cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 351 หอบผ้าหนีตามกัน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 351 หอบผ้าหนีตามกัน
Prev
Next

บทที่ 351 หอบผ้าหนีตามกัน

เสี่ยวจิ้งคงกลับบ้านเอาตอนฟ้ามืด ยามก้าวเข้ามาเขาสูดหายใจลึก สงบสติอารมณ์ของตัวเอง จะให้เจียวเจียวเห็นสีหน้าเศร้าหมองที่เสียลูกคิดทองคำไปไม่ได้

เขาจิ้มลักยิ้มของตัวเอง เผยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะเดินเข้าในเรือนอย่างน่ารักน่าชัง

กู้เจียวผ่าฟืนและจัดระเบียบวัตถุดิบยาเรียบร้อยแล้ว พอเหลียวไปมองก็เห็นเจ้าหนูน้อยกระโดดโลดเต้นเข้ามา

“กลับมาแล้วหรือ” นางเอ่ย

“อืม!” เสี่ยวจิ้งคงวิ่งเข้าไปหา ยืนแขนสั้นป้อมออกมา “เจียวเจียว ข้าช่วยเจ้าถือ”

“เจ้าถืออันนี้ก็แล้วกัน” กู้เจียวใช้กระบวยตักวัตถุดิบยาออกจากตะกร้า

“ได้เลย!” เสี่ยวจิ้งคงถือกระบวยน้อย ระวังไม่ให้วัตถุดิบยาร่วงแม้แต่ชิ้นเดียวพลางเดินไปที่ห้องโถง

หลังจากกินข้าวเสร็จ กู้เจียวก็ไปเก็บข้าวของให้กับเสี่ยวจิ้งคง

เจ้าหนูน้อยมักจะรื้อของกระจุยกระจายอยู่เสมอ ไม่เคยจะเก็บเข้าที่เข้าทาง

ทว่าคราวนี้กู้เจียวกลับพบว่ามีบางสิ่งหายไป

สมบัติของจิ้งคงนั้นจะถูกเก็บไว้ในกล่องแยกกันต่างหาก ปกติแล้วกู้เจียวจะไปเปิดกล่องพวกนั้น ไม่ใช่เพราะเห็นว่าเป็นของผุพัง แต่เป็นเพราะนางเคารพความเป็นส่วนตัวของเด็ก

ทว่ามีของบางอย่างที่ตั้งตระหง่านให้เห็น

เด่นชัด อย่างเช่น ลูกคิดทองคำ

“จิ้งคง” กู้เจียวเรียกเขา

“หือ” เสี่ยวจิ้งคงที่กำลังจัดแถวให้กับลูกไก่อยู่กลางโถงก็เดินเข้ามา พลางเอ่ยถาม “มีอะไรหรือเจียวเจียว”

“ลูกคิดเจ้าหายไปไหนแล้ว” กู้เจียวถามอย่างสงสัย

ดวงตาของเสี่ยวจิ้งคงเลิ่กลั่ก “ข้าวางไว้ที่โรงหมอน่ะ!”

“’งั้นหรือ” กู้เจียวนึก “แต่วันนี้ข้าเพิ่งจะจัดระเบียบกล่องที่โรงหมอ แต่ไม่เห็นลูกคิดของเจ้าเลย”

เสี่ยวจิ้งคงมองซ้ายมองขวาเอ่ยขึ้นต่อ “อ๋อ เมื่อกี้ข้าลืมไปน่ะ ข้า…ให้พี่ฉู่อวี้ยืมไปน่ะ! เขาบอกว่าเดี๋ยวจะเอามาคืน”

น้อยนักที่จิ้งคงจะโกหก เขานั้นน่าเชื่อถือ ด้วยเหตุนี้กู้เจียวจึงไม่สงสัยเขา

หลังออกมาจากห้องฝั่งตะวันออก เสี่ยวจิ้งคงก็ยกมือขึ้นทาบออก ก่อนจะถอนหายใจยาว

ตกใจแทบแย่แหนะ เกือบถูกเจียวเจียวจับได้แล้วไหมล่ะ โชคที่เรานั้นไหวพริบดี

ค่ำวันนั้นสายฝนเทลงมา องครักษ์ลับของกู้เหยี่ยนกลับมารายงาน บอกว่าถนนสัญจรลำบาก กู้เหยี่ยนและกู้เสี่ยวซุ่นจึงค้างที่เรือนของแม่นางเซียงหนานและอาจารย์หลู่ เช้าพรุ่งนี้ทั้งสองจะตรงไปยังสำนักบัณฑิตชิงเหอจากที่นั่นเลย

เซียงหนานและอาจารย์หลู่นั้นเอ็นดูกู้เสี่ยวซุ่นและกู้เหยี่ยนมาก กู้เจียวนั้นวางใจ จึงหาเสื้อผ้าสองชุดให้กับองครักษ์เพื่อนำไปให้น้องชายทั้งสอง

ทว่าอีกฟากหนึ่ง ท่านเหล่าโหวที่ได้รับคำปลุกใจจากกู้เหยี่ยนและกู้เจียว ก็รู้สึกว่าตัวเองมีคนหนุนหลังอย่างที่ไม่เคยได้มาก่อน เขามีชีวิตอยู่เพื่อแคว้นเจา เพื่อตระกูลโหวมาเกือบชั่วชีวิตแล้ว มีเพียงยามอยู่ในสนามรบที่เขาฆ่าคนโดยไม่เกรงกลัวใคร แต่ยามเป็นเรื่องของหัวใจนั้นเขากลับไม่กล้าแม้แต่นิด

เขาอยู่ในกฎระเบียบมาทั้งชีวิต เคร่งครัดในวินัย ทว่าอาจเป็นเพราะอายุมากแล้ว มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปี จึงไม่อยากจากโลกนี้ไปโดยยังมีสิ่งที่ติดค้างอยู่

ยิ่งใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นนานเท่าใด ก็ยิ่งทำให้นานต้องทุกข์ทรมานใจนานเท่านั้น

ชีวิตที่เหลืออีกไม่รู้กี่วันนี้ เขาไม่อยากให้นางต้องเสียใจอีกต่อไป

โชคดีที่วางรางฐานฝึกไพร่พลทหารให้แก่ฝ่าบาทเรียบร้อยแล้ว กู้ฉังชิงเองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จวนโหวเองก็มีผู้สืบทอดแล้ว เท่านี้เขาก็ตายตาหลับแล้ว

“ไปเรียกซื่อจื่อมา” ท่านเหล่าโหวสั่ง

“ขอรับ” บ่าวหนุ่มไปยังเรือนของกู้ฉังชิง แล้วพากู้ฉังชิงมา

กู้ฉังชิงมองท่านเหล่าโหวที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะด้วยสีหน้าที่ต่างไปจากเคย พลางเอ่ยเสียงเรียบ “ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ท่านปู่มีธุระอันใดกับข้าหรือ”

ท่านเหล่าโหวจ้องลึกเข้าไปในแววตาของเขา นี่คือหลานชายที่เขาปลุกปั้นมากับมือ ตัวเขาทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดให้กับหลานคนนี้ ทุ่มเทให้ยิ่งกว่าลูกชายแท้ๆ อย่างกู้ฉงด้วยซ้ำ

ทว่ากู้ฉังชิงนั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เติบใหญ่เป็นอย่างที่เขามุ่งหวังไว้

ท่านเหล่าโหวยื่นแผ่นป้ายอาญาสิทธิ์ที่หน้าตาต่างกันสองอันให้กับเขา อันแรกเป็นป้ายอาญาสิทธิ์ของกองทหารประจำตระกูลกู้ อีกป้ายหนึ่งเป็นป้ายอาญาสิทธิ์ของกองทหารลับ

“ท่านปู่หมายความว่าอย่างไร” กู้ฉังชิงถามด้วยความสงสัย

ท่านเหล่าโหวมองเขา เอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง “เจ้าโตแล้ว มีภาระหน้าที่บางอย่างที่ควรส่งทอดให้เจ้าแล้ว ข้าอาจจะอยู่ไม่ถึงวันที่ทหารตระกูลกู้รัวกลองชักธง แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะได้เห็นวันนั้น”

“เหตุใดท่านถึงจะไม่ได้เห็น” กู้ฉังชิงถามเสียงเรียบ

ท่านเหล่าโหวอยากจะพูดต่อแต่กลับหยุดเพียงเท่านั้น เขากำมุมโต๊ะแน่นพลางเอ่ย “ข้ามีสิ่งที่ต้องทำ เจ้าไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ”

กู้ฉังชิงหัวเราะเสียงเย็น เอ่ยเสียงเย้ยหยัน “ท่านปู่มีเรื่องที่ต้องทำ เหมือนกับเรื่องเมื่อตอนนั้นน่ะหรือ!”

พูดจบ เขาไม่รอให้ท่านเหล่าโหวถามว่าเขาหมายถึงเรื่องใด ก็หันหลังเดินออกไปแล้ว

ส่วนป้ายอาญาสิทธิ์เขาก็เก็บไปแล้วเช่นกัน

เขาคือชายตระกูลกู้คนหนึ่ง ไม่ว่าสิทธิ์หรือหน้าที่ใดเป็นของเขา เขาย่อมรับผิดชอบอย่างสุดกำลัง

ท่านเหล่าโหวมองแผ่นหลังของหลานชายที่เดินจากไปอย่างแน่วแน่ จากนั้นก็ถอดหายใจอย่างจนใจ

หลังจากนั้นเขาก็ให้บ่าวไปเรียกกู้เฉิงเฟิงและกู้เฉิงหลินมาหา

ทุกคนล้วนเป็นหลานชายของเขา เขาย่อมเอ็นดูเหมือนกันหมด เพียงแต่ไม่ได้เข้มงวดกวดขันเหมือนกู้ฉังชิง แล้วก็ไม่ได้เอาอกเอาใจเท่ากู้เหยี่ยน

คาดว่าคงเป็นเพราะทั้งสองไม่สุดโต่งทางใดทางหนึ่ง ไม่ได้เก่งกาจเหมือนกู้ฉังชิง แล้วก็ไม่ได้ร่างกายอ่อนแอเหมือนกู้เหยี่ยน ความใส่ใจที่ได้รับจึงน้อยกว่า

แต่พอถึงวันต้องจากลากันจริงๆ ท่านเหล่าโหวกลับตัดใจไม่ลง

เขามองหลานทั้งสองคน เดิมทีตั้งใจจะว่าพูดอะไรปลุกใจระหว่างปู่กับหลานสักหน่อย แต่พอเห็นผมเส้นหนึ่งที่งอกออกมาจากหัวโล้นเกลี้ยงของกู้เฉิงหลิน มุมปากเขาก็กระตุกยิก!

ปลุกใจไม่ไหวแล้ว!

เขามองป้ายอาญาสิทธิ์ป้ายหนึ่งให้กับทั้งสองคน บวกกับทรัพย์สินบางส่วนของตระกูล สมบัติของตระกูลนั้นให้กู้ฉังชิงเป็นผู้ดูแลไปพลางก่อน รอทั้งสองเติบใหญ่มีครอบครัวเป็นของตัวเองเมื่อใดค่อยถ่ายโอนมาให้พวกเขา

เขามีของที่จะมอบให้กู้เหยี่ยนเช่นกัน ยามนี้อยู่ในมือขององครักษ์ลับแล้ว รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยมอบให้กู้เหยี่ยน

ส่วนกู้เจียวนั้นแต่งออกเรือนไปแล้ว หญิงสาวที่ออกเรือนแล้วก็เหมือนน้ำที่ถูกสาดออกไป เขาไม่ได้ให้ป้ายอาญาสิทธิ์แก่นาง แต่ก็เห็นแก่กู้เหยี่ยน จึงมอบเงินให้นางก้อนหนึ่ง

แล้วอยู่ในมือขององครักษ์ลับเช่นกัน

ท่านโหวกู้ไปซ่อมถนนหนทาง ไม่อยู่ที่จวน

ท่านเหล่าโหวจึงลืมลูกชายล่องหนผู้นี้ไปเสียสนิท

หลังจากส่งมอบทุกสิ่งแล้ว ท่านโหวกู้ก็ออกจากจวนโหวกลางดึกคืนนั้น

กู้เฉิงหลินมองป้ายอาญาสิทธิ์ที่ไม่รู้ว่าใช้งานอย่างไรในมือของตนเอง ในหัวมึนงงไปหมด “พี่รอง ท่านรู้สึกไหมว่าวันนี้ท่านปู่ดูแปลกๆ”

กู้เฉิงเฟิงมองป้ายอาญาสิทธิ์ ก่อนจะมองท้องฟ้ายามราตรีอันไร้ขอบเขต เอ่ยขึ้นราวกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ “ก็แปลกอยู่เหมือนกัน”

คืนเดือนมืดลมแรงนัก

ความวุ่นวายของเมืองหลวงในยามกลางวันมลายหายไป เหลือเพียงแค่เมืองอันเงียบสงัด

ท่ามกลางราตรีอันมืดมิด เงาดำของร่างหนึ่งลอยตัวไปตามกำแพง แฝงตัวเข้าไปในวังหลวงราวกับภูตผี

ทหารเวรยามขบวนหนึ่งเคลื่อนผ่าน

ตั้งแต่เกิดเหตุลอบทำร้ายจิ้งไท่เฟยในวันนั้น ภายในวังหลวงก็ตรึงกำลังแน่นหนายิ่งกว่าเคย คนในกองทหารองครักษ์ลับก็มีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

“เอ๊ะ เมื่อครู่เจ้าไปด้วยเสียงอะไรหรือไม่” ทหารรักษาพระองค์คนหนึ่งเอ่ยขึ้น

สหายของเขาเอ่ยขึ้น “ไม่ได้ยินนะ พวกเจ้าได้ยินหรือไม่”

สหายที่เหลือต่างส่ายหน้า

ทหารรักษาพระองค์คนแรกเกาหัวอย่างมึนงง “เช่นนั้นข้าคงหูฝาดไป” เขาเหลียวกลับไปมองกำแพงวังที่แน่นหนาดังทั่งทอง นอกจากพวกเขาที่ออกลาดตระเวนแล้ว รอบกำแพงทั้งสี่ทิศก็มียอดฝีมือของวังหลวงและองครักษ์ลับของราชสำนักซ่อนตัวอยู่

หากมีผู้ใดลักลอบเข้ามาจริง คงไม่มีทางหนีพ้น

“ไปกัน ไปกัน! เดินหน้าลาดตระเวนต่อ!”

เหล่าทหารรักษาพระองค์เดินแถวมุ่งไปข้างหน้า

หลังจากพวกเขาเดินผ่านไปไม่นาน เงาร่างหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ก็ลอยตัวมุ่งไปทางตำหนักหวาชิง

เขาคุ้นเคยกับการรักษาความปลอดภัยในวังหลวงเป็นอย่างดี จึงหลุดรอดจากสายตาของทหารรักษาพระองค์และเหล่ายอดฝีมือมากได้ ก่อนจะเข้าไปในตำหนักฮว๋าชิงอย่างง่ายดาย

จิ้งไท่เฟยกำลังนั่งคุกเข่าเคาะไม้สวดมนต์อยู่กลางห้อง

ทันใดนั้นเองเงาดำนั้นก็พุ่งพรวดเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของนาง

ทว่าขณะที่เงาร่างนั้นอยู่ห่างจากนางเพียงสามก้าว เงาร่างของอีกร่างหนึ่งก็โรยตัวลงมาจากคาน ในมือถือกระบี่ยาวเงาวับ ก่อนจะขวางหน้าเขาไว้

องครักษ์หลงอิ่ง

ท่านเหล่าโหวประหลาดใจยิ่งนัก

“หยุด!” จิ้งไท่เฟยเอ่ยขึ้น

องครักษ์หลงอิ่งเก็บกระบี่ลง

“ออกไป” จิ้งไท่เฟยสั่ง

องครักษ์หลงอิ่งเหาะออกไปจากหน้าต่าง

ท่านเหล่าโหวรู้ว่าเป็นองครักษ์หลงอิ่ง พวกเขาคือหน่วยกล้าตายที่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนซื้อตัวมาจากแคว้นเยียน ฝึกหัดกันอย่างลับๆ จนกลายเป็นองครักษ์หลงอิ่งของฮ่องเต้พระองค์ก่อน

เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นองครักษ์หลงอิ่งรอบกายจิ้งไท่เฟย

“เจ้า…”

จู่ๆ เขาก็ชะงักไป

หากฝ่าบาทมอบองครักษ์หลงอิ่งให้แก่นาง เป็นไปได้ว่าชีวิตของนางไม่ได้ลำบากทุกข์ทนอย่างที่เขาคิด

“เจ้ามาได้อย่างไร” จิ้งไท่เฟยจ้องมองเขา

ท่านเหล่าโหวสบสายตากับนาง นานกว่าจะหาเสียงของตัวเองพบ “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าถูกลอบทำร้ายในวังหลวง เกือบถูกลอบสังหารเพราะมอบที่เซวียนผิงโหวนำมามอบให้”

เซวียนผิงโหวเป็นคนสืบคดีนี้อย่างเปิดเผย ขุนนางบู๊บุ๋นทั่วราชสำนักต่างรู้กัน

ท่านเหล่าโหวไม่เชื่อว่าเซวียนผิงโหวจะรวมหัวกับจี้จิ่วอาวุโสเพื่อลอบทำร้ายจิ้งไท่เฟย ทว่าเรื่องนี้น่ากลัวตรงที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ในที่มืด ยากที่จะตั้งรับ

จิ้งไท่เฟยหลุบตาลง ก่อนจะทอดถอนใจ “ข้าไม่เป็นไร”

นางวางไม้เคาะลงบนโต๊ะดังเดิม

ท่านเหล่าโหวเห็นบาดแผลบนหลังมือของนาง ก่อนจะขมวดคิ้วเอ่ย “เจ้าบาดเจ็บรึ!”

จิ้งไท่เฟยก้มลงมองมือ ใช้แขนเสื้อคลุมหลังมือเอาไว้ “บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่”

“ใช่ฝีมือของตำหนักเหรินโซ่วผู้นั้นหรือไม่” ท่านเหล่าโหวคิดอย่างไรก็รู้สึกว่าคนที่ไม่ต้องการให้จิ้งไท่เฟยกลับมาที่สุดก็มีเพียงจวงไทเฮา

เรื่องราวทั้งหมด ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นแผนลับของจวงไทเฮาทั้งนั้น

จิ้งไท่เฟยหลบตาลง ก่อนจะหัวเราะเสียงขื่น “ไม่มีหลักฐาน เจ้าอย่าได้พูดเหลวไหล.. พวกเราสู้นางไม่ได้หรอก”

ท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของนาง ยิ่งทำให้ท่านเหล่าโหวเลือดเดือดพล่าน

หากเป็นท่านเหล่าโหวในสมัยก่อน เขามาถึงที่แล้วคงไม่มีทางรีรอ พุ่งตัวไท่ตัวสังหารจวงไทเฮาที่ตำหนักเหรินโซ่วเพื่อแก้แค้นให้นาง

ทว่าท่านเหล่าโหวในยามนี้ต้องการจะพาจิ้งไท่เฟยหนีออกไป เขาเป็นที่หากมีแผนการแล้วต้องยึดมั่นตามแผน ส่วนจวงไทเฮานั้นค่อยสังหารเอาคราวหน้าก็ได้

เขาสูดหายใจลึกพลางเอ่ย “เมื่อครู่ข้าเห็นองครักษ์หลงอิ่ง ยังลังเลอยู่ว่าควรเข้ามาดีหรือไม่ แต่ในเมื่อนางทำเกิดเหตุเช่นนี้ เจ้าคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว ข้าจะพาเจ้าหนีไปตอนนี้!”

จิ้งไท่เฟยมึนงง “ว่า…ว่าอย่างไรนะ”

ท่านเหล่าโหวเอ่ย “เจ้าวางใจได้ แค้นของเจ้าข้าจะเป็นคนชำระให้เอง และข้าเองก็จะไม่ทำร้ายความรู้สึกของเข้าอีกต่อไป ตอนนี้ข้าจะมาพาเจ้าหนีไป”

พูดจบก็คว้าข้อมือจิ้งไท่เฟยวิ่งออกไปข้างนอก

ทั้งสองมาถึงหน้าประตูและบังเอิญเจอกับฮ่องเต้ที่มาเยี่ยมจิ้งไท่เฟยพอดี

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 351 หอบผ้าหนีตามกัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved