cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 209 ฮุ่ยหยวน!

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 209 ฮุ่ยหยวน!
Prev
Next

บทที่ 209 ฮุ่ยหยวน!
กั๋วจื่อเจียนทราบข่าวเรื่องการประกาศผลสอบตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้พวกเขาจึงประกาศหยุดการเรียนการสอนแก่ชั้นเรียนทั้งหก

ส่วนชั้นเรียนปฐมวัยยังคงดำเนินการเรียนการสอนตามเดิม

เพราะก่อนหน้านี้เซียวลิ่วหลังกับเสี่ยวจิ้งคงมักจะหยุดเรียนพร้อมกัน บ้างก็เสี่ยวจิ้งคงหยุดเรียนแต่เซียวลิ่วหลังไม่หยุด ครั้งนี้กลายเป็นว่าเสี่ยวจิ้งคงต้องไปเรียนคนเดียว จึงรู้สึกไม่พอใจ

“ใครหน้าไหนกล้ามาบอกว่าชั้นเรียนปฐมวัยไม่ต้องหยุดเรียน ข้าน่ะอยากรู้ใจจะขาดว่าเจ้านั่นสอบได้ที่เท่าไหร่” เสี่ยวจิ้งคงถือกระเป๋าหนังสือ มือข้างหนึ่งไขว้หลัง โน้มตัวเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย และเดินออกไปตามทางที่ตาเฒ่าจ้าวชอบไปเดินเล่น

ใบหน้าเล็กๆ ของเสี่ยวจิ้งคงขมวดเป็นจุดเดียว ถอนหายใจ ราวกับคนกลัดกลุ้ม

เป็นภาพที่ตาเฒ่าจ้าวไม่อยากจะเห็นมากที่สุด

แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้ร้อนใจเท่าใดนัก เซียวลิ่วหลังกลับมุ่งหน้าไปยังย่านบ่อนพนัน เพื่อดูว่าเขาชนะหรือไม่

ส่วนเฝิงหลินกับหลินเฉิงเย่ไปรอที่หน้าประตูสนามสอบตั้งแต่ช่วงดึกของเมื่อวาน

นอกจากพวกเขาแล้ว ยังมีผู้เข้าสอบอีกไม่น้อยที่มายืนรออย่างใจจจดใจจ่อ

รุ่งเช้า ประตูบานใหญ่ของสนามสอบถูกเปิดออก ทหารยามสองนายเดินออกมาแล้วติดประกาศบนผนัง

ด้วยความที่ช่วงประกาศผลสอบมักตรงกับช่วงที่ต้นลูกพลัมบานสะพรั่ง พวกเขาเลยตั้งฉายาให้ผลการสอบว่าผลลูกพลัม

เฝิงหลินและหลินเฉิงเย่เป็นคู่แรกที่พุ่งตัวเข้าไปดู

พวกเขาไล่ดูรายชื่อตั้งแต่อันดับหนึ่งไปจนถึงท้าย

“ไม่น่าใช่มั้ง”

ทั้งสองโพล่งขึ้นพร้อมๆ กัน

เซียวลิ่วหลัง ได้อันดับหนึ่ง

แต่ไม่ได้มีเซียวลิ่วหลังแค่คนเดียว

ยังมีอันจวิ้นอ๋องอีกด้วย!

มีคนได้ที่หนึ่งถึงสองคน!

นี่แหละคือเหตุผลที่หนุ่มๆ ทั้งสองต่างพากันตกตะลึง คนอื่นอาจไม่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเซียวลิ่วหลัง มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่รู้

แต่กระนั้น อันจวิ้นอ๋องก็เป็นคนเก่งอีกคน ซ้ำยังมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งและเหนือกว่าเซียวลิ่วหลัง ดังนั้นการที่อันจวิ้นอ๋องได้ที่หนึ่งจึงมิใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

ที่น่าแปลกใจที่สุดคือพวกเขาดันได้ที่หนึ่งเหมือนกันนี่สิ

นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในแคว้นจ้าว

ที่จริงแล้ว เรื่องนี้มีที่มาที่ไป

ในการสอบฮุ่ยซื่อ คนที่ทำคะแนนออกมาได้ดีในทุกด่านจึงจะมีสิทธิ์ได้เป็นฮุ่ยหยวน และโดยทั่วไปแล้ว กรรมการข้าหลวงทั้งหลายจะไม่มีทางให้คะแนนดีหมดพร้อมกันถึงสองคน พูดง่ายๆ คือ ฮุ่ยหยวนจะต้องมีเพียงคนเดียวเท่านั้น

การสอบครั้งนี้ต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้น

จะโทษก็ต้องโทษข้าหลวงคนนั้นที่ขโมยข้อสอบของอันจวิ้นอ๋อง เพราะว่าข้อสอบของเซียวลิ่วหลังถูกตรวจก่อนของอันจวิ้นอ๋อง

พวกเขาเลือกกระดาษคำตอบสองร้อยอันดับแรกที่ทำได้ดีที่สุดและส่งมอบให้กับประธานและรองประธานอีกสองคน

การตรวจข้อสอบนั้นไม่ได้แยกเป็นแต่ละด่าน แต่จะตรวจรวมกันและลงหมายเลขเอาไว้

ในบรรดาสองร้อยชุดนั้นย่อมต้องมีหนึ่งชุดที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดในข้อสอบทุกด่าน

เมื่อข้อสอบชุดที่ดีที่สุดไปถึงมีประธานและรองประธานกรรมการสอบ พวกเขาก็ได้ให้คะแนนเพิ่มไปอีก

พวกเขาตกตะลึงกับความสามารถของผู้เข้าสอบ

ด้วยความที่รองประธานเป็นลูกศิษย์ของราชครูจวง ดังนั้นพวกจึงโน้มเอนไปทางอันจวิ้นอ๋อง และก่อนหน้าที่จะมาตรวจข้อสอบ พวกเขาก็ได้ศึกษาแนวทางการเขียนคำตอบของอันจวิ้นอ๋องมาอย่างดี

ว่ากันตามตรง พอพวกเขาเห็นข้อสอบชุดนั้น พวกเขารู้ในทันทีว่านั่นไม่ใช่ของอันจวิ้นอ๋อง

แต่จะทำอย่างไรใด้ ผู้เข้าสอบคนนี้เขียนคำตอบออกมาได้สมบูรณ์แบบยิ่งนัก เรียกได้ว่าเหนือชั้นเลยทีเดียว

นอกจากอันจวิ้นอ๋องแล้ว ก็ไม่มีใครเขียนเรียงความได้ดีขนาดนี้แล้ว

ต่อให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจเช่นไร แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยอมให้คะแนนเต็มกับข้อสอบชุดนี้

ดังนั้น ข้อสอบของเซียวลิ่วหลังจึงกลายเป็นข้อสอบที่ได้คะแนนเยอะที่สุดในรอบนี้

พอมาถึงวันสุดท้ายของการตรวจ ได้มาเจอกับข้อสอบของอันจวิ้นอ๋องพวกกรรมการก็ถึงกับหน้าหงาย แม้จะไม่อยากยอมรับความความจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชุดนี้ต่างหากคือข้อสอบของอันจวิ้นอ๋อง!

แล้วถ้าข้อสอบชุดนี้เป็นของอันจวิ้นอ๋อง แล้วก่อนหน้าล่ะ เป็นของใคร!

ขณะที่กำลังมึนงงกันอยู่ แต่ก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

พวกเขาจึงจำต้องให้ข้อสอบของอันจวิ้นอ๋องชุดนี้เป็นคะแนนที่ดีที่สุดไปด้วยเหมือนกัน

ถ้าเป็นสมัยก่อน หากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พวกเขาจะต้องนำคะแนนและชุดข้อสอบของทั้งคู่เข้าไปยังราชสำนักเพื่อทำการตรวจสอบ

ซึ่งจะไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้เข้าสอบแต่อย่างใด มีเพียงแค่หมายเลขประจำชุดข้อสอบเท่านั้น

แต่ทุกคนต่างก็รู้อยู่แก่ใจว่าหนึ่งในนั้นจะต้องเป็นของอันจวิ้นอ๋องอย่างแน่นอน

หลังจากที่ฮ่องเต้ทอดพระเนตรข้อสอบเสร็จ ทรงมิได้มีคำสั่งอันใด เพียงแต่เรียกราชครูจวงมาเข้าเฝ้าแล้วให้ราชครูจวงช่วยตัดสินใจก็เท่านั้น

ราชครูจวงได้แต่ถอนหายใจในใจ พลางนึก ไม่เห็นจะน่าเลือกตรงไหน ไฉนจู่ๆ ถึงมีคนที่ขึ้นมาทัดเทียมได้กับหลานชายของเขาได้เสียนี่

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขาตรวจข้อสอบทั้งสองฉบับด้วยความรังเกียจ เขาก็พูดไม่ออกในทันใด

เขาเป็นญาติผู้ใหญ่แท้ๆ ของอันจวิ้นอ๋อง ย่อมต้องรู้รูปแบบการเขียนของหลานตัวเองดีที่สุด

“ต้องให้เรียกข้าหลวงคนอื่นๆ มาช่วยดูหรือไม่” ฮ่องเต้เอ่ยถาม

ราชครูจวงยื่นมือคำนับก่อนตอบ “ไม่จำเป็นพ่ะย่ะค่ะ ให้เป็นไปตามพินิจพิเคราะห์ของพระองค์เพียงผู้เดียวพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หัวเราะชอบใจ “ข้าว่ามันก็ดีทั้งคู่นั่นแหละ ก็ให้เป็นที่หนึ่งคู่กันไปเลย ราชครูว่าอย่างไร”

ราชครูจวงน้อมรับ “ทรงพระปรีชายิ่งนัก”

ราชครูจวงถึงขั้นยอมให้อีกฝ่ายได้ที่หนึ่งพร้อมกันกับหลานชายตนเอง แสดงให้เห็นว่าข้อสอบอีกชุดนั้นไร้ที่ติจริงๆ

โจมตีแทบไม่ได้เลย

ตราบใดที่มีประเด็นที่โต้แย้งได้ ราชครูจวงไม่มีทางยอมแน่นอน

เพียงแต่ ฮ่องเต้เองก็มิอาจกำราบอันจวิ้นอ๋องได้ในคราวเดียว

เพราะทุกวันนี้อำนาจข้าหลวงในวังอยู่ในเงื้อมมือของราชครูจวง

ตัดภาพมาที่อีกมุมหนึ่งของวัง เสียงของชายสองคนดังมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่

“ไหนว่าให้คนไปหยิบออกมาแล้วไง ไฉนถึงเป็นแบบนี้เฉยเลย”

“ใต้เท้าเถิงบอกว่า เขาเอาข้อสอบของอันจวิ้นอ๋องไปซ่อนแล้วจริงๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ข้อสอบของอันจวิ้นอ๋องถึงได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาเองยังสงสัยว่าหรือเพราะโดนผีอำกันแน่”

“บนโลกนี้มีผีเสียที่ไหน”

“หากไม่ใช่ผี ก็ต้องเป็นคน แล้วเหตุใดเขาถึงไม่เปิดโปงใต้เท้าเถิงล่ะ”

“นั่นน่ะสิ”

“ถ้าอย่างนั้น…แผนการต่อไปเล่า”

“แผนการต่อไปอะไรอีกเล่า คะแนนก็ประกาศออกมาแล้ว คิดหรือว่าเขาจะจัดสอบใหม่อีกรอบน่ะ”

เดิมที แผนการของพวกเขาคือขโมยข้อสอบของอันจวิ้นอ๋อง และด้วยอำนาจของตระกูลจวงอย่างไรแล้วคงตามจับผู้กระทำได้ไม่ยาก และจะต้องขอให้ราชสำนักจัดสอบใหม่อย่างแน่นอน

ตอนสอบชุนเหว่ยรอบแรก พวกเขายังไม่คิดจะลงมือ แต่เป็นเพราะพวกเขาดันมาล่วงรู้จุดอ่อนของอันจวิ้นอ๋องสองวันก่อนการสอบจะเริ่ม

ก็เลยเลือกใช้วิธีที่จะทำให้เกิดการสอบใหม่ขึ้นอีกครั้งแทน เพื่อที่จะให้เวลาสอบเลื่อนออกไป พอตกกลางคืน อันจวิ้นอ๋องจะได้ทำข้อสอบไม่ได้ก็เลยตกรอบไป

“ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!”

เซียวลิ่วหลังและอันจวิ้นอ๋องได้เป็นฮุ่ยหยวนพร้อมกัน บ่อนหอชิงเฟิงถึงกับขาดทุนกันยับเลยทีเดียว

ส่วนกู้เจียวนั้นก็ประสบความสำเร็จในการแปลงเงินหนึ่งพันตำลึงให้กลายเป็นเงินหนึ่งหมื่นหนึ่งพันตำลึง!

ชาวบ้านตรอกปี้สุ่ยต่างพากันลงเงินให้เซียวลิ่วหลังเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเขาก็สอบได้อันดับหนึ่งจริงๆ แม้อันดับหนึ่งจะมีด้วยกันถึงสองคนก็ตาม แต่ที่หนึ่งก็คือที่หนึ่ง หอชิงเฟิงจะไม่ยอมจ่ายเงินให้ก็คงไม่ได้

หอชิงเฟิงแทบล้มละลาย

ทุกคนพอได้เงินมา ก็รีบพุ่งเข้ามาหาหญิงชราเพื่อเล่นไพ่นกกระจอก

หญิงชรานึกในใจ อืม ดีมาก มีเงินกันแล้วสินะ หมูที่กินอิ่ม ย่อมพร้อมจะให้เชือด!

เงินทั้งหมดนี้ต้องเป็นของข้า!

ส่วนจี้จิ่วอาวุโสที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก ขณะกำลังก้าวเท้าลงจากรถม้า ก็ถูกหญิงชราลากคอเสื้อไปที่เรือนขอนายใหญ่จ้าวและคุณนายใหญ่จ้าวเพื่อเล่นไพ่!

แน่นอนว่าหน้าที่ของจี้จิ่วอาวุโสก็คือคอยนับเงินให้นาง!

เฝิงหลินเองก็สอบติดกับเขาเหมือนกัน เรียกได้ว่าแทบจะหลุดอันดับ เพราะครั้งนี้เขาสอบได้ที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกจากผู้สอบทั้งหมดสองร้อยสิบคน

ช่วงสอบระดับมณฑล เขาคืออันดับที่สิบเจ็ดของโยวโจว แต่พอมาที่เมืองหลวงแห่งนี้ กลับตกไปอยู่ที่อันดับร้อยกว่าๆ เสียอย่างนั้น มันช่างน่าปวดใจยิ่งนัก

แต่กระนั้น ครั้งนี้ก็ถือว่าเขาทำได้ดีเลยทีเดียว คนที่เคยสอบได้อันดับก่อนหน้าเขาตั้งหลายคนพอมาครั้งนี้ก็หลุดโผไปเยอะเหมือนกัน

นี่สินะ การแข่งขันระดับเทพ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!

หลินเฉิงเย่เองก็สอบได้เช่นกัน คะแนนของเขาไม่เลวเลยทีเดียว อันดับที่ได้คือหนึ่งร้อยยี่สิบสาม

ตอนสอบระดับมณฑลเขาเคยได้ที่สี่สิบห้าจากห้าสิบคน ซึ่งก็เกือบจะตกรอบไปแล้ว

หลินเฉิงเย่ดีใจแทบบ้า เงินค่าเรียนหนึ่งพันกว่าตำลึงไม่สูญเปล่าเลยจริงๆ ท่านอาจารย์ลิ่วหลังเก่งมากเลย!

เฝิงหลินยืนพยักหน้าพลางมองที่เขา นี่สินะ คนมีกะตัง!

ส่วนตู้รั่วหานติดหนึ่งในสิบห้าคน

ซึ่งผลที่ได้ห่างจากความตั้งใจของเขาไปหน่อย เดิมตู้รั่วหานนึกว่าตัวเองน่าจะติดสักหนึ่งในสิบ แต่ได้เท่านี้ก็ถือว่าดีแล้ว เพราะเป็นการสอบทั้งแคว้น มีแต่คนเก่งๆ มารวมตัวกัน เป็นการจัดสอบสามปีต่อครั้ง

ตู้รั่วหานไม่ใช่คนที่มักใหญ่ใฝ่สูงแล้วก็ไม่ใช่คนที่ทะนงตน เขายอมรับกับสิ่งที่เกิดได้อย่างรวดเร็ว และพึงพอใจกับคะแนนที่ได้มา

แน่นอนว่า ที่การสอบครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดีส่วนหนึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กู้เจียว เพราะหากไม่ได้ยาของนาง เกรงว่าเขาคงได้ถูกหามออกจากห้องสอบตั้งแต่ด่านแรกแล้ว

เพราะการสอบชุนเหว่ยนั้นไม่ง่ายเลย ต่างจากการสอบระดับตำบลและอำเภอโดยสิ้นเชิง ทุกคนมาด้วยฝีมืออันเก่งกาจ คะแนนเชือดเฉือนกันข้อต่อข้อ จุดต่อจุด ดุเดือดและเข้มข้นมาก

ในคืนวันนั้น ตู้รั่วหานถือถุงเล็กถุงใหญ่เดินเข้าไปในตรอกปี้สุ่ย

หลังจากที่มีข่าวว่าเซียวลิ่วหลังสอบได้อันดับหนึ่ง ที่เรือนก็เรียกได้ว่าหัวบันไดไม่เคยแห้งอีกเลย

เฝิงหลินกับหลินเฉิงเย่เองก็มาสมทบด้วย

พอพวกเขาเห็นว่าตู้รั่วหานมาหา เซียวลิ่วหลังมิได้ทำหน้าประหลาดใจอย่างใดที่เห็นเขา แต่ของที่เขาแบกมาด้วยนี่สิ

เซียวลิ่วหลังเห็นว่าเขาแทบจะถือไม่ไหวแล้ว จึงเอ่ยออกไปด้วยความรู้สึกเกรงใจ “ก็แค่สอบฮุ่ยหยวนได้เอง ไม่เห็นต้องทำใหญ่โตขนาดนี้…”

“เจียวเหนียง! ข้ามาแล้ว!” ตู้รั่วหานพุ่งตัวเข้าไปในเรือนด้วยความตื่นเต้น

เหมือนกันกับเจ้าเฝิงหลินไม่มีผิด

เซียวลิ่วหลังหน้าดำคร่ำเครียด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับความฝันของกู้เจียว การที่เซียวลิ่วหลังสอบได้ที่หนึ่งนับว่าเป็นการสร้างตำนานบทใหม่ แถมยังขึ้นอันดับหนึ่งคู่กันกับอันจวิ้นอ๋องด้วย นั่นทำให้ชื่อเสียงและมูลค่าของเขาพุ่งสูงขึ้น

เด็กชนบทที่สอบได้อันดับเดียวกับอันจวิ้นอ๋อง สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้ผู้คนมากนัก

ข่าวนี้แพร่กระจายเร็วกว่าตอนที่เกิดเรื่องระเบิดที่กรมโยธาเสียอีก ใช้เวลาแค่วันเดียวเท่านั้น ข่าวนี้ก็ได้กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงเป็นที่เรียบร้อย

แน่นอนว่าเรื่องนี้ถึงหูเซวียนผิงโหวแล้วเช่นกัน

เซวียนผิงโหวที่เพิ่งได้ยินข่าว แสดงสีหน้าราวกับไม่อยากจะเชื่อ “ใครสอบได้ที่หนึ่งกันนะ”

“คุณชายน้อยอย่างไรเล่าขอรับ!” ผู้ดูแลหลิวยิ้มร่าด้วยความดีใจ

เพราะเขาวางพนันชื่อของเซียวลิ่วหลัง และชนะเงินมาหนึ่งร้อยตำลึง!

เป็นฝีมือของกู้เจียว ตอนนั้นที่วางเงินก็คิดอยู่หรอกว่าต้องเข้าเนื้อแน่ๆ แต่พอผลออกมาเช่นนี้ ก็สบายใจหายห่วงไปหลายเปลาะ

จะว่าไปแล้วก็แอบเสียดายอยู่ไม่น้อย รู้อย่างนี้วันนั้นเขาลงเงินเยอะกว่านี้เสียดีกว่า

เซวียนผิงโหวทำหน้าสงสัย พลางนึก นี่เขาเก่งถึงเพียงนั้นเชียวรึ ลูกชายของเขาเป็นอัจฉริยะอีกแล้วรึ!

ไฉนถึงรู้สึกมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลกันนะ!

“เอ๊ะ แล้วเหตุใดท่านจะให้กำเนิดบุตรชายที่เป็นอัจฉริยะไม่ได้เล่าขอรับ เสี่ยวโหวเหย่ฉลาดมากเลยมิใช่หรือ”

เซวียนผิงโหวรู้ตัวเขาเองดี ที่เซียวเหิงเป็นเด็กฉลาดไม่ใช่เพราะได้เขามาหรอก เพราะถ้าใช่จริงๆ เกรงว่าคงไม่ออกมาเรียบร้อยขนาดนี้

เซียวเหิงน่ะได้มารดาเขามาต่างหาก ทั้งฉลาด ทั้งละเอียดรอบคอบ เป็นเด็กใฝ่รู้

แล้วเด็กคนนี้ไปได้ใครมากันนะ เฉินอวิ๋นเหนียงงั้นรึ แม้นางจะเป็นคนจิตใจโอบอ้อมอารี แต่ไม่ใช่คนมีสมองเสียทีเดียว

เซวียนผิงโหวเอ่ยด้วยท่าทีขึงขัง “ไปตามนักปราชญ์เก่าๆ มาให้หมด แล้วก็ กระดาษคำตอบของเซียวลิ่วหลังด้วย”

โดยปกติแล้วข้อสอบของทุกคนจะถูกเก็บไว้อย่างดี ไม่มีทางที่คนทั่วไปจะเข้าถึงได้

เพียงแต่ เซวียนผิงโหวมิใช่คนทั่วไป และคนอย่างเขาหาใช่คนไม่

พอผู้ดูแลหลิวได้กระดาษคำตอบของเซียวลิ่วหลังมาอยู่ในมือแล้ว ฉังจิ่งเองก็ตามนักปราชญ์เฒ่าชนิดที่ว่าผมขาวเดินโซเซมาจนได้

เซวียนผิงโหววานให้นักปราชญ์เฒ่าช่วยเปรียบเทียบกระดาษคำตอบของเซียวลิ่วหลังกับกระดาษเรียงความที่เซียวหังเขียนไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

ทั้งสองชุด พอเอามาเทียบกัน สร้างความตกใจให้นักปราชญ์เฒ่าเป็นอย่างมาก

“ทั้งสองชุดนี้ ใช่ผู้เขียนคนเดียวกันหรือไม่” เซวียนผิงโหวเอ่ยถาม

“มิใช่ขอรับ”

“ดูแวบแรกก็รู้แล้วว่ามิใช่”

เหล่านักปราชญ์เฒ่าส่ายหัว

“พวกท่านแน่ใจนะ” เซวียนผิงโหวเอ่ยถามอีกครั้งด้วยสีหน้าไม่เชื่อใจ

“ท่านโหวขอรับ หากพวกเราไม่แน่ใจ เช่นนั้นทุกอย่างที่พวกเราเคยเรียนมาคงสูญเปล่า ทั้งสองชุดนี้ นอกจากลายมือจะไม่เหมือนกันแล้ว วิธีการเขียนและวิธีการคิดยังแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

คนหนึ่งขาว คนหนึ่งดำ

วิธีการเขียนของเซียวเหิงเปรียบเสมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ส่วนเซียวลิ่วหลังนั้นกลับเหมือนพายุหิมะในฤดูหนาว

หากเป็นคนเดียวกันอย่างที่ว่า จะต้องผ่านร้อนผ่านหนาวและความทุกข์ระทมมามากเพียงใดกันนะ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 209 ฮุ่ยหยวน!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved