วๆ” เขารีบประสานมือคารวะ “ลูกชายคนโตของข้าเคยกำชับไว้ หากแม่นางมาจะต้องต้อนรับในฐานะแขกคนสำคัญ รีบนั่งเถิด ลูกชายคนเล็กของข้าไปเรียกพี่ใหญ่ของเขาแล้ว ไม่นานก็น่าจะมา”
เฟิ่งจิ่วยังไม่ทันพูดอะไร เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ ก็ชิงปฏิเสธก่อน “ไม่ล่ะ พวกข้าจะกลับแล้ว”
ผู้นำตระกูลน่าหลันชะงัก อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเฟิ่งจิ่วที หันไปมองชายชุดดำที ที่แท้คนผู้นี้ก็กำลังรอเฟิ่งจิ่ว? ไม่น่าเล่าก่อนหน้านี้ถามอย่างไรเขาก็ไม่บอกว่ามารอใคร
เฟิ่งจิ่วมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อแวบหนึ่ง นัยน์ตาเปื้อนยิ้ม หันไปบอกกับผู้นำตระกูลน่าหลัน “เช่นนั้นก็รบกวนท่านผู้นำตระกูลน่าหลันบอกโม่เฉินด้วยว่าข้ามาถึงแล้ว วันหลังจะนัดเขาดื่มชา”
“เอาอย่างนี้หรือ! ก็ได้ เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะบอกเขาเอง” ขณะกล่าว ผู้นำตระกูลน่าหลันหันไปมองหยางเสี่ยวเอ้อร์และถามว่า “คุณหนูรองตระกูลหยางทำไมจึงได้…”
“อ้อ ข้าเจอนางระหว่างทาง ข้าไม่รู้ทางมาตระกูลน่าหลัน นางบอกว่าจะพาข้ามาพอดี อีกเดี๋ยวต้องรบกวนท่านผู้นำตระกูลน่าหลันให้คนไปส่งนางกลับบ้านด้วย” เฟิ่งจิ่วหันไปมองเด็กสาวตัวอ้วนที่อยู่ด้านหนึ่ง ก่อนจะชำเลืองมองฮุยหลางที่ทำหน้าตาดีอกดีใจ
“ที่แท้ก็อย่างนี้เอง ไม่มีปัญหา อีกเดี๋ยวข้าจะให้คนไปส่งนางกลับบ้านเอง”
ผู้นำตระกูลน่าหลันพยักหน้า แต่กลับได้ยินหยางเสี่ยวเอ้อร์ตะโกน “ข้าไม่กลับ!”
นางวิ่งเสียงดังตึงตังไปหาเฟิ่งจิ่ว มืออวบๆ กำชายเสื้อของเฟิ่งจิ่วไว้แน่น แหงนหน้ามองเธอด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ข้าไม่กลับบ้าน ข้าจะตามท่านไป! อีกอย่าง ระหว่างทางมานี่ท่านก็บอกแล้วว่าที่บ้านท่านมีคนรูปงามมากมาย ให้ข้าไปดูได้”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นเฟิ่งจิ่วไม่ได้รำคาญเด็กสาว จึงไม่ได้สะบัดนางออกไป เพียงปล่อยให้นางมายืนอยู่ข้างเฟิ่งจิ่ว รอให้เธอจัดการด้วยตนเอง
แต่ฮุยหลางที่ได้ยินคำพูดของเด็กสาวตัวอ้วน สีหน้าดูแปลกๆ ขึ้นมา เขามองเด็กสาวตัวอ้วน ก่อนจะหันไปมองเฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็ก้มหน้ามองตนเอง
แย่แล้ว ภูตหมอตั้งใจจะผูกด้ายแดงให้เด็กสาวตัวอ้วนคนนี้งั้นหรือ? แม้เขาจะไม่ได้หน้าตางดงามหล่อเหลาอย่างนายท่าน แต่อย่างไรก็ไม่ได้แย่นัก หากเด็กสาวตัวอ้วนต้องตาเขา เขาจะถูกภูตหมอบังคับส่งตัวให้เด็กสาวตัวอ้วนหรือไม่?
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ เขาค่อยๆ สาวเท้าออกไปรอข้างนอกเงียบๆ อย่างอื่นไว้ค่อยว่ากัน เขาซ่อนตัวก่อนดีกว่า จะได้ไม่ถูกตาต้องใจนางเข้า
ส่วนผู้นำตระกูลน่าหลันได้ยินอย่างนั้นก็ตะลึง จากนั้นก็ส่ายหน้ายิ้มๆ คุณหนูรองหยางคนนี้ไม่ว่าคำพูดใดก็ล้วนกล้าพูดจริงๆ
เฟิ่งจิ่วเห็นเด็กสาวตัวอ้วนมองเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง สีหน้ากลับดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด จึงอดยิ้มไม่ได้ “ได้ อย่างนั้นเจ้าตามข้ากลับไปก็แล้วกัน!”
………………………………….
ตอนที่ 1926 พลาด
“จริงหรือ? ดีเหลือเกิน!” เด็กสาวตัวอ้วนกอดแขนเฟิ่งจิ่วแล้วร้องอย่างลิงโลด มองดูเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ด้านหนึ่งยักคิ้ว ตวัดมองด้วยใบหน้าดำทะมึน
“ปล่อยมือ!” เฟิ่งจิ่วไม่พูดอะไร กลับเป็นเขาที่อดตวาดเบาๆ ไม่ได้
เด็กสาวตัวอ้วนได้ยินเสียงนั้นก็ปล่อยมือเฟิ่งจิ่วโดยสัญชาตญาณ จากนั้นก็ถอยออกไปยืนอยู่ด้านหนึ่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย คนผู้นั้นทำหน้าเคร่งขรึม ซ้ำกลิ่นอายรอบตัวก็น่ากลับนัก นางเห็นแล้วก็กลัว
“ไปกันเถิด!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อหันไปบอกเฟิ่งจิ่ว จูงมือนางหมายจะเดินออกไปข้างนอก
“รอเดี๋ยว” เธอยิ้มๆ หันไปมองผู้นำตระกูลน่าหลัน “ท่านผู้นำตระกูลน่าหลัน ขอยืมห้องใช้สักห้องได้หรือไม่? ข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย” เธอออกไปในสภาพอย่างนี้ แม้เธอจะไม่สนใจ แต่จะไม่เห็นแก่หน้าเจ๋อหน่อยก็ไม่ได้
“แน่นอนอยู่แล้ว” ผู้นำตระกูลน่าหลันยิ้มรับ เรียกบ่าวข้างนอกเข้ามาพาเฟิ่งจิ่วไปที่ห้องแขก
เดิมเซวียนหยวนโม่เจ๋อตั้งใจจะห้าม แต่เพราะเห็นสายตาที่เธอส่งมา จึงปล่อยให้เธอไปโดยไม่ห้าม
ครั้นเฟิ่งจิ่วปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอีกครั้งในชุดสีแดงที่ดูเรียบง่ายทว่าสะดุดตา เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับฮุยหลางที่ชินแล้วชื่นชมอยู่เงียบๆ แต่ผู้นำตระกูลน่าหลันที่เห็นมีประกายตะลึงในความงามพาดผ่านดวงตา
นึกไม่ถึงว่าเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูปกลับเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน หนำซ้ำยังเป็นหญิงที่งดงามมากด้วย ครั้นเห็นเฟิ่งจิ่วในตอนนี้ ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าเหตุใดคนที่เขาสั่งให้ไปรวบรวมข้อมูลของนางมาจึงได้บรรยายนางว่างดงามล้ำยุค หน้าตาและบุคลิกของนางนี้เรียกได้ว่าไม่มีใครเทียบได้จริงๆ
เด็กสาวตัวอ้วนเห็นแล้วนอกจากจะรู้สึกชอบใจ ก็อดยกมือขึ้นหยิกแก้มกลมๆ ของตนเองไม่ได้ นางเห็นเฟิ่งจิ่วเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเรือนร่างแบบบางเอวคอดเล็ก เอวนั่นบางจนต้องเอาสองอันมารวมกันถึงจะเท่ากับเอวกลมใหญ่ของนาง
แต่ก่อนนางไม่เคยรู้สึกอะไรที่คนเองอ้วน และไม่เคยอิจฉาเอวที่บางราวกับก้านหลิวของเหล่าพี่สาวน้องสาว แต่วันนี้พอได้เห็น กอปรกับลูบเนื้อที่เอวของตนเอง จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าตนต่ำต้อยขึ้นมา
“ไปกันเถิด!” เฟิ่งจิ่วชวนพวกเขา และกล่าวอำลาผู้นำตระกูลน่าหลัน ก่อนจะเดินคล้องแขนเซวียนหยวนโม่เจ๋อออกไป
มองดูคู่ชายหญิงที่เดินออกไปโดดเด่นถึงเพียงนั้น เหมาะสมกันถึงเพียงนั้น เขาอดถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้ ตอนแรกยังคิดอยู่ว่าลูกชายคนโตของเขาจะยังมีโอกาสอยู่หรือไม่ แต่ดูท่าแล้ว ชายหญิงมีใจต่อกัน ไม่เหลือช่องว่างให้ลูกชายของเขาเสียแล้ว
ใช่แล้ว!
ลูกชายคนเล็กของเขาไปนานขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่กลับมาอีก? นี่คงไม่ได้ถูกขังไว้ในค่ายกลนั่นอีกกระมัง?
ครั้นนึกขึ้นได้ เขาก็รีบตะโกนไปข้างนอก “บ่าว! รีบมาเร็วเข้า! ไปดูว่าคุณชายรองถูกขัง…” ยังพูดไม่ทันจบ เขาเดินสะบัดแขนเสื้อออกไปข้างนอกอย่างรีบร้อน “ช่างเถิด ข้าไปเองดีกว่า”
ขณะเดียวกัน ในเรือนของน่าหลันโม่เฉินที่อยู่ข้างหลัง โม่เฉินที่อยู่ในลานบ้านนอนอ่านหนังสืออยู่บนตั่ง เขารู้ว่ามีคนบุกเข้ามาในค่ายกลที่อยู่นอกเรือน แต่เขาไม่สนใจ
น้องชายกับน้องสาวของเขาวิ่งมาที่เรือนของเขาไม่เว้นแต่ละวัน เขาไม่มีแรงไปรับมือพวกเขาแล้วจริงๆ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงวางค่ายกลและร่ายเขตอาคมกั้นเสียงไว้ด้วย ค่ายกลถูกเขาดัดแปลง ไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ เพียงขังคนทำให้ออกไปไม่ได้เท่านั้น แม้พวกเขาจะตะโกนอยู่ในนั้นดังอีกแค่ไหน เขาที่อยู่ในนี้ก็จะไม่ได้ยิน ช่างเงียบสงบดีจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ เขาในยามนี้จึงไม่รู้ว่าเฟิ่งจิ่วมาถึงเมืองนี้แล้ว ซ้ำยังเข้ามาในบ้านของเขาแล้วด้วย แต่เพราะเขาวางค่ายกลไว้นอกเรือน ทำให้น้องสองของเขาที่มาส่งข่าวติดอยู่ข้างใน ส่งผลให้เขาพลาดโอกาสที่จะได้พบกับเฟิ่งจิ่ว…
………………………………….