cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 119 ย้ายเข้าเมืองหลวง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 119 ย้ายเข้าเมืองหลวง
Prev
Next

พี่เขยตัวแสบปกติสอบได้ที่รองโหล่ของชั้นมิใช่รึ สอบได้ที่หนึ่งคงไม่ง่ายเลย จิ้งคงคิดไว้แล้วว่าพอกลับบ้านไป เขาจะเอ่ยชมพี่เขยตัวแสบเสียหน่อย

พอกลับไปถึงบ้าน พบว่ามีคนมากมายเข้ามาแสดงความยินดีกับเซียวลิ่วหลัง!

ดูสิ เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่ผิด พี่เขยตัวแสบปกติก็ไม่ได้เรียนเก่งอะไร พอได้ที่หนึ่งปุ๊บ ไม่แปลกที่จะรู้สึกเหนือความคาดหมาย!

จิ้งคงผู้ไม่รู้เรื่องว่าการเป็นเจี้ยหยวนมีมูลค่ามากเพียงใดนั้นตัดสินใจเก็บคำชมไว้ไม่บอกเขาจะดีกว่า

หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันแล้ว เสี่ยวจิ้งคงเดินเข้าไปหาเซียวลิ่วหลังที่กำลังยืนเก็บของอยู่ในห้อง

พอเห็นเด็กน้อยเดินเข้ามา ทำท่าเอามือพาดหลังราวกับผู้ใหญ่ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยทัก “มีเรื่องจะพูดกับข้ารึ”

“อืม” จิ้งคงพยักหน้า เอามือประสานไว้ด้านหลังราวกับอาจารย์หน้าชั้นเรียน แม้แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาก็เหมือนด้วย “เจ้าคงฟังคำชมมาเยอะแล้ว งั้นข้าก็คงไม่ต้องพูดเยอะ เจ้าอย่าได้เหลิงกับคำพูดพวกนั้นไปล่ะ เจ้าต้องรู้จักถ่อมตัว ต้องขยันให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นครั้งหน้าหากเจ้าสอบไม่ได้อันดับหนึ่งละก็คนเขาจะหัวเราะเยาะเจ้านะ!”

“ใครจะมาหัวเราะเยาะข้า เจ้ารึ”

จิ้งคงเบะปาก “ข้าไม่ใช่คนน่าเบื่อแบบนั้นสักหน่อย! ถ้าเจ้าสอบไม่ได้ที่หนึ่ง เจ้าก็ดูแลครอบครัวไม่ได้ แล้วข้าก็ยังไม่โตด้วย!”

“ไหนเจ้าเคยบอกไงว่าสอบได้หรือไม่ได้ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย” เซียวลิ่วหลังเอ่ยกับจิ้งคงอย่างทีเล่นทีจริง

จิ้งคงพอได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป

“นึกออกแล้วล่ะสิ” เซียวลิ่วหลังหัวเรา

“ไม่ใช่หรอก เจ้าจำผิดแล้ว! ข้าไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นมาก่อน!” จิ้งคงงัดไม้ตายเด็กน้อยออกมาใช้ นั่นก็คือ ตีเนียน!

วิธีนี้เขาได้เรียนรู้มาจากตอนที่อยู่ในห้องเรียน โดยมีเพื่อนนักเรียนโต๊ะข้างๆ เป็นคนสอนเขาเอง!

เสี่ยวจิ้งคงไม่รอช้า รีบพุ่งตัวไปหากู้เจียวในทันควัน!

พอถึงเวลาข้าวเย็น กู้เจียวเริ่มเปิดประเด็นเรื่องที่เซียวลิ่วหลังจะได้ไปกั๋วจื่อเจียน

“เจ้าไม่ไปด้วยรึ” หญิงชราเอ่ยถาม

กู้เจียวทำหน้านิ่ง พลางตอบ “ทำไมข้าต้องไป ข้าอ่านหนังสือไม่ออก แล้วข้าก็ไม่ได้อยากไปเมืองหลวงด้วย ไม่อยากไป!”

ทุกคนมองมาทางกู้เจียวด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ หึๆๆ แล้วใครหน้าไหนที่คืนก่อนยังร้องไห้วอแวว่าอยากไปเมืองหลวงใจจะขาด

ทุกคนในเรือนต้องพึ่งพากู้เจียว นางไม่อยู่วันสองวันยังพอให้เซวียหนิงเซียงมาช่วยได้ แต่หากนานกว่านั้นมีหวังได้อดตายกันหมดแน่

ดังนั้น ทุกคนจึงตัดสินใจว่า จะเดินทางไปเมืองหลวงด้วยกัน

“แต่ว่า จะไหวรึถ้าให้คนนำทางคนเดียวพาพวกเราทั้งหมดนี่ไปเมืองหลวง” กู้เจียวไม่อยากให้ใครคลาดสายตาไปแม้แต่คนเดียว

“ไม่พอหรอก” เซียวลิ่วหลังเอ่ย “แต่พวกเรายังมีเฝิงหลินนี่ ให้เขาเดินทางไปกับพวกเราด้วยน่าจะพอไหว”

ผู้ดูแลหลิวคงนึกว่าตัวเองวางแผนมาดีแล้ว กระนั้นก็ยังช้ากว่าเซียวลิ่วหลังไปก้าวหนึ่งอยู่ดี ถ้าไม่คิดจ้องเล่นงานเซียวลิ่วหลังแต่แรก เขาคงไม่รู้สึกสะใจขนาดนี้หรอก

กั๋วจื่อเจียนจะเปิดเรียนในช่วงปลายเดือนสิบ ตอนนี้ก็เดือนเก้าแล้ว พวกเขาต้องเร่งมือเพื่อไปให้ทัน

กู้เจียวไหว้วานให้อากรหลัวช่วยดูแลเรื่องพื้นที่เพาะปลูกบนภูเขา แม้เขาจะเรียนไม่สูง แต่ก็พออ่านหนังสือออก แถมลูกชายของเขาสอบถงเซิงได้แล้ว แปลนและเอกสารต่างๆ ที่กู้เจียวฝากไว้เขาน่าจะพออ่านรู้เรื่องบ้าง

ส่วนข้าวของที่ทิ้งไว้ในเรือน ก็ไม่ได้มีอะไรต้องห่วงมาก เซวียหนิงเซียงรับปากไว้แล้วว่าจะช่วยดูเรือนให้ระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่

“ลุงรองของข้าอยู่ที่เมืองหลวง ฝากไปแวะไปเยี่ยมเยียนเขาด้วยล่ะ จะได้เอาของไปให้เขาด้วย!”

“ได้เลย”

กู้เจียวรับปาก

เซียวลิ่วหลังเดินทางไปยังสำนักบัณฑิตและโรงเรียนเอกชนเพื่อทำเรื่องลาออก

กู้เหยี่ยนไม่ชอบเรียนหนังสือ เลยรู้สึกโล่งใจมากที่ได้มายื่นลาออก!

ส่วนกู้เสี่ยวซุ่น ที่เขายอมเรียนหนังสือก็เพราะจะได้เอาศัพท์มาใช้ในการแกะสลักเท่านั้น แต่ที่จริงเขาเรียนเรื่องพวกนี้กับจิ้งคงก็ได้

ตัดภาพมาที่จิ้งคง ระดับสติปัญญาของเขาสูงเกินจนไม่มีชั้นเรียนไหนรองรับได้แล้ว ถึงขั้นว่าสามารถเข้าชั้นเรียนสำหรับเคอจวี่ได้เลย

ที่จริง กั๋วจื่อเจียนเองก็มีชั้นเรียนสำหรับชั้นปฐมวัยเช่นกัน เต็มไปด้วยบัณฑิตตัวน้อยๆ ที่ล้วนแต่เป็นระดับหัวกะทิของแคว้นเจา เซียวลิ่วหลังมองว่าจิ้งคงน่าจะเหมาะกับที่นั่นมากกว่า

จากนั้นเซียวลิ่วหลังได้เข้าไปทักทายเจ้าสำนักหลี

เจ้าสำนักหลีรอคอยวันนี้มาตลอด แต่เอาเข้าจริง ก็เกิดรู้สึกเสียดายขึ้นมาที่ศิษย์เอกของเขากำลังจะจากไป

เขาถอนหายใจยาว พลางเอ่ย “เอาละ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เจ้าก็จะเป็นศิษย์เอกของข้าตลอดไป”

เซียวลิ่วหลังครั้นจะพูดอะไรต่อ แต่ก็คิดว่าไม่พูดดีกว่า

ศิษย์เอกอะไรกัน ท่านอย่าได้หวังไปเลย

“จะว่าไปแล้ว เดิมทีข้ามีศิษย์น้องอยู่ที่เมืองหลวงคนหนึ่ง” เจ้าสำนักหลีจู่ๆ ก็โพล่งขึ้น “น่าเสียดาย ยังไม่ทันจะได้เจอหน้ากันเลย ดันด่วนจากไปเสียก่อน”

เซียวลิ่วหลังหันไปเหล่มองเจ้าสำนักปราดนึง ก่อนจะ

ฮัดเช้ย!

กู้เจียวพาจิ้งคงเดินทางไปที่วัด

เพื่อจะให้เขาได้ร่ำลากับเจ้าอาวาสและผองเพื่อนเณรน้อยทั้งหลาย

แต่ว่า พวกเขาไม่เจอเจ้าอาวาสที่นั่น

เสี่ยวจิ้งคงชินแล้ว เพราะนานน้านที ท่านเจ้าอาวาสจะกลับมาที่วัด

“เจ้าก็จะเดินทางไกลด้วยเหมือนกันรึ” เณรน้อยจิ้งฝานเอ่ยถามขึ้น

เณรน้อยสี่รูปกำลังนั่งกินลูกชิ้นมังสวิรัติที่กู้เจียวทำมาให้

จิ้งคงกัดลูกชิ้นไปหนึ่งคำ ก่อนจะเอ่ยตอบ “ใช่แล้ว พี่เขยตัวแสบได้เข้าไปเรียนต่อที่กั๋วจื่อเจียน พวกเราก็เลยต้องยกโขยงไปเมืองหลวงกันทั้งหมด ว่าแต่ เหตุใดเจ้าถึงถามว่าเดินทางไกลด้วยเหมือนกัน เหมือนกันที่ว่านี้หมายถึงใคร”

จิ้งฝานหัวเราะคิกคัก “ก็เพราะพวกเราจะเดินทางไกลเหมือนกันน่ะสิ! ท่านเจ้าอาวาสจะพาพวกเราไปงานปาฐกธรรมใหญ่ล่ะ!”

“อ้อ” จิ้งคงพอได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นอยากไปร่วมด้วยบ้าง แต่นี่ก็เป็นผลที่ตามมาจากการที่เขาไม่ได้อยู่ที่วัด ในเมื่อเขาเลือกอยู่กับเจียวเจียวแล้ว ก็ย่อมไม่ได้มีส่วนกับเรื่องพวกนี้อีก

และแน่นอนว่า สำหรับจิ้งคงแล้ว เจียวเจียวสำคัญที่สุด!

กู้เจียวทำอาหารมาให้พวกเขาเยอะเลย ทั้งลูกชิ้นมังสวิรัติ เป็ดย่างมังสวิรัติ ขาหมูมังสวิรัติ แถมยังมีขนมกุ้ยฮวาจากร้านหลี่จี้อีกด้วย

เณรน้อยทั้งสี่กินข้าวกันอย่างอิ่มหมีพีมัน

กู้เจียวเองก็ไปที่โรงหมอเพื่ออำลาเถ้าแก่รอง แต่ผิดคาด เถ้าแก่รองไม่อยู่ที่นั่น ผู้ดูแลหวังบอกกับนางว่าที่บ้านของเถ้าแก่รองเกิดเรื่องขึ้น เลยกลับไปที่เมืองหลวงแล้ว

ถ้าเช่นนั้น นางอาจได้เจอเขาที่เมืองหลวงสินะ

จากนั้นกู้เจียวไปที่เรือนของเจ้าสำนักหลี นำของป่ากับขนมเซียงจาไปฝากฮูหยินหลี แม้ฮูหยินหลีจะยังมีอาการบ้านหมุนอยู่ แต่สีหน้าของนางถือว่าดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเลยทีเดียว

บ่าวของฮูหยินบอกว่า ทุกเช้านางจะตื่นมาแล้วพูดว่าดีใจที่มีหลานแล้ว!

ตัดภาพมาที่หมู่บ้านเวินเฉวียน

ท่านโหวกู้ใช้เวลารักษาแผลที่ใบหน้าอยู่นาน พอเริ่มดีขึ้น ก็รีบไปหาแม่นางเหยาที่เรือน

แม่นางเหยากำลังสั่งให้บ่าวช่วยเก็บกระเป๋า

ท่านโหวกู้ตกใจกับภาพที่เห็น “ฮูหยิน จะทำอะไรน่ะ ไม่อยู่ที่นี่แล้วหรือ”

“ใช่แล้ว ข้าจะไป” แม่นางเหยาพยักหน้า

“ข้าผิดไปแล้ว! ข้าสัญญาว่าจะไม่กลั่นแกล้งนางอีก! ข้าจะไม่พยายามไปแทรกแซงพวกเขาอีก! เจ้าอย่าโกรธข้าเลย!”

คราวนี้เป็นฝ่ายแม่นางเหยาที่เริ่มร้อนรน “ท่านโหวว่าอย่างไรนะ ท่านแกล้งใคร เจียวเจียวรึ อย่าบอกนะว่าท่าน…ไปขู่ให้พวกเขาแยกทางกันอีกแล้วสินะ”

ท่านโหวกู้ถึงกับพูดไม่ออก

“ท่านโหว!” แม่นางเหยาเริ่มกำหมัด

“ข้าเปล่าเสียหน่อย! ก็แค่คิดไว้เฉยๆ น่ะ!”

“ท่าน ยังกล้าที่จะคิดอีกรึ”

ท่านโหวกู้ส่ายหัวรัวๆ จนแก้มเหี่ยวๆ ของเขากระเพรื่อมตาม “ข้า…ไม่เอาแล้ว ข้าไม่ทำแล้ว ข้าจะเชื่อฟังเจ้า เจ้าอย่าไปเลย!”

แม่นางเหยาพยายามทำใจให้นิ่ง พลางเอ่ย “ถ้าข้าไม่ออกไป แล้วจะกลับเมืองหลวงยังไง”

“เอ๋ เจ้าจะกลับเมืองหลวงแล้วรึ แล้วเหยี่ยนเอ๋อร์กับ…เอ่อ กับเจียวเจียวล่ะ”

แม่นางเหยาเอาแต่อมยิ้มไม่พูดอะไร

แม่นมฝางที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงให้ความกระจ่าง “ท่านโหวยังไม่รู้สินะเจ้าคะ ลูกเขยของท่านสอบได้ที่หนึ่ง ได้เป็นเจี้ยหยวน กำลังจะไปเรียนต่อที่กั๋วจื่อเจียนแล้ว นายน้อยกับคุณหนูเลยต้องย้ายไปที่เมืองหลวงด้วยเจ้าค่ะ”

นี่เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม เจ้าหนุ่มขาเป๋นั่น สอบได้เจี้ยหยวนงั้นรึ

แต่ก่อนเขายังเคยสบประมาทเซียวลิ่วหลังอยู่เลยว่าเป็นเด็กไร้อนาคต เผลอแปปเดียว ดันได้เป็นเจี้ยหยวนเสียแล้ว

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย

ท่านโหวกู้ทำท่าเบะปากมองบน พลางนึกในใจ ชิ ก็แค่เจี้ยหยวนเท่านั้นแหละ ในแคว้นเจามีคนอีกตั้งมากมายที่ได้เป็นเจี้ยหยวน และแน่นอนว่าเจ้าขาเป๋นั่นคงเป็นเจี้ยหยวนที่อ่อนหัดที่สุดในบรรดาเจี้ยหยวนทั้งหมด!

แต่กระนั้นแล้ว นี่ก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน

เพราะถ้าเขายังไม่กลับเมืองหลวงอีกล่ะก็คงได้รู้สึกผิดต่อกู้จิ่นอวี้เป็นแน่แท้!

พอกู้จิ่นอวี้รู้เรื่องที่แม่นางเหยาจะกลับเมืองหลวง ก็ดีใจจนเนื้อเต้นรีบเก็บข้าวของจัดกระเป๋าเตรียมย้ายสำมะโนครัว

แต่หลังจากนั้น พอกู้จิ่นอวี้รู้เข้าว่าเหตุผลคือกู้เหยี่ยนกับกู้เจียว…

ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมา

แม้แม่นางเหยาปากบอกว่ายังคงรักนางเหมือนเดิม แต่นางรู้อยู่เต็มอกว่าคนที่แม่นางเหยารักมากที่สุด ก็คือลูกในไส้ของนาง

“อ้อ จริงด้วย” ท่านโหวกู้นึกขึ้นได้ว่าลูกชายตระกูลกู้ปีนี้ก็เข้าสอบระดับมณฑลด้วยเหมือนกัน

เอ เขาชื่อว่าอะไรนะ กู้ กู้ซุ่นเฟิง ไม่สิ กู้เฟิงจื่อ ไม่สิ

อ้อ กู้ต้าซุ่น!

“กู้ต้าซุ่นสอบได้ไหม”

แม่นางเหยาไปดูรายชื่อที่ศาลาว่าการด้วยตัวเอง นางจำรายชื่อเหล่านั้นได้แม่น แน่นอนว่าไม่มีชื่อของกู้ต้าซุ่นบนนั้น

แม่นมฝางหัวเราะแห้งๆ พลางเอ่ย “นายท่านพูดถึงลูกชายบ้านนั้นรึ ข้าน้อยได้ยินมาว่าเขาไปสอบก็จริง แต่เหมือนจะตกรอบไปตั้งแต่จวี่เหรินแล้วนะเจ้าคะ! เทียบลูกเขยของท่านไม่ติดฝุ่นหรอกเจ้าค่ะ! โบราณกล่าวไว้ หว่านอะไรก็ได้พืชผลตามนั้น! ตระกูลนั้นแทบไม่มีอะไรดีเหลือเลยนอกจากคุณชายกู้ซานหลังที่ตายไปแล้ว ริอาจคิดใฝ่สูง หึ! ชาติหน้าตอนบ่ายๆ นู่น! “

แม่นมฝางก็พูดแรงเกินไป ต่อหน้าเจ้านาย นางไม่สมควรจะเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมา แต่คนของตระกูลกู้เคยทำเจ็บแสบไว้กับกู้เจียวมาเยอะ แม้แต่แม่นางเหยาเองก็เห็นด้วยกับที่แม่นมฝางพูดมาทั้งหมด

แม้ท่านโหวกู้จะไม่เห็นงามที่แม่นมฝางเอ่ยยอเจ้าขาเป๋ แต่ประโยคที่เหลือเขาเองก็เห็นด้วย คนพวกนั้นทำกันเกินไปจริงๆ

ท่านโหวกู้ไม่ได้มองว่ากู้จิ่นอวี้เป็นคนของพวกนั้น เลยไม่ได้มองว่ากำลังด่าต้นตระกูลของนางแต่อย่างใด

แม่นมฝางเองก็ไม่ได้หมายความเช่นนั้น

ทว่า คนพูดดันไม่คิด คนคิดดันไม่พูดนี่สิ

กู้จิ่นอวี้พอได้ยินดังนั้น ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง นางรู้สึกอับอายเสียยิ่งกว่าตอนโดนกู้เจียวตบหน้าเสียอีก

สุดท้ายกู้จิ่นอวี้ขอปลีกตัวเดินกลับไปที่ห้องพร้อมกับดวงตาอันแดงก่ำ

“แม่นม วันหลังอย่าพูดจาแบบนี้อีก กู้จิ่นอวี้เป็นเด็กอ่อนไหวง่าย เกรงว่านางจะคิดมากเกินไป”

“เจ้าค่ะ ฮูหยิน” แม่นมฝางโค้งตัวรับปาก

แม่นางเหยามองดูชุดที่เตรียมไว้สามชุด นางเย็บเองกับมือ ตั้งแต่ที่นางได้เจอกับเจียวเจียว ก็ดันทิ้งจิ่นอวี้ไว้ข้างหลัง

ชุดสามชุดที่ว่า แม่นางเหยาเตรียมจะมอบให้จิ่นอวี้

แม่นางเหยารู้อยู่แล้วว่าพวกกู้เจียวคงไม่ยอมเดินทางไปกับนาง ก็เลยเตรียมรถม้าดีๆ ไว้ให้พวกเขาแทน

ท่านโหวกู้มองว่าก็ดีเหมือนกัน เพราะกู้เหยี่ยนเป็นเด็กไม่ทนลมทนแดด ให้เขานั่งรถม้าดีๆ เวลาเดินทางจะได้ไม่กระทบกระเทือนร่างกายของเขามาก

ส่วนกู้จิ่นอวี้ที่นั่งอยู่บนรถม้าที่เอาแต่สั่นโคลงไปมา ยิ่งรู้สึกตัวเองไร้ค่าเข้าไปทุกที

แม่นางเหยาให้รถม้าชั้นดีกับกู้เจียว ในขณะที่ตัวเองได้แค่ชุดสามชุดเนี่ยนะ!

กู้จิ่นอวี้มองออกไปนอกหน้าต่าง พลางนึกคิดตนช่างอับโชคนัก

และในวันที่ท้องฟ้าสดใส กู้เจียว เซียวลิ่วหลัง และคนอื่นๆ ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง เทพสวรรค์ช่างเป็นใจยิ่งนัก พวกเขาใช้เวลาเดือนกว่าก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัย

ส่วนเฝิงหลินไม่ได้ออกเดินทางกับพวกเขา แต่เลือกกลับไปที่บ้านเกิดก่อน แล้วค่อยตามมาโดยใช้ทางเรือ

เซียวลิ่วหลังยื่นเอกสารเข้าเรียนของกั๋วจื่อเจียนเพื่อผ่านเข้าประตูเมือง เซียวลิ่วหลังใช้เอกสารของเฝิงหลินพาจิ้งคงและหญิงชราเข้าเมือง

เอกสารเข้าเมืองของบัณฑิตต่างจากเอกสารทั่วไป พวกเขาสามารถพาสมาชิกในบ้านเข้ามาได้สองคนต่อหนึ่งใบ กู้เจียวและกู้เสี่ยวซุ่นใช้เอกสารของเซียวลิ่วหลังเข้าเมือง

ส่วนกู้เหยี่ยนและสารถีเป็นคนเมืองหลวงอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใช้เอกสาร

พวกเขาเดินทางมาถึงที่เมืองหลวงตอนเช้าตรู่ เลยแวะที่จุดพักม้าเพื่อให้อาหารม้า อีกทั้งแวะพักเพื่อสำรวจลาดเลาเรื่องที่พักด้วย

ระหว่างทาง พวกเขาปรึกษากันแล้วว่าจะพักแถวๆ กั๋วจื่อเจียน จะได้เดินทางสะดวก

เงินติดตัวของพวกเขาเหลืออยู่หนึ่งพันตำลึง เงินจำนวนนี้ใช้ซื้อที่อยู่อาศัยดีๆ ในตำบลได้เลย แต่สำหรับเมืองหลวงนั้น เงินเท่านี้ยังไม่เพียงพอ

พวกเขาจึงตัดสินใจเช่าบ้านพักไปก่อน

โชคดีที่พวกเขาบังเอิญเจอหยาเป่าที่จุดพักรถพอดี

หยาเป่า หรือที่ชาติก่อนของกู้เจียวเรียกว่านายหน้า ซึ่งพวกเขาเป็นนายหน้าที่ถูกกฎหมาย เป็นตัวกลางในการซื้อขายต่างๆ

นายหน้าคนนี้ที่พวกเขาเจอมาจากตระกูลจาง อายุราวๆ สามสิบปี

นายหน้าจางพอรู้ว่าพวกเขามาเข้าเรียนที่กั๋วจื่อเจียน ก็รีบยกมือคำนับแสดงความยินดี “ที่แท้ก็เป็นบัณฑิตของกั๋วจื่อเจียนนี่เอง ข้ายินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นธุระให้ท่าน! โปรดวางใจเถิด พวกเจ้าถูกใจที่ไหน ข้าต่อรองจนกว่าจะได้ราคาที่ดีที่สุดให้พวกท่าน!”

กู้เจียวยังไม่คุ้นเคยกับเมืองหลวงดี

เซียวลิ่วหลังอธิบายให้กู้เจียวฟังว่ากั๋วจื่อเจียนตั้งอยู่บนถนนฉางอันตัดกับถนนเสวียนอู่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ถนนบริเวณนั้นเป็นย่านการค้า ค่อนข้างวุ่นวาย

นายหน้าจางเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “บัณฑิตผู้นี้ดูจะคุ้นเคยกับเมืองหลวงเป็นอย่างดีสินะ”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 119 ย้ายเข้าเมืองหลวง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved