cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 233 สัญชาตญาณดิบ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 233 สัญชาตญาณดิบ
Prev
Next

บทที่ 233 สัญชาตญาณดิบ
ถังหมิงสัมผัสได้ถึงแรงแค้นของกู้ฉังชิงจนเริ่มผวา

กู้ฉังชิงไม่อยากปลุกกู้เหยี่ยน เลยไม่ได้ลงไม้ลงมือต่อ เขารีบชักดาบกลับแล้วพากู้เหยี่ยนออกไปจากตรงนั้น

ถังหมิงที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่นานสองนานก็เพิ่งจะมาได้สติตอนที่กู้ฉังชิงควบม้าไปจนสุดถนนแล้ว

ให้ตายสิ!

นี่เขาโดนเจ้ากู้ฉังชิงขู่งั้นรึ!

กู้ฉังชิงพาร่างเล็กส่งกลับมายังตรอกปี้สุ่ยอย่างปลอดภัย ตัดภาพมาที่กู้เจียวที่เพิ่งจะกลับมาถึงโรงหมอ

กู้เจียวเข้าโรงหมอจากทางประตูหลัง แล้วไปยังห้องของตัวเอง เปลี่ยนชุด แล้วเดินไปยังห้องโถง

ผู้ดูแลหวังพอเจอกับเด็กสาวก็ทำท่าตกใจ “เอ้า มาจากทางไหนล่ะนี่”

“ประตูหลังน่ะ” กู้เจียวเอ่ย

เสี่ยวซานจื่อที่อยู่ข้างๆ ไม่พูดอะไร

หมอซ่งลงมาจากห้องคนไข้ แล้วเอ่ยทักทายกู้เจียว

ผู้ดูแลหวังยื่นถ้วยชาให้นาง

กู้เจียวรับถ้วยชาไว้แล้วหันไปถามหมอซ่งเรื่องเจียงสือ “อาการของเขาเป็นอย่างไรบ้าง”

“ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนบ่อย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ก็เลยเป็นไข้ ข้าเลยให้ยาไป ตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้ว”

“ต้องระวังให้มาก เพราะสภาพเขาตอนนี้เสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อน” กู้เจียวเอ่ย พลางทำท่าครุ่นคิด “ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปดูเขาเอง”

“ได้เลย” หมอซ่งขานรับ

“หมอซ่ง! ผู้ป่วยคนนี้บอกว่าเขาทำใบสั่งยาหาย แล้วอย่างนี้จะยังสั่งยาให้เขาได้อยู่อีกหรือไม่” หนึ่งในผู้ช่วยเอ่ยถามหมอซ่ง

“ข้าไปดูตรงนั้นก่อนนะ” หมอซ่งเอ่ย

กู้เจียวพยักหน้า

หมอซ่งเดินมายังหน้าตู้เก็บยา

ช่วงเวลานี้งานที่โรงหมอยังไม่ยุ่งนัก ผู้ดูแลหวังจึงเชิญกู้เจียวไปคุยเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเช้า “…คนพวกนั้นเป็นพวกนักเลงแถวฝั่งตะวันตกของเมืองหลวง ข้าบอกกับพวกมันว่าให้เปิดเผยคนที่จ้างวานพวกมัน แล้วข้าจะไม่ส่งพวกมันให้ทางการ เดิมข้าว่าจะแกล้งขู่พวกมันเสียหน่อย แต่พวกมันกลับเล่าทุกอย่างให้ฟังหมดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคือใคร!”

กู้เจียวไม่มีท่าทีแปลกใจแต่อย่างใด

“ฝีมือคู่แข่งรึ” กู้เจียวเอ่ยถาม

“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นในตอนแรก ข้าก็นึกว่าจะเป็นคนของ…หุยชุนถังเสียอีก ทว่า แม่นางกู้เอ๋ย เจ้าเดาซิว่าเป็นใคร พวกมันบอกว่า คนที่อยู่เบื้องหลังนั้น เป็น เป็น…หญิงคนหนึ่ง!”

กู้เจียวถามต่อ “หญิงที่ว่า อายุประมาณเท่าไหร่”

ผู้ดูแลหวังพยักหน้าพลางเล่าต่อ “พวกมันบอกว่า เป็นหญิงสาวอายุยังน้อย ฟังจากน้ำเสียง น่าจะราวๆ สิบกว่าปีได้ นางสวมหมวกทรงกรวยและผ้าคลุมหน้า ก็เลยไม่รู้ว่ารูปพรรณสัณฐานเป็นเช่นไร แต่ดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นคนมีเงิน ข้าลองมานึกๆ ดูแล้ว ที่หุยชุนถังก็ไม่ได้มีเด็กสาวรุ่นราวคราวนั้นเลยนะ ลูกสาวของนายใหญ่รองก็เพิ่งจะเจ็ดขวบเอง! จะว่าไปแล้ว ถ้าพูดถึงการแต่งตัว…ลูกสาวของผู้ดูแลร้านนั้นก็ไม่ได้แต่งตัวหรูหราอะไรเท่าใดนะ”

ผู้ดูแลหวังทายไม่ถูกจริงๆ ว่าหญิงลึกลับผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือใคร

กู้เจียวเอามือลูบคาง “เด็กสาวอย่างนั้นหรือ”

ฝนหยุดตกแล้ว แต่ฟ้ายังขมุกขมัวอยู่ และเกรงว่าอาจมีฝนตกอีกครั้ง

สำนักบัณฑิตสตรีรีบสั่งเลิกเรียน

เรือนของหลี่หวานหว่านอยู่ไกลออกไปพอสมควร นางไม่ได้มีรถม้ามารับมาส่งเหมือนคุณหนูลูกท่านหลานเธอคนอื่นๆ นางต้องรีบกลับเรือนก่อนที่ฝนจะตกอีกครั้ง

เด็กสาวอุ้มกล่องฉินโบราณ แล้วรีบเดินทางกลับ

อาจเป็นเพราะนางรีบเกินไปหน่อย เลยไม่ทันสังเกตว่าข้างหน้ามีชายผู้หนึ่งกำลังเดินลงจากรถม้า

“โอ๊ย”

หลีหวานหว่านเดินชนแขนชายคนนั้น

ขณะเดียวกัน ณ บริเวณชั้นสองของสำนักบัณฑิตสตรี เด็กสาวคนหนึ่งกำลังจ้องมองอันจวิ้นอ๋องที่กำลังเดินลงจากรถม้าด้วยสายตาหลงใหล

ทันใดนั้นเอง นางก็เห็นจังหวะที่หลี่หวานหว่านเดินชนอันจวิ้นอ๋อง แววตาอันไร้เดียงสาพลันเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น

“ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ!” หลี่หวานหว่านรีบเอ่ยขอโทษยกใหญ่

อันจวิ้นอ๋องยังไม่ทันได้สังเกตว่าใครเป็นใคร จู่ๆ อู่หยางก็เดินเข้ามา พลางบอกกับเด็กสาว “ไม่เป็นไรนะแม่นาง เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

“ไม่ ข้าไม่เป็นไร!” หลีหวานหว่านแทบไม่เงยหน้าขึ้นมามองเลยแม้แต่นิด ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ร้องขออะไร หลีหวานหว่านจึงรีบอุ้มกล่องฉินโบราณแล้วเดินหนีไป

ใบหน้าของเด็กสาวที่อยู่บนชั้นสองเริ่มเปลี่ยนเป็นเบิกบานอีกครั้ง

นางพยายามโบกมือให้เขา

แต่อันจวิ้นอ๋องมองไม่เห็นนาง และเดินเข้าโรงหมอไป

ทันใดนั้นเอง ก็มีคุณหนูจากสำนักบัณฑิตสตรีเดินเข้ามาข้างในโรงหมอ

“ใช่ท่าน…อัน…อันจวิ้นอ๋องหรือไม่เจ้าคะ” คุณหนูนางนั้นเอ่ยทักอันจวิ้นอ๋องด้วยท่าทีลังเล

อันจวิ้นอ๋องหันไปทางต้นเสียงพลางถาม “แม่นางมีธุระอันใดกับข้ารึ”

เด็กสาวเอามือป้องปาก “กลอนของท่านช่างไพเราะยิ่งนัก! ข้าสะสมบทประพันธ์ของท่านตั้งแต่เด็กๆ ! สะสมมาเรื่อยๆ จนแทบจะแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ได้เลยเจ้าค่ะ!”

อันจวิ้นอ๋องยิ้มให้คุณหนูคนนั้นอย่างสุภาพ

นี่แหละอันจวิ้นอ๋อง เขามักจะปฏิบัติกับผู้คนเยี่ยงบุรุษ

แม้เด็กสาวที่อยู่ชั้นบนไม่ได้ยินบทสนทนา แต่เห็นทั้งสองคนพูดคุยและหัวเราะกัน ความหึงหวงพุ่งเข้ามาในหัวใจของนาง

คุณหนุน้อยทำท่าเคาะหน้าผากตัวเอง ก่อนจะร้องอุทาน “ไอ้หยา! ข้าลืมบทประพันธ์ไว้ที่ห้องเรียนเฉยเลย จวิ้นอ๋องรอก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะไปหยิบมาให้ พอดีว่ามีบางบทที่ข้ายังไม่เข้าใจ อยากจะให้ท่านช่วยอธิบายให้ข้าฟังเจ้าค่ะ!”

เอ่ยจบ นางก็รีบวิ่งกลับไปที่สำนักบัณฑิตสตรี

ห้องเรียนของนางอยู่ที่ชั้นสอง

เวลานี้ทุกคนต่างทยอยกลับบ้านกันไปหมดแล้ว ทั้งตึกมีแต่ความว่างเปล่าขนาดว่าได้ยินเสียงฝีเท้าของตัวเองดังก้องกังวานไปทั่ว

นางเปิดประตูเข้าไป พอเห็นว่ามีกองบทประพันธ์วางอยู่บนโต๊ะ ก็ถอนหายใจโล่งอก จากนั้นก็จัดแจงเก็บรวบรวมแล้วกอดไว้ในอ้อมอก

อันจวิ้นอ๋องรอนางอยู่ นางจึงรีบเดินออกจากห้องเรียน

ในตอนที่นางกำลังจะก้าวลงบันได จู่ๆ ก็มีมือลึกลับโผล่จากด้านหลัง ทำท่าเหมือนกำลังจะผลักนางลงไป

และในตอนนั้นเอง จวงเมิ่งเตี๋ยก็วิ่งยกชายกระโปรงเข้ามาใกล้ๆ “ใครน่ะ”

คุณหนูสาวหยุดฝีเท้าลง

ส่วนเจ้าของมือลึกลับรีบชักมือกลับแล้วเข้าไปยืนหลบที่หลังกำแพง

“แม่นางจวง นี่ข้าเอง” คุณหนูสาวตะโกนตอบ

จวงเมิ่งเตี๋ยมองไม่เห็นว่าเป็นใคร เพราะบริเวณมืดเกินไป แต่พอได้ยินเสียงก็รู้ทันที

“อ้อ คุณหนูจางนี่เอง เจ้าเห็นพี่สาวข้าไหม” จวงเมิ่งเตี๋ยขานตอบด้วยสีหน้าผิดหวัง

“ไม่เห็น” คุณหนูจางส่ายหัว

จวงเมิ่งเตี๋ยกระทืบเท้าอย่างเหลืออด “ให้ตายสิ ให้ตายสิ! ไปไหนของนางกัน ไหนว่าจะรอข้าไง! กลับมาอีกทีก็ไม่เจอเสียแล้ว!”

คุณหนูจางเห็นจวงเมิ่งเตี๋ยสบถและเดินไปข้างหน้า แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อครู่นี้นางกลับรู้สึกถึงอันตรายบางอย่างจากข้างหลัง แต่พอหันกลับไปดูก็ไม่พบอะไรเลย

คุณหนูจางรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงตะโกนเรียกจวงเมิ่งเตี๋ย “แม่นางจวง ข้าขอไปด้วยได้หรือไม่”

“เร็วเข้าสิ!” จวงเมิ่งเตี๋ยเอ่ยอย่างเหลืออด

“มาแล้ว มาแล้ว” คุณหนูจางวิ่งต้อยๆ ตามจวงเมิ่งเตี๋ยไปพร้อมกับบทประพันธ์ในอ้อมอก

พอเดินออกมาถึงด้านนอก เห็นว่าบนถนนเต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา ความรู้สึกไม่ปลอดภัยนั้นก็ค่อยๆ จางหายไป

ส่วนอันจวิ้นอ๋องที่มารอพบกู้เจียว ท้ายที่สุดก็ไม่ได้เจอกัน เพราะกู้เจียวกลับไปแล้ว

อันจวิ้นอ๋องจึงเดินคอจตกขึ้นรถม้าไป

ขณะเดียวกัน กู้เจียวกำลังมุ่งหน้าไปที่กั๋วจื่อเจียนเพื่อไปรับจิ้งคง ด้วยความที่วันนี้เซียวลิ่วหลังต้องเรียนหนังสือถึงดึก ก็เลยไม่ได้กลับพร้อมกัน

ช่วงนี้บรรยากาศในกั๋วจื่อเจียนเต็มไปด้วยความตึงเครียด ดูเหมือนว่าการสอบระดับเตี้ยนซื่อจะสร้างความกดดันให้พวกเขาน่าดู

กำหนดการสอบเดิมคือช่วงกลางเดือนสี่ แต่ได้ยินมาว่าแคว้นเจาต้องทำหน้าที่ต้อนรับทูตจากแคว้นเหลียง การสอบจึงถูกเลื่อนไปช่วงปลายเดือนสี่แทน

คนในเมืองหลวงนั้นต่างจากคนในชนบท ประเด็นร้อนที่ผู้คนคุยกันทุกวัน ไม่ใช่ว่าไก่ตัวไหนออกไข่แล้วเอย แม่สุกรตัวไหนออกลูกเอย เวลาไหนควรเกี่ยวข้าวฟ่างเอย ข้าวสาลีควรตัดเมื่อใดเอย… เรื่องที่พวกเขามักจะสนทนากันเป็นเรื่องของสถานการณ์ปัจจุบัน แม้แต่ท่านปู่จ้าวเรือนข้างๆ ยังรู้เลยว่าทูตต่างเมืองกำลังจะมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง

ด้วยความที่การคมนาคมในสมัยก่อนยังไม่สะดวกนัก การที่มีแขกบ้านแขกเมืองมาเยี่ยมสองสามปีครั้งก็นับว่าถี่มากแล้ว

อาณาจักรในสมัยโบราณถูกแบ่งออกเป็นหกแคว้น โดยแคว้นเหลียงถูกจัดให้อยู่ในสามแคว้นบน ส่วนแคว้นเจาถูกจัดให้อยู่ในสามแคว้นล่าง แคว้นเหลียงมีอำนาจสูงกว่าแคว้นเจามาก ราชสำนักจึงได้ให้ความสำคัญกับการมาเยือนของทูตจากแคว้นเหลียง

แต่เรื่องพวกนี้ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกู้เจียวเลยสักนิด

กู้เจียวจูงมือเสี่ยวจิ้งคงกลับไปยังตรอกปี้สุ่ย

“จิ้งคง เลิกเรียนแล้วหรือ พี่สาวเจ้าไปรับถึงที่เลยนะ” แม่เฒ่าหลิวที่กำลังตากผ้าอยู่หน้าเรือนเอ่ยทักทายเสี่ยวจิ้งคง

“ใช่แล้ว! เจียวเจียวมารับข้าเองเลยนะ!” จิ้งคงเอ่ยตอบพลางกระโดดโลดเต้น

เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาที่ต้องกลับเรือนกับเซียวลิ่วหลัง จิ้งคงมักจะทำหน้าบูดบึ้งราวกับกำลังโดนลากไปเรียกค่าไถ่

แต่พอเป็นกู้เจียว เสี่ยวจิ้งคงรู้สึกร่าเริงและมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันใด ทั้งกระโดดทั้งหัวเราะ ราวกับกำลังจะลากกู้เจียวไปเล่นสนุกด้วยอย่างไรอย่างนั้น!

กู้เจียวเอ่ยทักทายแม่เฒ่าหลิว ก่อนจะพาเสี่ยวจิ้งคงเข้าไปในเรือน

วันนี้จี้จิ่วอาวุโสไม่อยู่ หญิงชราเองก็ออกไปข้างนอกเพื่อไปซื้อผ้าและอาภรณ์ต่างๆ ให้สมาชิกในเรือน ส่วนแม่นางเหยาได้แต่นั่งรอให้กู้เหยี่ยนกลับมา รอไปรอมา จนเผลอหลับไป

เสี่ยวจิ้งคงค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือที่สุด พยายามไม่ปลุกให้แม่นางเหยาตื่น

เขาค่อยๆ เดินลงมา ก่อนจะเอ่ยกับกู้เจียวเบาๆ “เจียวเจียว ฮูหยินหลับแล้ว”

“อืม” กู้เจียวขานตอบ ก่อนจะเอ่ยถามเขาต่อ “มีการบ้านไหม”

“ข้าทำเสร็จแล้วล่ะ!” เสี่ยวจิ้งคงเอ่ยตอบพลางทำท่าแบมือ

กู้เจียวลูบหัวเขาหนึ่งที “เช่นนั้นเจ้าออกไปเล่นก่อนนะ ข้าขอไปทำอาหารก่อน”

“อื้ม!” เสี่ยวจิ้งคงพยักหน้า

จิ้งคงเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ทำตัวให้กู้เจียวลำบากต้องมาคอยอยู่เล่นเป็นเพื่อนเขา และยิ่งไปกว่านั้น เขามีธุระที่เขาเองจะต้องจัดการ

วันนี้กู้เหยี่ยนลางาน

…แปลกจัง ทำไมต้องลางานด้วยนะ

กลายเป็นว่าวันนี้เสี่ยวจิ้งคงต้องทำหน้าทีตักมูลไก่เอง

เสี่ยวจิ้งคงหยิบพลั่วเล็กๆ ของเขา ตักทรายหนึ่งกำมือ และเริ่มทำความสะอาดมูลไก่ เช่นเดียวกับมูลนกของเจ้าเก้า

เพราะไม่ได้มาทำเป็นเวลานาน ก็เลยไม่คล่องมือเท่าแต่ก่อน

ผ่านไปครึ่งวัน จิ้งคงเพิ่งจะตักมูลไก่เสร็จ “ไอ้หยา เหนื่อยชะมัด!”

ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน เหล่าลูกไก่น้อยของพวกเขาจึงอุดอู้อยู่แต่ในเล้าไม่ได้ออกไปไหน และตอนนี้ เขาเห็นว่าฝนหยุดตกแล้ว ก็เลยตัดสินใจจะพาพวกมันออกไปเดินเล่น

เส้นทางเดินเล่นลูกไก่น้อยขยายจากตรอกปี้สุ่ยไปยังสวนผลไม้ สาเหตุหลักมาจากมีหญ้าจำนวนมากในสวนผลไม้ และพวกมันสามารถกินแมลงบางชนิดได้ ซึ่งสามารถช่วยประหยัดค่าอาหารไปได้

เขาช่างเป็นเด็กมัธยัสถ์เสียจริง!

ลูกไก่ทั้งเจ็ดตัวยืนเรียงแถวก่อนจะเดินออกจากประตูอย่างสง่างาม ตามด้วยลูกสุนัขและเหยี่ยวตัวน้อย

ปกติแล้วนกจะต้องบินได้ แต่จะเดินไม่ค่อยได้

แต่ไม่รู้ทำไม เจ้าเหยี่ยวน้อยตัวนี้กลับเดินคล่องปร๋อเสียยิ่งกว่าลูกไก่อีก!

สมกับเป็นนกที่โตมากับลูกไก่จริงๆ !

ส่วนเจ้าลูกสุนัขเองก็ได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้าสุนัขพันธุ์เลี้ยงไก่เป็นที่เรียบร้อย!

หน้าที่ของมันก็คือปกป้องเจ้าของและลูกไก่ของเจ้าของให้ปลอดภัย!

เจ้าลูกสุนัขเดินเชิดหน้าไปพร้อมกับขบวนสัตว์เลี้ยงของจิ้งคง!

ขณะที่พวกเขาเดินมาถึงสวนผลไม้ ดูเหมือนว่าฝนกำลังจะตกอีกครั้ง

“เอาละ พวกเราต้องกลับกันแล้วนะ!” เสี่ยวจิ้งคงเอ่ยกับฝูงเพื่อนรักของเขา

พอจิ้งคงเดินนำหน้าไป เจ้าสัตว์ตัวน้อยที่เหลือก็เดินตามเขาอย่างเป็นระเบียบ

ทันใดนั้นเอง เสี่ยวจิ้งคงรู้สึกได้ถึงเงาตะคุ่มของใครบางคนและกลิ่นหอมอ่อนๆ แตะเข้าที่จมูกของเขา

ด้วยความที่เสี่ยวจิ้งคงตัวเล็ก พอเงยหน้าขึ้นก็เจอกับชุดกระโปรงสีขาวสะอาดของใครบางคน

และพอเงยหน้าขึ้น ก็เจอกับผ้าคลุมสีขาวและหมวกทรงกรวย

หญิงสาวในชุดหมวกทรงกรวยและผ้าคลุมย่อตัวลง กลิ่นหอมจากตัวนางก็ยิ่งฟุ้งกระจาย

แม้จะเป็นกลิ่นที่หอมชวนหลงไหล แต่กระนั้น เสี่ยวจิ้งคงก็ยังชอบกลิ่นของกู้เจียวมากกว่า

“ท่านมีธุระอะไรหรือ เหตุใดจึงต้องขวางทางข้าด้วย” เสี่ยวจิ้งคงมองหญิงสาวแปลกหน้าด้วยสายตาประหลาดใจ ก่อนเอ่ยถามออกไปอย่างสุภาพ

หญิงสาวในผ้าคลุมเอ่ยถามเขา “พ่อหนุ่มน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าเรือนของเซียวลิ่วหลังอยู่ที่ใด”

จิ้งคงชำเลืองมองคนตรงหน้าหัวจรดเท้า

…แต่ชำเลืองไปก็ไม่ได้อะไร เพราะนางเล่นเอาผ้ามาคลุมตัวเองเสียมิดชิดจนไม่เหลืออะไรให้มองเลย

“เจ้าเป็นใคร” เสี่ยวจิ้งคงเอ่ยถาม

หญิงแปลกหน้าไม่ตอบอะไร ก่อนจะคว้าถังหูลู่ออกมาจากด้านหลัง “ขอแค่เจ้าตอบคำถามข้า แล้วข้าจะยกถังหูลู่นี้ให้เจ้า”

เสี่ยวจิ้งคงชอบกินถังหูลู่

แต่เสี่ยวจิ้งคงไม่ได้แสดงท่าทีอยากได้อะไรขนาดนั้น เขาครุ่นคิดอยู่พัก ก่อนจะตอบออกไปว่า “เจ้าเอาถังหูลู่มาให้ข้าก่อนสิข้าถึงจะให้คำตอบเจ้า”

“ได้สิ” หญิงแปลกหน้าหัวเราะพลางยื่นถังหูลู่ให้

เสี่ยวจิ้งคงรับถังหูลู่มา ก่อนจะเอ่ยตอบ “ข้าไม่รู้”

“เจ้าว่าไงนะ”

“นี่ไงคำตอบของข้า! ข้าไม่รู้ว่าเขาพักอยู่ที่ไหน!”

ก็เขาไม่รู้จริงๆ นี่นา!

ก็ที่นี่มันคือเรือนของเจียวเจียว พี่เขยตัวแสบก็แค่มาอยู่ด้วยกันชั่วคราวเท่านั้น! จะไปรู้ได้ไงล่ะว่าบ้านเกิดของเขาอยู่ที่ไหนน่ะ!

เสี่ยวจิ้งคงเดินออกไปพลางดูดถังหูลู่อย่างสบายใจเฉิบ

หญิงแปลกหน้าได้แต่โกรธจนตัวสั่น

ที่จริงแล้ว นางต้องการสืบหาที่อยู่ของกู้เจียวต่างหาก เพียงแต่ นางคิดว่าปกติแล้วสตรีจะไม่ใช่เจ้าของเรือน ก็เลยยืมชื่อของฝ่ายชายมาถาม

“เจ้าเด็กบ้า คิดจะหลอกข้างั้นรึ!”

ทันใดนั้น นางเอื้อมมือออกไป และคว้าไหล่ของจิ้งคงอย่างเย็นชา

เจ้าแปดตกใจสะดุ้งโหยงจนวิ่งกรูไปที่ข้างกำแพง!

ในตอนนั้นเอง เจ้านกเหยี่ยวตัวน้อยก็กางปีกที่อวบอ้วนและบินขึ้นไปในอากาศ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระตุ้นสันชาติญาณดิบของเจ้าเหยี่ยวน้อยเข้าให้ สายตาของมันเล็งเข้าไปที่หมวกของหญิงสาวด้วยความก้าวร้าว!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 233 สัญชาตญาณดิบ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved