cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ - ตอนที่ 448

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์
  4. ตอนที่ 448
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ – ตอนที่ 448
หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.448 – ความลับของนิกาย

“ระบบ?”

กู่ฉิงซานเปล่งเสียงเรียกในจิตใจของเขา

เงียบ …

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับกลับมา

กู่ฉิงซานอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจอย่างลับๆ

เรื่องแบบนี้ .. มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย

อย่างไรก็ตาม แม้เขาต้องการจะตรวจสอบเรื่องนี้มากเพียงใด แต่เขาก็ไม่มีเวลามากพอที่จะไตร่ตรองเกี่ยวกับมันอยู่ดี

นั่นเพราะ .. นี่คงใกล้จะได้เวลาที่เย่หยิงเหมยจะกลับมาแล้ว

สามปรมาจารย์ตำหนักจะต้องเริ่มหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่จะใช้จัดการกับหวังหงษ์เต๋าในไม่ช้า

ถ้าหากเขามาสายเกินไป คนที่เหลือก็อาจจะสงสัยได้

ไม่นานนัก กู่ฉิงซานก็มาถึงเวทีหารืออย่างเป็นทางการในที่สุด

และก็เป็นเวลาที่เหมาะเจาะยิ่งนัก

เพราะเย่หยิงเหมยก็กำลังกลับมาพอดีเช่นกัน

“นี่คือสองสมบัติมนตราที่พวกเราได้ความพยายามฟูมฟักมันมาเป็นระยะเวลาหลายปี ข้าหวังว่าเจ้าจะมองหาโอกาสที่เหมาะสมที่สุดในยามที่ใช้มันนะ” เย่หยิงเหมยเอ่ยปากออกมา

ขณะเดียวกัน เธอผายมือของตัวเองออกไป

ตามด้วยกลุ่มก้อนรังสีแสงสีน้ำเงินและแดงที่สาดแสงออกมา พวกมันทั้งสองลอยนิ่งอยู่บนฝ่ามือของเธออย่างเงียบๆ

ในส่วนของกลุ่มรังสีแสงสีแดง มันคือเข็มที่บางเบา – ราวกับเส้นผม

แม้เข็มแหลมจะลอยนิ่งอยู่เฉยๆในอากาศ ทว่ายามเมื่อสายลมพัดโชยผ่านมัน ก็จะถูกปลายอันแหลมคมเสียดสีจนบังเกิดเสียงหวีดหวิวกังวานไปทั่ว

ขณะที่อากาศบริเวณโดยรอบของเข็มแหลม ได้บังเกิดร่องรอยปริร้าวของชั้นมิติ ราวกับว่ามีพลังที่มองไม่เห็นกำลังฉีกกระชากมันอยู่ตลอดเวลา

เป็นไปได้มากทีเดียว ว่าเมื่อใดก็ตามที่สมบัติมนตราชิ้นนี้ถูกเปิดใช้งาน พลังอำนาจอันน่าสะพรึงย่อมไม่แคล้วที่จะปะทุออกมา

ในขณะที่รังสีแสงสีน้ำเงิน เป็นยันต์ที่วาววับและโปร่งใส ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคุณภาพของมันยอดเยี่ยมมากเพียงใด

กล่าวได้เลยว่านี่คือหนึ่งในยันต์ที่มีคุณภาพดีเลิศที่สุด ที่ถูกแกะสลักขึ้นจากหยกวิญญาณ

ซึ่งมันแตกต่างไปจากกลุ่มก้อนรังสีแสงสีแดง ที่มิได้มีรูปร่างหรือเปล่งกลิ่นอายที่มีความพิเศษใดๆออกมา

กู่ฉิงซานจับจ้องลงไปยังยันต์หยกวิญญาณ และสัมผัสได้ว่าห้วงอารมณ์ภายในหัวใจตน อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความรู้สึกปลอดภัยขึ้นมา

“นี่คือยันต์ที่ข้าปรับแต่งขึ้น มันสามารถต้านทานการโจมตีของหวังหงษ์เต๋าได้ หรืออีกความหมายนึงก็คือ เจ้าจะต้องใช้โอกาสในช่วงเวลานั้นโจมตีเขา” เย่หยิงเหมยอธิบายออกมา

กู่ฉิงซานพยักหน้าว่าเข้าใจ

เย่หยิงเหมยฉกาจที่สุดในด้านปรับแต่งยันต์ และก่อนหน้านี้ในยามเมื่อมอบของรับขวัญในการพานพบกันครั้งแรกแก่ ‘กู่ฉิงซาน’ นางก็ได้มอบยันต์ป้องกันให้แก่เขาไปใบหนึ่งเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่านางมีความรอบรู้ในศาสตร์แขนงนี้

“เอาล่ะ เช่นนั้นที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง” กู่ฉิงซานกล่าวออกมา

เย่หยิงเหมยลังเลเล็กน้อย

เธอมองไปยังสมบัติมนตราทั้งสองอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งผ่านพ้นไปชั่วเวลาหนึ่ง ก็ยังไม่ยินดีที่จะตัดใจจากมัน

“ศิษย์น้องหยิงเหมย” กู่ฉิงซานเอ่ยปากกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แผนการในครานี้ เจ้าแค่ต้องจ่ายออกด้วยสิ่งที่อยู่ภายนอก ขณะที่ข้าต้องจ่ายออกด้วยสิ่งภายในอย่างการเดิมพันด้วยชีวิตของตนเองเชียวนา”

เซ่าหวูชุ่ย หันไปเอ่ยกับเย่หยิงเหมยผ่านจิตสัมผัสเทวะ “ให้เขาไปเถอะ หากล้มเหลวเขาก็แค่ตกตาย และนั่นมันก็เป็นเรื่องของเขา อีกอย่างหากปล่อยให้เขาลงมือ หวังหงษ์เต๋าก็จะไม่มีทางค้นพบได้ว่าพวกเราเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”

เย่หยิงเหมยแม้จะได้ฟังแล้ว แต่ก็ยังลังเลอยู่ดี

นี่คือสมบัติมนตราที่เธอและเซ่าหวูชุ่ยต้องใช้ออกด้วยความพยายามมากมาย ทุ่มเทบากบั่นอยู่หลายปีดีดักจนรังสรรรมันออกมาได้สำเร็จในที่สุด

แต่ในเวลานี้ สมบัติมนตราที่ว่ากลับกำลังจะไปตกในมือของผู้อื่น

วิสัยทัศน์ของเธอจมอยู่กับสมบัติมนตราทั้งสอง และยังไม่เต็มใจที่จะมอบมันออกไป

ในช่วงเวลานั้นเอง จู่ๆสภาพอากาศก็เริ่มมืดครึ้มลงทันใด

บนท้องฟ้า พริบตาเดียวตลอดทั้งเกาะก็สูญสิ้นซึ่งความสว่างไสวไปโดยสมบูรณ์

ราวกับว่ามันตระหนักได้ถึงบางสิ่ง ทุกสิ่งมีชีวิตตลอดทั้งเกาะพลันหยุดนิ่ง

นี่คือกฏที่แต่ละนิกายจะต้องปฏิบัติตาม

ที่ต้องบังคับกฏให้ทุกคนหยุดนิ่งในช่วงเวลา ‘ลางร้าย’ ได้มาถึง นั่นก็เป็นเพราะว่าต้องการที่จะป้องกันไม่ให้สายลับจากนิกายอื่น ฉวยจังหวะนี้ สบโอกาสลอบเข้าไปทำลายค่ายกลของนิกายได้ หากมีผู้ใดเคลื่อนกาย มันผู้นั้นก็จะตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันที

ทว่าบนแท่นสูง สามปรมาจารย์ตำหนักกลับยังคงเคลื่อนไหวได้ตามสะดวก

อย่างแรกก็เพราะนี่อยู่ภายในนิกาย ซึ่งสภาพแวดล้อมมันจะแตกต่างไปจากเกาะส่วนตัวของฉีหยาน

เกาะส่วนตัวของฉีหยาน มีเพียงค่ายกลขนาดเล็กคอยรองรับเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้เอง ยามที่ ‘ลางร้าย’ ได้มาเยือน ช่วงเวลานั้นเขาจึงทำได้แค่เพียงอยู่นิ่งๆเฉยๆภายในค่ายกลขนาดเล็กเท่านั้น มิอาจฝืนทำอย่างอื่นได้

แต่สำหรับภายในนิกายกวงหยาง ตลอดทั้งเกาะลอยฟ้า มันได้ถูกครอบคลุมโดยค่ายกลทั้งหมด

ผู้ฝึกยุทธจึงไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวใดๆ

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดนี้ สีหน้าของสามปรมาจารย์ตำหนักก็ยังคงเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่ดี

เซ่าหวูชุ่ยจั่วยันต์ออกมา และจ้องมองมัน

บนยันต์ คำว่าลางร้ายกระพริบไหวไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

จนท้ายที่สุดแล้ว คำว่า ‘ลางร้าย’ ก็ได้ครอบคลุมทั่วทุกส่วนของยันต์

ช่วงเวลา ‘ลางร้าย’ ได้มาเยือนแล้ว!

ตลอดทั้งผืนดิน บังเกิดเสียงคำรามอันหนักหน่วงกังวานขึ้น

เสียงคำรามนี้ขจรขจายไปตลอดทั้งโลกหล้า ราวกับเป็นการประกาศว่าทุกชีวิตจักต้องจบลงด้วยความตาย

มารโลกาได้ตื่นจากการหลับไหลแล้ว

ตลอดทั้งโลกพลันจมลงสู่ความเงียบ

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใด ก็ล้วนมิกล้าที่จะเปล่งเสียงใดๆออกมา

ภายในค่ายกลตัดขาดโลกภายนอก เย่หยิงเหมยกำลังตั้งใจฟังเสียงคำรามของมารโลกาอย่างเงียบๆ

“ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดแผกไปเล็กน้อย” เย่หยิงเหมยเอ่ยพึมพำ “สังเกตหรือไม่ว่าครานี้มันตื่นเร็วขึ้นกว่าเดิม?”

เซ่าหวูชุ่ยหยิบยันต์ออกมากองหนึ่ง และเริ่มมองดูพวกมันทีละแผ่น ทีละแผ่นอย่างเป็นระมัดระวัง และในที่สุดก็เก็บยันต์ทั้งหมดกลับคืน

“เป็นอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ” เขาเอ่ยสนับสนุน “ในช่วงหลายสิบวันที่ผ่านมานี้ ช่วงเวลาที่มันตื่นจากการหลับไหลดูเหมือนว่าจะเร็วขึ้นยิ่งอย่างเดิมครึ่งชั่วยาม หากเทียบกับในครั้งอดีต”

ทั้งสองเงียบไป

มารโลกาตื่นจากการหลับไหลบ่อยขึ้น และเร็วขึ้น …

นี่มิใช่เป็นการบ่งบอกกลายๆว่า วันใดวันหนึ่ง มันจะตื่นขึ้นมาโดยไม่หลับไหลอีกเลยหรอกหรือ?

หากเป็นในกรณีเช่นนั้น แล้วผู้ฝึกยุทธจะเผชิญกับมารที่มิอาจต่อต้านตนนี้ได้อย่างไร?

ค่ายกลตัดขาดโลกภายนอกมิอาจทำงานได้ตลอดไป หากไม่มีการเติมเต็มศิลาวิญญาณ

และเมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนก็จะต้อง … ตาย!

กู่ฉิงซานเฝ้ามองทั้งสอง และในที่สุดก็เอ่ยปากออกมาว่า “ไม่ช้าก็เร็ว โลกใบนี้ก็จะดำเนินไปถึงจุดสิ้นสุด ศิษย์น้องหยิงเหมย เจ้าควรทุ่มสุดตัว และเลิกลังเลได้แล้ว”

เย่หยิงเหมยหันไปมองเขา ห้วงอารมณ์ภายในจิตใจค่อยๆคลายลงอย่างช้าๆ

นั่นสินะ ไม่ช้าก็เร็วโลกใบนี้ก็จะจบสิ้นลงโดยมารโลกา

เช่นนั้นแล้ว เหตุใดจึงไม่ใช้โอกาสนี้ ต่อสู้แบบทุ่มสุดตัวดูเล่า?

“ในเมื่อเจ้าได้เอ่ยคำมั่นสาบานต่อฟ้าดินไปแล้ว ข้าก็ยินดีที่จะมอบสิ่งเหล่านี้ให้แก่เจ้า ยังไงก็ตาม เจ้าจะต้องจดจำเอาไว้ให้ดี ว่าหวังหงษ์เต๋าอยู่ในขอบเขตลมปราณจิตมานานนับปี นั่นหมายความว่ากลยุทธ์ของเขาย่อมไร้ที่สุดสิ้น ชนิดที่เจ้ามิอาจจินตนาการได้” เย่หยิงเหมยกล่าว

เซ่าหวูชุ่ยเอ่ยสารภาพ “จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ข้าก็ยังไม่กล้าเอ่ยได้อย่างเต็มปากว่ากระจ่างชัดถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา”

“ข้าเองก็มิแตกต่างจากสหายเซ่า” เย่หยิงเหมยกล่าว “แม้ว่าข้าจะใช้เวลาอยู่กับเขามานานปี แต่ข้าก็มิอาจล่วงรู้ถึงความแข็งแกร่งของเขาในเชิงลึกเช่นกัน”

“ดังนั้น เมื่อเจ้าเห็นโอกาส จงทุ่มลงมืออย่างเต็มกำลัง อย่าได้ออมแรงไว้โดยเด็ดขาด” เซ่าหวูชุ่ยเอ่ยสั่ง

กู่ฉิงซานมองไปยังทั้งสองอย่างระมัดระวัง และพบว่าท่าทีการแสดงออกของทั้งสองบัดนี้ช่างดูเคร่งขรึมจริงจังอย่างแท้จริง

“พวกเจ้าวางใจได้ นี่มันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตและความตายของข้าเช่นกัน ข้าย่อมต้องทุ่มพยายามเต็มกำลัง ลงมือให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน”

สองปรมาจารย์ตำหนักที่เฝ้ามองเขาเอ่ยเช่นนั้น ก็บังเกิดความรู้สึกพึงพอใจขึ้นมา

เย่หยิงเหมยค่อยๆวาดมือของตนออกไปอย่างแผ่วเบา

หนึ่งแสงสีน้ำเงิน และหนึ่งแสงสีแดง ทั้งสองกลุ่มลอยล่องอย่างช้าๆมาตรงหน้าของกู่ฉิงซาน

กู่ฉิงซานรับเอาสมบัติมนตราทั้งสองมาอย่างระมัดระวัง

“สหายเซ่า ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”

“เจ้าว่ามาสิ”

“ข้าได้ทำการสืบทราบข้อมูลเกี่ยวกับหวังหงษ์เต๋ามาบ้างแล้ว และพบว่าเขาเป็นผู้ฝึกยุทธที่เติบโตมาในนิกาย แถมยังได้เก็บสะสมกระบี่ และเทคนิคลับต่างๆที่ตนเคยได้เรียนรู้มา เอาไว้มากมายอีกด้วย”

“มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ว่าแต่สิ่งที่เจ้าต้องการจะสื่อคืออะไร?”

กู่ฉิงซานกล่าว “ก็เจ้าน่ะเป็นปรมาจารย์ตำหนักเจียงซี ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบอุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งสมบัติทั้งหมดในนิกายนี่นา ดังนั้น ข้าจึงต้องการที่จะให้เจ้าช่วยให้ข้าได้เข้าไปยังตำหนักเจียงซี เพื่อดูสิ่งที่หวังหงษ์เต๋าได้เคยทำการศึกษามา”

พอได้ฟัง เซ่าหวูชุ่ยก็บังเกิดความลังเล

เทคนิคลับบางส่วนกล่าวได้ว่ามันทรงพลังยิ่ง และหวังหงษ์เต๋าก็ไม่เคยอนุญาตให้คนอื่นๆในนิกายได้แอบดูมันมาก่อนเลย

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของสมบัติลับในนิกาย ที่มีเพียงหวังหงษ์เต๋าและตัวเขาเองที่สามารถรับรู้ได้อยู่อีก

-เทคนิคลับมากมายที่หวังหงษ์เต๋าจงใจเลือกที่จะปกปิดเป็นการส่วนตัว

แล้วตอนนี้ เขาจะสามารถอนุญาตให้ฉีหยานได้เข้าไปดูมันจริงๆน่ะหรือ?

ต้องไม่ลืมนะว่าหวังหงษ์เต๋าคือผู้ฝึกยุทธขอบเขตลมปราณจิต ทั้งวิสัยทัศน์และพรสวรรค์ในความกระจ่างแจ้ง ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธทั่วไปสามารถเทียบเปรียบได้

ดังนั้น เทคนิคลับที่เขาถึงขั้นลงทุน ศึกษา และพยายามเก็บมันเอาไว้ ย่อมต้องมีค่ามหาศาลอย่างแน่นอน!

เซ่าหวูชุ่ยลังเลอยู่นาน จนกระทั่งเย่หยิงเหมยที่ยืนอยู่ข้างๆหัวเราะออกมา

“สหายเซ่า จนกระทั่งถึงเวลานี้ เจ้าก็ยังคิดจะทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าบ้านอยู่อีกหรือ?”

น้ำเสียงของเธอค่อนข้างกล่าวติดตลก

เซ่าหวูชุ่ยพอได้ฟัง ก็ทนไม่ไหวต้องพยักหน้าออกมา

นั่นสินะ วิชาที่หวังหงษ์เต๋าเก็บสะสมไว้น่ะยากที่จะเรียนรู้ และการที่จะเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งย่อมเป็นอะไรที่ยากลำบากยิ่ง

วิชาเหล่านั้น ล้วนมิใช่สิ่งที่จะสามารถเรียนรู้ได้ในชั่วข้ามคืนได้!

ขณะที่ฉีหยานกำลังจะไปเผชิญหน้ากับตัวตนที่ว่าในไม่ช้า

ดังนั้น ในช่วงเวลาสั้นๆ ฉีหยานจึงต้องเร่งทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาต่างๆให้ได้มากที่สุด เพื่อที่อย่างน้อยจะได้มีโอกาสรับมือกับกลยุทธ์ของหวังหงษ์เต๋าได้มากยิ่งขึ้น

แต่สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ สิ่งที่สำคัญก็คือ หวังหงษ์เต๋าได้ตระเตรียมวิชาต้องห้ามไว้มากมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดอ่านวิชาของตนเองได้เนี่ยสิ

นอกเหนือไปจากหวังหงษ์เต๋า ไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้องใบหยก และหากแตะต้องมัน ใบหยกก็จะกลายเป็นผุยผงทันที

หากฉีหยานสัมผัสใบหยกในส่วนนั้น ใบหยกก็จะแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่ดี

ดังนั้น กล่าวได้ว่านอกเหนือไปจากหวังหงษ์เต๋าแล้ว ก็ไม่มีใครรู้วิธีที่จะควบคุมมารแมลงร้ายที่อยู่ในร่างกายของตนเองได้ แม้กระทั่งตัวฉีหยานเองก็ตาม

สรุปแล้ว เซ่าหวูชุ่ยจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่ากู่ฉิงซานจะสามารถเข้าไปแอบดูเทคนิคลับที่ว่านั่นได้ และใช้มันบังคับควบคุมเขา

บางที การที่ถูกร้องขอออกมาเช่นนี้ มันอาจจะเป็นการดีสำหรับตัวเซ่าหวูชุ่ยเช่นกัน

“ก็ได้! เจ้าจงรับมันไป!”

ว่าแล้วเซ่าหวูชุ่ยก็โยนตราประทับออกไปทางกู่ฉิงซานอย่างรวดเร็ว

กู่ฉิงซานคว้ารับตราประทับ และถือมันไว้ในมือของเขา

“เจ้าทำถูกแล้วสหายเซ่า ยิ่งข้าได้รู้เกี่ยวกับวิชาของหวังหงษ์เต๋ามากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งมั่นใจว่าจักสามารถสังหารเขาได้มากขึ้นเท่านั้น”

กู่ฉิงซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เย่หยิงเหมยเอ่ยต่อ “เจ้าจะต้องอ่านวิชาเหล่านี้อย่างรอบคอบ แม้ว่าหวังหงษ์เต๋าจะฉกาจในด้านกระบี่ แต่เขาก็ยังรักที่จะศึกษาในวิชาการควบคุมคนตายเช่นกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ศึกษามันจนเชี่ยวชาญ และมีวิชาที่ทรงพลังในแขนงนั้นไว้ในครอบครองอยู่มากมาย”

“ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะศึกษาพวกมันอย่างละเอียดอย่างแน่นอน” กู่ฉิงซานกล่าว

แล้วเขาก็หันไปเอ่ยกับ ‘กู่ฉิงซาน’

“ศิษย์ข้า”

ฉานนู่ก้าวออกมาข้างหน้า และตอบรับ

กู่ฉิงซานเอ่ยปากกล่าว “ไหนๆเจ้าก็บรรลุขอบเขตประทับเทพแล้ว เจ้าก็มาด้วยกันกับอาจารย์สิ บางทีอาจจะพบเจอกับเทคนิคดาบที่ต้องตาบ้างก็ได้นะ”

เทคนิคดาบ?

เซ่าหวูชุ่ยเงียบกันไปสักพักหนึ่ง และอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา “หวังหงษ์เต๋ามิได้ครอบครองเทคนิคดาบ เขาเป็นผู้ใช้กระบี่ ..”

“มันไม่สำคัญหรอก เพียงแค่ดูมันก็ไม่นับว่าเสียหายนี่ อีกอย่าง จะได้เป็นการเปิดโลกกว้างในมุมมองของศิษย์ข้าอีกด้วย” กู่ฉิงซานกล่าว

ฉานนู่พูดต่อทันที “ศิษย์จะทำตามคำแนะนำของท่านอาจารย์”

แล้วกู่ฉิงซานก็นำ ‘กู่ฉิงซาน’ เดินออกไป โดยไม่เหลียวหลังกลับมาอีกเลย

เซ่าหวูชุ่ยต้องการจะเอ่ยอะไรออกไปมากกว่านี้ แต่กลับเห็นแค่เพียงทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์ได้เดินจากแท่นเวทีไปไกลแล้ว

—ดูเหมือนว่าต่อให้ตนจะกล่าวอะไรเพิ่มเติมออกมา แต่อีกฝ่ายก็ไม่คิดจะฟังอยู่ดี

ริมฝีปากของเซ่าหวูชุ่ยสั่นระริก คำพูดที่กำลังจะเปล่งออกมาจุกแน่นอยู่ในลำคอ จะเปล่งออกมาก็ไม่ได้ จะกลืนลงไปทันที ใจมันก็ไม่รู้สึกไม่ยินยอม …

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 448"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved