cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ - ตอนที่ 462

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์
  4. ตอนที่ 462
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ – ตอนที่ 462
หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.462 – กลองศึก

ตลอดทั้งเกาะลอยฟ้า หลงเหลือผู้คนอยู่อีกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นได้ตายลงไปกันหมดแล้ว

ดังนั้น บรรยากาศโดยรอบในขณะนี้จึงเงียบงัน … เงียบงันจนน่าขนลุก

ดวงตาของหวังหงษ์เต๋าหรี่แคบลง เพ่งมองไปทางอีกฝ่าย

ในมือของฉีหยานกำลังกุมดาบยาวที่สาดแสงดั่งหยาดน้ำค้างในฤดูใบไม้ร่วง ขณะที่บนศีรษะสวมหมวกไม้ไผ่

ขอบของหมวกไม้ไผ่ถูกกดลงมาจนต่ำเกินควร จนทำให้ผู้ที่มองมา มิอาจเห็นถึงเค้าโครงหน้าที่แท้จริงของเขาได้

อย่างไรก็ตาม เพียงกวาดสายตามอง หวังหงษ์เต๋าก็สามารถตระหนักถึงเอกลักษณ์ของอีกฝ่ายได้ในทันที

คนเบื้องหน้าเขา คือฉีหยานจริงๆ

ทุกๆสรีระต่างๆในร่างกาย ไม่มีส่วนใดผิดเพี้ยนไปจากฉีหยานที่เขาเคยพบเจอเลย

ฉีหยานก็มองดูเขาเช่นกัน

สายตาของทั้งสองประสานกัน มิอาจถอนออกไปได้ชั่วคราว

แต่แล้วก็เป็นหวังหงษ์เต๋าที่ยอมแพ้สงครามจ้องตานี้ เขาเบนวิสัยทัศน์ไปยังดาบยาวในมือของฉีหยาน

ปากเอ่ยกล่าว “ไม่หรอก เจ้าจะต้องไม่ใช่ฉีหยานอย่างแน่นอน”

“เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้นเล่า?” ฉีหยานเอ่ยถาม

“เพราะเจ้าหนูฉีหยานมันไม่เคยใช้ดาบ เขาเชี่ยวชาญในค่ายกลและธาตุไฟจากธาตุทั้งห้า”

“ก็ .. ไม่คิดบ้างเลยหรือว่าบางทีจู่ๆข้าอาจจะรู้สึกสนใจที่จะหันมาฝึกดาบก็ได้” ฉีหยานกล่าว

หวังหงษ์เต๋าส่ายหัว “ทักษะดาบ เป็นอะไรที่ร่วมฝึกกับทักษะอื่นๆได้ยากเย็นที่สุด และมันย่อมไม่มีทางบรรลุได้เพียงชั่วข้ามคืน”

เขายกมือขึ้น และเริ่มขับเคลื่อนพลังวิญญาณตน

ทันใดนั้นแมลงมารหลากสีสันก็ปรากฏกายของมันขึ้นบนหลังมือของเขาอย่างเงียบๆ

“ถึงแม้ว่าเจ้าจะสวมหมวกไม้ไผ่ แต่ข้าก็สามารถรับรู้ถึงสถานะขอบเขตโดยประมาณของเจ้าได้อยู่ดี – ความแข็งแกร่งของเจ้าด้อยกว่าข้ามากมายนัก ดังนั้น หากยังอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป จงบอกพิกัดของโลกใหม่แด่ข้าประเดี๋ยวนี้!” หวังหงษ์เต๋ารวบรัด

ฉีหยานกุมดาบในมือแน่นขึ้น ทว่าก็ยังคงมิเอ่ยสิ่งใด

หวังหงษ์เต๋าเมื่อเห็นแบบนั้น ก็เอ่ยต่อว่า “พวกเราอย่ายืดเยื้อให้เสียเวลาจะดีกว่า มันไม่สำคัญอีกแล้วว่าเจ้าจะเป็นใคร แต่ตอนนี้จงมอบพิกัดของโลกใหม่มาเสีย จากนั้นก็รับผนึกต้องห้ามของข้าเข้าสู่ตัวเจ้าซะ แล้วเราจะได้มีเวลาสนทนากันมากขึ้น”

“อาวุโสหวัง ท่านใช่ดูกังวลเกินไปหรือไม่?” ฉีหยานเอ่ยถาม

“มิใช่เช่นนั้นหรอก ก็แค่เพียงไม่อยากจะพล่ามไร้สาระมากไปกว่านี้ก็เท่านั้นเอง”

“เพราะเหตุใด?”

“เพราะยิ่งพูดมาก ตัวแปรก็จะยิ่งผกผันมากขึ้นเป็นเงาตามตัว”

เมื่อจบประโยคนี้ กระแสเสียงของหวังหงษ์เต๋าก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า “ข้าจะให้เวลาเจ้าสามลมหายใจ จงทิ้งดาบในมือและยอมจำนนเสีย มิฉะนั้นข้าจักสังหารเจ้าลงตรงนี้เลยโดยตรง”

อย่างไรก็ตาม ดาบในมือของฉีหยานกลับวูบไหวทันใด

รังสีดาบทะยานตัวออก และสับเข้ากับบางสิ่งที่มองไม่เห็นกลางอากาศ

โฮกกกก!

ในอากาศที่ว่างเปล่า จู่ๆแมลงยักษ์ตัวหนึ่งเผยโฉมออกมา มันเปล่งเสียงร้องร่ำด้วยความเจ็บปวด

มันถูกรังสีดาบสับสะบั้นตั้งแต่ส่วนหัว จรดไปจนถึงหาง

เลือดสีเหลืองซัดสาดราวกับพายุฝนกระหน่ำ แต่ทั้งหมดก็ถูกเป่าลอยหายไปตามกระแสลมที่เกิดจากรังสีดาบ

แมลงประหลาดร่วงตกลงในจุดนั้น ร่างของมันกระแทกลงกับพื้นและนิ่งงันไม่เขยื้อนไหวอีกเลย

“อาวุโสหวัง เจ้ามิใช่กล่าวว่าจักให้เวลาข้า 3 ลมหายใจหรอกหรือ แล้วเหตุใดจึงลงมือทันทีเลยเล่า?” ฉีหยานเอ่ยเสียงเย็น

สีหน้าของหวังหงษ์เต๋าหม่นทะมึนลง

“ขอบเขตระดับต่ำ ทว่าทักษะดาบกลับโดดเด่นชนิดหาตัวจับได้ยาก ..”

“แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าในตอนนี้ มันยังเร็วไป 100000 ปี หากคิดทะนงตนมาต่อกรกับข้า!”

หวังหงษ์เต๋ากล่าวอย่างช้าๆ ความผันผวนทางพลังวิญญาณอันสยองเกล้าเริ่มจะลุกโชนออกมา

ด้วยอำนาจของเขาเพียงลำพัง ส่งผลให้ตลอดทั้งเกาะลอยฟ้าค่อยๆเริ่มเกิดการสั่นสะเทือนขึ้น

“นี่น่ะหรือคือพลังอันทรงพลานุภาพของขอบเขตลมปราณจิต?”

ฉีหยานที่รับรู้ได้ถึงความผันผวนทางพลังวิญญาณในอากาศที่ว่างเปล่า ปากเอ่ยกล่าวถอนหายใจด้วยอารมณ์เล็กน้อย

“โอกาสสุดท้าย จะยอมจำนนต่อข้า หรือว่าจะเลือกตายลงในวินาทีถัดไป” หวังหงษ์เต๋ากล่าวอย่างไร้เยื่อใย

ฉีหยานตอบกลับ “ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายของข้า นายน้อยของข้าคงจะไม่เห็นด้วยเป็นแน่”

“นายน้อยของเจ้า?” น้ำเสียงของหวังหงษ์เต๋าเริ่มจะรุนแรงขึ้น

สิ่งที่ได้ยินนี้ช่างเป็นอะไรที่ไม่คาดคิดจนทำให้รู้สึกฉงนได้จริงๆ

ประโยคเหล่านี้ มันเป็นตัวแทนที่บ่งบอกได้ถึงความหมายมากมายหลากหลาย เป็นเรื่องยากนักที่จะคาดเดา

หวังหงษ์เต๋าชะงักงันไป

แต่แล้วในวินาทีต่อมา

ขณะเดียวกัน สีหน้าการแสดงออกของฉีหยานก็เผยให้เห็นถึงความสนใจออกมา

และหวังหงษ์เต๋าก็เช่นกัน เขาเงยหน้าขึ้น จ้องมองไปบนท้องฟ้า

“โครม!”

ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างถูกทำลายลง

ต่อมา ก็บังเกิดชุดเสียงกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเกาะลอยฟ้าขึ้นอีกครั้ง

ตึง!

ตึง! ตึง!

ตึง! ตึง! ตึง!

ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงนี้ดังระรัวขึ้นราวกับกลองชุด มันค่อยๆถี่ขึ้น ถี่ขึ้นเรื่อยๆ

เสียงกลองศึกขจรขจาย กังวานออกไปตลอดทั้งเกาะ

นี่เป็นเสียงแจ้งเตือนระดับสูงสุดของนิกายกวงหยาง ซึ่งบ่งบอกว่าสถานการณ์อันตรายร้ายแรงถึงขั้นชีวิตและความตายได้บังเกิดขึ้นแล้ว!

เมื่อเสียงกลองชุดนี้ดังขึ้น ผู้ฝึกยุทธทุกคนจักต้องละมือจากทุกสิ่งอย่างที่พวกเขากำลังทำอยู่ และมุ่งหน้าตรงไปยังส่วนล่างของเกาะลอยฟ้า

และทุกคนจักต้องพิทักษ์ที่นั่นโดยห้ามหวงแหนชีวิตและความตายของตนเองเอาไว้โดยเด็ดขาด

เพราะเสียงกลองนี้ มันกำลังบ่งบอกว่าค่ายกลที่สำคัญที่สุดกำลังเกิดปัญหา!

แน่นอน ว่าค่ายกลที่สำคัญที่สุด ย่อมไม่พ้น ‘ค่ายกลตัดขาดโลกภายนอกขนาดใหญ่!!’

นี่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการที่มารโลกาจะสามารถค้นพบเกาะใบนี้ได้!

และในขณะนี้ ค่ายกลที่ว่าก็พึ่งถูกทำลายลง!

สำหรับนิกายแล้ว นี่นับว่าเป็นเรื่องชี้เป็นชี้ตาย!

เสียงของกลองศึกโบราณสะท้อนไปตลอดทั้งเกาะ

สีหน้าของหวังหงษ์เต๋าแปรเปลี่ยนกลับกลาย

ในเสี้ยววินาที พลังวิญญาณของเขาก็ถูกดูดเก็บกลับคืน สลายไปไม่หลงเหลือกระทั่งร่องรอยของมัน

เขาใช้ความเร็ว เร็วแบบเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ รวบพลังวิญญาณกลับคืน

ทว่า …

แม้หวังหงษ์เต๋าจะรวดเร็วเท่าใด แต่มันก็ยังช้าไปเล็กน้อยอยู่ดี

เบื้องบนท้องฟ้า บังเกิดฟันซี่แหลมๆที่อยู่ในปากหนาสีดำปรากฏขึ้น

—ร่างไร้จิตสำนึกของมารโลกาปรากฏตัวออกมาแล้ว!

ปากขนาดใหญ่เหล่านี้ลอยล่องอยู่รอบเกาะอย่างเงียบๆ ทั้งหมดล้วนหันหน้าตรงมายังตำแหน่งที่หวังหงษ์เต๋ายืนอยู่

ปากใหญ่สีดำอ้าเผยอออก และค่อยๆหุบลงอย่างช้าๆ

น่าเสียดายจริงๆ หากพวกมันรวดเร็วกว่านี้อีกสักลมหายใจเดียว คงจับตำแหน่งที่แม่นยำของความผันผวนทางพลังวิญญาณเมื่อครู่ได้แล้ว

อีกเพียงแค่นิดเดียว .. พวกมันก็จะได้กลืนกินอาหารอันโอชะอยู่แล้วเชียว

ปากใหญ่สีดำทยอยกันปรากฏกายมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จนเติมเต็มไปตลอดทั้งความว่างเปล่า

เกาะลอยฟ้าของนิกายกวงหยาง บัดนี้ถูกล้อมกรอบไปด้วยร่างไร้จิตสำนึกของมารโลกา

หวังหงษ์เต๋าจ้องมองไปยังฉากนี้ด้วยฟันที่ขบแน่น ปากเอ่ยกล่าว “ไอ้เด็กสารเลวนี่ … ”

“ต่อให้เจ้ามีขอบเขตวรยุทธที่สูงส่งแล้วมันอย่างไร? หากนายน้อยไม่อนุญาตให้เจ้าได้ใช้พลังวิญญาณ ตัวเจ้าก็ไม่นับว่าเป็นสิ่งใดอยู่ดี” ฉีหยานกล่าวอย่างสบายๆ

ทั้งสองต่างยืนพูดคุยกันอยู่บนแท่นเวทีหารือ

ขณะที่ตลอดทั้งเกาะของนิกายกวงหยาง บัดนี้มิอาจปลดปล่อยพลังวิญญาณได้อีกต่อไป!

เพราะนับจากช่วงเวลานี้ไป ตราบใดที่มีใครกล้าใช้พลังวิญญาณ คนผู้นั้นก็จะถูกค้นพบร่างไร้จิตสำนึกและถูกกลืนกินลงโดยมารโลกา

ไม่ว่าจะเป็นหวังหงษ์เต๋าในขอบเขตลมปราณจิต หรือเซ่าหวูชุ่ยในขีดสุดความว่างเปล่า ก็ล้วนมิอาจใช้พลังวิญญาณที่คุกรุ่นอยู่ในร่างกายออกมาได้เพียงแม้เพียงน้อย!

ปากใหญ่สีดำบนฟากฟ้าเผยอขึ้นอีกครา เผยให้เห็นถึงคมเขี้ยวแหลมของมัน

พวกมันกำลังเฝ้ารอให้สิ่งมีชีวิตเปิดเผยพลังวิญญาณออกมา

หากสามารถระบุตำแหน่งของเป้าหมายได้อีกแม้เพียงครั้งหนึ่ง พวกมันจะปิดล้อมจับกลุ่ม และกัดกินผู้ฝึกยุทธไม่มีหลงเหลือในทันที

“กักขังพลังวิญญาณ แล้วดวลกันด้วยเพลงดาบและกระบี่เพียวๆ … นี่คือวิธีที่เจ้าคิดจะใช้เพื่อจัดการกับข้าอย่างงั้นสินะ? ” หวังหงษ์เต๋าหรี่ตามองฉีหยาน

ตึง ตึง!

ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงกลองกระหน่ำระรัวราวกับห่าฝนที่ซัดสาด กระตุ้นให้ผู้คนต่อสู้แลกชีวิตเพื่อปกป้องนิกายของตน

และเสียงกลองนี้จะไม่มีวันหยุดลง ตราบใดที่ค่ายกลยังไม่ถูกซ่อมแซมลงจนเสร็จสมบูรณ์

เดิมที ในช่วงเวลาเช่นนี้ มันคือช่วงเวลาที่ผู้ฝึกยุทธจะต้องลุกฮือขึ้นมาอย่างหาญกล้าเพื่อทำการปกป้องนิกาย

แต่ผู้ฝึกยุทธเกือบทั้งหมด … ได้ถูกสังหารตกตายลงไปแล้วด้วยน้ำมือของหวังหงษ์เต๋า!

ในตอนนี้ จึงไม่มีผู้ใดเลยที่จะสามารถเข้าไปป้องกันค่ายกลได้

นี่นับว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าอัปยศที่สุดในชีวิตของหวังหงษ์เต๋าโดยแท้!

มือของเขา เอื้อมออกไปตบลงบนถุงสัมภาระโดยไม่รู้ตัว

“ข้าทราบดีว่าเจ้ามีเรือเหาะไว้ใช้หลบหนี แต่ตอนนี้เจ้ากล้าที่จะใช้ถุงสัมภาระจริงๆน่ะหรือ?” ฉีหยานเอ่ยถาม

หวังหงษ์เต๋าเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า

เมฆหมอกทั้งมวลมิอาจมองเห็นได้อีกต่อไป ในวิสัยทัศน์มีแค่เพียงร่างไร้จิตสำนึกของมารโลกาเท่านั้น

พวกมันไม่แม้แต่จะเคลื่อนกายขยับไหว ทั้งตนทั้งร่างล้วนต่างพากันเพ่งความรู้สึกจับสัมผัสกับพลังวิญญาณที่อาจปรากฏขึ้นรอบตัว

สีหน้าของหวังหงษ์เต๋าหม่นทะมึน

เพราะการจะเปิดใช้งานถุงสัมภาระ … มันจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณ!

แต่หากเขาใช้พลังวิญญาณออกไป มันก็มีแนวโน้มมากทีเดียวที่จะถูกจับตำแหน่งได้โดยร่างไร้จิตสำนึกเหล่านั้น

แน่นอนว่าผลที่ตามมา คือความตาย!

และหวังหงษ์เต๋าก็มิกล้าที่จะเสี่ยงเดิมพันถึงเพียงนั้น

“แต่เจ้าไม่ลองคิดกลับกันดูหรือ ว่าหากเป็นในกรณีนี้ ตัวเจ้าเองก็มิสามารถหลบหนีออกไปได้เช่นกันนะ?” หวังหงษ์เต๋ากล่าว

“ข้ายังไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย” ฉีหยานเฉลยด้วยรอยยิ้ม

‘มันดันเอ่ยยอมรับออกมาอย่างมีความสุข’ … หวังหงษ์เต๋าที่เห็นถึงฉากนี้แทบไม่อยากจะทำใจเชื่อได้

“ข้าไม่เชื่อเจ้า! ไม่มีผู้ใดหรอกที่จะเพิกเฉยต่อชีวิตและความตายของตนเอง!” หวังหงษ์เต๋าส่ายหัวและกล่าว

“ฟังนะ ขอบอกตรงๆว่าข้าเองก็ไม่เคยได้ยินเสียงกลองศึกโบราณเช่นนี้มาก่อนเลย แต่พอได้ฟังดูก็คิดว่ามันปลุกใจได้ดีทีเดียวเหมือนกัน” ฉีหยานเอ่ยอย่างแผ่วเบา

ดาบในมือถูกกุมแน่นขึ้น ทั้งคนทั้งร่างโน้มตัวลงไปยังเบื้องหน้าเล็กน้อย

“ในวันนี้ ณ ที่แห่งนี้ ไม่เจ้าตายข้าก็พินาศ! ถึงเวลาเสียทีที่ทุกสิ่งอย่างจะถูกตัดสินด้วยชีวิตเป็นตาย!”

เขากล่าวประโญคสุดท้ายออกมา และเตรียมที่จะเปิดฉากโจมตี

“ช้าก่อน!” หวังหงษ์เต๋าตะโกนลั่น

“เจ้ามันช่างโง่เง่านัก เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกกันก่อนว่าเจ้าได้ควบคุมค่ายกลของเกาะลอยฟ้าแห่งนี้เอาไว้แล้ว พวกเราจะได้ตกลงกันด้วยดีตั้งแต่แรก!” หวังหงษ์เต๋ากัดฟันกล่าว”

“นั่นไม่จำเป็น” ฉีหยานเอ่ยปากออกมา “เพราะนายน้อยของข้ามิคิดจะสนทนาใดๆกับเจ้าอยู่แล้ว และอีกอย่าง สำหรับตัวข้าเอง ยามที่จักต้องต่อสู้กับศัตรู ก็มิชอบขบคิดอะไรน่าเบื่อให้มันยุ่งยากเช่นกัน!”

ดาบยาวที่สาดแสงดั่งหยาดน้ำค้างในฤดูใบไม้ร่วงชี้ตรงไปยังหวังหงษ์เต๋า

ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง!

กลองศึกกระหน่ำเสียงหนักทึบขึ้น

จิตต่อสู้ฟุ้งกระจายไปทั่ว

ดูเหมือนว่าสัญญาณแห่งการต่อสู้กำลังจะปะทุขึ้นแล้ว!

“ตัวข้า – ฉานนู่แห่งโลกปรภพ โปรดชี้แนะด้วย!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 462"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved