cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต - ตอนที่ 54 เฝ้าระวังและจู่โจม

  1. Home
  2. All Mangas
  3. อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต
  4. ตอนที่ 54 เฝ้าระวังและจู่โจม
Prev
Next

 

ฤดูร้อนได้เข้ามาอย่างเต็มตัวแล้ว อากาศก็เริ่มร้อนกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

 

วันนี้ฉันหยุดทำงานและเดินทางมายังบริษัทKANEZAKIซึ่งพี่ทำงานอยู่

 

 

 

「วันนี้ฉันมีภารกิจสำคัญจะมอบให้พวกเธอ!!」

 

 

เรมะได้พูดขึ้นหลักเรียกฉันเข้าไปในห้องประชุม

 

ส่วนพวกจัสติสครูเซเดอร์ มีแค่คิราระอยู่เพียงคนเดียว เหมือนว่าอาโออิและอากาเนะจะไม่ว่าง

 

 

 

「……คนอื่นหายไปไหนหมดกัน!?」

 

「อากาเนะติดเรียนภาคฤดูร้อน ส่วนอาโออิจะตามมาทีหลังน่ะ」

 

「ฉันละไม่เข้าใจจิตสำนึกในการเป็นฮีโร่ของพวกเธอจริงๆ!! พวกโหลยโท่ย!!」

 

 

เระมะบ่นใส่คิราระก่อนจะมองมาทางฉัน

 

 

 

「ัคัตสึกิคุง กับอัลฟ่ายังรับผิดชอบเดี๋ยว….」

 

「ถ้าอัลฟ่าละก็เหมือนจะเป็นลมแดดน่ะ เลยให้ไปพักกับพี่ฮาคัวก่อน……」

 

 

『อะ อึกปวดหัวจัง』

 

『อัลฟ่า อ่อนแอ』

 

『เงียบไปเลยโปรโต……』

 

『รีบไปนอนพักได้แล้ว』

 

 

ท่าทางจะไม่คุ้นเคยกับความรุนแรงของแดดหน้าร้อน

 

ฉันก็เลยพาเธอไปพักอยู่ในห้องพยาบาลกับพี่แทน แล้วบอกว่าดีขึ้นจะตามมาทีหลัง

 

 

 

「เฮ้อ ช่วยไม่ได้….……」

 

「ทำไมเหมือนคัตสึกิคุงกับฉันถูกปฏิบัติต่างกันเกินไปบ่นิ…?!」

 

「หะรุบปาก! ……เมื่อเหลือกันแค่สองก็เอาแค่สองนี่แหละ」

 

 

เรมะนั่งลงบนโต๊ะแล้วเอานิ้วประสานหากันจ้องหาพวกฉัน

 

บรรยากาศที่ดูจริงจังนี่มันอะไรกัน

 

 

「โอโมริคุงทำตัวแปลกๆไป」

 

「「แปลก?」」

 

 

โอโมริซังเนี่ยนะ?

 

เรมะพยักหน้ารับ ส่วนคิราระเอียงหัวสงสัย

 

 

 

 

「จะว่ายังไงดีล่ะ ช่วงนี้เธอทำงานได้ดีเกินไป….คือเมื่อก่อนก็ดูเป็นคนประหลาดที่สามารถทำหลายๆอย่างได้ดีนะ แต่ตอนนี้มันเหมือนเป็นพนักงานสาวผู้สามารถเกินไปน่ะสิ..……」

 

「บ่หยาบคายไปหน่อยเหรอ?」

 

「รู้สึกเศร้าใจแทนโอโมริซังจริงๆ……」

 

 

ในมุมของประธานมันแปลกมากสินะ?

 

 

 

「ดังนั้นฉันเลยอยากจะให้พวกเธอตรวจสอบเบื้องหลังเรื่องนี้สักหน่อย!!」 

 

「แล้วทำไมประธานบ่ทำเองเด้」

 

「เหมือนฉันจะถูกหลบหน้าด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างน่ะ」

 

「โดนเกลียดขี้หน้าแหง」

 

「ไม่ใช่เฟ้ย!!!」

 

「สิ้นหวังแล้วเด้ อิตานี่」

 

 

มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับโอโมริซัง….

 

 

 

「สองวันก่อนผมได้ขนมมาจากโอโมริซังด้วย…ก็เลยมีโอกาสแลกเบอร์ติดต่ออะไรกันนิดหน่อย」

 

「ยัยติ่งโทคุนี่เหลือจะเชื่อ!!」

 

「เรมะ!?」

 

「คัตสึกิคุง บ่มีไผบอกเหรอว่าอย่ารับของจากคนแปลกหน้าน่ะ」

 

「แต่นั่นมันโอโมริซังนะ?!」

 

 

เรมะกับคิราระพูดอะไรแปลกๆออกมาวะงั้น

 

สองคนนี่เป็นอะไรของเขา?!

 

หรือความร้อนมันทำให้สมองไหลไปแล้ว!?

 

 

「หลังจากได้ขนมช่วงบ่ายผมก็ตั้งใจจะไปขอบคุณเธอ แต่ดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีนิดหน่อย」

 

「โอโมริคุงก็อารมณ์เสียประจำอยู่แล้วไหม?」

 

「ก็แค่ต่อหน้าประธานแหละเด้」

 

「หล่อนอยากเห็นผู้ใหญ่ร้องไห้หรือไงฟะ? 」

 

 

ฉันพูดต่อหลังประธานกับคิราระพูดกวนเท้าใส่กัน

 

 

 

「ทว่าพอถึงช่วงพัก ผมก็เอาขนมที่เธอให้มา มาทานด้วยกันแล้วอยู่ดีๆเธอก็อารมณ์ดีขึ้นมาจนน่าแปลกใจ สงสัยจะจัดการกับปัญหาระหว่างนั้นได้แล้วมั้งครับ

」

 

 

โอโมริซังนั้นเป็นคนที่ใจดีกับฉันตั้งแต่มาที่นี่

 

ดังนั้นเรื่องในคราวนี้ฉันก็อยากจะช่วยเธอบ้าง

 

 

 

「แต่อย่างน้อยก็มั่นใจว่าเธอไม่น่าจะมีคนรักอะไรกับเขาแน่นอน」

 

「เอ๋ ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ?」

 

「บางเรื่องนายก็ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก」

 

 

ไม่เข้าใจที่เขาพูดเลย

 

แต่เอาเป็นว่าวันนี้ฉันกับคิราระก็ตัดสินใจไปสืบพฤติกรรมแปลกๆของโอโมริซัง

 

อันที่จริงเรื่องนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะรู้ได้เลยภายในวันสองวันสักหน่อย เรมะเข้าใจคำขอของตัวเองไหมนะ?

 

 

หลังออกมาจากห้องประชุม ฉันกับคิราระก็ตรงไปห้องทำงานที่พวกโอโมริซังกับคนอื่นๆอยู่

 

พอไปถึงกลับไม่เจอเธอ ฉันก็เลยลองไปถามความคิดเห็นของพวกคนอื่นๆในห้องดู

 

 

 

『โอโมริอ่ะเหรอ พักนี้ก็เปลี่ยนไปหน่อยๆ จะว่ายังไงดีล่ะ ทำงานได้ดีขึ้นผิดหูผิดตา』

 

『ระหว่างทำงานก็มักจะกินของหวานไปด้วย』

 

『แม้จะโดนงานโถมเข้ามาเหมือนกัน แต่โอโมริกลับรับมือได้ดีจนผิดปกติ』

 

『เธอก็ทำงานได้ดีตามปกติ ดังนั้นก็เลยไม่ได้สนใจอะไร』

 

ดูเหมือนหลายคนก็แอบคิดว่าโอโมริซังดูแปลกๆไป

 

ฉันค่อยๆจดข้อมูลที่ได้จากแต่ละคนลงโน๊ต

 

 

 

「จะว่าไป พักนี้ฉันรู้สึกว่าเธอกลายเป็นคนสองบุคลิกแปลกๆ」

 

「สองบุคลิก? ยังไงเหรอครับ?」

 

「คือว่าโอโมริที่ฉันไปดื่มกาแฟด้วยคราวก่อนน่ะ ดูจะมีบุคลิกที่สงบเยือกเย็นเกินไป แถมยังสั่งนั่นนี่มาเต็มโต๊ะไปหมดจนคิดว่าเธอยัดหมดจริงเหรอ」

 

 

ฉันพยักหน้าให้กับคำพูดของเขา หรือจะเป็นช่วงกำลังเจริญอาหารนะ

 

สองบุคลิกงั้นเหรอ…..

 

ไม่สิ อาจจะเป็นเอเลี่ยนก็ได้…?

 

หากพวกมันคิดจะเคลื่อนไหวเข้ามาภายในโลก เรื่องนี้ก็ตัดออกไม่ได้

 

 

「เอาเถอะ นี่คัตสึกิคุง ตอนนี้ฉันดูแลโปรเจ็คพัฒนาสินค้าของอัศวินขาวอย่างเป็นทางการอยู่――」

 

「เอ๋?」

 

「แต่ตอนนี้เรายุ่งอยู่ ดังนั้นเดี๋ยวค่อยมาคุยกันต่อเนอะ」

 

 

ในขณะที่ฉันสงสัยกับคำพูดของอีกฝ่าย คิราระก็ดึงแขนฉันออกจากตรงนั้น

 

อะไรกัน……?

 

 

 

「ที่บอกว่าพัฒนาสินค้านั่นมัน?」

 

「ก็แบบว่า….เหมือนจะมีหลายคนต้องการสินค้าเกี่ยวกับคัตสึกิคุงน่ะ….」

 

「มันจะมีใคร…อึก!」

 

 

ฉันเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นเงาปริศนากำลังเดินเข้ามาภายในห้อง ฉันจึงดึงมือคิราระเบาๆแล้วพาเธอไปซ่อนอยู่ใต้โต๊ะใกล้ๆ

 

 

 

 

「ดะดะดะดะเดี๋ยวสิ?!」

 

「ชู่ว โอโมริซังกำลังมา เงียบก่อน」

 

 

ไม่รู้ทำไมเธอถึงหน้าแดง แต่สักพักเธอก็ตั้งสติแล้วหันไปมองโอโมริซังที่เข้ามา

 

เธอหาวขณะเดินไปตรงโต๊ะทำงานตัวเองแล้วเริ่มปั่นงานที่ค้างอยู่

 

 「ดูตั้งใจทำงานดีเน้อ……」

 

「นั่นสิ……」

 

 

ฉันเฝ้ามองจากมุมมืด

 

เธอทำงานอย่างขันแข็งอยู่ตรงหน้าคอม และไม่มีอะไรผิดปกติเลย

 

 

 

「พอทำแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนกำลังเล่นหนังสายลับเลยแฮะ!!」

 

「เรื่องไหนหว่า?」

 

「spy kids」

 

「เหนือคาดเหมือนกันเด้?! หนังก่อนพวกเราเกิดอีกนิ?!」

 

 

เป็นเรื่องที่ฉันคิดว่าสนุกดี

 

หลังพวกเราเฝ้ามองดูโอโมริซังทำงานอย่างจริงจังสักพัก…

 

 

「ดูเหมือนจะไม่มีอะรผิดปกติเลย หรือพูดให้ถูกคือสิ่งที่พวกเราทำตอนนี้ต่างหากผิดปกติ」

 

「……นั่นสิเด้」

 

 

เพราะถูกเรมะขอมาก็เลยลองมาตามสืบเรื่องของโอโมริซังดู….

 

ใจจริงของเรมะก็คงห่วงเธอไม่น้อย….

 

 

 ……รึเปล่านะ?

 

 

 

「ท่าทางจะชอบหันไปดูเวลาบ่อยแฮะ」

 

「อาการหงุดหงิดก็เริ่มออกมาให้เห็นละเด้」

 

 

เธอมักจะหันไปมองนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะบ่อยๆ

 

ในขณะที่ฉันสงสัยอยู่นั้นเอง เสียงนาฬิกาก็ดังขึ้นราวกับเป็นเสียงเตือน

 

จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นแล้วกดหยุดเสียงก่อนจะหยิบบางอย่างในกระเป๋าออกมาแล้วมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่งด้วยความเร่งรีบผิดปกติ

 

 

「เอ๋ โอโมริซัง!?」

 

「จะไปไหนกันน่ะ!?」

 

 

พนักงานที่นั่งอยู่ใกล้ๆพูดขึ้น ฉันกับคิราระเองก็ประหลาดใจกับการกระทำของเธอ

 

 

「ก็มันเที่ยงแล้วนะ ช่วงนี้ฉันปรับเวลากินข้าวให้เร็วขึ้นน่ะ」

 

「จะว่าไปก็พักเที่ยงแล้วนี่หว่า……」

 

「งั้นก็ไปกินข้าวเถอะ……」

 

 

แค่หิวเท่านั้นเหรอ?

 

อะไรสักอย่างมันเตือนฉันว่านี่ไม่ใช่โอโมริซังที่ฉันรู้จัก

 

เมื่อตัดสินใจว่าจะสืบต่ออีกหน่อย ฉันกับคิราระเลยตามโอโมริซังไปต่อ

 

 

「เดี๋ยวก่อน เธอจะเดินเร็วไปหน่อยไหม!?」

 

「เร่งฝีเท้าเข้า!」

 

 

ฉันวิ่งตามโอโมริซังที่เดินผ่านฝูงชนไปอย่างรวดเร็ว ทว่าระยะห่างของพวกเรากลับไม่ลดลงเลย

 

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอหิวขนาดไหน ถึงได้เดินเร็วซะจนวิ่งตามไม่ทัน

 

 

 

「หะ หายไปแล้ว……」

 

 

พอฉันมาถึงโรงอาหารของพนักงาน ก็ไม่พบเธอเสียแล้ว

 

ฉันจึงย้ายไปดูตรงทางเดินชั้นบนแล้วมองหาโอโมริซังที่อยู่ข้างลอง..อ๊ะนั่นไง

 

 

 

「คิราระ ตรงนั้นไง!」

 

「โอ้จริงด้วย! ว่าแต่ข้าวกล่องเหรอ!!」

 

 

ฉันมองเห็นโอโมริซังนั่งอยู่ตรงโต๊ะในโรงอาหารชั้น 1

 

ซึ่งจุดที่เธอนั่งมันเป็นจุดที่มองเห็นได้ยากจากข้างล่างนิดหน่อย ว่าแต่ทำไมถึงเอาข้าวกล่องมาแทนล่ะทั้งที่มากินโรงอาหารก็ได้

 

 

 

「อุ ร้านข้าวกล่องหน้าสถานีซูซูมิเนะ ข้าวกล่องพิเศษสำหรับหน้าร้อน 20 กล่องต่อวัน….」

 

「「หือ!?」」

 

 

เสียงดังมาจากข้างหลังฉันกับคิราระ

 

พอหันกลับไปก็พบว่าเป็นอาโออิซึ่งถือขนมหวานและนมอยู่ในมือพูดขึ้น

 

 

「คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าจะมีคนรู้จักสามารถเอามันมาไว้ในครอบครองได้…โอโมริซัง ไม่ธรรมดา」

 

「อาโออิ เธอมาถึงเมื่อไหร่นิ…?」

 

「อุ เมื่อกี้」

 

 

มาเข้าแทรงวงพวกเราได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

แปลว่าก่อนมาถึงนี่แอบไปสอยขนมกับนมมาก่อนแล้วสินะ?

 

 

 

「คิราระ ทำไมถึงไม่เรียกฉันทั้งที่มีภารกิจน่าสนใจขนาดนี้ล่ะ?」

 

「ก็เธอมาสายเองนี่นา แล้วหายไปไหนมาล่ะ」

 

「อากาศร้อน เลยนอนตากแอร์ในห้องถึง 10 โมง ก่อนไปร้านกาแฟที่คัตสึกิทำงานแต่ร้านปิด จากนั้นก็มาที่นี่」

 

 

เดี๋ยวนะ นี่เธอไปที่ร้านมาเหรอ?

 

แอบรู้สึกผิดเลยแฮะ

 

 

「อ๋อ ขอโทษทีที่ลืมบอก วันนี้มาสเตอร์ปิดร้านเพราะมีธุระส่วนตัวน่ะ」

 

「อื้อ ไม่เป็นไรหรอก…เดี๋ยวค่อยให้คิราระชดใช้เรื่องที่ทำให้ฉันเสียเวลาก็ได้」

 

「หล่อนผิดที่มาสายเองไม่ใช่เหรอยะ!!」

 

「ดะดะดะเดี๋ยวก่อนๆ! คิราระใจเย็นๆเก้าอี้ในมือเธอนั่นคิดจะใช้ทำอะไรน่ะ!?」

 

 

คิราระหยิบเก้าอี้ที่วางบนระเบียงชั้นสองขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว ฉันที่เห็นจึงพยายามเข้าไปห้าม

 

เอาจริงดิ ผู้หญิงคนนี้แรงช้างไปไหม?

 

 

 

 

「ุ้ถ้าเกิดเสียงดังกันไปมากกว่านี้เดี๋ยวโอโมริซังจะรู้ตัวเอานะ」

 

「แฮก! แฮก!! แฮก!!」

 

「ขอโทษ เอานี่ไปสิแล้วใจเย็น」

 

 

จากนั้นอาโออิก็เปิดถุงขนมที่หยิบออกมาจากไหนก็รู้แล้ว แล้วยัดมันเข้าปากคิราระเพื่อระงับความโกรธของเธอ

 

 

 

「มุ้วววว……」

 

「มาตรวจสอบโอโมริซังกันดีกว่า….」

 

 

 

 

อาโออิหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดกล้องเพื่อซูมดูโอโมริซัง

 

คิราระเคี้ยวขนมในปากพลางแสดงสีหน้าไม่พอใจ ฉันที่เห็นก็ทำได้เพียงเหนื่อยใจกับพวกเธอแล้วกลับไปโฟกัสข้างล่างต่อ

 

 

 

「ฮุมุๆ จากที่เห็นโอโมริซังคนนี้ทำการกินข้าวและเครื่องเคียงแบบมีแบบแผนสิ่งที่อยู่ในหัวของเธอตอนนี้คือการคิดวิธีผสมข้าวกับเครื่องเคียงเพื่อก่อให้เกิดรสชาติที่เหมาะสมที่สุดในการกินข้าว….」

 

「นี่รู้ได้ถึงขั้นนั้นเลยเหรอ?」

 

「ซึ่งปกติแล้วโอโมริซังไม่ใช่คนมีแบบแผนชีวิต」

 

「อิตาประธานก็ทีนึงแล้ว แต่เธอก็หยาบคายกับโอโมริซังมากไปเหมือนกันเด้!!」

 

 

โอโมริซังถูกปฏิบัติตัวแบบนี้ใส่ตลอดเลยเหรอ?

 

ทั้งที่ก็ดูเป็นคนปกติดีแท้ๆ

 

หรือฉันควรจะไปถามเธอตรงๆเลยดีนะ?

 

ฉันแน่ใจว่าถ้าถามเธอก็น่าจะยอมบอก

 

เมื่อตัดสินใจได้ ฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วตั้งใจจะโทรหาอีกฝ่าย

 

 

 

「ถึงจะดูเสียมารยาทที่ไปขัดตอนกินข้าวก็เถอะ……」

 

 

หลังได้ยินเสียงเรียกเข้า ปลายสายก็ตอบกลับทันที

 

 

 

『ค่ะ นี่โอโมริเองค่ะ!!』

 

「เอ่อ โอโมริซังสินะครับ? ขอโทษที่โทรมาหาระหว่างทานข้าวนะครับ」

 

『อ๊ะ อื้อ ไม่หรอก! ฉันยังไม่ได้กินข้าวด้วยซ้ำ มีอะไรหรือเปล่าคัตสึกิคุง!!』

 

 

เสียงโอโมริซังดูร่าเริงเป็นปกติ

 

 

『หายากนะเนี่ยที่นายโทรหาฉันก่อนแบบนี้!』

 

「ก็ไม่อะไรหรอกครับ แค่ได้ยินว่าช่วงนี้คุณทำตัวแปลกๆไป เรมะเองก็เป็นกังวลเลยอยากจะรู้ว่าคุณเป็นอะไรไปหรือเปล่า?」

 

『อ้อ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันก็ยังเป็นฉันตามปกตินี่แหละสบายมาก!!』

 

 

ความกังวลที่มีก่อนหน้าเหมือนเป็นเรื่องโกหกไปเลย

 

จากวิธีการพูดจาของเธอแล้วถึงจะมีอะไรแปลกไปเธอก็น่าจะผ่านไปได้ เอาเป็นว่ากลับไปบอกเรมะเกี่ยวกับภารกิจ――

 

 

 

「……หือ?」

 

『มีอะไรเหรอ?』

 

ฉันคุยโทรศัพท์แล้วหันไปมองโอโมริซังที่อยู่ชั้น 1 ก่อนจะนิ่งไปสักพัก

 

 

「ไม่ได้ถือ……โทรศัพท์?」

 

『หือ ก็ถือคุยอยู่นี่ไง?』

 

 

ในระหว่างที่กำลังคุยกัน โอโมริซังที่นั่งอยู่ตรงชั้น 1 ก็ทานมื้อกลางวันเงียบ โดยไม่มีมือถืออยู่ข้างๆเลยด้วยซ้ำ

 

สีหน้าก็ไม่ได้ยิ้ม หรือกำลังเหมือนพูดคุยอะไรอยู่

 

 

 

「……」

 

『หะ หือ? นี่คัตสึกิคุง? เป็นอะไรไปน่ะ?』

 

 

ใครกัน

 

คนที่อยู่ตรงปลายสายของโทรศัพท์หรือคนที่นั่งทานข้าวอยู่

 

ใครคือตัวจริงกันแน่?

 

 

 

「เอ่อ เอาเป็นว่าขอโทษด้วยนะครับ…เดี๋ยวค่อยคุยกันต่อแล้วกัน…」

 

『อะ อื้อ』

 

 

ฉันกดวางสายไปก่อนจะพูดด้วยเสียงสั่นๆ

 

 

 

 

「จะบอกว่าเป็นเพราะอากาศร้อนมันก็….」

 

 

โอโมริซังที่ไม่ควรจะมีถึง 2 คน

 

ข้อสงสัยของเรมะได้รับการพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว

 

 

「นี่ทั้งสองคน!!」

 

「หือ!?」

 

「อุ?」

 

 

สองสาวที่ได้ยินเสียงพูดของฉันก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา

 

แบบนี้มันชักจะแย่แล้วสิ!!

 

 

 

「เอาเป็นว่าเราหยุดแค่นี้กันก่อนดีไหม……!!」

 

「เดี๋ยวทำไมล่ะ!? ดูหน้านายซีดๆไปเด้!?」

 

 

ฉันควรบอกพวกเธอดีไหมนะ?

 

จะบอกว่าเป็นพวกผีวิญญาณก็ยังไงอยู่ แถมไม่มีอะไรรับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากฉันพูดออกไป

 

ในขณะที่กำลังหนักใจว่าจะบอกยังไงกับพวกเธอดี ก็เกิดแสงวาบขึ้นที่จัสติสเชนเจอร์ตรงมือของคิราระกับอาโออิ

 

 

 

「เอาล่ะ! รีบไปจัดการพวกเอเลี่ยนกันเถอะ!!」

 

「ทำไมนายถึงดูกระตือรือล้นแปลกๆน้า……?」

 

「น่าสงสัย……?」

 

 

เอเลี่ยนไปปรากฏตัวขึ้นราวกับรู้จังหวะ ฉันใช้โอกาสนี้ในการเบี่ยงประเด็น

 

ไว้ค่อยไปคุยเรื่องนี้กับเรมะดีกว่า

 

ไว้เดี๋ยวลองสังเกตเองอีกสักหน่อย ค่อยไปปรึกษาเรมะละกัน

 

***

 

ทันทีที่รู้ถึงการมาเยือนของเอเลี่ยน พวกเราก็แปลงร่างแล้วขึ้นยานของตัวเองบินไปบนฟากฟ้า

 

 

『ครั้งนี้พวกมันมากัน 3 คน!! น่าจะตั้งใจต่อสู้กันเป็นกลุ่มด้วย!!』

 

「「รับทราบ!」」

 

「อ้า!」

 

 

3 สินะ?

 

ถึงจะเคยสู้กับพวกที่มากันเยอะ แต่คราวนี้เป็นพวกลำดับสูง เลยคิดว่าน่าจะลำบากพอสมควร

 

ลืมเรื่องของโอโมริซังไปก่อนแล้วจัดการเรื่องตรงหน้าดีกว่า

 

ในระหว่างที่คิดเรื่องนี้ เรดซึ่งออกไปเรียนเสริมภาคฤดูร้อนก็เข้ามาเสริมทัพ

 

 

 

「เรด เดินทางมาถึงแล้ว!」

 

「ในที่สุดก็มาจนได้เด้ เรดตัวแดง」

 

「มาสาย」

 

「ตัวแดงบ้าบออะไรกันยะ เกรดของฉันยังพอใช้ได้เถอะ! เอาเป็นว่ารอบนี้มี 3 สินะ?」

 

「ก็คงจะอย่างงั้นน!!」

 

 

หลังแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเสร็จ เราก็มุ่งไปยังปลายทาง

 

กำจัดพวกมันก่อนจะเกิดความเสียหาย

 

ในระหว่างเดินทางนั้นเอง ชิโระที่อยู่ตรงหัวเข็มขัด ก็ส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง

 

จากนั้นวัตถุโปร่งใสก็พุ่งชนรถของฉันเข้าจากด้านหลัง

 

 

 

「อึก!?」

 

เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นรถอีกคันหนึ่ง

 

เอเลี่ยนตัวที่ 4 เหรอ แถมนั่นมัน….

 

 

 

「ไรเดอร์สีน้ำเงิน?!」

 

「……」

 

 

คอสโม่ ไรเดอร์สีน้ำเงินที่ขับมอเตอร์ไซค์เหมือนกับฉัน ซึ่งอยู่ลำดับที่ 67 สินะ?!

 

เมื่อรู้ว่าเป้าหมายของเธอนี่จะเป็นฉันแน่ๆ ฉันก็ติดต่อกับพวกเรด

 

 

 

 

「ตรงนี้ให้ฉันจัดการเอง พวกเธอไปสู้กับตัวที่รออยู่เถอะ!!」

 

「……อึก! เข้าใจแล้ว!!」

 

 

หลังยืนยันว่าพวกสาวๆไปกันแล้ว ฉันก็หยุดรถแล้วเฝ้าระวังอีกฝ่าย

 

ไรเดอร์สีน้ำเงินไล่ตามฉันมาจากบนฟ้าอย่างที่คิด

 

 

 

 

「ต้องการอะไรกันแน่!!」

 

『BREAK ARROW!!』

 

「คู่ต่อสู้ของนายคือฉัน!」

 

『L・E・O GUNSWORD!!』

 

 

ฉันหยิบธนูออกมา ส่วนอีกฝ่ายหยิบปืนสีน้ำเงินที่ติดปลายเป็นดาบขึ้นมา จากนั้นพวกเราทั้งสองก็บิดคันเร่งรถพุ่งผ่านกันขณะโจมตีด้วยอาวุธในมือ

 

ประกายไฟและการกระทบกับของกระสุนและลูกศรพลังงานกระจายไปทั่ว

 

พลังทำลายล้างของอีกฝ่ายเหมือนจะสูงกว่าร่าง Break Form นิดหน่อย

 

 

 

「ย้ากกก!!」

 

『PUNISH → L・E・O』

 

「ชิบ」

 

 

อยู่ดีๆก็ใช้ท่าพิเศษเลยเหรอ!!

 

ฉันกดหัวเข็มขัดของฉันทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเตรียมใช้ท่าพิเศษ

 

 

 

 

「ก็มีแต่ต้องสวนไปสินะ!!」

 

『DEADLY!! TYPE LUPUS!!』

 

 

เท้าของคอสโม่ถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงิน ส่วนเท้าขวาของฉันก็ถูกหุ้มด้วยแสงสีทอง

 

พวกเราทั้งสองได้บินอยู่บนฟ้า และถอยรถออกมาเพื่อทำระยะห่างเล็กน้อย ก่อนจะเร่งความเร็วเตรียมพุ่งเข้าปะทะอีกครั้ง

 

 

「ต้องการอะไรจากฉันกันแน่……!!」

 

 

 

แน่นอนว่าถ้าเร่งความเร็วไปตรงหน้าเฉยๆสุดท้ายรถก็จะชนกัน ทางฉันจึงทำการกระโดดออกจากรถเพื่อเตรียมเตะอีกฝ่าย ทว่าอีกฝ่ายก็ทำแบบเดียวกับฉัน

 

 

 

「อัศวินขาววววววว!!」

 

『REGULUS EXECUTION……』

 

 

 

「ย๊ากกกก!!」

 

『BREAK! POWER!!』

 

『BITING! CRASH!!』

 

 

ลูกเตะของพวกเราสองคนปะทะกันจนเกิดเสียงดังลั่นราวกับฟ้าฝ่า

 

แสงจากการปะทะนั้นจ้าไปทั่วบริเวณ

 

เมื่อได้รับมือกับอีกฝ่ายในระยะนี้ ฉันก็อดคิดไม่ได้จริงๆว่า ศัตรู คราวนี้แตกต่างจากที่ฉันเคยเจอมาทั้งหมด ในหลายๆความหมาย

 

 

***

ลูกเตะปะทะกันกลางอากาศ

 

การโจมดีคราวนี้ทำให้สมดุลของพวกเราทั้งสองเปลี่ยนไป ประกายแสงที่ส่องออกมาพัดร่างของฉันปลิวจากจุดที่อยู่

 

 

「อั๊คคคค!?」

 

 

ร่างของฉันร่วงลงมาจนถึงพื้น ก่อนที่ฉันพยายามจะลุกขึ้นยืนใหม่

 

ตกลงมาเขตคนอยู่เหรอ?! แย่แล้วสิ แบบนี้อันตรายแน่!!

 

 

 

『คัตสึกิคุง!! เป็นยังไงบ้าง!!』

 

「อึก ก็พอไหวครับ!!」

 

『ศัตรูคราวนี้มีความสามารถและพลังที่ใกล้เคียงกับนาย!! เพราะสิ่งนั้นคือของที่ฉันเคยสร้างขึ้น ให้ตายสิดันเข้ากันได้เหรอเนี่ย!!』

 

 

สูทที่เรมะเลยสร้าง

 

ก็รู้หรอกว่าศัตรูคราวนี้แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะขนาดนี้

 

ทางคอสโม่เองก็ร่วงลงมาที่พื้นไม่ต่างกับฉัน

 

ผู้คนเริ่มเข้ามามุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น

 

 

 

「…ขอเปลี่ยนที่สู้หน่อยได้ไหม?」

 

「หนวกหู!!」

 

「ทุกคนรีบหนีออกไปจากที่นี่ซะ!!」

 

 

คอสโม่เข้ามาโจมตีฉันด้วยอาวุธที่เหมือนกับดาบติดปลายปืน

 

ฉันจึงหยิบ Lupas Dagger ออกมาป้องกัน

 

 

 

「เอาจริงได้แล้ว อัศวินขาว!!」

 

「สรุปแกมีเป้าหมายอะไรกันแน่ฟะ!!」

 

「ฉันก็บอกไปตั้งแต่แรกแล้วไง!!」

 

 

 

เหวี่ยงอาวุธพร้อมกับปิดระยะด้วยการก้าวไปข้างหน้าหนึ่งจังหวะ ก่อนจะฟันเป็นแนวนอนต่ออีกที ตามด้วยการถอยไปครึ่งก้าวแล้วจ้วงแทงเข้ามา

 

ฉันสังเกตลำดับการโจมตีของเธอพลางป้องกันด้วยLupus Dagger

 

 

「「……!!」」

 

 

แรงชะมัด……!!

 

สไตล์การต่อสู้ของคอสโม่….ช่างดูสง่างามและสมบูรณ์แบบจริงๆ

 

มันคือการโจมตีที่แสดงให้เห็นถึงการฝึกฝนจากตำราซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นการนานแสนนานจนได้ท่วงท่าการโจมตีที่เฉียบคมเช่นนี้

 

「นี่สินะ ผลของการฝึกฝนอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ……!!」

 

 

เหมือนกับคนที่เคยฝึกฝนเคนโด้ คาราเต้ สไตล์การต่อสู้ของเธอมีแบบแผนชัดเจนต่างการเรดและคนอื่นๆที่ฉันเคยสู้ในอดีต ที่สั่งสมประสบการณ์ผ่านสนามรบจริงๆ

 

 

 

『ฉันเคยจับดาบครั้งแรกก็ตอนสู้กับพวกสัตว์ประหลาดนี่แหละ หือ? ฟันดาบเหรอ? จะไปเคยเรียนของแบบนั้นได้ยังไงกัน』

 

 

 

『ฉันก็มาเรียนรู้วิธีต่อสู้เอาตอนแปลงร่างได้นี่แหละเด้』

 

 

 

『ตอนอยู่ ป 4 โดนชมว่าเก่งยิงปืน อื้อ』

 

 

ตอนที่ได้ฟัง 3 สาวพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ฉันก็เคยบอกพวกเธอไปเหมือนกันว่าไม่ฝึกให้มันมีแบบแผนอะไรดีๆหน่อยเหรอ

 

แต่พวกเธอที่ได้ฟังก็ดันสงสายตาแปลกๆจ้องมองมาทางฉันแทน

 

 

「จะมาสร้างความเสียหายให้คนรอบๆก็ไม่ได้อีก !!」

 

 

 

『NEXT! BREAK BLUE!! → OK?』

 

 

ฉันกดหัวเข็มขัดเพื่อเปลี่ยนร่าง

 

ชุดเกราะสีขาวได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ตามด้วยเสียงคลื่นน้ำที่สาดซัดเข้ามาปกคลุมร่างของฉัน

 

 

 

『CHANGE!! BREAK BLUE!!』

 

 

ประสามสัมผัสของฉันเฉียบคมขึ้น ฉันทำการหลบดาบของโคสโม่และเตะสวนกลับไปหนึ่งดอก

 

 

「อึก!?」

 

 

คอสโม่กลิ้งไปมากับพื้นก่อนส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

 

ในขณะที่ฉันกำลังจะตามไปซ้ำ ก็สังเกตว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้ฉัน

 

 

 

「อะ เอ่อ ถ่ายละครเหรอ…?!」

 

「ก็บอกว่าให้หนีไปไม่ใช่หรือไงฟะ!!」

 

 

ขืนสู้กันที่นี่ต่อได้เดือดร้อนแน่

 

 

 

「ชิโระ! รีบหาจุดที่ไม่มีคนให้หน่อย!」

 

『โฮก!』

 

「ฝากด้วยล่ะ!」

 

「ชิ……!! ไม่คิดจะให้กันได้พักเลยเหรอฟะ!!」

 

 

คอสโม่ลุกขึ้น ก่อนจะยิงกระสุนปืนมาทางฉัน

 

ชิบละสิ ถ้าหลบก็โดนคนข้างหลังอีก

 

ฉันจึงตัดสินใจใช้ฝ่ามือบวกกับประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของ Break Blue เพื่อคว้าเอากระสุนที่พุ่งมาทั้งหมดด้วยมือของฉัน

 

ก่อนจะตะโกนซ้ำให้คนรอบๆหนีไปอีกที

 

 

「ก็บอกว่าให้รีบหนีไปไง อยากจะโดนฆ่าตายหรือไง!!」

 

「ค ครับ!」

 

「เอ่อ คือว่า ถ้าอยากจะหาที่ไม่มีคน ลองไปลานกว้างใกล้ๆนี่ก็น่าจะได้นะครับ!!」

 

「! เข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก!!」

 

 

คงต้องพาไปที่ลานกว้างใกล้ๆนี่สินะ!!

 

แต่ปัญหาคือจะลากอีกฝ่ายไปได้ยังไง

 

 

「สู้ไปคิดไปละกันฟะ!!」

 

『LIQUID SHOOTERⅡ!!』

 

 

ฉันหยิบLIQUID SHOOTERⅡขึ้นมาแล้วยิงกระสุนพลังงานออกไปเป็นชุดๆ

 

 

 

 

「งั้นก็ต้อง……!!」

 

 

คอสโม่ที่เห็นแบบนั้น ก็หยิบเอาบางอย่างคล้ายกับกุญแจออกมาจากข้างเข็มขัดแล้วเสียบเข้าไปตรงหัวเข็มขัด

 

 

「รับมือด้วยไอ้นี่!!」

 

『LOADING→→ ARMORー:GRIM』

 

 

ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น สนามพลังงานขนาดเล็กก็ปกคลุมรอบตัวคอสโม่ และชุดเกราะรูปแบบใหม่ก็เข้าไปติดตั้งรอบตัวของเธอ

 

 

 

「เหมือนกับฉันเลยนี่หว่า!?」

 

『จะบอกแบบนั้นก็ไม่เชิง! การเปลี่ยนร่างของนายคือการเปลี่ยนความสามารถและคุณสมบัติของพลังที่ใช้ได้ไปเลย แต่เรกูรัสนั้นจะเป็นการติดตั้งอุปกรณ์เสริมเข้ามาเพื่อเพิ่มความสามารถในการต่อสู้เฉยๆ!!』

 

 

ชุดคลุมได้ถูกติดเอาไว้บนแผ่นหลังของชุดเกราะสีน้ำเงิน

 

เกราะสีดำได้เข้ามาติดบนร่างกายของเธอ พร้อมกับมือขวาที่ปรากฏเคียวด้ามยาว ทันทีที่อีกฝ่ายเหวี่ยงมันก็เกิดกระแสลมขึ้น

 

 

 

「คิดว่านายเป็นคนเดียวที่เสริมพลังได้หรือไง!!」

 

『ระวังตัวด้วยล่ะ คัตสึกิคุง ความสามารถและพลังของมัน แม้แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ!!』

 

「โอ้ว!」

 

 

กระสุนพลังงานที่ฉันยิงออกไปถูกเคียวนั้นฟันหายไปในพริบตา

 

ก่อนที่ร่างของเธอจะหายไปแล้วปรากฏตัวอีกทีตรงหน้าฉัน

 

 

「ชิ」

 

ประกายไฟได้เกิดขึ้นตรงเกราะบริเวณหน้าอก อีกฝ่ายเร็วได้ขนาดนี้เลยเหรอ

 

แต่ถึงแบบนั้นก็ยังพอจะตามไหว

 

 

「เอานี่ไปกิน!!」

 

「คึก!!」

 

 

ฉันพยายามตามจังหวะการโจมตีของเธอและใช้มีดป้องกันเคียวที่เหวี่ยงเข้ามา ก่อนจะยิงกระสุนพลังงานสวนกลับไปด้วยมืออีกข้าง

 

ทว่าอีกฝ่ายก็สามารถหลบได้ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

 

 

 

「การโจมตีแค่นี้คิดว่าจะหลบไม่ได้เหรอ」

 

「ทางนี้ก็เหมือนกันแหละน่า!!」

 

 

คอสโม่ยังคงเคลื่อนที่ไปมาด้วยความเร็วสูง

 

ส่วนทางฉันก็เคลื่อนที่หลบไปด้วยขณะ คาดเดาการเคลื่อนไหวอีกฝ่ายเพื่อหาจังหวะยิงสวน

 

 

 

「……」

 

 

เคียวของอีกฝ่ายฟาดฟันไปมาเป็นระยะ

 

ฉันก็ใช้โอกาสนี้ค่อยๆพาอีกฝ่ายไปยังจุดที่สามารถต่อสู้ได้สะดวกไม่เดือดร้อนใคร

 

 

 

「ทำไมนายถึงยังไม่เอาจริงสักทีล่ะ!!」

 

「หมายถึงอะไร!」

 

「ก็ร่างที่แข็งแกร่งที่สุดคือร่างขาวดำไม่ใช่หรือไง!!」

 

 

คงจะหมายถึงร่าง Another

 

ไม่มีทางที่ฉันจะใช้ร่างนั้นในพื้นที่อยู่อาศัยได้หรอก แค่ยิงGravity Busterทีเดียวก็สามารถทำลายพื้นที่รอบๆได้เป็นแถบๆแล้ว

 

 

 

 

「คิดว่าฉันจะต่อสู้เอาตามตัวเองสะดวกได้หรือไงฟะ!!」

 

「หา……!!」

 

ฉันเหวี่ยงมีดในมือฟันตรงช่องท้องอีกฝ่าย

 

แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายเหวี่ยงเคียวเข้ามาโจมตีฉัน 

 

 

 

「อั๊ค」

 

「อึก」

 

 

ประกายไฟได้เกิดขึ้นตรงชุดเกราะอีกครั้ง

 

เมื่ออีกฝ่ายตั้งสติหลังถูกโจมตีเสร็จ ก็ทำการใช้งานท่าพิเศษต่อ ออร่าสีม่วงประหลาดเริ่มห่อหุ้มทั่วเคียว

 

 

 

『PUNISH → L・E・O』

 

「รับไปซะ……!」

 

 

ร่างของคอสโม่หายไปเหมือนภาพลวงตาที่เลือนหาย

 

วินาทีต่อมา คอสโม่ก็ปรากฏตรงหน้าฉันและฟันเคียวเข้ามาที่ไหล่ของฉัน

 

 

『GRIM EXECUTION……』

 

「อึก……!!」

 

「ฉันจะต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองให้ท่านให้เห็น!!」

 

ความเจ็บปวดพวยพุ่งออกมาจากไหล่ของฉัน

 

ฉันคว้าด้ามเคียวเอาไว้แน่นพร้อมกับมองเลือดที่ไหลออกมา

 

 

 

「อะไรกัน!?」

 

「คิดว่าใช้เป็นคนเดียวหรือไง?」

 

『DEADLY!! BREAK BLUE!!』

 

 

ฉันลั่นไกปืนของLiquid Shooter IIเข้าไปที่หน้าท้องของคอสโม่ซึ่งถูกหยุดการเคลื่อนไหวเอาไว้ ก่อนจะปล่อยท่าพิเศษออกไป

 

หากเป็นระยะนี้ยังไงก็ไม่พลาด!!

 

 

 

「คิดว่าหลบได้ก็ลองดูสิฟะ!!」

 

『BREAK! POWER!!』

 

『AQUA!! FULLPOWER BREAK!!』

 

「เชี่ยเอ้ย!?」

 

 

การโจมตีโดยตรงจากข้างหน้า ทำให้ร่างของคอสโม่กระเด็นออกไปพร้อมกระสุนพลังงาน

 

เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็ตั้งใจจะวิ่งตามไปซ้ำ แต่ความเจ็บปวดตรงไหล่ทำให้ฉันต้องหยุดลง

 

 

 

 

「ชิโระ ช่วยสร้างเกราะขึ้นมาปิดตรงนี้ให้หน่อยได้ไหม」

 

『โฮก』

 

「โอ้ว ขอบใจมาก」

 

 

ทิศที่ฉันส่งเธอไปคือทางลานกว้างของเมือง

 

เป็นพื้นที่ที่น่าจะใช้ต่อสู้ได้สะดวก

 

ฉันเรียก Lupus Striker ออกมาเพื่อขับตรงไปยังทางที่คอสโม่กระเด็นไป

 

 

 

「คะ คึก ทำกันได้นะ…!! อัศวินขาว!!」

 

 

ฉันใช้รถชนอัดเข้ากับร่างของคอสโม่ก่อนจะลากมันให้กระเด็นร่วงไปตรงลานกว้างสำเร็จ

 

 

 

 

「คุ!?」

 

 

ฉันลงจากรถแล้วมองไปยังกองฝุ่นที่คลุ้งออกจากแรงกระแทก

 

ความเสียหายที่คอสโม่ได้รับตอนนี้น่าจะหนักกว่าฉัน

 

แต่ใจสู้ของอีกฝ่ายไม่ได้ลดลงเลย

 

 

 

――คู่ต่อสู้คราวนี้ก็มีนิสัยไม่ต่างอะไรกับแก

 

「……」

 

 

ฉันได้ยินเสียงของรูอินซังพูดขึ้น

 

อีกฝ่ายก็เหมือนกับฉัน

 

เหมือนเสียยิ่งกว่าเรดหรือคนอื่นๆ

 

 

 

――แต่ฝ่ายตรงข้ามเป็นเพียงผู้รุกราน

 

「เอาใจแล้วครับ」

 

――ดังนั้นสิ่งที่แกต้องทำก็ไม่เปลี่ยน

 

 

เอาชนะอีกฝ่าย

 

 

 

 

――เพื่อปกป้องโลกใบนี้

 

 

ต้องกำจัดภัยรุกรานออกไปจนสิ้น

 

 

 

――จัดกาซะ

 

 

――หยุดลมหายใจของนางและคืนความสงบให้กับผู้คน

 

 

สิ่งที่ฉันต้องทำไม่เปลี่ยนแปลง

 

เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้รุกราน ฉันไม่จำเป็นต้องแสดงความเมตตา หากปล่อยเอาไว้อีกฝ่ายก็จะออกไปทำร้ายผู้คน

 

จะมาเสียใจเอาตอนเมื่อสายไปไม่ได้

 

「แต่ว่า……」

 

 

มีบางอย่างผิดแปลกเกี่ยวกับศัตรูคนนี้

 

เขาไม่เหมือนกับศัตรูก่อนหน้า ฉันรู้สึกว่าเขาตั้งใจจะสู้กับฉันจริงๆ ไม่ใช่การทำร้ายมนุษย์คนอื่น

 

 

「เราพอกันแค่นี้ดีกว่าไหม?」

 

「……หา!!」

 

 

อยู่ดีๆฉันก็พูดคำนี้ออกไป

 

ภาพของคอสโม่ที่ฉันเห็นตอนนี้ช่างคล้ายกับดาราแฝดเจ็มที่ฉันเคยสู้ด้วย

 

เธอดูมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนต่างจากพวกก่อนหน้า

 

การกระทำของเธอเหมือนฝืนตัวเองอย่างสิ้นหวัง ราวกับอยากจะให้ใครสักคนยอมรับในตัวเธอ….ใช่แล้ว เหมือนเด็กน้อยที่ต้องการความรัก

 

 

 

「อย่ามาล้อกันเล่น จะมาสงสารกันหรือยังไง? 」

 

「ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น……」

 

「แต่ที่ฉันได้ยินมันแบบนั้น…!!」

 

 

คอสโม่ใช้เล็บของตัวเองลากไปมาบนหน้ากากราวกับกำลังเกาอยู่

 

ความโกรธของคอสโม่ได้พวยพุ่งและเข็มขัดรูปเสือดาวก็ส่องประกายออกมา

 

 

 

「อึก โถ่เว้ย!! อย่ามาล้อกันเล่นนะเว้ย อย่าได้คิดเชียว ฉันผู้นี้ที่ได้รับการอนุญาตให้เรียกชื่อของท่านรูอิน เหมือนกันกับนาย!!」

 

「พูดเรื่องอะไรกันฟะ?」

 

「จงสู้สิ อัศวินขาว!! ทุ่มสุดตัวกับฉันคนนี้ซะ!!」

 

 

เหมือนคอสโม่จะพูดถึงชื่อของใครบางคน แต่เสียงนั้นมันกลับไม่เข้าหูฉันเลย

 

เขากำลังคลั่ง

 

ความโกรธ ความเกลียดชัง อารมณ์ที่รุนแรงนั้นทำให้เขาหยิบกุญแจรูปปีกออกมาแล้วเสียบไปตรงหัวเข็มขัด

 

 

 

「ฉันจะต้องทำตามความคาดหวังของท่านให้ได้…ไม่งั้นฉันก็จะเป็นคนไร้ค่า…ต่อสู้ก็ไม่ได้เรื่อง เป็นเพียงเศษฝุ่น!!」

 

 

 

『LOADING→→ARMOR:EVIL!!!』

 

 

 

「เพื่อสิ่งนั้น แม้ฉันจะต้องตายก็ไม่เสียหาย!!」

 

 

เกราะที่ปกคลุมร่างของคอนโม่ได้หายไป จนกลับไปเป็นร่างปกติ

 

ทว่าวินาทีต่อมา ร่างของเขาก็ถูกห่อห้มด้วยปีกค้างคาวที่ติดอยู่ตรงหลัง พร้อมกับเกราะรูปแบบใหม่

 

เกราะสีเขียวที่ปล่อยออร่าแห่งความชั่วร้ายออกมาจากทุกส่วนของร่างกาย

 

อาวุธที่เหมือนกับปืนคาบศิลาปรากฏตรงมือขวา

 

คอสโม่ทำการควงมันไปมาก่อนจะเล็งมาหาฉัน

 

 

「ช่วยไม่ได้สินะ!!」

 

『GRAVITY!!』

 

ฉันเสียบกราวิตี้ไดร์ฟเข้าไปตรงหัวเข็มขัดและเปลี่ยนเป็นAnother Form

 

 

กระสุนพลังงานอันเข้มข้นถูกยิงออกมาจากปากกระบอกปืนอีกฝ่าย แต่ฉันก็ใช้สนามพลังแรงโน้มถ่วงทำลายทิ้ง

 

 

『ANOTHER FORM!! COMPLETE……』

 

 

ANOTHER FORM ร่างขาวดำสลับได้ปรากฏขึ้น

 

หลังเปลี่ยนร่างเสร็จ คอสโม่ที่ยังถือปืนไว้ในมือก็เปิดใช้งานท่าพิเศษ

 

 

 

『EVIL!! 1000 BULET!!』

 

 

ปืนมากกว่า 100 กระบอกได้ปรากฏขึ้นด้านหลังของคอสโม่

 

และมันชี้มาทางฉันทุกกระบอก พร้อมกับปลดปล่อยกระสุนพลังงานทันที

 

 

 

「อึก!!」

 

「……」

 

 

ฉันยกฝ่ามือขึ้นมาและสร้างบาเรียแรงโน้มถ่วงเพื่อป้องกันกระสุนพลังงาน

 

การระดมยิงนั้นนานกว่า 10 วินาที

 

คอสโม่ที่เห็นว่าฉันไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลยก็แสดงอาการตกใจออกมา

 

 

「ยะ ยังหรอกน่า…!!」

 

『EVIL!! EXECUTION!!』

 

 

กระสุนพลังงานพิเศษได้ถูกยิงออกมาอีกครั้ง

 

หากเป็น Break Form ฉันคงจะพยายามหลบมัน แต่เมื่ออยู่ในร่างนี้ก็ไม่มีความจำเป็นเลย

 

 

「……」

 

 

กระสุนถูกยิงมาด้วยกัน 6 นัด ถูกฉันปัดทิ้งจนหมด ก่อนที่ฉันจะปิดระยะเข้าหาคอสโม่แล้วทำลายปืนที่อีกฝ่ายถืออยู่

 

 

 

「อะ อึก นี่นาย!」

 

 

ฉันหลบลูกเตะที่ดูสิ้นหวังของอีกฝ่าย ก่อนจะกดหัวเข็มขัด 3 ครั้ง แล้วหันไปหาคอสโม่ หมัดที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีขาวในมือของฉันถูกปล่อยออกไป

 

 

 

『DEADLY!! WHITE SIDE!!』

 

「โถ่เว้ย――」

 

『LUPUS! FIRST CRASH!!』

 

 

หมัดนั้นได้กระแทกเข้ากับลำตัวของคอสโม่จังๆ

 

หลังปล่อยหมัดออกไป ร่างของอีกฝ่ายก็ปลิวไปกระแทกเข้ากับกำแพงของลานกว้าง

 

 

「อั๊……ก」

 

 

การแปลงร่างของคอสโม่ถูกปลดออกและล้มลงกับพื้น

 

ฉันดึงกำปั้นกลับมาและโล่งใจที่การต่อสู้จบลงเสียที ทว่ามันก็เกิดเรื่องที่ฉันต้องประหลาดใจขึ้นอีกครั้ง

 

 

――จบแล้วงั้นเหรอ เอาเถอะ ก็คงได้ประมาณนี้แหละนะ

 

「……ผะ……ผู้หญิง?」

 

 

ร่างที่ล้มลงกับพื้นนั้นคือหญิงสาวที่สวมชุดคลุมสีดำสนิท

 

แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของเธอเพราะมีผ้าคลุมเอาไว้ แต่ผมหน้าม้าสีเขียวที่ลอดออกมานั้นก็ทำให้ฉันได้รู้ถึงตัวตนอีกฝ่าย จากที่เห็นยังไงก็ไม่น่าจะอายุมากนัก คงไม่ห่างกับฉันเท่าไหร่

 

…ต้องติดต่อเรมะก่อน

 

 

 

「ประธาน ลำดับที่ 067 คอสโม่ถูกจัดการเรียบร้อย」

 

『เข้าใจแล้ว….ดูเหมือนว่าเรดกับคนอื่นๆก็ใกล้แล้วเหมือนกัน เอาเป็นว่าขอให้นายจับตาดูเธอ เพื่อไม่ให้หนีได้ก่อนละกัน』

 

「รับทราบ」

 

 

แม้ฉันจะพยายามออมแรงเท่าที่ทำได้แล้ว แต่ผลกระทบจากการโจมตีก็สูงอยู่ดี

 

นั่นเป็นเพราะคอสโม่แข็งแกร่งจึงอยากจะออมมือ….

 

 

 

「……ดูคล้ายชิโระเลยแฮะ」

 

 

เพื่อจะไม่ให้เธอแปลงร่างได้อีก ฉันจึงตั้งใจเก็บหัวเข็มขัดของเธอไว้กับตัวเอง

 

ในจังหวะที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบหัวเข็มขัดรูปเสือดาวตรงหน้า สายฟ้าสีแดงก็พวยพุ่งออกมาจากหัวเข็มขัดโดยไม่บอกกล่าว

 

 

「———คุ」

 

「……!」

 

 

ฉันกระโดดถอยออกมาจากตัวคอสโม่

 

 

 

「อะไรอีกฟะ?」

 

「อ๊ากกกกกก!!! กรี๊ดดดดดด!!」

 

 

เข็มขัดที่ติดอยู่ตรงเอวของเธอเกิดกระแสไฟฟ้าสีแดงขึ้นแล้วห่อหุ้มทั่วร่าง

 

ร่างของเธอชักกระตุกไปมาก่อนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

 

 

 

――โฮ่ มาแล้วสินะ……

 

「บะ แบบนี้จะไหวไหมเนี่ย!」

 

 

 

『WARNING!! WARNING!! WARNING!!』

 

 

เสียงเตือนที่บ่งบอกว่าอันตรายกำลังจะใกล้เข้ามา

 

มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!

 

 

 

『WILD! WILD!! WILD!! WILD!!!』

 

 

เสียงที่คล้ายกับจะปลุกบางอย่างให้ตื่นขึ้น

 

เด็กสาวที่ล้มลงไปก่อนหน้านี้ขยับแขนของตัวเองไปมาราวกับหุ่นเชิด

 

 

 

『แย่แล้ว! เธอไม่สามารถคุมมันอยู่!! คัตสึมิคุง รีบหยุดเธอเดี๋ยวนี้เลย!!』

 

「คะ ครับ!!」

 

 

เมื่อได้ยินเสียงของเรมะที่ตกใจจนพูดชื่อของฉันผิด ฉันก็รีบทำตามเขาบอกทันที

 

 

 

「……แ ป ล ง ร่ า ง」

 

『WAKE UP!!!』

 

 

ชิบ ช้าไป!!

 

ร่างของเธอลอยขึ้นไปในอากาศ เสื่อดาวที่อยู่ตรงหัวเข็มขัดถูกกลืนกินด้วยสีดำไปครึ่งหนึ่งตัดกับสีน้ำเงินของเดิม

 

อากาศเริ่มสั่นไหว โคลนสีดำค่อยๆปกคลุมร่างกายของคอสโม่และเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นสิ่งอื่น

 

『COME ON!!』

 

 

 

『DEVASTATING! RAMPAGE!!』

 

 

 

『GREAT BEAST!! FALL INTO DESIRE!!!』

 

 

ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินเข้าไปใกล้ แขนของเธอก็ยื่นออกมาจากโคลนสีดำแล้ว พัดฉันปลิวไปด้วยพลังลึกลับ

 

 

 

 

『ARMOR:ZONE!! JOKER FORM!!!』

 

 

ไรเดอร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของฉันตอนนี้ได้สวมเกราะสีน้ำเงินสลับสีดำ

 

รูปร่างเกราะของเธอได้เปลี่ยนไปคล้ายกับปลาปิรันย่า

 

สิ่งที่สะดุดตาฉันที่สุดก็คงจะเป็นดวงตาที่ถูกย้อมไปเป็นสีเลือด

 

 

 

『ร่างนี้มันบ้าอะไรกันฟะ……』

 

「ประธาน ผมควรทำยังไงดี! อีกฝ่ายดูจะรับมือยากสุดๆเลย」

 

『……ก็มีแต่ต้องสู้เท่านั้นแหละ』

 

 

ก่อนที่ฉันจะได้พูดว่า รับทราบ กลับไป แขนของคอสโม่ก็ขยับไปตบตรงหัวเข็มขัด

 

 

 

『GENOCIDE!! →JOKER!!!』

 

「หา!?」

 

 

คอสโม่พุ่งเข้ามาหาฉันพร้อมกับเปิดใช้งานท่าพิเศษ

 

การเคลื่อนไหวของเธอดูดุร้ายและรุนแรงมาก ไม่เหมือนกับตัวเธอตอนแรกเลย

 

อย่างไรก็ตาม ฉันรู้แล้วว่าเธอในตอนนี้อันตรายแค่ไหน จึงงัดพลังสวนหมัดกลับไปสุดตัว

 

 

「ก็มาสิฟะ!!」

 

「……」

 

 

ฉันทุ่มสุดตัวโจมตีสวนกลับไป

 

เธอในตอนนี้ไม่ใช่คนที่ฉันจะออมมือให้ได้อีก

 

ฉันต้องรีบจบมันให้เร็วที่สุด

 

 

 

『JOKER!! EXE』

 

 

ในขณะที่ปะทะกันอยู่ ก็มีบางอย่างคล้ายกับประตูมิติปรากฏขึ้นด้านหลังคอสโม่ แล้วกลืนกินร่างของเธอเข้าไป

 

 

「คุ!?」

 

 

คอสโม่หายไปต่อหน้าต่อตาฉัน ฉันมองไปรอบๆอย่างระวังเผื่อจะถูกลอบโจมตี ทว่ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยถึงจะผ่านไปพักหนึ่งแล้วก็ตาม

 

 

บ้าอะไรกัน……?

 

เธอหายไปไหน?

 

 

 

「……ประธาน」

 

『……ขอโทษด้วย ทางฉันเองก็ไม่สามารถตามสัญญาณของคอสโม่ได้…เธอน่าจะหนีไปแล้ว』

 

「……」

 

 

ร่างที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและความเกลียดชัง

 

นี่มันไม่ได้เรียกว่าการต่อสู้แล้ว

 

แค่เห็นก็รู้ว่านอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับรอบๆโดยไม่สนใจใคร มันยังสามารถทำลายตัวผู้ใช้อย่างตัวเธอเองได้

 

『โฮก……』

 

「อื้อ ฉันเขาใจดี ชิโระ」

 

 

ไม่ใช่แค่คอสโม่ หัวเข็มขัดที่อยู่ตรงเอวของเธอเองก็เหมือนกำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดอยู่

 

 

 

 

『คะ คัตสึกิคุง!!』

 

「ครับ?」

 

『รีบไปช่วยพวกเรดเดี๋ยวนี้เลย!! ไอ้ 3 ตัวที่บุกมา มันขยายร่างยักษ์แล้ว』

 

「ช่วยบอกพิกัดทีครับ!! ผมจะรีบไปทันที!!」

 

 

ตอนนี้ต้องรีบกำจัดพวกเอเลี่ยนก่อน

 

จริงอยู่ว่าพวกเรดสามารถรับมือกับสัตว์ประหลาดได้สบาย แต่ฉันต้องไปเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเมืองจากการต่อสู้!!

 

————-

Note 1 : ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ช่วยหารค่าไฟ  และสามารถช่วยค่าไฟคนแปลได้ที่ กสิกร 2092612913 หรือ QR Code

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 54 เฝ้าระวังและจู่โจม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved