cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 240.1 สามรุมหนึ่ง (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 240.1 สามรุมหนึ่ง (1)
Prev
Next

บทที่ 240 สามรุมหนึ่ง (1)
อวี้ชินอ๋องรู้ดีว่าที่ผ่านมาเขาทำให้นางลำบากมามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนั้น แม้พี่ชายของเขาจะลั่นวาจาว่าจะพลีชีพเพื่อสงคราม แต่หารู้ไหมว่า ก่อนหน้านั้นเขาได้กระทำบาปครั้งใหญ่เอาไว้ เป็นบาปที่ต่อให้ตายไปแล้วก็ไม่มีทางลบล้างได้ ท่านเจ้าแคว้นหรือก็คือบิดาของพวกเขา พอรู้เรื่องเข้าก็โกรธจนขับไล่คนของพี่ชายให้ไปอยู่ที่ชายแดน ทั้งยังลดขั้นเหล่าบรรดาหลานชายหลานสาวของเขาให้เป็นไพร่เสียให้หมด

และเพื่อปกป้องเด็กๆ เขาจึงขอรับเลี้ยงเด็กๆ ไว้ในนามของเขาเอง

นางเลี้ยงดูพวกเขาราวกับเป็นบุตรแท้ๆ โดยเฉพาะหมิงเอ๋อร์ที่เรียกได้ว่าเลี้ยงอย่างใกล้ชิดชนิดที่ว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยทีเดียว

เขาเองก็อยากมีลูกกับนาง มีอยู่ครั้งหนึ่งพวกเขาพยายามจนเคยตั้งครรภ์ได้ แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่ง พวกเขาช่างอาภัพโชคนัก

เขารู้ว่านางไม่มีวันลืมความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียลูกชายไปได้

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง ก็ปรากฏมีขันทีเดินเข้ามา “ไท่จื่อและไท่จื่อเฟยจากแคว้นเจาเสด็จมาเยี่ยมขอรับ”

อวี้ชินอ๋องเฟยหันไปมองหน้าผู้เป็นสามีอย่างงุนงง “พวกเขามาได้อย่างไร มาเยี่ยมใครกัน หรือว่า พวกเขาจะมาเยี่ยมหมิงเอ๋อร์อย่างนั้นรึ แต่หม่อมฉันไม่เคยแเพร่งพรายเรื่องนี้ให้ภายนอกรู้มาก่อนเลยนะเพคะ”

หรือว่าข่าวจะรั่วไหลในตอนนั้น ที่ออกไปรักษานอกสถานที่

“พวกเขามาหาข้า มิใช่หมิงเอ๋อร์” จากนั้นอวี้ชินอ๋องก็เล่าเรื่องเรือสำราญให้ฟัง “เกิดเหตุไฟไหม้เรือ แต่ยังดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร”

อวี้ชินอ๋องเฟยรู้สึกโล่งอกที่ไม่ใช่อย่างที่ตัวเองคิด

เพราะนางกลัวการถูกคนจับตามอง

“แล้วท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่” อวี้ชินอ๋องเฟยเอ่ยถาม

ผู้เป็นสามียิ้มให้พลางส่ายหัว “ข้าไม่เป็นอะไร ถ้าไม่เชื่อ คืนนี้เจ้าก็พิสูจน์สิ!”

อวี้ชินอ๋องเฟยขึงตาใส่เขาหนึ่งที

แม้จะอารมณ์ดีขึ้นกว่าเมื่อครู่แล้ว แต่กระนั้น นางก็ไม่พร้อมจะพบหน้าใครอยู่ดี

นางจึงขอพักอยู่ในห้อง ส่วนอวี้ชินอ๋องออกไปต้อนรับไท่จื่อและไท่จื่อเฟย

ราชนิกุลแคว้นเจาเรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมของคนงาม ทั้งภายนอกและภายใน แคว้นเหลียงไม่มีทางเทียบชั้นได้ติด ที่พอจะเป็นหน้าเป็นตาได้ก็มีแค่หมิงเอ๋อร์ที่ได้ความสง่ามาจากมารดาของเขา

ไท่จื่อคือคนที่มีราศีใกล้เคียงกับฮ่องเต้ของแคว้นเจามากที่สุด ให้ความรู้สึกราวกับเป็นผู้อาวุโสในร่างเด็กหนุ่ม กระนั้นก็แฝงไปด้วยความสง่าผ่าเผยแบบหาจับต้องได้ยาก

อันที่จริง ก่อนหน้านี้ อวี้ชินอ๋องเคยมีความคิดอยากให้พระธิดาอภิเษกกับไท่จื่อแห่งแคว้นเจา เมื่อห้าปีก่อนเขาเคยไปเยือนที่แคว้นเจา และได้พบกับไท่จื่อ และมองว่าไท่จื่อหน่วยก้านดี ประจวบเหมาะกับเวลานั้นเจ้าของสองแคว้นก็มีความประสงค์ใช้พิธีอภิเษกเพื่อสร้างความปรองดองกันอีกด้วย

แต่พอภายหลังดันมาเกิดเรื่องเสียบุตรในครรภ์ขึ้น เขาจึงหมดอาลัยตายอยาก จนเมินเรื่องนี้ไปในที่สุด

รู้ตัวอีกที ไท่จื่อก็ถูกทาบทามโดยฮ่องเต้แล้ว

พิธีปรองดองจึงเป็นอันหายไป ว่ากันตามตรงแล้วแคว้นเหลียงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ด้วยความที่เป็นแคว้นใหญ่ ฝ่ายที่เสียเปรียบน่าจะเป็นแคว้นเจาเสียมากกว่า

ไท่จื่อ ไท่จื่อเฟย และอวี้ชินอ๋องนั่งลงตรงที่ศาลาดอกไม้

ไท่จื่อพาหมอหลวงมาด้วย และจัดแจงให้หมอหลวงช่วยวัดชีพจรให้อวี้ชินอ๋อง

“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่เป็นอะไร” อวี้ชินอ๋องโบกมือ

ด้วยความที่อวี้ชินอ๋องและพระชายาเคยพำนักอยู่ที่แคว้นเจาเป็นเวลาเกือบปี ทั้งสองจึงพูดภาษาแคว้นเจาได้เป็นอย่างดี

ไท่จื่อออกอาการกังวล “เรื่องนี้เป็นความสะเพร่าขององค์ชายสาม จนเกือบเป็นเรื่องบานปลายเสียแล้ว โชคดีที่อวี้ชินอ๋องทรงปลอดภัย”

เหอะ องค์ชายสามสะเพร่าอย่างนั้นรึ

อวี้ชินอ๋องนึกในใจ ก่อนจะทำเป็นหูทวนลมแล้วจิบชาต่อโดยไม่เอ่ยอะไร

ไท่จื่อพยายามทุกวิถีทางที่จะประนีประนอมต่ออวี้ชินอ๋อง เพราะเห็นแก่ไท่จื่อเฟยที่เคยมาที่แคว้นเหลียงและเคยพบกับอวี้ชินอ๋อง

แต่ดูเหมือนอวี้ชินอ๋องจะมองข้ามไท่จื่อเฟยอย่างชัดเจน

แต่นั่นก็เป็นเพราะว่า อวี้ชินอ๋องไม่ได้มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับไท่จื่อเฟยแม้แต่น้อย

ในตอนนั้น ไท่จื่อเฟยเดินทางมายังแคว้นเหลียงพร้อมกับเหล่าคณะทูต ซึ่งตอนนั้นจวงเซี่ยนจือเป็นหนึ่งในคณะทูต อีกประการหนึ่งก็คือนางเป็นสตรีผู้มีปรีชาสามารถและมีชื่อเสียงในแคว้นเจา จึงให้นางเดินทางไปด้วยเพื่อเป็นหน้าเป็นตาแก่แคว้นเจา

ถึงกระนั้น ด้วยความที่ครั้งนั้นมีคณะทูตจากแคว้นจิ้นและแคว้นเยี่ยนซึ่งเป็นแคว้นใหญ่ไปเยือนแคว้นเหลียงด้วย

แคว้นเล็กๆ อย่างแคว้นเจาจึงถูกมองข้ามไปโดยปริยาย

ไท่จื่อเฟยแทบไม่ได้มีโอกาสจะแสดงความสามารถอะไรออกมาเลย ได้แต่มองดูคนจากแคว้นอื่นร้องรำทำเพลงสุขสำราญตามอำเภอใจ

จะว่าไป เมื่อสิบปีก่อน เวินหลินหลังก็เป็นแค่เด็กสาวตัวเล็กๆ อายุสิบเอ็ดปีคนหนึ่ง จะให้แต่งองค์ทรงเครื่องแบบเจ้าหญิงเจ้าเมืองก็ดูจะมิใช่กงการอะไรของนางที่ต้องทำแบบนั้นในวัยเท่านั้น

บัดนี้ แม้นางจะเติบใหญ่ขึ้นเป็นสตรีรูปงามสวยสะพรั่ง

กระนั้น อวี้ชินอ๋องก็มิใช่ประเภทเสือผู้หญิง

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดจนไท่จื่อถึงกับก้มหน้าไม่สบตาใคร

สักพัก ก็มีเสียงที่คล้ายกับเสียงของเด็กเล็กดังลอยเข้ามา ไท่จื่อเฟยจึงเอ่ยถาม “องค์ชายอยู่ข้างนอกนี้หรือเพคะ”

อวี้ชินอ๋องพยักหน้า “อ๋อ เจ้าตัวเล็กน่ะ”

ไท่จื่อเฟยยิ้มอ่อน “หม่อมฉันขอตัวไปเฝ้าองค์ชายน้อยก่อนนะเพคะ”

นี่คือหนึ่งในจุดอ่อนของอวี้ชินอ๋อง เขาหวงลูกชายมาก

พอเห็นไท่จื่อเฟยเอ่ยเช่นนี้ เขาจึงไม่อาจปฏิเสธ

ไท่จื่อเฟยเดินไปทางสวนหย่อม

หมิงเอ๋อร์กำลังนั่งเล่นอยู่บนชิงช้า อาการของเขาดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับวันก่อน คงเป็นเพราะยาที่กู้เจียวให้ไว้เริ่มออกฤทธิ์แล้ว อาการเลยดีขึ้น และออกมาเล่นข้างนอกได้อย่างเต็มที่แล้ว

แต่ถึงแม้จะเป็นการเล่น แต่หมิงเอ๋อร์ก็เป็นเด็กที่เล่นได้เรียบร้อยเมื่อเทียบกับเด็กคนอื่นๆ

หากเป็นฉินฉู่อวี้คงไม่มาเล่นชิงช้าเฉยๆ แบบนี้แน่นอน คงจะเล่นปีนป่ายหรือไม่ก็โหนตัวกับเชือกเหมือนลิงป่าแน่ๆ

“หมิงเอ๋อร์”

ไท่จื่อเฟยเดินเข้ามาใกล้ๆ องค์ชายน้อยพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อ

“ท่านเป็นใครกัน” หมิงเอ๋อร์หันมาด้วยสีหน้างุนงง

เหล่าขันทีและนางในที่อยู่รอบๆ ต่างย่อตัวคำนับให้ไท่จื่อเฟย

ไท่จื่อเฟยยิ้มให้องค์ชายน้อย “หม่อมฉันมาจากตระกูลเวิน องค์ชายเรียกหม่อมฉันว่าท่านพี่เวินได้นะเพคะ องค์ชายชอบเล่นชิงช้ารึ หรือว่าอยากจะเล่นอย่างอื่นบ้างเพคะ”

“ที่นี่ไม่มีอะไรเลยซักอย่าง” หมิงเอ๋อร์พึมพำ

ไท่จื่อเฟยหัวเราะชอบใจ ก่อนจะยื่นไข่มุกอันเงาวับที่อยู่ในกำมือให้เขา “หม่อมฉันให้เพคะ”

หมิงเอ๋อร์ลังเลอยู่พัก ก่อนจะยื่นมือรับ

ขณะที่เขากำลังยื่นมือออกไป จู่ๆ ไท่จื่อเฟยก็กำมือ พอแบมืออีกครั้ง ไข่มุกนั้นก็ได้กลายเป็นดอกไม้สีแดง

หมิงเอ๋อร์ทำตาลุกวาว

จากนั้น ไท่จื่อเฟยทำการโยนก้อนดอกไม้นั้นขึ้นไปบนฟ้า และทันใดนั้นเอง เจ้าดอกไม้ก็พลันแปลงร่างเป็นนกน้อยที่กางปีกออกแล้วโบยบินขึ้นไปบนฟ้า

หมิงเอ๋อร์ถึงกับตาโตอ้าปากค้าง และร้องอุทาน “ว้าว!”

“ไอ้หยา ผมของเจ้า” ไท่จื่อเฟยพูดจบก็ยื่นมือทำเป็นจัดแจงเส้นผมให้หมิงเอ๋อร์ ก่อนจะทำท่าหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากหลังใบหูของเขา สิ่งที่หยิบออกมาก็คือไข่มุกที่เขาเห็นในตอนแรก

หมิงเอ๋อร์ทำท่าตื่นเต้นและปรบมือรัว “สุดยอดไปเลย! นั่นคือเทพยกลอย่างนั้นรึ”

ไท่จื่อเฟยหัวเราะ “เขาเรียกว่ามายากลน่ะเพคะ”

ที่จริงการเล่นแบบนี้ต้องอาศัยการพรางตา ของทุกอย่างจะถูกซ่อนไว้ที่แขนเสื้อ มือต้องเร็ว ท่วงท่าต้องสง่างาม เพื่อที่ไม่ให้คนรู้ทัน

หมิงเอ๋อร์หลงใหลมายากลของไท่จื่อเฟยเข้าเต็มเปา

“ยังอยากดูอีกไหมเพคะ” ไท่จื่อเฟยเอ่ยถาม

“ดู!” หมิงเอ๋อร์พยักหน้ารัว

“เช่นนั้น หม่อมฉันขอเล่นชิงช้าขององค์ชายได้หรือไม่ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเพคะ”

ความสุขที่จ่ายไปนั้นมีค่ามากกว่าความสุขที่ได้มาโดยเปล่าประโยชน์เสมอ

หมิงเอ๋อร์อยู่เล่นกับไท่จื่อเฟยอย่างสนุกสนาน

หลังจากการสนทนาที่น่าอึดอัดใจของอวี้ชินหวังและไท่จื่อได้จบลง พอพวกเขาออกมาเห็นภาพตรงหน้านี้ เสี้ยววินาทีของความประหลาดใจก็พลันฉายขึ้นในดวงตาของพวกเขา

ที่อวี้ชินอ๋องตกใจเพราะรู้ว่าหมิงเอ๋อร์ไม่ใช่เด็กที่เข้าถึงง่ายๆ ด้วยความที่เป็นเด็กที่รอบรู้ จึงไม่มีอะไรที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของเขาไปได้ง่ายๆ

ส่วนไท่จื่อนั้นตะลึงกับมุมขี้เล่นของเวินหลินหลังที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน เพราะต่อหน้าเขา นางคือสตรีผู้แคล่วคล่องปราดเปรื่อง หาได้เผยความไร้เดียงสาออกมาไม่

ไท่จื่อเฟยเพิ่งจะมารับรู้เอาตอนนี้ ว่าเวลานางอยู่กับเด็ก ตัวนางเองก็กลายเป็นเด็กเช่นกัน

เวินหลินหลังที่เคยเล่นสนุกกับอาเหิง เหมือนกับครั้งในวันวาน

ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ไท่จื่อและไท่จื่อเฟยจึงขอตัวกลับ

“ท่านพี่เวิน พรุ่งนี้ท่านจะมาเล่นกับข้าอีกหรือไม่” หมิงเอ๋อร์เอ่ยถามไท่จื่อเฟย

ไท่จื่อเฟยหันไปทางอวี้ชินอ๋อง ก่อนจะหันไปหาหมิงเอ๋อร์ “น่าเสียดายที่พรุ่งนี้หม่อมฉันออกนอกวังหลวงมิได้ เช่นนั้น หากองค์ชายน้อยยินดี หม่อมฉันขอเชิญมาที่ตำหนักบูรพาเพคะ”

หมิงเอ๋อร์รู้ดีว่าการเข้าออกวังมิใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆ จึงหันไปขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นพระบิดาด้วยสายตาที่แฝงนัยน์ว่าหากไม่ยอมล่ะก็เป็นเรื่องแน่อย่างไรอย่างนั้น

อวี้ชินอ๋องกระแอมในลำคอ ก่อนจะเอ่ย “ถ้าลูกจะออก ก็ต้องขออนุญาตเสด็จแม่ก่อน ถ้าเสด็จแม่อนุญาต ข้าก็จะให้เจ้าไป”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 240.1 สามรุมหนึ่ง (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved