cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ - ตอนที่ 474

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์
  4. ตอนที่ 474
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ – ตอนที่ 474
หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.474 – ทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ (2)

ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงเข้ม

มันคือร่างหลักของมารโลกาที่ทะยานสูงขึ้น และกำลังสาดแสงสีแดงเลือด สะท้อนไปทั่วโลกทั้งใบ

มารโลกาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

-ปัง!!

ต้นไม้สูงตระหง่านที่เกิดจากเลือดและเนื้อพวยพุ่งขึ้นมาถึงเบื้องบนท่ามกลางเวหา ปะทะเข้ากับเกาะลอยฟ้าที่ลอยลำอยู่ในระดับต่ำถึงกลาง

บรรดาเกาะลอยฟ้าที่กล่าวมาถูกทิ่มทำลายลงโดยตรง เศษซากของพวกมันกระจายไปทุกทิศทาง ก่อนจะแปรสภาพเป็นควันสีเทาและวูบบบบ! สลายหายไป

พฤษามารโลกายังคงพวยพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปจนกระทั่งสุดขอบของฟากฟ้า

“นายน้อย เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้มิได้มีผู้ฝึกยุทธอยู่ก็จริง แต่มารโลกาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ข้าเกรงว่า .. ” ฉานนู่เอ่ยปากออกมา

แต่กู่ฉิงซานโบกมือ ส่งสัญญาณให้เธอหยุด

ช่วงเวลาต่อมา เห็นแค่เพียงมัดกล้ามสีเลือดขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้น ทอดเงาลงมาในนิกายกวงหยาง และค่อยๆยกระดับสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

พฤษามารโลกาต้นนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหนามแหลม ขณะที่ชั้นอากาศโดยรอบมันสั่นไหวเล็กน้อย คล้ายกับกำลังพยายามค้นหาพลังวิญญาณอยู่

อีกนิดเดียว .. อีกนิดเดียวพฤษามารโลกาต้นนี้ก็จะพุ่งเสียบเข้ากับขอบเกาะลอยฟ้าของนิกายกวงหยางแล้ว นิดเดียวจริงๆ

อย่างไรก็ตาม กู่ฉิงซานไม่มีเวลามากพอที่จะรู้สึกสุขใจที่ตนนั้นโชคดี เพราะในสายตาของเขา ไม่ใกล้ไม่ไกล เจ้าตัวได้ค้นพบกับพฤษามารโลกาอีกต้นหนึ่งแล้ว

พฤษามารโลกาเริ่มทยอยกันผุดขึ้นมาทีละต้น ทีละต้น

ต้นไม้ยักษ์เหล่านี้เริ่มทะยานเบียดเสียดกันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่หลายเกาะลอยฟ้าไม่มีเวลาจะทันได้ตอบสนอง และถูกพวกมันบดขยี้จนแตกเป็นเสี่ยงๆ

เกาะลอยฟ้าที่ยังอยู่ เริ่มที่จะถูกทำลายลง

ขณะเดียวกัน ผู้ฝึกยุทธที่อยู่บนเกาะเหล่านี้ก็กระจัดกระจายตัวออกไปบนท้องฟ้า

พวกเขาจำเป็นที่จะต้องปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมา เพื่อป้องกันมิให้ตนเองร่วงตกลงไปยังร่างหลักของมารโลกาที่อยู่เบื้องล่าง

แต่น่าเสียดาย ที่วิธีนี้มิแตกต่างไปจากการดื่มยาพิษเพื่อดับกระหายเลย มันส่งผลตรงกันข้าม ความพินาศของพวกเขากลับรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

เมื่อพลังวิญญาณของผู้ฝึกยุทธปรากฏขึ้น มารโลกาก็จับสัมผัสถึงมันได้ในทันที

ทันใดนั้นผลไม้สีแดงเลือดก็ผุดออกมาตามกิ่งก้านของพฤษามารโลกาที่อยู่ใกล้เคียงกับเหล่าผู้ฝึกยุทธ

“โผล๊ะ”

ตามด้วยเสียงของผลไม้ที่ระเบิดออก

เห็นแค่เพียงหนังมนุษย์ที่บางเบาราวกับปีกจั๊กจั่นร่วงตกลงมาจากผลไม้

พวกมันจ้องมองไปยังผู้ฝึกยุทธและหัวเราะออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง “ยอด ยอดเยี่ยม”

นี่คือร่างมีจิตสำนึกของมารโลกา

จากนั้น พฤษามารโลกาตลอดทั้งต้นก็เต็มไปด้วยผลไม้ที่ผุดขึ้นมาโดยสมบูรณ์

หนังมนุษย์เริ่มที่จะทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น

พวกมันต่างพากันจ้องมองไปยังผู้ฝึกยุทธที่ลอยล่องอยู่ในอากาศ ปากอ้าหัวเราะอย่างพร้อมเพรียง “ยอด ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ที่มีจิตวิญญาณแสนอร่อยมากมายขนาดนี้!”

ตูม ตูม ตูม!

พฤษามารโลกาผุดขึ้นมาทั่วทั้งโลกอย่างไม่หยุดยั้ง และเริ่มทิ่มทำลายเกาะลอยฟ้าลงอย่างต่อเนื่อง

เกาะแล้ว เกาะเล่าต่างทยอยกันถูกทำลายลง

พร้อมกับจำนวนของผู้ฝึกยุทธที่ลอยล่องอยู่ในอากาศมากขึ้นเรื่อยๆ

พวกเขาหลบลี้ออกจากเกาะลอยฟ้าด้วยความหวาดกลัว แต่เมื่อออกมาแล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าจะหนีเอาชีวิตรอดไปที่ไหนอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม พฤษามารโลกาก็ยังเพิ่มจำนวนมากขึ้น และปลดปล่อยร่างมีจิตสำนึกของมันออกมาอย่างต่อเนื่อง

หนังมนุษย์ที่มิอาจคาดคำนวณถึงจำนวนได้ปรากฏกายขึ้นอยู่ กระจายกันไปทั่วผืนฟ้า

ในขณะที่พวกมันบางตน .. เริ่มจะทำการออกล่าแล้ว!

และแน่นอน อย่างที่เคยได้กล่าวไป ว่าความว่องไวของพวกมันน่ะรวดเร็วยิ่ง! ผู้ฝึกยุทธธรรมดาๆทั่วไปน่ะ ย่อมไม่มีทางตอบสนองได้ทัน

ผู้ฝึกยุทธขีดสุดความว่างเปล่าคนหนึ่งหยิบฉวยสมบัติมนตราขึ้นมาต่อต้านพวกมัน แต่ก็ทำได้เพียงครั้งสองครั้ง ทั้งคนทั้งร่างของเขาก็ถูกโอบกอดและสูบกินอย่างรวดเร็วโดยพวกหนังมนุษย์

—ต้องรู้นะว่านี่มิใช่ร่างมีจิตสำนึกของพฤษามารโลกาเพียง 1 หรือ 2 ต้น

แต่มันคือพฤษามารโลกานับหมื่นๆต้น! ที่ปลดปล่อยคลื่นมอนสเตอร์โถมทับออกมาบดขยี้เหยื่อในเวลาเดียวกัน!

ได้ยินแค่เพียงร่ำร้องด้วยความสิ้นหวังจากท่วมกลางดงหนังมนุษย์ สักพักเสียงที่ว่านั่นก็ค่อยๆจางหาย

แล้วพวกหนังมนุษย์ก็แยกย้ายกันไป

และในอากาศที่ว่างเปล่า ก็ไร้ซึ่งร่องรอยใดๆของผู้ฝึกยุทธคนนั้นอีกเลย

ชัดเจนว่าเขาเป็นถึงผู้ฝึกยุทธขีดสุดความว่างเปล่า ทว่าทั้งคนทั้งร่างของเขากลับถูกกลืนกินลงในพริบตา ไม่มีหลงเหลือ

เมื่อถูกห้อมล้อมไปด้วยร่างมีจิตสำนึกของมารโลกาที่มีจำนวนไร้ที่สิ้นสุด ความแข็งแกร่งของขีดสุดความว่างเปล่าก็เล็กจ้อย ไม่นับว่าเป็นสิ่งใด

หลังจากที่สูบกินผู้ฝึกยุทธแล้ว เหล่าหนังมนุษย์ก็บิดกายบางๆของพวกมัน และเปลี่ยนทิศทางไป

พวกมันเริ่มทำการมองหาสถานที่อื่น

เห็นแค่เพียงบนท้องฟ้า เหล่าผู้ฝึกยุทธทั้งหลายแม้อยากจะหลบหนี แต่ก็มิอาจรอดพ้น

ทันใดนั้นฉากไล่ล่านองเลือดก็ปรากฏขึ้นอีกครา

พร้อมกับเสียงร่ำไห้กรีดร้องที่ดังขึ้น

หมอกเลือดกระจายไปทั่วฟ้า

ผสมปนเปไปกับเสียงหัวเราะอันวิปลาสของหนังมนุษย์

เหล่าผู้ฝึกยุทธมิอาจต่อต้าน และทยอยกันถูกสูบกินไปอย่างรวดเร็ว

ในทุกๆอากาศที่ว่างเปล่าในระยะสายตา ไม่ว่าจะมองไปที่ใด ก็ล้วนเห็นแต่หนังมนุษย์ที่กำลังสูบกินผู้คนอยู่

พวกมันเพลิดเพลินไปกับการสูบกิน ราวกับครื้นเครงในงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่

นี่แหละ .. คือช่วงเวลาสุดท้ายของโลกทั้งใบล่ะ!

ณ เกาะลอยฟ้านิกายกวงหยาง

“นายน้อย แล้วพวกเราสมควรจะทำอย่างไรดี?” ฉานนู่เอ่ยถามด้วยความกังวล

“เจ้าจงเปลี่ยนกลับไปเป็นดาบเสีย ในเวลานี้ ข้าจักเผชิญหน้ากับมันด้วยตนเองโดยลำพัง”

“ทำไมกัน? ข้าสามารถช่วยเจ้าได้นะ” ฉานนู่เอ่ยถามด้วยความสับสน

กู่ฉิงซานกล่าวด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง “เวลานี้มิได้เกี่ยวข้องกับกำลังรบ แต่เป็นการตอบสนองอย่างฉับไว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ คนยิ่งน้อยก็ยิ่งดี”

“ข้าเข้าใจแล้ว”

ฉานนู่แปลงกายเป็นดาบขุนเขาเทวะหกโลกา และถูกคว้าจับโดยมือของกู่ฉิงซาน ก่อนจะถูกเก็บกลับคืนไปในทะเลแห่งห้วงสติ

กู่ฉิงซานสูดหายใจลึก สายตาเบนออกไปมองภายนอกของเกาะลอยฟ้า

ต้นไม้ที่บีบม้วนไปด้วยเส้นเลือดและเนื้อยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป เกาะลอยฟ้าทั่วทุกมุมโลกคงไม่สามารถหลบหนีจากโชคชะตา และถูกพวกมันทิ่มแทงขึ้นมา บดขยี้ทำลายจนเป็นผุยผงเป็นแน่

กู่ฉิงซานมองไปยังผู้ฝึกยุทธบนท้องฟ้า

ผู้ฝึกยุทธบางคน ได้ร่วมมือกับคนอื่นๆ ปลดปล่อยพลังวิญญาณ ช่วยกันใช้ออกด้วยเทคนิคมนตราขนาดใหญ่เพื่อต้านทานร่างมีจิตสำนึกของมารโลกา

แต่นั่นมันก็ไร้ความหมายอยู่ดี

ด้วยจำนวนของร่างมีจิตสำนึกที่มากกว่าอย่างเหลือล้น

เหล่าผู้ฝึกยุทธที่ร่วมแรงร่วมใจกันก็พ่ายแพ้ลง และถูกสูบกินเป็นอาหารอย่างรวดเร็ว

“นี่สินะ … ที่เรียกกันว่าการบดขยี้โดยสมบูรณ์ด้วยอำนาจที่เด็ดขาดยิ่งกว่า …”

กู่ฉิงซานถอนหายใจและเอ่ยพึมพำออกมา

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังอำนาจดังกล่าว ต่อให้เป็นเขาก็ไม่อาจรับมือกับมันได้เหมือนกัน

แต่อย่างน้อยเขาก็โชคดี

ที่เกาะลอยฟ้าของนิกายกวงหยางมิได้ถูกทำลายลงตั้งแต่ในทีแรก

ค่ายกลตัดขาดโลกภายนอกยังคงทำงานได้ดี อย่างน้อยในสถานที่แห่งนี้ก็จะไม่มีร่างมีจิตสำนึกของมารโลกาปรากฏขึ้นชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวก็คงอยู่ได้ไม่นาน ไม่ช้าก็เร็วเกาะลอยฟ้าแห่งนี้คงถูกทำลายลง

กู่ฉิงซานจึงเร่งใช้ช่วงเวลาอันมีค่านี้ของเขา ทำการสังเกตโลกทั้งใบในระยะสายตา

เขาต้องการที่จะรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะค้นหาวิธีจัดการแก้ปัญหากับมัน

โฮกกก!

มารโลกาคำรามคำหนึ่ง และเสียงของมันก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงไปตลอดทั้งโลก

ขณะเดียวกัน พฤษาสีเลือดก็ทวีจำนวนมากขึ้น จนผุดขึ้นเติมเต็มโลกทั้งใบ

ในวิสัยทัศน์ของกู่ฉิงซาน ราวกับจู่ๆตนก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นไปในท้องฟ้าอันไกลโพ้น

เห็นแค่เพียงในอากาศที่ว่างเปล่า เกาะลอยฟ้าที่อยู่เบื้องบน จู่ๆก็ค่อยๆลดระดับลง

กูู่ฉิงซานกวาดสายตาไปมองรอบทิศทางอีกครั้ง

และค้นพบว่า เกาะลอยฟ้าทั้งหมดที่ยังคงเหลือรอด บัดนี้กำลังลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ราวกับถูกดึงลงมาจากฟากฟ้าด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่มองไม่เห็น

ทันใดนั้นเอง ก็บังเกิดกระแสทมิฬหมุนวนปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

อากาศที่ว่างเปล่าสลายหายไปทันที

ขณะที่ท้องฟ้าเบื้องบน ดูเหมือนว่าจะลดระดับต่ำลงมาจากเดิมเป็นอย่างมาก

“มิติ … กำลังหดตัวลง?”

กู่ฉิงซานเอ่ยพึมพำ

ซึ่งนี่มันแตกต่างจากจินตนาการของเขา โลกมิได้ล่มสลายลงไปในทันที แต่ผลคือมันกลับค่อยๆลดขนาดของตัวเองลงอย่างฉับพลัน

ในกรณีนี้ กล่าวได้ว่าหากการล่มสลายของโลกได้ดำเนินมาจนถึงจุดสิ้นสุดเมื่อไหร่ แล้วยังมีผู้ฝึกยุทธคนใดเหลือรอด สุดท้ายด้วยผืนฟ้าที่หดแคบลง มันก็บีบบังคับให้พวกเขาต้องเผชิญกับมารโลกาเบื้องล่างอยู่ดี

และเมื่อถึงเวลานั้น ทุกสิ่งอย่างคงไม่มีอะไรที่จะสามารถทำได้อีก

ปัง!

ภายใต้เสียงนี้ เกาะลอยฟ้าของนิกายกวงหยางก็เริ่มจะเอนเอียง

พฤษามารโลกาต้นใหญ่ ได้ทะยานขึ้นมายังเบื้องบนท้องฟ้า และทิ่มแทงปลายยอดของมันปะทะเข้ากับเกาะลอยฟ้าของนิกายในที่สุด

เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอำนาจของพฤษายักษ์ ค่ายกลป้องกันของเกาะลอยฟ้าก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

ผืนดินตลอดทั้งเกาะลอยฟ้าบังเกิดการสั่นไหว

รอยร้าวบนพื้นดินแตกแขนงอย่างรวดเร็ว และเพียงพริบตา กว่าครึ่งของตัวเกาะก็เริ่มพังทลายลง

ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งของเกาะยังคงลอยอยู่กลางอากาศ แม้จะฟุ้งไปด้วยฝุ่นผง แต่มันก็ยังคงไม่ล่มสลายลงทันที

ทว่าเมื่อตัวเกาะพังทลายลง ก็แน่นอนว่าแสงสวรรค์จากค่ายกลต้องเล็ดลอด นี่ย่อมที่จะดึงดูดเหล่าหนังมนุษย์มากมายให้มุ่งตรงเข้ามาทันที

ฝูงของพวกมันบินวนล้อมรอบอยู่ครู่หนึ่ง

ใช่ มีสิ่งมีชีวิตมากมายอยู่บนเกาะแห่งนี้ก็จริง

แต่สิ่งมีชีวิตที่ว่าล้วนธรรมดาเกินไป มันเล็กจ้อย และที่สำคัญไม่มีพลังวิญญาณ

มันมิใช่สิ่งที่หนังมนุษย์ให้ความสนใจ

เฝ้ารออยู่ชั่วขณะหนึ่ง

จนกระทั่งตลอดทั้งเกาะเริ่มร่วงหล่นมาลง ก็ยังไม่มีผู้ฝึกยุทธคนใดปรากฏตัวขึ้น

เห็นแค่เพียงเกาะลอยฟ้าที่ว่างเปล่าโดยสมบูรณ์ เหล่าหนังมนุษย์ก็อดทนรอต่อไปไม่ไหว และกระจายตัวกันออกไป

บนท้องฟ้า ยังคงมีเหยื่ออันโอชะจากเกาะอื่นๆรอพวกมันอยู่ ฉะนั้นเหตุใดจึงต้องมาสนใจเกาะว่างเปล่าแห่งนี้ด้วย?

หนังมนุษย์ทั้งหมดต่างละทิ้งที่นี่โดยสิ้นเชิง และเริ่มออกไปล่าเหยื่อในตำแหน่งอื่นแทน

ขณะเดียวกัน เกาะลอยฟ้าของนิกายกวงหยางก็แยกแตกออกจากกันโดยสมบูรณ์ และกำลังร่วงตกลงไปยังเบื้องล่าง

และตลอดทั้งเกาะ ส่วนสุดท้ายที่ร่วงตกลง ก็คือบนยอดเขา

ภูเขาที่เคยตระการตา และถูกแต่งแต้มไปด้วยธารน้ำ ในปัจจุบันค่อยๆพังทลายลง แยกแตกเป็นสองส่วน

สิ่งมีชีวิตในภูเขาและแม่น้ำเริ่มจะพากันวิ่งเตลิดด้วยความหวาดกลัว

แต่ก็น่าเสียดายที่พวกมันเป็นเพียงสัตว์ป่าที่หาไม่มีภูมิปัญญาทางจิตไม่ ดังนั้นพวกมันจึงยังไม่กระจ่างใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กันแน่

พวกมันทยอยกันร่วงตกลงบนร่างของมารโลกา และค่อยๆจมหายไป แปรเปลี่ยนเป็นสารอาหารอันน้อยนิด เพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายของมารโลกา

บนภูเขา แท้จริงแล้วกลับยังคงหลงเหลือลิงหางไหม้อยู่อีกตัวหนึ่ง มันปีนป่ายอย่างคล่องแคล่วขึ้นไปบนจุดสูงสุดของยอดเขา

ทั้งมือทั้งเท้าของมันขยับขยายเคลื่อนกายอย่างฉับไวยิ่ง กล่าวได้ว่ามันได้สำแดงข้อดีของลิงออกมาอย่างเต็มที่

ขณะที่แม่น้ำและภูเขายังคงถล่มลงมาอย่างต่อเนื่อง

ทว่าลิงหางไหม้ตนนี้กลับยังคงปีนป่ายอย่างไม่หยุดยั้ง ปีนป่ายต่อไปเรื่อยๆ

จนในที่สุด ภูเขาและแม่น้ำก็ล่มสลาย กระจัดกระจายลงอย่างสมบูรณ์ ทว่าลิงหางไหม้ก็ได้มาถึงยอดเขาพอดิบพอดี

มันยืนอยู่บนจุดสูงสุดของภูเขา โค้งกายลง ช่วงขาล่างเกร็งแน่น จากนั้นก็เตรียมทะยานตัวไปสู่ฟากฟ้า

ในตอนนั้นเอง ภูเขาและแม่น้ำก็ล่มสลายลง

แต่มันก็เป็นเวลาเดียวกันกับลิงหางไหม้กระโดดออกไปเช่นกัน

มันคว้าจับกิ่งไม้เอาไว้!

และนี่คือกิ่งไม้ของเกาะลอยฟ้าอีกเกาะหนึ่ง

ทันทีที่เกาะลอยฟ้าทั้งสองบินสวนกัน ลิงหางไหม้ก็ฉวยโอกาสนั้นกระโดดข้ามเกาะมา และมันก็ทำได้สำเร็จ!

ลิงหายไหม้หมุนกายอย่างคล่องแคล่ว และปีนป่ายไปตามต้นไม้ใหญ่ด้วยความชำนาญ

ทว่ามันยังมิทันได้มีเวลาพักผ่อน แท้จริงแล้วกลับได้ยินถึงเสียงอึกทึกที่ดังก้องอีกครั้ง

เกาะลอยฟ้าที่ตนพึ่งจะหลบหนีมา … ถูกพฤษามารโลกาทิ่มแทงเอาเสียแล้ว!

เนื่องจากตำแหน่งของเกาะแห่งนี้อยู่ต่ำเกินไป ดังนั้นยามที่ถูกปะทะโดยพฤษามารโลกา ตลอดทั้งเกาะจึงแตกกระจาย กลายเป็นควันสีเทาไปในพริบตา

ลิงหางไหม้ก้มลงมองความพินาศของเกาะ

มันกระโดดขึ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็จตาม คราวนี้เกาะอื่นๆที่อยู่ในบริเวณโดยรอบนั้นช่างห่างไกล … ไกลเกินกว่าที่จะสามารถกระโจนไปถึงได้

ตลอดทั้งเกาะที่มันอยู่พังทลายลง และร่วงตกลงสู่เบื้องล่างโดยสมบูรณ์

ซากปรักหักพังของเกาะทยอยกันตกลงบนร่างของมารโลกาค่อยๆจมลงและหายไป

ณ กลางอากาศ

บนตำแหน่งเดิมของเกาะที่ล่มสลาย บัดนี้กลับปรากฏให้เห็นถึงผีเสื้อตัวหนึ่ง ที่กำลังขยับปีกของมันอย่างแผ่วเบา และค่อยๆบินไปยังเกาะลอยฟ้าอีกแห่งหนึ่ง

ขณะโบยบิน ผีเสื้อตัวนั้นก็หันไปมองโดยรอบด้วยความระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา

เห็นแค่เพียงบนท้องฟ้าสูง หมู่เกาะเบื้องบนถูกบังคับกดดันให้ลดระดับลงมา

ขณะที่บางเกาะก็ร่วงตกลงไปเลยโดยตรง

ส่วนบางเกาะก็ยังไม่เต็มใจ และพยายามยื้อแรงกดดันให้เป็นไปอย่างช้าๆ

ตลอดทั้งโลกล่องเวหา ทุกๆเกาะลอยฟ้ากำลังถูกบังคับให้ลดระดับลง

จะลดลงมันก็ได้อยู่หรอก … แต่ห้ามไปสัมผัสโดนกับร่างกายของมารโลกาเด็ดขาด!

เพราะหากสัมผัสโดนแล้ว ก็ย่อมไม่มีสิ่งใดรอดพ้นไปจากร่างกายของมันไปได้

ผีเสื้อกระพือปีกและยังคงบินไปยังเป้าหมายของมันอย่างต่อเนื่อง

โดยปกติแล้ว มันเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง หากคิดจะบินฝ่าท้องฟ้าที่คราคร่ำไปด้วยหนังมนุษย์

แต่ผีเสื้อน่ะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตธรรมดาๆที่แสนจะอ่อนแอ

มันไร้ซึ่งพลังวิญญาณ

ร่างมีจิตสำนึกของมารโลกาจึงพุ่งผ่านมันไปอย่างไม่ใยดี และเร่งพรวดเข้าไปโอบกอดเหล่าผู้ฝึกยุทธที่กำลังพยายามหลบหนีด้วยความสิ้นหวัง

–เพราะผู้ฝึกยุทธคืออาหารอันโอชะที่สุดแสนเอร็ดอร่อย ดังนั้นเหล่าหนังมนุษย์จึงต้องแย่งชิงกันเพื่อที่จะได้สูบกิน

พวกมันจะมามัวเสียเวลาไร้สาระอย่างการไล่จับผีเสื้อไม่ได้!

ผีเสื้อตัวน้อยจึงสามารถบินไปยังอีกเกาะหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลออกไปได้อย่างปลอดภัย

สถานที่แห่งนี้ มันเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวาง

และทันทีที่ผีเสื้อบินมาถึงเกาะนี้

มันก็ลดตัวลงกับพื้น และแปลงกายเป็นกวางยู่หลู

นี่คืออสูรวิญญาณขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวและเพรียวลมเป็นอย่างยิ่ง

ในช่วงก่อนที่มารโลกายังไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นในโลกใบนี้ อสูรวิญญาณชนิดนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ฝึกยุทธ

เพราะมันวิ่งได้เร็วเกือบจะเท่ากับความว่องไวในการเหินบินของผู้ฝึกยุทธเลยทีเดียว!

กวางยู่หลูวิ่งเหยาะๆไปไม่กี่ก้าวมันก็เริ่มผ่อนแรงลง

เมื่อพบกับร่มเงาของต้นไม้ มันจึงนั่งพับขาและเริ่มจะพักผ่อน

กำลังทางกายภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในช่วงเวลานี้ ดังนั้นเมื่อมีโอกาส ย่อมไม่สมควรที่จะปล่อยมันไปอย่างสูญเปล่า

กวางยู่หลูมองขึ้นไปบนท้องฟ้า สายตาจับสังเกตถึงการถูกทำลายล้างลงของเกาะลอยฟ้าต่างๆ ขณะเดียวกันก็เฝ้าดูเหล่าผู้ฝึกยุทธที่ทยอยกันจบชีวิตลง

การแสดงออกของมันช่างดูหนักแน่นและสงบเงียบ ราวกับว่าการล่มสลายของโลกทั้งใบนี้ มิได้มีผลกระทบใดๆต่อมันเลยแม้แต่น้อย

บนท้องฟ้า เกาะที่ยังคงเหลือรอดน้อยลง น้อยลงเรื่อยๆ

ปัง!

หลังจากนั้นไม่นาน เกาะที่มันกำลังพำนักอยู่ก็ถูกโจมตีเช่นกัน

เกาะเริ่มที่จะพังทลายลง

และกวางยู่หลูตัวนั้นก็ผุดลุกขึ้น และเริ่มวิ่งทะยานออกไปทันที

มันยืดขยายขาทั้งสี่ แปรเปลี่ยนตนเป็นกระแสแสงและวิ่งข้ามผ่านผืนป่าไป

และแน่นอน ว่าขณะวิ่ง มันก็กำลังเฝ้ามองดูเกาะต่างๆบนท้องฟ้าไปด้วย

ทันใดนั้นเอง เกาะลอยฟ้าที่มันอยู่ซึ่งสูญเสียสมดุลก็ลอยเหวี่ยงไปยังทิศทางของเกาะอีกแห่งหนึ่ง

ซึ่งเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยทะเลสาบ

ในขณะเดียวกัน ตัวเกาะก็เริ่มเอนเอียง แหงนขอบของมันสู่ฟากฟ้า

แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เพราะว่ากวางยู่หลูตัวนี้น่ะรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

มันวิ่ง วิ่ง วิ่งไปยังส่วนบนสุดของพื้นดินที่กำลังเอนเอียง

มีเพียงแค่การขึ้นมาจนถึงด้านบนสุดเท่านั้น จึงจะมีโอกาสรอดชีวิต

ในเวลาเดียวกันกับที่กวางยู่หลูตัวนี้ขึ้นมาถึงด้านบนสุดของผืนป่า-

เกาะลอยฟ้าทะเลสาบก็ปะทะเข้ากับเกาะที่มันอยู่ในสภาพแทบจะตั้งฉากกัน

ปัง!

ในระหว่างการปะทะกันอย่างรุนแรง สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า

น้ำในทะเลสาบสาดกระจาย กลายเป็นละอองลูกปัดใสเม็ดเล็กๆ กระจายไปทั่วผืนฟ้า บดบังไปทั่วผืนดิน ก่อนจะร่วงตกลงมาราวกับห่าฝน

น้ำในทะเลสาบหลั่งไหลลงจากท้องนภา ราวกับพายุฝนฟ้าคะนองที่มิเคยปรากฏขึ้นตั้งเนิ่นนานแล้ว

-ทว่าก่อนที่ทั้งสองเกาะจะชนกัน กวางยู่หลู่ก็ได้มาถึงด้านบนสุดของผืนป่าเป็นที่เรียร้อยแล้ว

มันรวดเร็วยิ่งกว่า!

เมื่อเสียงสั่นสะเทือนของผืนดินสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น กวางยู่หลูตนหนึ่งก็กระโจนสูงไปทันใด

มันวิ่งออกจากเกาะด้วยความเร็วจากแรงที่ได้รับการสะสมมา

กลางอากาศ ไม่กี่สิบหนังมนุษย์อันน่ารังเกียจบินผ่านมันไป

พวกมันกระโจนเข้าหากลุ่มผู้ฝึกยุทธหลายคนตรงหน้า และเริ่มสูบกินอาหารอันโอชะจนเกลี้ยง

ขณะที่กวางยู่หลูทะลุผ่านท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ โดยทิ้งสองเกาะที่ถูกทำลายลงเอาไว้เบื้องหลัง

แล้วมันก็มาร่วงตกลงบนเกาะทะเลสาบอีกแห่งหนึ่ง

นี่คือเกาะสุดท้ายในทั่วบริเวณที่ยังคงเหลืออยู่ และมันเป็นพำนักใหม่ที่ตนได้เลือกเฟ้นเอาไว้ตั้งแต่การกวาดสายตาสำรวจก่อนหน้านี้แล้ว

ถึงมันจะถูกทำลายลงแน่ๆ แต่อย่างน้อย ก็มีแนวโน้มว่าน่าจะทิ้งช่วงให้พักได้สักหลายสิบลมหายใจ

จ๋อม!

น้ำสาดกระเซ็น

กวางยู่หลูทิ้งตัวเองให้จมลงไปในทะเลสาบ

และวินาทีต่อมา กวางยู่หลูก็หายไป แต่กลับปรากฏถึงปลาคาร์พที่มีลวดลายงดงามตัวหนึ่งลอยขึ้นมาอยู่เหนือผิวน้ำแทน

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.473 – ทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ (2)

ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงเข้ม

มันคือร่างหลักของมารโลกาที่ทะยานสูงขึ้น และกำลังสาดแสงสีแดงเลือด สะท้อนไปทั่วโลกทั้งใบ

มารโลกาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

-ปัง!!

ต้นไม้สูงตระหง่านที่เกิดจากเลือดและเนื้อพวยพุ่งขึ้นมาถึงเบื้องบนท่ามกลางเวหา ปะทะเข้ากับเกาะลอยฟ้าที่ลอยลำอยู่ในระดับต่ำถึงกลาง

บรรดาเกาะลอยฟ้าที่กล่าวมาถูกทิ่มทำลายลงโดยตรง เศษซากของพวกมันกระจายไปทุกทิศทาง ก่อนจะแปรสภาพเป็นควันสีเทาและวูบบบบ! สลายหายไป

พฤษามารโลกายังคงพวยพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปจนกระทั่งสุดขอบของฟากฟ้า

“นายน้อย เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้มิได้มีผู้ฝึกยุทธอยู่ก็จริง แต่มารโลกาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ข้าเกรงว่า .. ” ฉานนู่เอ่ยปากออกมา

แต่กู่ฉิงซานโบกมือ ส่งสัญญาณให้เธอหยุด

ช่วงเวลาต่อมา เห็นแค่เพียงมัดกล้ามสีเลือดขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้น ทอดเงาลงมาในนิกายกวงหยาง และค่อยๆยกระดับสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

พฤษามารโลกาต้นนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหนามแหลม ขณะที่ชั้นอากาศโดยรอบมันสั่นไหวเล็กน้อย คล้ายกับกำลังพยายามค้นหาพลังวิญญาณอยู่

อีกนิดเดียว .. อีกนิดเดียวพฤษามารโลกาต้นนี้ก็จะพุ่งเสียบเข้ากับขอบเกาะลอยฟ้าของนิกายกวงหยางแล้ว นิดเดียวจริงๆ

อย่างไรก็ตาม กู่ฉิงซานไม่มีเวลามากพอที่จะรู้สึกสุขใจที่ตนนั้นโชคดี เพราะในสายตาของเขา ไม่ใกล้ไม่ไกล เจ้าตัวได้ค้นพบกับพฤษามารโลกาอีกต้นหนึ่งแล้ว

พฤษามารโลกาเริ่มทยอยกันผุดขึ้นมาทีละต้น ทีละต้น

ต้นไม้ยักษ์เหล่านี้เริ่มทะยานเบียดเสียดกันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่หลายเกาะลอยฟ้าไม่มีเวลาจะทันได้ตอบสนอง และถูกพวกมันบดขยี้จนแตกเป็นเสี่ยงๆ

เกาะลอยฟ้าที่ยังอยู่ เริ่มที่จะถูกทำลายลง

ขณะเดียวกัน ผู้ฝึกยุทธที่อยู่บนเกาะเหล่านี้ก็กระจัดกระจายตัวออกไปบนท้องฟ้า

พวกเขาจำเป็นที่จะต้องปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมา เพื่อป้องกันมิให้ตนเองร่วงตกลงไปยังร่างหลักของมารโลกาที่อยู่เบื้องล่าง

แต่น่าเสียดาย ที่วิธีนี้มิแตกต่างไปจากการดื่มยาพิษเพื่อดับกระหายเลย มันส่งผลตรงกันข้าม ความพินาศของพวกเขากลับรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

เมื่อพลังวิญญาณของผู้ฝึกยุทธปรากฏขึ้น มารโลกาก็จับสัมผัสถึงมันได้ในทันที

ทันใดนั้นผลไม้สีแดงเลือดก็ผุดออกมาตามกิ่งก้านของพฤษามารโลกาที่อยู่ใกล้เคียงกับเหล่าผู้ฝึกยุทธ

“โผล๊ะ”

ตามด้วยเสียงของผลไม้ที่ระเบิดออก

เห็นแค่เพียงหนังมนุษย์ที่บางเบาราวกับปีกจั๊กจั่นร่วงตกลงมาจากผลไม้

พวกมันจ้องมองไปยังผู้ฝึกยุทธและหัวเราะออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง “ยอด ยอดเยี่ยม”

นี่คือร่างมีจิตสำนึกของมารโลกา

จากนั้น พฤษามารโลกาตลอดทั้งต้นก็เต็มไปด้วยผลไม้ที่ผุดขึ้นมาโดยสมบูรณ์

หนังมนุษย์เริ่มที่จะทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น

พวกมันต่างพากันจ้องมองไปยังผู้ฝึกยุทธที่ลอยล่องอยู่ในอากาศ ปากอ้าหัวเราะอย่างพร้อมเพรียง “ยอด ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ที่มีจิตวิญญาณแสนอร่อยมากมายขนาดนี้!”

ตูม ตูม ตูม!

พฤษามารโลกาผุดขึ้นมาทั่วทั้งโลกอย่างไม่หยุดยั้ง และเริ่มทิ่มทำลายเกาะลอยฟ้าลงอย่างต่อเนื่อง

เกาะแล้ว เกาะเล่าต่างทยอยกันถูกทำลายลง

พร้อมกับจำนวนของผู้ฝึกยุทธที่ลอยล่องอยู่ในอากาศมากขึ้นเรื่อยๆ

พวกเขาหลบลี้ออกจากเกาะลอยฟ้าด้วยความหวาดกลัว แต่เมื่อออกมาแล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าจะหนีเอาชีวิตรอดไปที่ไหนอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม พฤษามารโลกาก็ยังเพิ่มจำนวนมากขึ้น และปลดปล่อยร่างมีจิตสำนึกของมันออกมาอย่างต่อเนื่อง

หนังมนุษย์ที่มิอาจคาดคำนวณถึงจำนวนได้ปรากฏกายขึ้นอยู่ กระจายกันไปทั่วผืนฟ้า

ในขณะที่พวกมันบางตน .. เริ่มจะทำการออกล่าแล้ว!

และแน่นอน อย่างที่เคยได้กล่าวไป ว่าความว่องไวของพวกมันน่ะรวดเร็วยิ่ง! ผู้ฝึกยุทธธรรมดาๆทั่วไปน่ะ ย่อมไม่มีทางตอบสนองได้ทัน

ผู้ฝึกยุทธขีดสุดความว่างเปล่าคนหนึ่งหยิบฉวยสมบัติมนตราขึ้นมาต่อต้านพวกมัน แต่ก็ทำได้เพียงครั้งสองครั้ง ทั้งคนทั้งร่างของเขาก็ถูกโอบกอดและสูบกินอย่างรวดเร็วโดยพวกหนังมนุษย์

—ต้องรู้นะว่านี่มิใช่ร่างมีจิตสำนึกของพฤษามารโลกาเพียง 1 หรือ 2 ต้น

แต่มันคือพฤษามารโลกานับหมื่นๆต้น! ที่ปลดปล่อยคลื่นมอนสเตอร์โถมทับออกมาบดขยี้เหยื่อในเวลาเดียวกัน!

ได้ยินแค่เพียงร่ำร้องด้วยความสิ้นหวังจากท่วมกลางดงหนังมนุษย์ สักพักเสียงที่ว่านั่นก็ค่อยๆจางหาย

แล้วพวกหนังมนุษย์ก็แยกย้ายกันไป

และในอากาศที่ว่างเปล่า ก็ไร้ซึ่งร่องรอยใดๆของผู้ฝึกยุทธคนนั้นอีกเลย

ชัดเจนว่าเขาเป็นถึงผู้ฝึกยุทธขีดสุดความว่างเปล่า ทว่าทั้งคนทั้งร่างของเขากลับถูกกลืนกินลงในพริบตา ไม่มีหลงเหลือ

เมื่อถูกห้อมล้อมไปด้วยร่างมีจิตสำนึกของมารโลกาที่มีจำนวนไร้ที่สิ้นสุด ความแข็งแกร่งของขีดสุดความว่างเปล่าก็เล็กจ้อย ไม่นับว่าเป็นสิ่งใด

หลังจากที่สูบกินผู้ฝึกยุทธแล้ว เหล่าหนังมนุษย์ก็บิดกายบางๆของพวกมัน และเปลี่ยนทิศทางไป

พวกมันเริ่มทำการมองหาสถานที่อื่น

เห็นแค่เพียงบนท้องฟ้า เหล่าผู้ฝึกยุทธทั้งหลายแม้อยากจะหลบหนี แต่ก็มิอาจรอดพ้น

ทันใดนั้นฉากไล่ล่านองเลือดก็ปรากฏขึ้นอีกครา

พร้อมกับเสียงร่ำไห้กรีดร้องที่ดังขึ้น

หมอกเลือดกระจายไปทั่วฟ้า

ผสมปนเปไปกับเสียงหัวเราะอันวิปลาสของหนังมนุษย์

เหล่าผู้ฝึกยุทธมิอาจต่อต้าน และทยอยกันถูกสูบกินไปอย่างรวดเร็ว

ในทุกๆอากาศที่ว่างเปล่าในระยะสายตา ไม่ว่าจะมองไปที่ใด ก็ล้วนเห็นแต่หนังมนุษย์ที่กำลังสูบกินผู้คนอยู่

พวกมันเพลิดเพลินไปกับการสูบกิน ราวกับครื้นเครงในงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่

นี่แหละ .. คือช่วงเวลาสุดท้ายของโลกทั้งใบล่ะ!

ณ เกาะลอยฟ้านิกายกวงหยาง

“นายน้อย แล้วพวกเราสมควรจะทำอย่างไรดี?” ฉานนู่เอ่ยถามด้วยความกังวล

“เจ้าจงเปลี่ยนกลับไปเป็นดาบเสีย ในเวลานี้ ข้าจักเผชิญหน้ากับมันด้วยตนเองโดยลำพัง”

“ทำไมกัน? ข้าสามารถช่วยเจ้าได้นะ” ฉานนู่เอ่ยถามด้วยความสับสน

กู่ฉิงซานกล่าวด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง “เวลานี้มิได้เกี่ยวข้องกับกำลังรบ แต่เป็นการตอบสนองอย่างฉับไว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ คนยิ่งน้อยก็ยิ่งดี”

“ข้าเข้าใจแล้ว”

ฉานนู่แปลงกายเป็นดาบขุนเขาเทวะหกโลกา และถูกคว้าจับโดยมือของกู่ฉิงซาน ก่อนจะถูกเก็บกลับคืนไปในทะเลแห่งห้วงสติ

กู่ฉิงซานสูดหายใจลึก สายตาเบนออกไปมองภายนอกของเกาะลอยฟ้า

ต้นไม้ที่บีบม้วนไปด้วยเส้นเลือดและเนื้อยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป เกาะลอยฟ้าทั่วทุกมุมโลกคงไม่สามารถหลบหนีจากโชคชะตา และถูกพวกมันทิ่มแทงขึ้นมา บดขยี้ทำลายจนเป็นผุยผงเป็นแน่

กู่ฉิงซานมองไปยังผู้ฝึกยุทธบนท้องฟ้า

ผู้ฝึกยุทธบางคน ได้ร่วมมือกับคนอื่นๆ ปลดปล่อยพลังวิญญาณ ช่วยกันใช้ออกด้วยเทคนิคมนตราขนาดใหญ่เพื่อต้านทานร่างมีจิตสำนึกของมารโลกา

แต่นั่นมันก็ไร้ความหมายอยู่ดี

ด้วยจำนวนของร่างมีจิตสำนึกที่มากกว่าอย่างเหลือล้น

เหล่าผู้ฝึกยุทธที่ร่วมแรงร่วมใจกันก็พ่ายแพ้ลง และถูกสูบกินเป็นอาหารอย่างรวดเร็ว

“นี่สินะ … ที่เรียกกันว่าการบดขยี้โดยสมบูรณ์ด้วยอำนาจที่เด็ดขาดยิ่งกว่า …”

กู่ฉิงซานถอนหายใจและเอ่ยพึมพำออกมา

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังอำนาจดังกล่าว ต่อให้เป็นเขาก็ไม่อาจรับมือกับมันได้เหมือนกัน

แต่อย่างน้อยเขาก็โชคดี

ที่เกาะลอยฟ้าของนิกายกวงหยางมิได้ถูกทำลายลงตั้งแต่ในทีแรก

ค่ายกลตัดขาดโลกภายนอกยังคงทำงานได้ดี อย่างน้อยในสถานที่แห่งนี้ก็จะไม่มีร่างมีจิตสำนึกของมารโลกาปรากฏขึ้นชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวก็คงอยู่ได้ไม่นาน ไม่ช้าก็เร็วเกาะลอยฟ้าแห่งนี้คงถูกทำลายลง

กู่ฉิงซานจึงเร่งใช้ช่วงเวลาอันมีค่านี้ของเขา ทำการสังเกตโลกทั้งใบในระยะสายตา

เขาต้องการที่จะรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะค้นหาวิธีจัดการแก้ปัญหากับมัน

โฮกกก!

มารโลกาคำรามคำหนึ่ง และเสียงของมันก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงไปตลอดทั้งโลก

ขณะเดียวกัน พฤษาสีเลือดก็ทวีจำนวนมากขึ้น จนผุดขึ้นเติมเต็มโลกทั้งใบ

ในวิสัยทัศน์ของกู่ฉิงซาน ราวกับจู่ๆตนก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นไปในท้องฟ้าอันไกลโพ้น

เห็นแค่เพียงในอากาศที่ว่างเปล่า เกาะลอยฟ้าที่อยู่เบื้องบน จู่ๆก็ค่อยๆลดระดับลง

กูู่ฉิงซานกวาดสายตาไปมองรอบทิศทางอีกครั้ง

และค้นพบว่า เกาะลอยฟ้าทั้งหมดที่ยังคงเหลือรอด บัดนี้กำลังลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ราวกับถูกดึงลงมาจากฟากฟ้าด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่มองไม่เห็น

ทันใดนั้นเอง ก็บังเกิดกระแสทมิฬหมุนวนปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

อากาศที่ว่างเปล่าสลายหายไปทันที

ขณะที่ท้องฟ้าเบื้องบน ดูเหมือนว่าจะลดระดับต่ำลงมาจากเดิมเป็นอย่างมาก

“มิติ … กำลังหดตัวลง?”

กู่ฉิงซานเอ่ยพึมพำ

ซึ่งนี่มันแตกต่างจากจินตนาการของเขา โลกมิได้ล่มสลายลงไปในทันที แต่ผลคือมันกลับค่อยๆลดขนาดของตัวเองลงอย่างฉับพลัน

ในกรณีนี้ กล่าวได้ว่าหากการล่มสลายของโลกได้ดำเนินมาจนถึงจุดสิ้นสุดเมื่อไหร่ แล้วยังมีผู้ฝึกยุทธคนใดเหลือรอด สุดท้ายด้วยผืนฟ้าที่หดแคบลง มันก็บีบบังคับให้พวกเขาต้องเผชิญกับมารโลกาเบื้องล่างอยู่ดี

และเมื่อถึงเวลานั้น ทุกสิ่งอย่างคงไม่มีอะไรที่จะสามารถทำได้อีก

ปัง!

ภายใต้เสียงนี้ เกาะลอยฟ้าของนิกายกวงหยางก็เริ่มจะเอนเอียง

พฤษามารโลกาต้นใหญ่ ได้ทะยานขึ้นมายังเบื้องบนท้องฟ้า และทิ่มแทงปลายยอดของมันปะทะเข้ากับเกาะลอยฟ้าของนิกายในที่สุด

เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอำนาจของพฤษายักษ์ ค่ายกลป้องกันของเกาะลอยฟ้าก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

ผืนดินตลอดทั้งเกาะลอยฟ้าบังเกิดการสั่นไหว

รอยร้าวบนพื้นดินแตกแขนงอย่างรวดเร็ว และเพียงพริบตา กว่าครึ่งของตัวเกาะก็เริ่มพังทลายลง

ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งของเกาะยังคงลอยอยู่กลางอากาศ แม้จะฟุ้งไปด้วยฝุ่นผง แต่มันก็ยังคงไม่ล่มสลายลงทันที

ทว่าเมื่อตัวเกาะพังทลายลง ก็แน่นอนว่าแสงสวรรค์จากค่ายกลต้องเล็ดลอด นี่ย่อมที่จะดึงดูดเหล่าหนังมนุษย์มากมายให้มุ่งตรงเข้ามาทันที

ฝูงของพวกมันบินวนล้อมรอบอยู่ครู่หนึ่ง

ใช่ มีสิ่งมีชีวิตมากมายอยู่บนเกาะแห่งนี้ก็จริง

แต่สิ่งมีชีวิตที่ว่าล้วนธรรมดาเกินไป มันเล็กจ้อย และที่สำคัญไม่มีพลังวิญญาณ

มันมิใช่สิ่งที่หนังมนุษย์ให้ความสนใจ

เฝ้ารออยู่ชั่วขณะหนึ่ง

จนกระทั่งตลอดทั้งเกาะเริ่มร่วงหล่นมาลง ก็ยังไม่มีผู้ฝึกยุทธคนใดปรากฏตัวขึ้น

เห็นแค่เพียงเกาะลอยฟ้าที่ว่างเปล่าโดยสมบูรณ์ เหล่าหนังมนุษย์ก็อดทนรอต่อไปไม่ไหว และกระจายตัวกันออกไป

บนท้องฟ้า ยังคงมีเหยื่ออันโอชะจากเกาะอื่นๆรอพวกมันอยู่ ฉะนั้นเหตุใดจึงต้องมาสนใจเกาะว่างเปล่าแห่งนี้ด้วย?

หนังมนุษย์ทั้งหมดต่างละทิ้งที่นี่โดยสิ้นเชิง และเริ่มออกไปล่าเหยื่อในตำแหน่งอื่นแทน

ขณะเดียวกัน เกาะลอยฟ้าของนิกายกวงหยางก็แยกแตกออกจากกันโดยสมบูรณ์ และกำลังร่วงตกลงไปยังเบื้องล่าง

และตลอดทั้งเกาะ ส่วนสุดท้ายที่ร่วงตกลง ก็คือบนยอดเขา

ภูเขาที่เคยตระการตา และถูกแต่งแต้มไปด้วยธารน้ำ ในปัจจุบันค่อยๆพังทลายลง แยกแตกเป็นสองส่วน

สิ่งมีชีวิตในภูเขาและแม่น้ำเริ่มจะพากันวิ่งเตลิดด้วยความหวาดกลัว

แต่ก็น่าเสียดายที่พวกมันเป็นเพียงสัตว์ป่าที่หาไม่มีภูมิปัญญาทางจิตไม่ ดังนั้นพวกมันจึงยังไม่กระจ่างใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กันแน่

พวกมันทยอยกันร่วงตกลงบนร่างของมารโลกา และค่อยๆจมหายไป แปรเปลี่ยนเป็นสารอาหารอันน้อยนิด เพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายของมารโลกา

บนภูเขา แท้จริงแล้วกลับยังคงหลงเหลือลิงหางไหม้อยู่อีกตัวหนึ่ง มันปีนป่ายอย่างคล่องแคล่วขึ้นไปบนจุดสูงสุดของยอดเขา

ทั้งมือทั้งเท้าของมันขยับขยายเคลื่อนกายอย่างฉับไวยิ่ง กล่าวได้ว่ามันได้สำแดงข้อดีของลิงออกมาอย่างเต็มที่

ขณะที่แม่น้ำและภูเขายังคงถล่มลงมาอย่างต่อเนื่อง

ทว่าลิงหางไหม้ตนนี้กลับยังคงปีนป่ายอย่างไม่หยุดยั้ง ปีนป่ายต่อไปเรื่อยๆ

จนในที่สุด ภูเขาและแม่น้ำก็ล่มสลาย กระจัดกระจายลงอย่างสมบูรณ์ ทว่าลิงหางไหม้ก็ได้มาถึงยอดเขาพอดิบพอดี

มันยืนอยู่บนจุดสูงสุดของภูเขา โค้งกายลง ช่วงขาล่างเกร็งแน่น จากนั้นก็เตรียมทะยานตัวไปสู่ฟากฟ้า

ในตอนนั้นเอง ภูเขาและแม่น้ำก็ล่มสลายลง

แต่มันก็เป็นเวลาเดียวกันกับลิงหางไหม้กระโดดออกไปเช่นกัน

มันคว้าจับกิ่งไม้เอาไว้!

และนี่คือกิ่งไม้ของเกาะลอยฟ้าอีกเกาะหนึ่ง

ทันทีที่เกาะลอยฟ้าทั้งสองบินสวนกัน ลิงหางไหม้ก็ฉวยโอกาสนั้นกระโดดข้ามเกาะมา และมันก็ทำได้สำเร็จ!

ลิงหายไหม้หมุนกายอย่างคล่องแคล่ว และปีนป่ายไปตามต้นไม้ใหญ่ด้วยความชำนาญ

ทว่ามันยังมิทันได้มีเวลาพักผ่อน แท้จริงแล้วกลับได้ยินถึงเสียงอึกทึกที่ดังก้องอีกครั้ง

เกาะลอยฟ้าที่ตนพึ่งจะหลบหนีมา … ถูกพฤษามารโลกาทิ่มแทงเอาเสียแล้ว!

เนื่องจากตำแหน่งของเกาะแห่งนี้อยู่ต่ำเกินไป ดังนั้นยามที่ถูกปะทะโดยพฤษามารโลกา ตลอดทั้งเกาะจึงแตกกระจาย กลายเป็นควันสีเทาไปในพริบตา

ลิงหางไหม้ก้มลงมองความพินาศของเกาะ

มันกระโดดขึ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็จตาม คราวนี้เกาะอื่นๆที่อยู่ในบริเวณโดยรอบนั้นช่างห่างไกล … ไกลเกินกว่าที่จะสามารถกระโจนไปถึงได้

ตลอดทั้งเกาะที่มันอยู่พังทลายลง และร่วงตกลงสู่เบื้องล่างโดยสมบูรณ์

ซากปรักหักพังของเกาะทยอยกันตกลงบนร่างของมารโลกาค่อยๆจมลงและหายไป

ณ กลางอากาศ

บนตำแหน่งเดิมของเกาะที่ล่มสลาย บัดนี้กลับปรากฏให้เห็นถึงผีเสื้อตัวหนึ่ง ที่กำลังขยับปีกของมันอย่างแผ่วเบา และค่อยๆบินไปยังเกาะลอยฟ้าอีกแห่งหนึ่ง

ขณะโบยบิน ผีเสื้อตัวนั้นก็หันไปมองโดยรอบด้วยความระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา

เห็นแค่เพียงบนท้องฟ้าสูง หมู่เกาะเบื้องบนถูกบังคับกดดันให้ลดระดับลงมา

ขณะที่บางเกาะก็ร่วงตกลงไปเลยโดยตรง

ส่วนบางเกาะก็ยังไม่เต็มใจ และพยายามยื้อแรงกดดันให้เป็นไปอย่างช้าๆ

ตลอดทั้งโลกล่องเวหา ทุกๆเกาะลอยฟ้ากำลังถูกบังคับให้ลดระดับลง

จะลดลงมันก็ได้อยู่หรอก … แต่ห้ามไปสัมผัสโดนกับร่างกายของมารโลกาเด็ดขาด!

เพราะหากสัมผัสโดนแล้ว ก็ย่อมไม่มีสิ่งใดรอดพ้นไปจากร่างกายของมันไปได้

ผีเสื้อกระพือปีกและยังคงบินไปยังเป้าหมายของมันอย่างต่อเนื่อง

โดยปกติแล้ว มันเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง หากคิดจะบินฝ่าท้องฟ้าที่คราคร่ำไปด้วยหนังมนุษย์

แต่ผีเสื้อน่ะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตธรรมดาๆที่แสนจะอ่อนแอ

มันไร้ซึ่งพลังวิญญาณ

ร่างมีจิตสำนึกของมารโลกาจึงพุ่งผ่านมันไปอย่างไม่ใยดี และเร่งพรวดเข้าไปโอบกอดเหล่าผู้ฝึกยุทธที่กำลังพยายามหลบหนีด้วยความสิ้นหวัง

–เพราะผู้ฝึกยุทธคืออาหารอันโอชะที่สุดแสนเอร็ดอร่อย ดังนั้นเหล่าหนังมนุษย์จึงต้องแย่งชิงกันเพื่อที่จะได้สูบกิน

พวกมันจะมามัวเสียเวลาไร้สาระอย่างการไล่จับผีเสื้อไม่ได้!

ผีเสื้อตัวน้อยจึงสามารถบินไปยังอีกเกาะหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลออกไปได้อย่างปลอดภัย

สถานที่แห่งนี้ มันเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวาง

และทันทีที่ผีเสื้อบินมาถึงเกาะนี้

มันก็ลดตัวลงกับพื้น และแปลงกายเป็นกวางยู่หลู

นี่คืออสูรวิญญาณขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวและเพรียวลมเป็นอย่างยิ่ง

ในช่วงก่อนที่มารโลกายังไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นในโลกใบนี้ อสูรวิญญาณชนิดนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ฝึกยุทธ

เพราะมันวิ่งได้เร็วเกือบจะเท่ากับความว่องไวในการเหินบินของผู้ฝึกยุทธเลยทีเดียว!

กวางยู่หลูวิ่งเหยาะๆไปไม่กี่ก้าวมันก็เริ่มผ่อนแรงลง

เมื่อพบกับร่มเงาของต้นไม้ มันจึงนั่งพับขาและเริ่มจะพักผ่อน

กำลังทางกายภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในช่วงเวลานี้ ดังนั้นเมื่อมีโอกาส ย่อมไม่สมควรที่จะปล่อยมันไปอย่างสูญเปล่า

กวางยู่หลูมองขึ้นไปบนท้องฟ้า สายตาจับสังเกตถึงการถูกทำลายล้างลงของเกาะลอยฟ้าต่างๆ ขณะเดียวกันก็เฝ้าดูเหล่าผู้ฝึกยุทธที่ทยอยกันจบชีวิตลง

การแสดงออกของมันช่างดูหนักแน่นและสงบเงียบ ราวกับว่าการล่มสลายของโลกทั้งใบนี้ มิได้มีผลกระทบใดๆต่อมันเลยแม้แต่น้อย

บนท้องฟ้า เกาะที่ยังคงเหลือรอดน้อยลง น้อยลงเรื่อยๆ

ปัง!

หลังจากนั้นไม่นาน เกาะที่มันกำลังพำนักอยู่ก็ถูกโจมตีเช่นกัน

เกาะเริ่มที่จะพังทลายลง

และกวางยู่หลูตัวนั้นก็ผุดลุกขึ้น และเริ่มวิ่งทะยานออกไปทันที

มันยืดขยายขาทั้งสี่ แปรเปลี่ยนตนเป็นกระแสแสงและวิ่งข้ามผ่านผืนป่าไป

และแน่นอน ว่าขณะวิ่ง มันก็กำลังเฝ้ามองดูเกาะต่างๆบนท้องฟ้าไปด้วย

ทันใดนั้นเอง เกาะลอยฟ้าที่มันอยู่ซึ่งสูญเสียสมดุลก็ลอยเหวี่ยงไปยังทิศทางของเกาะอีกแห่งหนึ่ง

ซึ่งเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยทะเลสาบ

ในขณะเดียวกัน ตัวเกาะก็เริ่มเอนเอียง แหงนขอบของมันสู่ฟากฟ้า

แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เพราะว่ากวางยู่หลูตัวนี้น่ะรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

มันวิ่ง วิ่ง วิ่งไปยังส่วนบนสุดของพื้นดินที่กำลังเอนเอียง

มีเพียงแค่การขึ้นมาจนถึงด้านบนสุดเท่านั้น จึงจะมีโอกาสรอดชีวิต

ในเวลาเดียวกันกับที่กวางยู่หลูตัวนี้ขึ้นมาถึงด้านบนสุดของผืนป่า-

เกาะลอยฟ้าทะเลสาบก็ปะทะเข้ากับเกาะที่มันอยู่ในสภาพแทบจะตั้งฉากกัน

ปัง!

ในระหว่างการปะทะกันอย่างรุนแรง สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า

น้ำในทะเลสาบสาดกระจาย กลายเป็นละอองลูกปัดใสเม็ดเล็กๆ กระจายไปทั่วผืนฟ้า บดบังไปทั่วผืนดิน ก่อนจะร่วงตกลงมาราวกับห่าฝน

น้ำในทะเลสาบหลั่งไหลลงจากท้องนภา ราวกับพายุฝนฟ้าคะนองที่มิเคยปรากฏขึ้นตั้งเนิ่นนานแล้ว

-ทว่าก่อนที่ทั้งสองเกาะจะชนกัน กวางยู่หลู่ก็ได้มาถึงด้านบนสุดของผืนป่าเป็นที่เรียร้อยแล้ว

มันรวดเร็วยิ่งกว่า!

เมื่อเสียงสั่นสะเทือนของผืนดินสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น กวางยู่หลูตนหนึ่งก็กระโจนสูงไปทันใด

มันวิ่งออกจากเกาะด้วยความเร็วจากแรงที่ได้รับการสะสมมา

กลางอากาศ ไม่กี่สิบหนังมนุษย์อันน่ารังเกียจบินผ่านมันไป

พวกมันกระโจนเข้าหากลุ่มผู้ฝึกยุทธหลายคนตรงหน้า และเริ่มสูบกินอาหารอันโอชะจนเกลี้ยง

ขณะที่กวางยู่หลูทะลุผ่านท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ โดยทิ้งสองเกาะที่ถูกทำลายลงเอาไว้เบื้องหลัง

แล้วมันก็มาร่วงตกลงบนเกาะทะเลสาบอีกแห่งหนึ่ง

นี่คือเกาะสุดท้ายในทั่วบริเวณที่ยังคงเหลืออยู่ และมันเป็นพำนักใหม่ที่ตนได้เลือกเฟ้นเอาไว้ตั้งแต่การกวาดสายตาสำรวจก่อนหน้านี้แล้ว

ถึงมันจะถูกทำลายลงแน่ๆ แต่อย่างน้อย ก็มีแนวโน้มว่าน่าจะทิ้งช่วงให้พักได้สักหลายสิบลมหายใจ

จ๋อม!

น้ำสาดกระเซ็น

กวางยู่หลูทิ้งตัวเองให้จมลงไปในทะเลสาบ

และวินาทีต่อมา กวางยู่หลูก็หายไป แต่กลับปรากฏถึงปลาคาร์พที่มีลวดลายงดงามตัวหนึ่งลอยขึ้นมาอยู่เหนือผิวน้ำแทน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 474"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved