cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ - ตอนที่ 443

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์
  4. ตอนที่ 443
Prev
Next

Worlds’ Apocalypse Online หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา ออนไลน์ – ตอนที่ 443
หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.443 – ความจริงที่ซ่อนอยู่

กู่ฉิงซานเอ่ยย้ำอีกครั้งว่าต้องการสังหารหวังหงษ์เต๋า ทว่าคราวนี้เซ่าหวูชุ่ยมิได้คำรามสวนกลับมาด้วยความโกรธอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกันเซ่าหวูชุ่ยก็มิได้ให้คำตอบใดๆกลับมาเช่นกัน อันที่จริงแล้วต้องบอกว่าบนใบหน้าของเขามิได้ตอบสนองๆใดเลยต่างหาก ทั้งความตื่นเต้นและความโกรธที่ผสมปนเปกันเมื่อครู่มันได้จางหายไปจนหมดสิ้น สีหน้านิ่งค้างกลายเป็นว่างเปล่า

เขามองไปยังกู่ฉิงซานด้วยแววตาล้ำลึก

– คนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ ราวกับเป็นคนอื่นที่มิใช่ฉีหยานเลย

“หยิงเหมย เจ้าคิดว่าพวกเราสมควรจะทำอย่างไรดี?” เซ่าหวูชุ่ยเอ่ยเสียงต่ำ

เย่หยิงเหมยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“ในเมื่อเรื่องราวมันได้มาถึงจุดนี้แล้ว ทั้งเจ้าและข้าคงไม่อาจปล่อยให้เขาตายได้อีกต่อไป” เธอกล่าว

“เช่นนั้นแล้วเราจะสามารถพิจารณาให้ฉีหยานล่วงรู้เรื่องนั้นด้วยจะได้หรือไม่?” เซ่าหวูชุ่ยถาม

“แน่นอนว่าย่อมได้ เพราะท้ายที่สุดนี้ โลกใบใหม่นั้นอยู่ในกำมือของเขา”

“งั้นเชิญเจ้าบอกมันแก่เขาก่อนก็แล้วกัน”

“เข้าใจแล้ว”

หลังจากเสร็จสิ้นการสนทนาเล็กน้อยๆ ทั้งสองก็หันมาทางกู่ฉิงซานเป็นสายตาเดียว

กู่ฉิงวานขมวดคิ้วแน่น เขาไม่รู้ว่าทั้งสองกำลังกล่าวถึงเรื่องอะไร

เย่หยิงเหมย เอ่ยปากออกมาด้วยความลังเล “ฉีหยาน … ”

เธอถกปกคอเสื้อที่ร้อยเรียงไปด้วยขนนกสีจันทร์กว้างออกอย่างช้าๆ เปิดเผยให้เห็นถึงไหล่ละมุนออกมา

มันเป็นผิวที่เนียนละเอียด แม้จะขาวนวลแต่กลับระคนม่วง?

แต่นั่นไม่ใช่จุดสำคัญที่ต้องเพ่งมอง

เพราะบริเวณชั้นผิวของเย่หยิงเหมย มันได้ถูกปกคลุมได้ด้วยอักษรรูนสีดำ

รูนเหล่านั้นกำลังบิดเบือน และกระโดดไปมาราวกับว่าพวกมันมีชีวิต ขณะเดียวกันก็ดูน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง

อักษรรูนควบรวมกันก่อร่างเป็นกระบวนโซ่ตรวนบนผิวกายของเย่หยิงเหมย ขณะเดียวกันมันก็แผ่พลังอำนาจออกมาอยู่ตลอดเวลา

สีหน้าของกู่ฉิงซานแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“นี่มันผนึกต้องห้าม … แบบนี้มันไม่ถูกต้อง เจ้าเป็นถึงผู้ฝึกยุทธขีดสุดความว่างเปล่า ผู้ใดกันที่จะสามารถลงผนึกต้องห้ามกับเจ้าได้?” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม

เย่หยิงเหมยกล่าว “ก็แล้วเจ้าคิดว่ายังมีใครอีกเล่าที่สามารถทำมันได้?”

กู่ฉิงซานนิ่งคิดไปไม่กี่ลมหายใจ

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง”

เขาถอนหายใจยาวออกมา

การแสดงออกอันอ่อนโยนของเย่หยิงเหมยได้หายไป

เธอนั่งอยู่ที่เดิมอย่างเงียบๆ ทั้งคนทั้งร่างนิ่งงัน สงบเงียบจนน่าหวาดกลัว

“เนิ่นนานมาแล้ว ช่วงเวลาที่ข้ายังเป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตแก่นทองคำ ท่านอาจารย์ได้ลงผนึกต้องห้ามบนตัวข้า นับตั้งแต่นั้นมา ข้าก็มิอาจต่อต้านเขาได้อีกเลย ด้วยผนึกนี้ เขาสามารถบงการข้าได้ดั่งใจนึก กล่าวได้ว่า หากข้าต้องการจะตาย เขาก็สามารถบังคับให้ข้าทนมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเจ็บปวดได้ ในทางตรงกันข้าม หากเขาต้องการให้ข้าตาย ข้าก็มิอาจปฏิเสธได้เลย

“ในวันเดือนปีที่ผ่านพ้น ในแต่ละช่วงเวลาที่ข้าทะลวงฝ่าขอบเขตพื้นฐานวรยุทธ หวังหงษ์เต๋าก็จะคอยเสริมอานุภาพของผนึกต้องห้ามนี้บนร่างกายข้าเสมอมา”

“ฉะนั้น นับตั้งแต่ครั้งอยู่ในช่วงแก่นทองคำ ตัวข้าก็สูญสิ้นซึ่งอิสระภาพไปแล้วตลอดกาล และจะต้องเชื่อฟังทุกสิ่งอย่างที่เขาพูดและบัญชา”

เย่หยิงเหมยเอ่ยปากกล่าว และค่อยขยับชายปกเสื้อกลับคืนอย่างช้าๆ

เธอเอ่ยเสียงกระซิบ “ข้าไม่มีหนทางที่จะสามารถโจมตีหวังหงษ์เต๋าได้เลย”

กู่ฉิงซานตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ และทันใดนั้นในหัวใจของเขาก็เริ่มเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นเล็กน้อย

หลังจากต่อสู้มาร่วมสองชีวิต กู่ฉิงซานกล้าบอกได้เลยว่าเขาได้พบเห็นศัตรูมาแล้วมากมายหลายประเภท

แต่ศัตรูที่น่ารังเกียจดั่งเช่นหวังหงษ์เต๋าผู้นี้ นับว่าเป็นตัวตนที่พบเจอได้ยากยิ่ง

“เช่นนั้นก็ลืมมันเถอะ ศิษย์น้องหยิงเหมย เจ้าไม่ต้องลงมือหรอก”

กู่ฉิงซานมองไปทางเซ่าหวูชุ่ยและกล่าว “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็เหลือแค่เราสองแล้-”

เซ่าหวูชุ่ยส่ายหัวและกล่าว “ตามร่างกายของข้ามีแมลงมารอยู่กว่า 81 ตัว หากแม้นข้าบังเกิดความนึกคิดชั่วร้ายเกี่ยวกับเขาแม้เพียงเล็กน้อย เขาก็จะสามารถสั่งให้ข้าตายได้ทันที”

สีหน้าของเซ่าหวูชุ่ยกลายเป็นกลัดกลุ้มมากขึ้น “ข้าได้กลายเป็นผีดิบในขอบเขตขีดสุดความว่างเปล่า กลายเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ของเขาแล้วตลอดกาล”

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”

กู่ฉิงซานพยักหน้าเล็กน้อย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจสถานการณ์ของทั้งสอง

ในขณะนี้ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมสองขีดสุดความว่างเปล่าทั้งคู่นี้ถึงยินดีที่จะเปิดเผยความลับแก่ตนเอง

เพราะตราบใดที่สามารถหนีไปยังโลกใหม่ได้ ต่อให้หวังหงษ์เต๋าคิดจะควบคุมทั้งสอง เขาก็ไม่สามารถที่จะทำมันได้อีกต่อไป

เพราะโลกใหม่มิใช่โลกเดิม มันย่อมมีกฏกณฑ์และกำแพงอุปสรรคที่แตกต่างจากกันและกัน

เมื่อไหร่ที่ทั้งสองได้ไปอยู่ในโลกใหม่ หวังหงษ์เต๋าก็จะไม่สามารถกระตุ้นผนึกต้องห้ามของเย่หยิงเหมย หรือไม่สามารถสั่งการแมลงมารที่อยู่ในกายของเซ่าหวูชุ่ยได้อีกต่อไป

กระบวนการนี้เปรียบดั่งตะเกียงไฟที่คอยสาดแสงนำทางให้แก่ผู้ฝึกยุทธ

เมื่อผู้ฝึกยุทธออกจากโลกใบนี้ มันก็จะดับลงทันที คล้ายคลึงกันกับในกรณีที่ผู้ฝึกยุทธได้เสียชีวิตลงไปแล้วนั่นเอง

หากข้ามผ่านระหว่างสองโลก ตะเกียงไฟที่ว่านั่นจะไม่สามารถตรวจจับถึงตัวตนของผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในโลกอื่นได้

ดังนั้น การย้ายไปยังโลกใบใหม่ คือโอกาสเดียวเท่านั้นที่เย่หยิงเหมยกับเซ่าหวูชุ่ยจะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้!

มันเป็นโอกาสเดียวที่พวกเขาจะหลุดจากการควบคุมของหวังหงษ์เต๋า

หากมิใช่เพราะว่าพวกเขาคือตัวตนในระดับขีดสุดความว่างเปล่าแล้วล่ะก็ ทั้งสองคงจะแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้าไปแล้ว

แต่พวกเขาไม่สามารถลงมือได้นี่สิ

ในเมื่อผลลัพธ์มันพลิกผันออกมาเป็นแบบนี้ แล้วกู่ฉิงซานสมควรจะใช้วิธีการใดในการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันนี้ดี?

กู่ฉิงซานหยิบชาวิญญาณขึ้นมาแล้วค่อยๆจิบมันเบาๆ

แล้วก็นึกขึ้นได้ถึงหน้ากากสตรีแห่งรากษส

กู่ฉิงซานก้มลงมองไปที่หน้ากาก

หน้ากากนี้ทำจากหยกวิญญาณที่บริสุทธิ์และมีคุณภาพดีที่สุด

ภายใต้การสำรวจอย่างรอบคอบด้วยจิตสัมผัสเทวะ คุณจะสามารถเห็นได้ถึงทุกรายละเอียดและหยกวิญญาณภายในหน้ากาก

มันเป็นแค่หน้ากากจริงๆ

ในตอนที่จิ้งจอกขาวมอบหน้ากากให้แก่ตนเอง เซ่าหวูชุ่ยกับเย่หยิงเหมยก็ปล่อยจิตสัมผัสเทวะเข้าใส่มันไปแล้ว

และตนเองก็ยังได้ทำการตรวจสอบมันอย่างรอบคอบด้วยจิตสัมผัสเทวะแล้วเช่นกัน

มันก็เป็นแค่หน้ากาก และไม่มีความผิดปกติใดๆ

แต่การที่สตรีแห่งรากษสมอบหน้ากากนี้ให้ตนเอง แท้จริงแล้วมันจะมีความนัยอะไรแฝงเอาไว้กันแน่นะ?

กู่ฉิงซานจ้องมองไปที่หน้ากาก

บนหน้ากาก สตรีแห่งรากษสกำลังจ้องมองสวนกลับมาเข้าด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า แววตาและการแสดงออกของเธอดูมีชีวิตชีวาและเหมือนจริงมาก

ลืมมันเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้

กู่ฉิงซานล้มเลิกความคิดนั้นไป และเริ่มที่จะมาพิจารณาถึงสถานการณ์ในปัจจุบันของเขา

แม้ว่าทุกสิ่งที่วางไว้มันจะยังไม่สมบูรณ์ แต่มันก็ช่วยให้กู่ฉิงซานผ่อนคลายมากขึ้น

เพราะอย่างน้อยสำหรับตอนนี้ ในที่สุดเขาก็ได้สะสางภารกิจที่มันคั่งค้างมานานได้เสียที

กู่ฉิงซานถอนสายตาจากหน้ากาก แล้วมองไปยังช่วงบนของหน้าต่างระบบเทพสงคราม เพื่ออ่านเส้นแสงหิ่งห้อยมากมายที่ปรากฏขึ้น

“คุณได้สังหารผู้ฝึกยุทธขอบเขตประทับเทพขั้นแรก หวูซาน”

“คุณได้รับแต้มพลังวิญญาณ 400 แต้ม”

“แต้มพลังวิญญาณในปัจจุบัน : 1603/300”

“ภารกิจพิเศษ : หวูซานจะต้องตาย”

“คำอธิบายภารกิจ : โปรดทราบว่าในโลกใบใหม่ที่คุณไม่คุ้นเคยโดยสิ้นเชิงนี้ ยังมีอีกหนึ่งผู้ฝึกยุทธที่ยังคงรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของโลกแห่งผู้ฝึกยุทธและโลกเทวะ”

“รางวัลภารกิจ : ผู้เล่นสามารถระบุภารกิจอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย ให้เสร็จสมบูรณ์ได้เลยในทันที”

“คำอธิบาย : ตอนนี้คุณสามารถรับรางวัลจากภารกิจนี้ได้แล้ว”

สายตาของกู่ฉิงซานตกลงไปช่วงล่างของหน้าต่างระบบเทพสงคราม ใจกลางความมืดมิด

‘ระบบ , ถ้าอย่างนั้นฉันสามารถใช้มันเพื่อให้บรรลุภารกิจพลังศักดิ์สิทธิ์ในขอบเขตประทับเทพเลยได้ไหม?’

เขาเอ่ยถามในจิตใจอย่างเงียบๆ

ติ๊ง!

ระบบตอบสนองเสียงดังฟังชัด

“คุณจะต้องบรรลุไปถึงขอบเขตประทับเทพเสียก่อนจึงจะสามารถสกัดพลังศักดิ์สิทธิ์ในขอบเขตประทับเทพได้ นี่คือกฏเกณฑ์ตามธรรมชาติของการฝึกยุทธ มันคือเงื่อนไขที่จำเป็นต้องมีของภารกิจ”

พอได้ยิน กู่ฉิงซานก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม นี่มันก็ยังเป็นสามัญสำนึกที่พอจะยอมรับได้ หากตนเองไม่ได้อยู่ในขอบเขตประทับเทพ แล้วจะไปใช้พลังของขอบเขตประทับเทพได้อย่างไร? ยังมิอาจเข้าใจถึงกฏของฟ้าดินได้แท้ๆ แล้วจะไปสกัดพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไง?

ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเร่งข้ามผ่านโทษทัณฑ์ให้มันเร็วขึ้นกว่าที่คิดซะแล้ว

กู่ฉิงซานลอบไตร่ตรองอย่างลับๆ

“ฉีหยาน แล้วตอนนี้เจ้าคิดจะทำยังไงต่อไป?”

เซ่าหวูชุ่ยเห็นเขาจมลงไปในความคิดอยู่พักหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังมิได้เอ่ยคำใด จึงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา

กู่ฉิงซานกล่าวอย่างลังเลว่า “ในเมื่อพวกเจ้าไม่สามารถลงมือได้ เช่นนั้นพวกเราก็คงจะต้องมาช่วยกันพยายามค้นหาวิธีแก้ไขสถานการณ์กัน อาจจะเป็นการวางกับดักที่สามารถสังหารหวังหงษ์เต๋า -อะไรแบบนี้ก็ได้” กู่ฉิงซานกล่าว

สองปรมาจารย์ตำหนักพยักหน้าอย่างเงียบๆ

ทั้งสามยอมรับความคิดของกันและกัน แต่ก็มิได้กล่าวอะไรออกมา

นี่เป็นปัญหาที่สำคัญยิ่ง

—หวังหงษ์เต๋าย่อมไม่นิ่งดูดายปล่อยให้ฉีรั่วหยาข้ามผ่านโทษทัณฑ์ได้สำเร็จเป็นแน่

ดังนั้นตอนนี้เขาสมควรที่จะมุ่งหน้าไปยังมิติที่ว่างเปล่า เพื่อขัดขวางการข้ามผ่านโทษทัณฑ์ของฉีรั่วหยา

สองประมาจารย์ตำหนักมองกู่ฉิงซานที่แสดงออกถึงใบหน้าที่สงบ แล้วอดไม่ได้ที่จะสงสัยเล็กน้อย

“ฉีหยาน เหตุใดเจ้าจึงไม่เร่งไปแจ้งให้บิดาของเจ้ารู้เรื่องเล่า?” เย่หยิงเหมยเอ่ยถาม

“หรือว่าเจ้าและบิดาจะรู้อยู่แล้วว่าหวังหงษ์เต๋ากำลังจะไป?” เซ่าหวูชุ่ยก็ถามออกมาเช่นกัน

กู่ฉิงซานกลับยิ้มออกมา

“เรื่องนั้นปล่อยให้พวกเขาเป็นคนจัดการกันเองเถอะ” เขากล่าวอย่างแผ่วเบา

“เจ้าหมายความว่ายังไง?” เซ่าหวูชุ่ยเอ่ยถาม

“สองวันก่อน บิดาของข้าได้ก้าวข้ามผ่านโทษทัณฑ์”

“แต่กระบวนการทั้งหมดของทัณฑ์สายฟ้าในขอบเขตลมปราณจิตจะกินเวลาแค่หนึ่งวันหนึ่งคืน ดังนั้นยามนี้ มันจึงสมควรแก่เวลาที่เขาจะต้องกลับมาแล้ว”

“แต่วันนี้ ข้าได้กลับมาที่โลกของเรา ทว่ากลับมิได้ยินข่าวคราวอันใดเลย หวังหงษ์เต๋าเองก็ยังไม่ได้กลับมาเช่นกัน นี่พอจะบ่งบอกได้ถึงเรื่องราวบางอย่างได้”

“นั่นคือ หนึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บในขั้นลมปราณจิต กับอีกหนึ่งคือผู้ที่กำลังข้ามผ่านโทษทัณฑ์ไปยังลมปราณจิต หากทั้งสองต่อสู้กันทั้งวันคืนจริงๆ ยามนี้ผลลัพธ์ก็น่าจะออกมาแล้ว กล่าวได้ว่าต่อให้ข้าเลือกที่จะลงมือในตอนนี้มันก็สายเกินไปอยู่ดี”

สองปรมาจารย์ตำหนักผงกหัวเล็กน้อย

สิ่งต่างๆล้วนเป็นจริงเหมือนกับที่ฉีหยานกล่าวมา

ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้โจมตีหรือว่าผู้ถูกลอบโจมตี พวกเขาก็ย่อมต้องระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มกำลัง และผลแพ้ชนะก็สมควรที่จะถูกตัดสินออกมาได้อย่างรวดเร็ว

กู่ฉิงซานกล่าว “ตั้งแต่ที่เขาไม่ได้กลับมา แถมหวังหงษ์เต๋าเองก็ไม่ได้กลับมาเช่นกัน นั่นย่อมแสดงว่าจะมีเหตุการณ์ที่เป็นไปได้อยู่สามกรณี”

“ในกรณีแรก คือบิดาของข้าชนะ แต่เขาจำต้องเร่งพักฟื้นทันทีและมิอาจเคลื่อนย้ายไปไหนได้ และนั่นเป็นกรณีที่ดีที่สุด เพราะหลังจากที่เขาเรียกคืนเรี่ยวแรงและกลับมา พวกเจ้าสามารถร่วมมือกับข้าและบิดา ออกเดินทางไปยังโลกใหม่ด้วยกันได้เลยในภายหลัง”

“แต่ยังไงก็ตาม สถานการณ์ที่ว่ามานี้ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหวังหงษ์เต๋าได้เฝ้ารอมาหลายวันแล้ว เขาคงจะวางแผนละเอียดยิบและเตรียมการมาแล้วเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน”

“ดังนั้นพวกเราจึงต้องมากล่าวกันถึงในกรณีที่สอง นั่นคือหวังหงษ์เต๋าชนะ แต่เขายังไม่กลับมา เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บ และจำต้องรักษาตัวทันที”

“ในกรณีที่สาม คือพวกเขาตายลงทั้งคู่และไม่มีใครสามารถกลับมาได้”

กู่ฉิงซานมองสองปรมาจารย์ตำหนัก ปากเอ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หากเป็นในกรณีแรกและกรณีที่สาม ข้าก็คงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร”

“ทว่าหากเป็นในกรณีที่สอง ก็คงจำเป็นต้องระมัดระวังตัวไว้”

สองปรมาจารย์ตำหนักเฝ้ามองเขาที่กำลังวิเคราะห์ถึงสถานการณ์อย่างใจเย็น ในหัวใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชม

แต่ฝ่ายหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตายน่ะ นั่นมันคือพ่อของเขานะ!

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ก็เป็นผู้ที่สามารถตัดสินเป็นตายของเขาได้ทุกเมื่อเช่นกัน!

สองปรมาจารย์ตำหนักลองจินตนาการดูว่า หากเป็นตนเองที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจะยังสามารถใจเย็นได้เหมือนดั่งคนตรงหน้าหรือไม่

“ข้ากับหยิงเหมยไม่สามารถลงมือได้ … ” เซ่าหวูชุ่ยกล่าวด้วยความลังเล

“ไม่เป็นไรหรอก พวกเราก็แค่ต้องช่วยกันวางแผนนิดๆหน่อยๆ ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าลงมือ แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องเอาชีวิตของเขาให้จงได้” กู่ฉิงซานกล่าว

เซ่าหวูชุ่ยส่ายหัว “ไม่เคยมีกับดักหรือวิธีการใดๆ ที่จะสามารถใช้สังหารขอบเขตลมปราณจิตได้ในคราวเดียว”

เย่หยิงเหมยยังกล่าวทับอีกด้วยว่า “แม้ว่าจะมีการจัดตั้งค่ายกลกับดักขนาดใหญ่ขึ้น และแม้ว่าตัวเขาจะได้รับบาดเจ็บก็ตามที แต่ในที่สุดก็ต้องมีคนที่คอยรับมือเผชิญหน้ากับเขาตัวต่อตัว หรือรับบทเป็นตัวล่ออยู่ดี”

กู่ฉิงซานผ่อนลมหายใจ

“สำหรับเรื่องนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง”

ในที่สุดเขาก็กล่าวออกมา

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 443"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved