cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ - ตอนที่ 456

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์
  4. ตอนที่ 456
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ – ตอนที่ 456
หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.456 – ปลดพันธนาการ

“ค้นพบวิชานักดาบนิรันดร์ของโลกใบนี้”

“ค่ายกลดาบ : ไท่หยี”

“เงื่อนไขที่จำเป็นก่อนการเรียนรู้ 1 : ต้องอยู่ในขอบเขตที่เทียบเท่าหรือสูงกว่าประทับเทพ”

“เงื่อนไขที่จำเป็นก่อนการเรียนรู้ 2 : ต้องเป็นนักดาบนิรันดร์”

“คำอธิบาย : หากต้องการเข้าใจถึงค่ายกลดาบนี้ จำเป็นต้องจ่ายออกด้วย 2000 แต้มพลังวิญญาณ”

2000 แต้มพลังวิญญาณ!

กู่ฉิงซานจ้องมองดูคำแนะนำบนหน้าต่างระบบ และอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

ณ ขณะนี้ เขามีแต้มพลังวิญญาณไม่พอที่จะเรียนรู้สกิลค่ายกลดาบ

“เอาล่ะ ขอบใจมาก เอาไว้ถ้าฉันมีโอกาส ก็จะกลับมาเรียนรู้มันอีกครั้ง”

แล้วเขาก็เก็บใบหยกลง

ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม การที่ตนสามารถได้รับสกิลค่ายกลดาบ มันก็นับว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่ได้รับผลประโยชน์มหาศาล ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว

สกิลค่ายกลดาบ กล่าวได้ว่ามันคือกระบวนท่าสังหารสำหรับนักดาบนิรันดร์อย่างแท้จริง

ในชีวิตก่อนหน้า กู่ฉิงซานก็บังเอิญเคยมีโอกาสได้รับสกิลค่ายกลดาบมาก่อนเช่นกัน ในยามที่เทพวิญญาณจุติลงมา

กล่าวได้ว่าในอดีตที่ผ่านมา นอกเหนือไปจากเขา มีน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้รับสกิลค่ายกลดาบเช่นนี้

เมื่อเขาขบคิดมาถึงจุดนี้ ฉินรั่วก็เอ่ยถามออกมา “หากใบหยกมีปัญหา เช่นนั้นเราก็สมควรที่จะกำจัดมันก่อนดีไหม?”

“ไม่เป็นไรหรอก หากมันอยู่กับฉานนู่แล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

กู่ฉิงซานกล่าว

มองไปยังท่าทีที่ยังคงสงบ ไร้กังวลของเขา ฉินรั่วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

“ทำไมหรือ?” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม

“เปล่าหรอก ข้าก็แค่รู้สึกว่าหากยังต้องเก็บใบหยกแผ่นนั้นติดตัวเอาไว้ ในหัวใจของข้าก็คงกระวนกระวาย มิอาจทำให้มันสงบลงได้แบบเจ้าเป็นแน่”

“นี่เจ้าหวาดกลัวเฉียนซานเย่กระนั้นหรือ?”

“เปล่าหรอก สิ่งที่ข้าหวาดกลัวน่ะ มันคือโลกใบนี้ต่างหาก จิตใจของผู้คนในโลกใบนี้มันน่ารังเกียจมากเกินไป”

“อารยธรรมของโลกใบนี้มันไม่ลงรอยหรือสอดคล้องกับแนวคิดหลักของโลกของพวกเราเลย หากเป็นเช่นนี้ การจะอยู่ร่วมกันได้มันคงจะเป็นการยาก”

“ดังนั้น หากโลกใบนี้มันกำลังจะพังทลายลง ก็ปล่อยให้มันพังไปเถอะ” ฉินรั่วกล่าว

เธอเรียนรู้ที่จะใช้น้ำเสียงโทนเดียวกันกับกู่ฉิงซาน

-ประโยคเมื่อครู่ คือคำพูดที่คล้ายคลึงกันกับในตอนที่กู่ฉิงซานได้กล่าวเอาไว้ในตอนช่วงแรกๆที่เขาได้เข้ามายังโลกใบนี้

เมื่อเอ่ยมัน หลายคนในที่นี้ก็เผยยิ้มจางๆออกมา

ในที่สุด ความเศร้าสลดบนใบหน้าของฉินรั่วที่เคยคิดว่าอีกฝ่ายไม่ไว้วางใจตนก็สลายหายไปไม่มีหลงเหลือ

“เอาล่ะ ไม่ว่าโลกใบนี้มันจะเป็นอย่างไร แต่พวกเราก็จะต้องหนีไปจากมันให้จงได้” กู่ฉิงซานกล่าว

“แต่เจ้าได้สาบานต่อฟ้าดินแล้วว่า … ”

ฉินรั่วมองเขา ปากเอ่ยกล่าวอย่างเป็นกังวล

“อ่า ใช่สิ ต้องจัดการหวังหงษ์เต๋าซะก่อนนี่นา … ” กู่ฉิงซานตอบรับ สมองเริ่มเต้นตุบๆด้วยอาการปวดหัว

ขณะที่ฉินรั่วกับว่านเอ๋อลอบสบตากันด้วยความกังวล

หวังหงษ์เต๋าเป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตลมปราณจิต ยิ่งไปกว่านั้นยังมีนิสัยระแวดระวัง โหดร้าย และมีจิตใจที่ชั่วช้าเป็นอย่างยิ่ง

เขาเสแสร้งปิดบังนิสัยที่แท้จริงเอาไว้อย่างใจเย็นได้กว่า 300 ปี จนสามารถฉวยโอกาสลอบสังหารเฉียนซานเย่ที่เป็นอาจารย์ตนได้ในที่สุด

ตัวตนเช่นนี้ ต่อให้กำลังได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะจัดการ

ทว่าตัวกู่ฉิงซานเองก็ยังมิได้คิดหาวิธีรับมือกับหวังหงษ์เต๋าอย่างจริงจังเลย

เพราะในเวลานี้ เขากำลังขบคิดถึงเรื่องอื่นอยู่

แต้มพลังวิญญาณของเขาทั้งหมดมีอยู่ 1603 แต้ม แต่เมื่อครู่ก็ใช้ไปแล้วกว่า 500 แต้มในการเรียนรู้ ตอนนี้จึงเหลืออยูแค่เพียง 1103

เขาลองพิจารณาดูแล้ว และคาดว่าแม้วิชาต้องห้ามอย่างการพันธนาการวิญญาณจะมีความซับซ้อน แต่ความต้องการในด้านการใช้พลังวิญญาณในการเรียนรู้มันคงจะไม่มากมายเท่าใดนักหรอก หากเทียบเปรียบกับของค่ายกล

จริงสิพอได้กล่าวถึงเรื่องค่ายกลแล้ว ก็ต้องบอกว่าแม้ระดับในการจัดวางค่ายกลของตัวกู่ฉิงซานในตอนนี้ ณ โลกใบนี้จะขึ้นมาสู่ในขั้นกลาง(เรียนรู้ขั้นพื้นฐานกับขั้นต้นมาแล้ว) แล้วก็ตามที

แต่ระดับมันก็ไม่เพียงพอที่จะสามารถค้นหาพิกัดของโลกเทวะจากในดิสก์ค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างสองโลกได้อยู่ดี

ซึ่งอันที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของค่ายกล หรือว่าค่ายกลดาบไท่หยี กู่ฉิงซานไม่จำเป็นต้องใช้แต้มพลังวิญญาณในการเรียนรู้มัน เขาก็สามารถคว้าทั้งสองสิ่งที่ว่ามาไว้ในครอบครองได้-

-ด้วยพรสวรรค์โดยธรรมชาติและมาตรฐานในตัวเขา เขาสามารถใช้เวลาสักพักหนึ่ง เพื่อทำการฝึกฝน เรียนรู้และเข้าใจมันอย่างช้าๆก็ไม่น่าจะมีปัญหา

อย่างไรก็ตาม ภายในช่วงเวลาเจ็ดวันนี้ โลกล่องเวหาอาจจะล่มสลายลงเมื่อใดก็ได้ตลอดเวลา

ซึ่งนั่นหมายความว่ามันไม่มีเวลาเหลือมากพอที่จะมามัวทำเช่นนั้นแล้ว

เขาจะต้องเปลี่ยนแปลงความคิด และมองหาวิธีใหม่!

กู่ฉิงซานมองไปยังสองสาวใช้

อันดับแรก เขาจะต้องแก้พันธนาการ ปลดโซ่ตรวนให้พวกเธอเสียก่อน …

พวกเธอเป็นผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่งกว่าตัวเขาเอง และมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในสถานการณ์ปัจจุบันนี้

กู่ฉิงซานพิจารณาอีกรอบ และทำการตัดสินใจในที่สุด

“ตอนนี้พวกเรามีบางเรื่องที่ต้องทำ”

สามสาวหันมามองหน้าเขา

“พวกเราจะต้องช่วยกันหาวิชาต้องห้ามที่ใช้ปลดปล่อยพันธนาการวิญญาณ”

ดวงตาของฉินรั่วและว่านเอ๋อเปล่งประกายขึ้นทันใด

ขณะที่ฉานนู่ทะยานตัวออกไปเบาๆ ตรงไปยังชั้นวางวิชาต้องห้าม และเริ่มทำการค้นหาใบหยกที่ว่าทันที

กู่ฉิงซานก็เดินเข้าไปด้วยเช่นกัน

แต่หลังจากลองค้นหาดูไปหลายใบหยก กู่ฉิงซานก็รับรู้ถึงความผิดปกติเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้น

เขามองย้อนกลับไป และเห็นแค่เพียงฉินรั่วกับว่านเอ๋อยังคงยืนนิ่งงันอยู่กับที่

กู่ฉิงซานตะโกนกระตุ้นเตือน “เร่งมือหน่อย! พวกเรามีเวลาไม่มากนักหรอกนะ”

แล้วสองสาวใช้ก็พลันได้สติกลับคืน

ฉินรั่วบีบมือของว่านเอ๋อ ขณะที่ว่านเอ๋อก็หันมามองเธอและพยักหน้าให้เล็กน้อย

แล้วพวกเธอก็เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันค้นหา

ไม่นานนัก

ว่านเอ๋อก็กรีดร้องออกมา “ข้าเจอมันแล้ว!”

เธอถือใบหยกในมือ ราวกับว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่า

ฉินรั่วเอื้อมมือไปหยิบใบหยก แล้วปล่อยจิตสัมผัสเทวะลงไป

“แบบนี้ชักจะไม่ดีซะแล้วสิ วิชานี้มันรัดกุมมากเกินไป และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ถูกพันธนาการวิญญาณสามารถใช้งานมันได้” เธอกล่าว

พอได้ฟัง ว่านเอ๋อก็ยื่นมือไปจับใบหยกเช่นกัน จากนั้นก็เริ่มทำการอ่านเนื้อหาของมันอย่างเป็นจริงเป็นจัง

“กระบวนการของมันค่อนข้างลึกซึ้งและซับซ้อนมากเกินไป และการจะปลดมัน จะต้องทำให้สำเร็จภายในครั้งเดียว มิฉะนั้นแล้ววิชาพันธนาการวิญญาณจะเข้าสู่สภาวะแช่แข็ง และจะไม่ยอมละลายลงให้ปลดมันได้ จนกว่าจะผ่านพ้นไปอีกสามปี” ว่านเอ๋อส่ายหัวและกล่าว

ฉินรั่วถอนหายใจ “วิชานี้จำเป็นต้องใช้เวลาสักพักในการเรียนรู้ และหากจักเรียนรู้มันในถึงขั้นที่ชำนาญ ข้าเกรงว่ามันจะใช้เวลามากเกินไป”

กู่ฉิงซานรับใบหยกแผ่นนั้นมา และมองมัน

—หืม? นี่มันไม่เลวเลย เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาได้ทำการเรียนรู้ จนเข้าใจถึงการจัดวางได้ค่ายกลได้ระดับหนึ่งแล้ว ตนจึงสามารถข้ามขั้นตอนการในการเรียนรู้ส่วนใหญ่ของวิชาลับนี้ไปได้เลย ส่งผลให้จ่ายออกไปเพียง 100 แต้มพลังวิญญาณ ก็สามารถเข้าใจมันได้แล้ว

กู่ฉิงซานหลับตาลงครู่หนึ่ง

แล้วจู่ๆเขาก็ยัดใบหยกกลับคืนในชั้นวางทันใด

“เจ้าอย่าพึ่งหมดหวังง่ายๆสิ ใบหยกชิ้นนี้ อย่างน้อยพวกเราก็คัดลอกมันไว้-” ว่านเอ๋อยังไม่ทันกล่าวจนจบประโยค

มือของกู่ฉิงซานก็จีบออกด้วยวิชาลับ และประทับมันลงบนโซ่ตรวนของเธอด้วยมือเดียว และกระชากมันออกมาอย่างแรง!

แล้วโซ่ตรวนที่คอยพันธนการวิญญาณของว่านเอ๋อก็ถูกปลดออกทันที มันร่วงตกลงบนพื้นโดยตรง

ในสมองของว่านเอ่อกลายเป็นว่างเปล่า

เธอลดศีรษะลง และเห็นแค่เพียงคราบเลือดที่เกิดจากรอยรัดพันอันหนักหน่วงของโซ่ตรวน ทว่าบัดนี้กลับไม่มีพวกมันคอยพันธนาการอยู่อีกต่อไปแล้ว

ในที่สุด … เธอก็ได้เป็นอิสระ!

ว่านเอ๋อค่อยๆยกสองมือขึ้นมาอย่างช้าๆ ปากรำพึงเสียงกระซิบ “วิถีพันธนาการ , แสวงหาโชคชะตา”

ปัง!

พลังวิญญาณอันใหญ่ยิ่งปะทุขึ้นมาจากฝ่ามือของเธอ ก่อร่างเป็นเปลวไฟสีเขียวพวยพุ่งขึ้นสู่หลังคาห้องลับ

ภายในเปลวไฟสีเขียว จักสามารถมองเห็นประตูที่ปิดแน่นได้อย่างเรือนราง

นี่คือเทคนิคมนตราของว่านเอ๋อที่เธอเป็นผู้ครอบครองมันแต่เพียงผู้เดียว และในโลกเดิมของเธอ มีเพียงผู้ฝึกยุทธที่สามารถปลดปล่อยพลังวิญญาณได้ในระดับขอบเขตพันวิบัติเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติที่จะใช้งานมันได้

พื้นฐานวรยุทธของเธอ บัดนี้ได้ฟื้นฟูกลับคืนมาดังเดิมแล้ว!

ว่านเอ๋อสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่เดือดพล่านไปทั่วร่างกาย และทันใดนั้นเธอก็กรีดร้องลั่นออกมา

“อ๊าาาาาาาาาาาาาา!”

เสียงกรีดร้องนี้ปนเปื้อนออกมาพร้อมกันกับน้ำตาที่ราวกับเขื่อนแตก เพียงมองก็รับรู้ได้ว่าหากคิดจะหยุดมันคงมิใช่การง่าย

ฉานนู่ที่กำลังมองฉากนี้ ก็ได้หันไปเอ่ยกับกู่ฉิงซานด้วยความกังวล “นายน้อย ท่านต้องการที่จะ … ”

“ไม่ต้องหรอก นางทนแบกรับความเจ็บปวดมามากเกินไป เวลานี้ก็ปล่อยให้นางได้ระบายมันออกมาเถอะ” กู่ฉิงซานกล่าว

ว่าแล้ว เขาก็หันมาทางฉินรั่ว

ฉินรั่วกัดริมฝีปากแน่น ทั้งคนทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยความกระวนกระวาย

“การปลดพันธนาการเมื่อครู่นี้ เจ้าคงจักเสียพลังวิญญาณไปไม่น้อยเลยทีเดียว เจ้าต้องการจะพักฟื้นก่อนหรือไม่?” เธอเอ่ยถาม

“เหตุใดจึงต้องพักฟื้น?”

“เพราะมันจักต้องปลดพันธนาการให้สำเร็จในคราเดียว มิฉะนั้นแล้วโซ่ตรวนจะเข้าสู่สภาวะแช่แข็ง ข้าเกรงว่า … ”

“เข้าใจแล้ว เช่นนั้นข้าจะขอพักก่อนสักครึ่งชั่วยามก็แล้วกัน” กู่ฉิงซานมองเธอและกล่าว

แต่พอได้ฟัง ร่องรอยความว้าวุ่นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉินรั่วทันที เธอเอ่ยน้ำเสียงแหบแห้ง “นั่นสินะ มันสมควรที่จะเป็นเช่นนั้น งั้นข้าจะรอ-”

แต่เสียงของเธอยังไม่ทันตกลง กู่ฉิงซานก็คว้าจับโซ่ตรวนที่พันธนาการกายเธอ แล้วกระชาก! มันออกอย่างแรงในทันที

เคร้ง!

โซ่ตรวนพันธนาการวิญญาณหล่นกระจายลงกับพื้น

ฉินรั่วตะลึงงัน

เธอลดศีรษะลง จ้องมองรอยรอยเลือด และบาดแผลตามเนื้อตัวของตนเอง

ตามต่อด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้ม มารวมกันตรงปลายคางกลายเป็นหยดน้ำใสๆร่วงลงสู่พื้น

“ปลดโซ่ตรวนได้สำเร็จจริงๆด้วย”

เธอเอ่ยปากด้วยความโล่งใจ ขณะที่เสียงของเธอฟังดูคล้ายกับการผ่อนลมหายใจยาว

พลังวิญญาณอันทรงพลังของเธอเกิดความผันผวนไปมา เฉกเช่นเดียวกันกับความรู้สึกของตัวเธอในขณะนี้

ในฐานะที่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธชั้นนำของโลก แต่จำต้องทนแบกรับความอัปยศอดสูมาเป็นระยะเวลายาวนาน จนห้วงอารมณ์ของเธอได้จมลงสู่ความสิ้นหวังไปตั้งเนิ่นนานแล้ว

และไม่เคยคิดเคยฝันเลย … ว่าท่ามกลางความสิ้นหวังอันมืดมิด ตนจักได้เห็นแสงจากรุ่งอรุณแห่งวันใหม่อีกครั้ง

“พี่สาว!”

ว่านเอ๋อวิ่งเข้ามา กระโจนเข้าโอบกอดเธอ

“ว่านเอ๋อ พวกเราเป็นอิสระแล้ว!”

ฉินรั่วกล่าวตะกุกตะกักราวกับคนติดอ่าง แต่เธอก็โอบกอดว่านเอ๋อแน่น

ทั้งสองซบไหล่กันและกัน ร่ำไห้ออกมา

“อืม … เราก็ปล่อยให้พวกเธอมีความสุขกันไปก่อน ระหว่างนี้ก็ไปเลือกใบหยกค่ายกลกันต่อเถอะ” กู่ฉิงซานกล่าว

“เจ้าค่ะ นายน้อย” ฉานนู่ตอบรับเขาด้วยรอยยิ้ม

แล้วเธอก็เดินปลีกตัวออกไปพร้อมกับกู่ฉิงซาน

เมื่อมาถึงชั้นวางใบหยกที่บันทึกค่ายกล ทั้งสองก็เริ่มทำการหยิบเลือกใบหยกชิ้นอื่นๆต่อทันที

ต้องไม่ลืมนะว่าพื้นที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามของหวังหงษ์เต๋า ดังนั้นทุกสิ่งแทบจะไม่มีอันใดที่เลวร้ายเลย

อย่างเดียวที่น่าเสียดายก็คือ เทคนิคดาบที่หวังหงษ์เต๋ามีไว้ในครอบครองน่ะ มันน้อยเกินไป

ขณะที่กู่ฉิงซานทำการเลือก ในเวลาเดียวกัน เขาก็กำลังขบคิดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาใหญ่อย่างการที่ตนกำลังขาดแคลนแต้มพลังวิญญาณไปพลางๆ ….

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 456"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved