cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 499 พี่ใหญ่มาแล้ว!

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 499 พี่ใหญ่มาแล้ว!
Prev
Next

บทที่ 499 พี่ใหญ่มาแล้ว!

ทหารทัพหน้าของแคว้นเฉินบุกขึ้นสะพานบินประชิดปราการน้ำ

ถังเย่ว์ซานยืนตระหง่านบนป้อมปราการ “พลธนูเตรียมพร้อม!”

มือธนูตระกูลถังเล็งเป้าต้านการโจมของกองทัพแคว้นเฉินระลอกแรก

ลูกธนูของพวกเขาแทงทะลุเกราะและโล่ของทหารด่านหน้าอย่างง่ายดาย

ทหารคนแรกถูดยิ่งร่วงลงกับพื้น พริบตาเดียวอีกคนหนึ่งก็ขึ้นมาแทนที่ พวกมันว่องไวยิ่งนัก หลังจากทหารทัพหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมาระลอกหนึ่งแล้ว สะบานบินทั้งสามสะพานก็พาดผ่านปราการน้ำได้สำเร็จ!

ทหารแคว้นเฉินบาดเจ็บล้มตายนับร้อย!

ทว่าการตายของทหารร้อยนายนั้นมาซึ่งโอกาสในการบุกโจมตีของทหารม้าที่เหลืออีกสองหมื่นนาย

“พาดบันได!” หรงปินสั่งการ ทหารแคว้นเฉินหลายร้อยนายแบกบันไดกว่านับยี่สิบตัวข้ามสะบานบินไป

มือธนูตระกูลถังขัดขวางอย่างสุดกำลัง เพียงแต่กำลังพลของอีกฝ่ายนั้นมีมากเหลือเกิน คนหนึ่งล้มลง ก็มีคนใหม่มาแบกต่อในทันที

ทว่าในขณะเดียวกันนั้น เครื่องยิงหินของแคว้นเฉินก็เล็งเป้าไปยังเหล่าพลธนูบนกำแพงเมือง แสดงแสนยานุภาพการโจมตีระยะไกลอันแสนน่าสะพรึงกลัว

ก้อนหินที่ไฟลุกโชนพุ่งตรงไปบนกำแพงเมือง เหล่ามือธนูไม่อาจหลบเลี่ยง กระแทกเข้าอย่างจังจนล้มระเนระนาดไปกับพื้น

“แย่แล้ว! ไฟไหม้ท่อนซุง!” ทหารนายหนึ่งร้องตะโกน!

ท่อนซุงมีไว้รับมือกับบันไดเมฆของแคว้นเฉิน แต่พอถูกไฟไหม้เช่นนี้แล้ว พวกเขาจะใช้อะไรต่อกรเล่า

เพราะมีเครื่องยิงหินช่วยโจมตี บันไดเมฆจึงถูกพาดบนกำแพงเมืองได้สำเร็จ

ถังเย่ว์ซานสั่งการ “รถศึก!”

รถศึกถูกเข็นออกมา ท่อนไม้ที่ผูกติดอยู่กับโครงรถเล็งเป้าไปที่บันไดเมฆของแคว้นเฉิน ก่อนจะเหวี่ยงกระแทกอย่างรุนแรง!

โครม…

เสียงดังลั่นลอยมาจากด้านล่างของกำแพงเมือง

รองแม่ทัพเฉินที่กำลังบุกอยู่บนบันไดถึงกับหน้าถอดสี “แย่แล้ว! นั่นรถศึกของแคว้นเฉิน! พวกมันกำลังโจมตีประตูเมือง!”

ด้านหลังของประตูเมือง กู้เฉิงเฟิงและแม่ทัพหลี่นำทัพทหารสองพันนายออกมารับศึก

เหล่าทหารม้าอยู่บนหลังอาชา เหล่าทหารราบตั้งแถวสองข้างขนาบ สีหน้าของแต่ละคนต่างเคร่งขรึม

“เคลื่อนย้ายทหารบาดเจ็บหรือยัง” กู้เฉิงเฟิงถาม

“เคลื่อนย้ายแล้ว” รองแม่ทัพหลี่เอ่ย “หมอกู้เป็นคนพาพวกเขาออกไป”

“แล้วชาวเมืองแถบนี้เล่า” กู้เฉิงเฟิงถามต่อ

“เคลื่อนย้ายแล้วเช่นกัน” รองแม่ทัพหลี่ตอบ

สะพานบินถูกดัดแปลง เสริมความแข็งแกร่งด้วยโซ่เหล็กและแผ่นเหล็ก ทนทานกว่าสะพานบินทั่วไปหลายเท่า

ยิ่งไปกว่านั้นรถศึกของแคว้นเฉินเองก็ทนทานเช่นกัน ทุกครั้งที่พุ่งชนก็ทำเอาป้อมปราการสั่นไหว

ทุกคนพากันกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะกำกระบี่ในมือแน่นอย่างพร้อมเพรียงโดยมิได้นัดหมาย

บริเวณที่ประตูเมืองถูกทลาย มีพลทหารคอยขึงเชือกอยู่ เพื่อสกัดกั้นบรรดาทหารม้า ทั้งยังมีล้อเกวียน หอกยาวแหลมคมตั้งเป็นแถวเรียงรายหันไปทางประตูเมือง

แม้กระนั้นในใจทุกคนต่างก็รู้ดีว่าสิ่งของเหล่านี้ไม่อาจต้านทานการโจมตีของกองทัพแคว้นเฉินได้

สงครามนั้นยากจะเลี่ยงการนองเลือด

โครม!

โครม!

โครม!

โครม!

เสียงรถศึกชนเข้ากับสะพานบินดังสะท้านไปทั่ว เศษฝุ่นผงบนกำแพงเมืองร่วงกระจายลงมา

จากนั้นก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตามมา สะพานบินถูกรถศึกของแคว้นเฉินชนจนพังทลาย

การโจมตีด้วยรถศึกของแคว้นเฉินนับว่าทลายประตูเมืองเย่ว์กู้เข้ามาได้ขั้นหนึ่ง ทว่าขณะเดียวกันนั้นก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

จู่ๆ ช่องโหว่ของประตูเมืองนั้นมีถังน้ำมันแขวนอยู่ สายเชือกที่แขวนถังน้ำมันคล้องเกี่ยวกับสะพานบิน หากสะพานไม่ถล่ม เชือกก็จะไม่ขาด

เพียงแต่สะพานถล่มลงมาเสียแล้ว

น้ำมันไหลอาบพลทหารและรถศึกของแคว้นเฉินที่บุกเข้ามา เมื่อชุ่มไปด้วยน้ำมันแล้ว ตะบันไฟและฝาครอบที่แขวนอยู่บนถังน้ำมันก็ถูกเชือกสองฝั่งกระชากให้หลุดออกจากกัน ก่อนจะลงสู่พื้นจนส่งเสียงดังสะท้อน

“แย่แล้ว! หนีเร็ว!”

ท่านแคว้นเฉินนายหนึ่งตะโกนลั่น

น่าเสียดายที่สายไปเสียแล้ว

เมื่อน้ำมันติดไฟ เปลวเพลิงก็ลุกโชนสูงเหนือหัว!

ไม่นานรถศึกถูกเผาจนมอด ทหารแคว้นเฉินถูกไฟคลอกวิ่งหนีทุรนทุราย!

กู้เฉิงเฟิงและรองแม่ทัพหลี่ที่อยู่ในบนป้อมปราการได้ยินเสียงโหยหวนจากช่องโหว่กำแพงเมือง ก็รู้ในทันที่ว่าแผนจุดไฟเผานั้นสำเร็จแล้ว

รองแม่ทัพหลี่เหลียวไปมองกู้เฉิงเฟิงอย่างตื่นเต้น “ใต้เท้ากู้วางแผนได้แยบยลนัก!”

มิใช่เขาหรอกที่วางแผนได้อย่างแยบยล แต่เป็นกู้เจียวต่างหาก

การดัดแปลงสะพานบินและการออกแบบกลลวงต่างๆ ล้วนแต่เป็นความคิดของกู้เจียว เขาเป็นเพียงผู้ที่ทำมันให้เกิดขึ้นจริง

อันที่จริงเขาคิดว่าหากกู้เสี่ยวซุ่นอยู่ที่นี่ อาจจะทำได้ดีกว่านี้ก็เป็นได้

รักษาประตูเมืองเอาไว้ได้แล้ว ส่วนบนป้อมปราการนั้น ถังเย่ว์ซานก็โค่นบันไดเมฆที่พาดมาได้อย่างรวดเร็ว ต้านทานการโจมตีระลอกแรกได้สำเร็จ

ยามจื่อล่วงเลยไป ทหารแคว้นเฉินถูกสั้งให้ถอยทัพ

การโจมตีครั้งแรกกองทัพแคว้นเฉินสูญเสียทหารไปกว่าสองพันนาย กองทัพแคว้นเจาเองก็บาดเจ็บสาหัส ทหารบาดเจ็บถูกหามเข้ากระโจมท้ายค่ายไม่หยุดหย่อน

กู้เจียวและเหล่าหมอในเมืองเย่ว์กู่ที่เพิ่งจะได้พักเอาแรงก็ต้องกลับมาง่วงอีกครั้ง กู้เจียวตรวจอาการเบื้องต้นในกับเหล่าทหารบาดเจ็บก่อนเป็นอันดับแรก แล้วมัดแถบผ้าสีตามระดับความสาหัสของอาการ จากนั้นทหารจะก็พาตัวพวกเขาได้ยังกระโจมที่คัดแยก

แม้จะมีทหารบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีผู้ใดลนลาน ทั้งยังไม่มีผู้ใดตื่นตระหนก ทุกอย่างดำเนินไปอย่างมีลำดับขั้นตอนตามที่กู้เจียววางแผนไว้

ไม่ใช่ว่าไม่ตระหนกตกใจ

เพียงแต่ทุกครั้งที่บรรดาหมอทั้งหลายหันไปมองก็จะเห็นกู้เจียวจัดการงานตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ทั้งๆ ที่เกิดศึกสงครามอยู่ประชิดแผ่นหลังนางแท้ๆ แต่นางกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด

วินาทีนั้นภายในใจของพวกเขาก็เหมือนจะสงบนิ่งตามไปด้วย

เช้าวันต่อมากองทัพแคว้นเฉินกลับไม่โจมตีอย่างที่คาดการณ์ไว้

ไม่รู้ว่าเพราะหวาดกลัว หรือว่ากำลังตั้งใจวางแผน หากเป็นอย่างหลังแล้วละก็คงไม่ดีต่อเมืองเย่ว์กู้นัก

แคว้นเฉินพ่ายศึกแรกเป็นเพราะประเมินศัตรูต่ำเกินไป พวกเขาไม่เห็นกองพันของเมืองเย่ว์กู่อยู่ในสายตา คิดว่าแค่หลับตาก็บุกทลายตีเมืองแตกได้

แต่หากพวกเขาเอาจริงขึ้นมา เมืองเย่ว์กู้ต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน

“ท่านจอมพลถัง!” รองแม่ทัพเฉินเดินเข้ามาในกระโจมใต้ป้อมปราการ เมื่อเห็นว่ากู้เฉิงเฟิงก็อยู่ที่ด้วยเช่นกัน เขาก็ชะงักก่อนจะเอ่ยทักทาย “ใต้เท้ากู้”

ถังเย่ว์ซานกำลังวางแผนบนกระบะทราย คาดการณ์ว่ากองทัพแคว้นเฉินจะบุกโจมตีครั้งต่อไปเช่นไร

“มีเรื่องอันใดรึ” เขาถาม

รองแม่ทัพเฉินตอบเสียงอึกอัก “เสบียง เสบียงไม่พอแล้วขอรับ…”

“กิน…กินหมดแล้วหรือ” กู้เฉิงเฟิงถามด้วยความประหลาดใจ

รองแม่ทัพเฉินพยักหน้าอย่างลำบากใจ

เสบียงของจวนผู้ว่าเดิมทีก็มีไม่มาก ตอนเมืองหลิงกวนเกิดศึกก็หยิบยืมออกไปบางส่วนอีก ต่อให้เมื่อวานกู้เฉิงเฟิงกว้านซื้อมาจากทุกร้านในเมืองได้และได้รับบริจาคจากชาวเมืองมาอีกส่วน แต่สำหรับกองทัพทหารเจ็ดพันนายเช่นนี้ก็คงไม่พ้นสองมื้ออยู่ดี

คืนนี้เสบียงของพวกเขาก็เริ่มขาดแคลน

“ให้ทหารเจ็บก่อน” กู้เฉิงเฟิงเอ่ย

ลูกกระเดือกถังเย่ว์ซานขยับขึ้นลง ฝ่ามือกำแน่น ก่อนจะตัดสินใจอย่างยากลำบาก “ให้ทหารที่ลงสนามรบได้ก่อน”

กู้เฉิงเฟิงนิ่งเงียบ

จิตใต้สำนึกบอกเขาว่าควรช่วยผู้อ่อนแอก่อน แต่เหตุผลเตือนเขาว่า คนอ่อนแอไม่สามารถออกรบได้ ต้องให้ทหารที่พร้อมรบท้องอิ่มเท่านั้น พวกเขาถึงจะฟาดฟันศัตรูได้มากขึ้น ถึงจะปกป้องเมืองนี้ไว้ได้

ชีวิตของทหารเจ็บคือชีวิตเหมือนกัน

แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือเป้าหมายที่ต้องปกป้องแคว้นนี้เอาไว้ให้ได้

รองแม่ทัพเฉินกลืนน้ำลายฝืดคอ ที่เขาไม่ได้พูดออกไปก็คือ ต่อให้ยกเสบียงให้กับทหารที่ลงสนามรบได้ ก็ไม่พอเหมือนเดิม

รองแม่ทัพเฉินออกไปจากกระโจม

กู้เฉิงเฟิงกำลังตกอยู่ในภวังค์ของความรู้สึกผิด

ถังเย่ว์ซานขมวดคิ้ว “เจ้าคิดอะไรอยู่รึ”

กู้เฉิงเฟิงพึมพำ “ข้ากำลังคิดว่า เหตุใดแต่ก่อนข้าถึงได้กินทิ้งกินขว้างเช่นนั้น”

เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าค่ายชายแดนนั้นทุกข์ยาก ทั้งยังไม่รู้ว่าการออกรบนั้นลำบากเพียงนี้

ผ่านไปครู่หนึ่ง แม่ทัพเฉินก็ยกหมั่นโถวและน้ำแกงข้าวสองถ้วยเข้ามาในกระโจม เขาเอ่ยกับถังเย่ว์ซานและกู้เฉิงเฟิง “ท่านจอมพลถัง ใต้เท้ากู้ พวกท่านกินอะไรสักหน่อยเถิด”

ถังเย่ว์ซานเอ่ย “ข้าไม่กิน”

สภาพของเขาในตอนนี้เป็นอย่างไรเขานั้นรู้ดี เขายังพอทนไหว

กู้เฉิงเฟิงเอ่ย “ข้าก็ไม่กิน! เอาไปแบ่งให้เหล่าทหารเถิด! ตลอดทางข้ากินมาไม่น้อยแล้ว จะหิวสักสองสามวันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่”

รองแม่ทัพเฉินกำลังจะเอ่ยเกลี้ยกล่อม ด้านนอกกระโจมก็มีเสียงโครมคราม รองแม่ทัพเฉินเดินออกไปดูก็เป็นอันต้องชะงักไป

ชาวเมืองเย่ว์กู้นำอาหารมาให้อีกแล้ว

คราวก่อนที่พวกเขานำมาให้คือเสบียงของตนที่กักตุนไว้ แต่คราวนี้พวกเขาแบ่งข้าวเย็นของตนเองมาให้

แบบนี้เหล่าทหารไม่มีทางกินแน่นอน

รองแม่ทัพเฉินเดินออกไปเกลี้ยกล่อมชาวเมือง

ทว่าถังเย่ว์ซานกลับแข็งทื่อไปทั้งร่าง ข่มอารมณ์อันหนักอึ้งในจิตใจแล้วเดินออกไป สองแขนยกขึ้นแล้วประสานมือก้มลงคำนับให้กับเหล่าชาวมือ

จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็หันหลังเดินจากไป ชายชาตรีมาดอาจอง ทว่าในแววตากับคลอไปด้วยน้ำใส เขาสั้งการเหล่าทหารทั้งหลาย “กิน!”

เหล่าทหารคว้าชามข้าวร้อนกรุ่นขึ้นมา กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ปาดน้ำตาที่ร่วงหล่น อ้าปากกินคำโต!

หลังจากนั้นสามวัน กองทัพแคว้นเฉินก็บุกโจมตีเมืองเย่ว์กู้อย่างย่อมๆ อีกสามครั้ง และบุกหนักอีกครั้งหนึ่ง

กองทัพแคว้นเฉินบาดเจ็บสาหัส ทว่าบรรดาทหารในแคว้นเย่ว์กู่เองก็แทบสิ้นแรง จนกระทั่งถึงการโจมตีครั้งสุดท้าย ทหารเมืองเย่ว์กู่ที่สามารถออกรบได้เหลือเพียงไม่ถึงสองพันนาย

บันไดเมฆของแคว้นเฉินถูกพาดกับกำแพง ทหารแคว้นเฉินจำนวนนับไม่ถ้วนบุกขึ้นมาบนกำแพง ส่วนประตูเมืองด่านล่างก็แตกพ่าย

คราวนี้พวกเขาไม่ใช้คนทหารสู้กับกองเพลิงแต่กลับใช้วัวถึก

วินาทีที่ประตูเมืองแตก ทหารม้าแคว้นเฉินจำนวนนับไม่ถ้วนทะลักเข้ามาในเมืองราวกับคลื่นซัด

กู้เซิงเฟิงเดือดจนตาแดงก่ำ!

บนกำแพงเมือง มือขวาของถังเย่ว์ซานกำกระบี่แน่น เขาไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อย ราวกับลืมความเจ็บปวดไปแล้วสิ้น ก่อนจะพุ่งกระบี่เข้าไปในทะเลเลือด

บนป้อมปราการกลางกำแพงเมือง รองแม่ทัพแคว้นเฉิน หรงเซินฟัดทหารแคว้นเจาสองนายภายในดาบเดียว เขาทะยานตัวขึ้นไปบนหลังคา สองมือถือกระบี่ยาว ก่อนจะฟันเสาธงแคว้นเจาหักโค่นลงมา

เขาโยนธงแคว้นเจาลงไปกลางทะเลเพลิงด้วยความสะใจ ทหารแคว้นเฉินต่างฮึกเหิมส่งเสียงร้องคำรามอย่างลำพองใจ

เหริงเซินคว้าธงแคว้นเฉินออกมา ก่อนจะปักมันลงบนป้อมปราการของเมืองเย่ว์กู่ “เมืองเย่ว์กู่คือของพวกเรา…”

ยังไม่ทันพูดจบ ทวนพู่แดงปลายคมกริบก็พุ่งทะลุกระแสลมจนส่งเสียงหวีดหวิด รอบทิศเข่นฆ่าโรมรัน กลบเสียงความเคลื่อนไหวของมัน ทว่ายามสันหลังหรงเซินเย็นวาบขึ้นมาก็ไม่อาจยับยั้งสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้แล้ว

ทวนพู่แดงแทงทะลุหัวไหล่ของของหรงเซิน ร่างทั้งร่างของเขากระแทกเขากับเสาธงแคว้นเฉิน

มีหรือเสาธงจะรับแรงกระแทกรุนแรงเช่นนั้นได้ จึงหักโค่นลงในทันใด!

หรงเซินไถลตกลงมาจากหลังคาของป้อมปราการ

“ท่านแม่ทัพ!”

ทหารแคว้นเฉินนายหนึ่งร้องด้วยความตกใจ

เขาวิ่งเข้าไปหาหรงเซิน แต่น่าเวทนายิ่งนักเพราะไม่ทันได้เข้าใกล้ก็ถูกมือข้างหนึ่งคว้าคอเสื้อไว้แล้วทุ่มลงกับพื้น!

กู้เจียวชักทวนพู่แดงที่คาอยู่ที่หัวไหล่ของหรงเซินออกมา ก่อนจะใช้ฝ่าเท้ายันหรงเซินติดกำแพงเมือง!

กู้เจียวเขย่งปลายเท้า ยันกำแพงป้อมปราการเพื่อช่วยออกแรงส่งตัวทะยานขึ้นไปบนป้อมปราการ

มือข้างหนึ่งของนางถือทวนพู่แดงไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็โบกสะบัดธงแคว้นเจาแล้วปักลงบนป้อมปราการอีกครั้ง!

การเข่นฆ่ายังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งคืน ดวงไฟบนกำแพงเมืองเย่ว์กู่ยังคงลุกโชน

ใต้ท้องนภาอันกว้างใหญ่ กำแพงเมืองแห่งนี้กำลังจมอยู่ในกองเพลิง!

ภายในกระโจมที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยลี้ สายสืบนายหนึ่งรีบร้อนลงมาจากเขาเพื่อรายงานกับชายคนที่อยู่ในกระโจม “แม่ทัพกู้! กำแพงเมืองข้าหน้าเหมือนจะไฟไหม้ขอรับ!”

“ไฟไหม้อย่างนั้นรึ” กู้ฉังชิงมองไปยังนาฬิกาทรายริมเท้า “ยามนี้น่ะรึ กำแพงเมืองใดกัน”

“เมืองเย่ว์กู่ขอรับ” สายสืบตอบ

กู้ฉังชิงจดจำแผนที่แถบชายได้ขึ้นใจ แน่นอนว่าเขานั้นรู้ว่าเมืองเย่ว์กู้สำคัญมาเพียงใดในการศึก หากกองทัพแคว้นเฉินกับกบฏราชวงศ์ก่อนยังคงรุกรานเขตแดนแคว้นเจาไม่หยุดหย่อน เป้าหมายต่อไปต้องเป็นเมืองเย่ว์กู่อย่างแน่นอน

กู้ฉังชิงลุกยืนขึ้น “พาข้าไปดู”

สายสืบพากู้ฉังชิงขึ้นไปบนที่สูงของเนินเขา หากมองจากมุมสูงแล้วก็จะเห็นเพียงเส้นทางของเปลวไฟที่กำลังเผาไหม้ เพราะว่าอยู่ห่างไกลออกไปมาก แต่หากตั้งใจพินิจมองแล้วละก็จะเห็นว่าเป็นแสงไฟจากบนกำแพงเมือง

“ไฟศึก!” เรียวคิ้วของกู้ฉังชิงขมวดแน่น แสงไฟวูบไหวในแววตาเขา ทันในนั้นรังสีดุดันก็แผ่ซ่านไปทั่วกายเขา “ปลุกทหารทั้งหมด เตรียมตัวเดินทัพ!”

จากที่นี่ไปยังเมืองเย่ว์กู่ระยะทางประมาณร้อยลี้ ทั้งยังไม่มิใช่ทางตรงด้วย มีทั้งถนนหลวงทั้งถนนบนเขาอันลดเลี้ยวเคี้ยวคด

ว่ากันตามปกติ หากเป็นเดินเท้าแล้ววันหนึ่งจะเดินได้สามสิบถึงห้าสิบลี้ แต่หากเร่งทัพแล้วละก็อาจจะได้วันละหกสิบถึงเก้าสิบลี้ และหากเร่งสุดกำลังละก็หนึ่งวันก็ไปได้ไกลถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร

ตลอดการเดินทาง แม้จะต้องรักษากำลังไว้ยามศึก แต่ทหารตระกูลลู่ก็ยังเร่งทัพมาตลอดทาง

เพราะการเร่งทัพสุดกำลังนั้นจะมีข้อเสียมากกว่าข้าดี หากไม่เข้าตาจนจริงๆ คงไม่มีทางเลือกวิธีนี้

ทว่าตอนนี้ยามเข้าตาจนได้มาถึงแล้ว

เมื่อกู้ฉังชิงลงจากเขา กระโจมและข้าวของต่างๆ ก็ถูกเก็บเรียบร้อยแลว เหล่าทหารต่างก็แต่งองค์พร้อมเดินทาง มองไม่ออกเลยสักนิดว่าเพิ่งจะถูกปลุกให้ตื่น

นี่คือกองทัพทหารกล้าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดที่สุดในแคว้นเจา ทุกคนสามารถพร้อมลงสนามศึกได้ทุกวินาที!

กู้ฉังชิงพลิกตัวขึ้นม้า ผ้าคลุมไหล่ปลิวสะบัดท่ามกลางสายลมหนาวเย็น

เขากำเชือกในมือแน่น ทอดสายตามองเมืองเย่ว์กู่เบื้องหน้า ก่อนจะคำรามเสียงดังลั่น “ทหารทั้งหมดจงฟัง เร่งทัพสุดกำลัง!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 499 พี่ใหญ่มาแล้ว!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved