cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 235 ตบหน้า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 235 ตบหน้า
Prev
Next

บทที่ 235 ตบหน้า
ช่วงปลายเดือนสาม ทูตแคว้นเหลียงเดินทางมาถึงเมืองหลวงของแคว้นเจา

ราชเลขาหยวนและเอกอัครราชทูตรวมทั้งเซวียนผิงโหวก็มาต้อนรับถึงหน้าประตูเมืองด้วยตัวเอง

เดิมทีเซวียนผิวโหวไม่อยากมาสักเท่าไหร่ แต่คราวก่อนที่ถูกลงโทษให้คัดลายมือ เขาก็ยังคัดไม่เสร็จฮ่องเต้จึงรับสั่งให้เข้าไปรับทูตแคว้นเหลียง และให้โทษคัดลายมือเป็นอันเลิกแล้วไป

เซวียนผิวโหวจึงต้องมายังประตูเมืองอย่างไม่เต็มใจนัก เขานั่งอยู่บนรถม้าด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย แม้แต่ราชเลขาหยวนยังทนมองไม่ไหว

ทว่าพอทูตแคว้นเหลียงมาถึง ท่าทีของเซวียนผิงโหวก็เปลี่ยนไปในพริบตา

เขาลงจากรถม้า พลางยืนด้วยท่าทางเคร่งขรึม ดูมีสง่าราศี มาดของเขาดูน่าเกรงขาม แต่ก็งดงามอ่อนช้อยในยามเดียวกัน

มิน่าล่ะฮ่องเต้ถึงได้ดึงดันให้เขามาต้อนรับทูตนัก เพราะใบหน้านี้ของเขาสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับแคว้นเจาได้จริงๆ

ขุนนางทั้งสองฝั่งทักทายกัน แต่ไหนแต่ไรมาเซวียนผิงโหวก็ไม่เคยรู้ขนบธรรมเนียมระหว่างสองแคว้นแม้แต่นิด จึงเป็นธรรมดาที่เขาไม่พูดอะไรมากในเวลาเช่นนี้

ด้วยเหตุนี้คนนอกจึงกล่าวถึงเซวียนผิงโหวว่าเป็นคนเย็นชาและประหยัดถ้อยคำมาตลอด

ทูตแคว้นเหลียงเข้าพักที่จวนหลังหนึ่งของราชนิกุล อยู่ห่างจากวังหลวงไม่ไกลนัก

ในคืนนั้น ไท่จื่อเฟยจัดงานเลี้ยงฉลองที่ตำหนักฉีหลิน เพื่อต้อนรับทูตจากแคว้นเหลียงที่เดินทางมาไกล

“อ๋องเฟย อ๋องเฟย! ถึงเวลาตื่นแล้วเพคะ!”

รุ่ยอ๋องเฟยกำลังหลับฝันหวาน จู่ๆ ก็ถูกนางข้าหลวงเขย่าจนตื่นขึ้นมา

นางลืมตาโพลงในทันใด “มีอะไรหรือ เกิดอะไรขึ้น”

นางข้าหลวงสวี่เห็นท่าทางสะลึมสะลือของนางก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก “คืนนี้มีงานเลี้ยง ท่านลืมไปแล้วหรือเพคะ ถึงเวลาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วเพคะ”

“ยังเช้าอยู่เลยมิใช่หรือ” รุ่ยอ๋องเฟยมองท้องฟ้า ก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อ

หลังจากตั้งท้องนางก็ง่วงนอนมากกว่าแต่ก่อน ข้าหลวงสวี่ไม่กล้าบังคับนาง รอเฝ้าอยู่ข้างเตียง ปล่อยให้นางหลับอีกครึ่งชั่วยามถึงได้ปลุกนางให้ตื่นอีกครั้ง

รุ่ยอ๋องเฟยอาบน้ำเสร็จก็เปลี่ยนเป็นชุดพิธีการยิ่งใหญ่อลังการของอ๋องเฟย สวมเครื่องประดับหรูหรา ก่อนจะเข้าวังหลวงไปด้วยใบหน้าปั้นปึ่ง

องค์ชายสามรุ่ยอ๋องมาถึงวังตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว คอยติดตามองค์ชายใหญ่หนิงอ๋องต้อนรับเหล่าทูตอยู่ตลอด

รุ่ยอ๋องเฟยเห็นเขาตั้งแต่ไกลพลางโบกมือให้เขา ทว่าเขากลับมองไม่เห็น

“อ๋องเฟย!” นางข้าหลวงสวี่กระซิบเตือน

รุ่ยอ๋องเฟยเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่าย “รู้แล้วน่า รู้แล้วน่า กฎระเบียบ กิริยา สำรวม”

บนบัลลังก์ของตำหนักฉีหลินมีฮ่องเต้ เซียวฮองเฮา และจวงกุ้ยเฟยประทับอยู่

ซูเฟยถูกกักบริเวณ เสียนเฟยก็ล้มป่วย ส่วนนางสนมอื่นก็ไม่มียศตำแหน่งสูงพอที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองครั้งนี้

ภายในโถงใหญ่ของตำหนักที่ทอดยาว ฟากซ้ายมีทูตจากแคว้นเหลียงนั่งอยู่ ส่วนฟากขวาก็เป็นราชนิกุลและขุนนางใหญ่ของแคว้นเจานั่งเรียงราย

รุ่ยอ๋องเฟยนั่งบนส้นเท้าอยู่บนเบาะรอง ส่วนนางข้าหลวงสวี่นั่งทับขาบนพื้นไม้อยู่ด้านหลัง คอยปรนนิบัตินางอยู่ตลอด

รุ่ยอ๋องแวะมาหาได้เพียงไม่ทันไรก็ถูกฮ่องเต้เรียกตัวไปอีกครั้ง คราวนี้ราชนิกุลของแคว้นเหลียงก็มาด้วยเช่นกัน องค์ชายแต่ละพระองค์พากันชิงดีชิงเด่นหมายให้ฮ่องเต้และเหล่าราชนิกุลจากแคว้นเหลียงได้เห็นหน้าค่าตาของตน

ไม่นานงานเลี้ยงฉลองก็เริ่มต้นขึ้น

งานเลี้ยงในคืนนี้ได้ไท่จื่อเฟยเป็นแม่งานทั้งหมด แม้รุ่ยอ๋องเฟยจะไม่ชอบขี้หน้าเวินหลินหลังมากสักเพียงใด แต่ก็ต้องยอมรับว่านางจัดงานได้ไม่เลวเลยทีเดียว

ตั้งแต่อาหารการกินไปถึงการประดับตกแต่ง แม้แต่บ่าวไพร่ที่คอยรับใช้ไปจนถึงการแสดงก็ล้วนแต่สมบูรณ์แบบไร้ที่สติ

หลังจากการแสดงตระการตามากมายจบลง ไท่จื่อเฟยก็จัดเตรียมการแสดงสุดพิเศษอีกชุดหนึ่ง “เพื่อเป็นการต้อนรับทูตทุกท่าน ต่อไปจะเป็นการบรรเลงฉินและขลุ่ย จากรุ่ยอ๋องเฟยแห่งแคว้นเจาของเราและปรมาจารย์ดนตรีอันดับหนึ่งแห่งวังหลวง ปรมาจารย์เซี่ย ในบทเพลง ‘อินทรีย์ผงะเงาตน’”

ช้าก่อน มิใช่การบรรเลงเดี่ยวหรอกหรือ

‘อินทรีย์ผงะ’ เป็นเพลงของแคว้นเจา เป็นผลงานประพันธ์ของเย่ว์อิ่ง ปรมาจารย์ดนตรีอันดับหนึ่งแคว้นทั้งหก บทประพันธ์เดิมแบ่งออกเป็นบทต้นและบทท้าย บทต้นชื่อว่า ‘อินทรีย์ผงะ’ บทท้ายชื่อว่า ‘เงาตน’

ทว่าเพลงท่อน ‘เงาตน’ นั้นได้หายสาบสูญไปแล้ว

ท่อนแรกของเพลงนี้เริ่มต้นด้วยการบรรเลงร่วมกันของฉินและขลุ่ยก็จริง แต่ขลุ่ยนั้นเหมาะกับการบรรเลง ‘อินทรีย์ผงะ’ มากกว่า ส่วนฉินโบราณนั้นก็เข้ากับท่อน ‘เงาตน’ มากกว่าเช่นกัน

หากบรรเลงฉินโบราณและขลุ่ยคู่กันใน ‘อินทรีย์ผงะ’ ฉินโบราณจะถูกขลุ่ยกลบแสงเอาได้ง่ายๆ

คนทั่วไปไม่มีทางรู้รายละเอียดพวกนี้ ในงานอาจมีเพียงรุ่ยอ๋องเฟยและเหล่าผู้มีพรสวรรค์ด้านดนตรีไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่เข้าใจเรื่องนี้

เวินหลินหลังจงใจทำให้นางนางอย่างนั้นหรือ

ความคิดแวบเข้ามาในหัวของรุ่ยอ๋องเฟย จากนั้นก็ได้ยินเสียงรายงานจากคนของวังหลวง “ปรมาจารย์เซี่ยเกิดหกล้มบาดเจ็บกะทันหัน ไม่สามารถมาร่วมงานไปพ่ะย่ะค่ะ”

แขกเหรื่อตื่นตกใจ

รุ่ยอ๋องเฟยนึกว่าประเดี๋ยวตนเองจะได้บรรเลงเดี่ยว แต่ผู้ใดจะไปคาดคิดกันว่า ชายหนุ่มจากแคว้นเหลียงในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มคนหนึ่งจะลุกยืนขึ้น “ได้ยินมานานแล้วว่ารุ่ยอ๋องเฟยนั้นปรีชาสามารถด้านดนตรีไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ กระหม่อมนั้นไร้ความสามารถ ขอรุ่ยอ๋องเฟยได้โปรดร่วมบรรเลงกับกระหม่อมสักหนึ่งบทเพลงได้หรือไม่”

“ท่านคือ…” ฮ่องเต้มองเด็กหนุ่มที่พรวดพราดขึ้นมาด้วยสายตาประหลาดใจ

อวี้ชินอ๋องแห่งแคว้นเหลียงแนะนำเขา “เขานามว่าอู๋หมิง เป็นลูกศิษย์สายตรงของใต้เท้าเย่ว์อิ่ง”

ทุกคนพากันตกตะลึง ความอิจฉาและความชื่นชมเผยออกมาทางแววตา

ใต้เท้าเย่ว์อิ่งเป็นตำนานที่เล่าขานท่ามกลางแคว้นทั้งหกมาตลอด ชั่วชีวิตของพวกเขาอาจไม่มีทางได้พบใต้เท้าผู้นี้ แต่การได้พบลูกศิษย์สายตรงของเขาก็นับว่าเป็นเกรียติอย่างยิ่งเช่นกัน

อ๋อ ที่แท้ไม่ได้จงใจขายขี้หน้านาง แต่ให้นางเป็นตัวประกอบของคนอื่นสินะ

ช่างใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งทุกอย่างได้ยอดเยี่ยมแท้

รุ่ยอ๋องเฟยไม่สบอารมณ์นัก

อู๋หมิงยกขลุ่ยขึ้นแล้วประสานมือคำนับ “เชิญพ่ะย่ะค่ะ รุ่ยอ๋องเฟย”

รุ่ยอ๋องเฟยกัดฟันเอย “เอาฉินมา”

“เพคะ” นางข้าหลวงสวี่ออกไปหอบกล่องฉินด้านนอกตำหนัก

มีคนตระเตรียมโต๊ะยาวและเบาะรองนั่งไว้กลางตำหนักตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว

รุ่ยอ๋องเฟยประจำที่

นางข้าหลวงสวี่เปิดกล่องฉิน ก่อนจะต้องชะงักไป

นี่ไม่ใช่ฉินของรุ่ยอ๋องเฟย!

รุ่ยอ๋องเฟยเห็นนางนิ่งไป ก็เหลือบตามอง เพียงแค่เห็นเท่านั้น นางก็แทบจะเป็นลมหมดสติไป!

ฉินชิวเย่ว์ของนางหายไปไหน เหตุใดถึงกลายเป็นฉินฝูซีไปได้

ฉินทั้งสองแบบแค่รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน แต่เสียงนั้นไม่ต่างกันสักนิด ทว่านางนั้นคุ้นเคยกับฉินของตัวเอง นอกจากนั้นแล้วนางไม่เคยใช้ฉินที่ทำเลียนแบบขึ้นมา

ทว่านางนั้นจำได้ว่านี่คือฉินของกู้เจียว เพราะส่วนปลายตัวเรือนของฉินที่ถูกไฟไหม้นั้นสะดุดตาเหลือเกิน อีกทั้งตัวเครื่องของฉินยังแกะสลักคำว่าฝูซีอีกต่างหาก ปลอมกันถึงขนาดนี้ชักจะเกินไปหน่อยแล้วกระมัง

นางยังจำได้ดี

กล่องใส่ฉินเป็นของนาง

แน่นอนว่านางไม่ได้คิดว่ากู้เจียวอยากได้ฉินตัวนั้นของนาง จึงแอบสลับฉินของกันและกัน แต่ต้องเป็นเพราะขันทีน้อยคนนั้นที่ทำพลาดเป็นแน่!

“โธ่ แคว้นเจาของพวกเจ้ายากจนข้นแค้นถึงขั้นต้องใช้ฉินผุพังที่ถูกไฟครอกจนไหม้เกรียมเชียวหรือ”

นั่นเป็นคำพูดของแม่ทัพคนหนึ่งของแคว้นเหลียง ฐานะของแคว้นเหลียงนั้นเหนือกว่าแคว้นเจาอยู่แล้ว เหล่าทูตและขุนนางล้วนแต่ไม่เคยเห็นแคว้นเจาอยู่ในสายตา เพียงแค่คำพูดกระทบกระเทียบเพียงไม่กี่คำนั้นถือว่าเบาแล้ว

ขุนนางบุ๋นคนหนึ่งที่อยู่ข้างแม่ทัพร่วมผสมโรง “หากแคว้นเจาไม่มีฉิน แคว้นเหลียงของพวกข้าสามารถมอบให้เจ้าโดยไม่คิดเงิน!”

เหล่าขุนนางพากันหัวเราะใหญ่ ทว่าเป็นเสียงหัวเราะปลอบใจ

รุ่ยอ๋องเฟยโมโหจนแทบอยากจะอัดพวกเขาให้น่วม!

สีหน้าของจวงกุ้ยเฟยพลันเปลี่ยน ดูไม่สู้ดีนัก

อันที่จริงนางเป็นคนแนะนำการแสดงนี้ให้กับไท่จื่อเฟย เพราะเห็นแก่หน้าตาเซียวฮองเฮาและเหล่านางสนมวังหลัง ไท่จื่อเฟยจึงไม่อาจปฏิเสธได้

นางเจตนาดี หวังว่ารุ่ยอ๋องเฟยจะได้แสดงฝีไม้ลายมือตาหน้าผู้คนในงานเลี้ยงฉลอง สร้างบรรยากาศครื้นเครงให้กับพวกเขา

ทว่านอกจากจะไม่ได้สร้างสีสันแล้วแต่กลับขายหน้าขายตาอีกต่างหาก

“ภรรยาขององค์ชายสามคิดอย่างไรของนางกัน ฉินดีๆ สักตัวก็ไม่มีเชียวหรือ”

จวงกุ้ยเฟยเดือดดาล

เซียวฮองเฮาเองก็โมโหไม่แพ้กัน แม้นางจะไม่ถูกกับหนิงอ๋องจนแทบอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องบาดหมางกันส่วนตัว มีอย่างที่ไหนถึงได้มาหักหน้ากันต่อหน้าแคว้นอื่นเช่นนี้

สีหน้าของฮ่องเต้ก็ถมึงทึงขึ้นมาแล้ว

นำฉินผุพังมาต้อนรับเหล่าทูตจากแคว้นเหลียงเช่นนั้น ขายขี้หน้ายังไม่เท่าไหร่ แต่จะกลายเป็นขี้ปากไปทั่วนี่สิ เดิมทีการเยือนครั้งนี้ของแคว้นเหลียง ก็มาเพื่อเย้ยหยันแคว้นเจาอยู่แล้ว ครานี้ยิ่งมีเหตุให้ถากถางกันสนุกปากยิ่งกว่าเดิม

“หม่อมฉันจะนำฉินมาเปลี่ยนให้เพคะ!” นางข้าหลวงสวี่เอ่ย

“ไม่ทันแล้วล่ะ” รุ่ยอ๋องเฟยส่ายหัว เสียหน้าไปแล้ว หากยังจะเปลี่ยนฉินอีกพวกเขาก็จะยิ่งได้ใจ พวกเราก็จะหน้าแตกยิ่งกว่าเดิม

รุ่ยอ๋องเฟยหลับตาลง ไม่สนใจว่าลูกศิษย์ของใต้เท้าเย่ว์อิ่งจะเต็มใจร่วมบรรเลงเพลงกับนางหรือไม่ นางก็เริ่มดีดท่อนแรกนำขึ้นมา

เพียงแค่ท่อนเดียว ก็พาให้คนทั้งงานตกตะลึง

อู๋หมิงได้สติกลับมาเป็นคนแรก เมื่อเขาเห็นรุ่ยอ๋องเฟยเริ่มดีดฉิน ก็ยกขลุ่ยในมือขึ้นมาแล้ววางจรดริมฝีปาก บรรเลงไปตามจังหวะของรุ่ยอ๋องเฟย

บทเพลงนี้อาจารย์ผู้มีพระคุณของอู๋หมิงเป็นผู้แต่ง อู๋หมิงฝึกซ้อมเพลงนี้มาไม่รู้กี่หนต่อกี่หนแล้ว ที่เขาเป็นต่อเรื่องเครื่องดนตรีนั้นยังไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่ว่าจะดูอย่างไรก็เหมือนเขากำลังบรรเลงนำ

เพราะไม่คุ้นเคยกับฉินตัวนี้ และเพราะจิตใจว้าวุ่น ในตอนแรกรุ่ยอ๋องเฟยจึงยังไม่เข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่

ทว่าผ่านไปเรื่อยๆ แม้แต่ตัวนางเองก็ถูกเสียงฉินขับกล่อมจนเคลิ้ม

มีฉินที่ดีดได้ดีเยี่ยมเช่นนี้ด้วยหรือ มีเสียงฉินที่ตราตรึงใจเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ

พริบตาเดียวเสียงของฉินฝูซีก็กลบเสียงของบรรเลงนำของขลุ่ย

สีหน้าของแต่ละคนนั้นล้วนแต่แตกต่างกันออกไป

เซียวฮองเฮาพึมพำ “นั่น นั่นมันฉินอะไรกัน… ตอนที่เจ้าไปแคว้นเหลียงเคยได้ยินฉินฝูซีที่ไพเราะเช่นนี้หรือไม่”

ตอนเป็นเด็กไท่จื่อเฟยเคยติดตามคณะทูตไปยังแคว้นเหลียง

ไท่จื่อเฟยมองรุ่ยอ๋องเฟยที่อยู่กลางตำหนักด้วยสายตายากอธิบาย “หม่อมฉันเคยเห็น แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ฟังเพคะ”

บทเพลงจบลง ทั้งตำหนักเงียบสงัดราวกับไร้ชีวิต เห็นได้ชัดว่าเพราะจับใจคนฟังเหลือเกิน ทุกคนต่างยังคงดำดิ่งอยู่ท่ามกลางเสียงฉินของรุ่ยอ๋องเฟย

ทันในนั้น ชินอ๋องแห่งแคว้นเหลียงก็ลุกยืนขึ้น พร้อมทั้งปรบมือให้กับรุ่ยอ๋องเฟยเป็นคนแรก “ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม!”

คำชมทั้งสองคำนั้นมอบให้รุ่ยอ๋องเฟย แม้บทเพลงจะไพเราะอยู่แล้ว แต่สัดส่วนของเสียงขลุ่ยนั้นมีไม่มากนัก ความสนใจของพวกเขาล้วนแต่ถูกเสียงฉินดึงดูดไปทั้งหมด

เหล่าคนที่เยาะเย้ยรุ่ยอ๋องเฟยเมื่อครู่ไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก

หากนี่เรียกว่าฉินผุพัง เช่นนั้นใต้ฟ้านี้คงไม่มีฉินโบราณเหลืออยู่แล้ว

อู๋หมิงมองรุ่ยอ๋องเฟย ก่อนจะมองฉินโบราณตรงหน้านางอีกครั้ง “ฉินฝูซีเงาจันทร์ของอาจารย์ข้ายังไม่อาจเทียบได้กับฉินตัวนี้ ขอถามรุ่ยอ๋องเฟยได้หรือไม่ ฉินตัวนี้มาจากที่ใดหรือ”

ฉินฝูซีเงาจันทร์เป็นฉินจำลองที่สมบูรณ์แบบที่สุดในแคว้นทั้งหก หากยอดเยี่ยมกว่าฉินตัวนั้น จะเป็นฉินอะไรไปได้อีก ฉินฝูซีของจริงอย่างนั้นหรือ

หากคนอื่นพูดคงไม่น่าเชื่อสักเท่าไหร่ แค่เขาคืออู๋หมิงลูกศิษย์สายตรงของปรมาจารย์เย่ว์อิ่ง

ฮ่องเต้พลันยิ้มขึ้นมาในทันใด

สะใภ้สามเป็นหน้าเป็นตาให้เขาอีกแล้ว

จะบอกไปว่าหยิบฉินมาผิดตัวก็คงไม่ได้

รุ่ยอ๋องเฟยคิดอยู่นานก่อนจะตอบน้ำเสียงจริงจัง “ยืมมาจากสหายคนหนึ่งน่ะ”

อู๋หมิง “สหายท่านนั้นคือ…”

รุ่ยอ๋องเฟย “ต้องขอโทษด้วย คงบอกท่านไม่ได้”

อู๋หมิงประสานมือคำนับ ก่อนจะกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง

พอมีการแสดงแสนตราตรึงอารมณ์ของรุ่ยอ๋องเฟยและฉินฝูซีแล้ว การแสดงตระการตาที่ไท่จื่อเฟยตั้งอกตั้งใจเตรียมมาต่อท้ายก็กลายเป็นจืดชืดไปเสียหมด

ทุกคนจำได้เพียงฉินตัวนั้น และรุ่ยอ๋องเฟยผู้บรรเลงเพลงฉิน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 235 ตบหน้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved