cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 114.1 สอบระดับมณฑล (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  4. บทที่ 114.1 สอบระดับมณฑล (1)
Prev
Next

หญิงชราใช้อู่หยางเป็นข้ออ้างในการให้ตัวเองได้กินของหวานตามใจปาก อู่หยางจึงได้แต่พูดว่า “แม่นางกู้ ข้าหิวแล้ว ข้าอยากทานผลไม้อบแห้ง” สักพักก็ “แม่นางกู้ ข้ากระหายน้ำหวาน ข้าอยากดื่มน้ำต้มถั่วเขียว ขอหวานๆ เลยนะ…”

พออู่หยางกลับถึงหมู่บ้าน ก็ทำท่าทางราวกับว่าสงสัยการมีอยู่ของตนเองยังไงยังงั้น

อันจวิ้นอ๋องพอเจอเขาที่ห้อง พลันเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรบ้าง เจอไทเฮาหรือไม่”

“เจอก็เจออยู่หรอก…” อู่หยางเอ่ยตอบ สีหน้าเริ่มไม่สู้ดี

จะใช่ไทเฮาจริงๆ หรือ

อู่หยางจึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเรือนของกู้เจียวให้อันจวิ้นอ๋องฟัง

อันจวิ้นอ๋องทำหน้าตะลึงงึงงันเมื่อได้ฟังเรื่องราว เลยนึกขึ้นได้ถึงเมื่อวานตอนที่เขาไปที่หมู่บ้านนั้น ที่เขาได้ยินไทเฮาพูดจาแปลกๆ แต่ตอนนั้นเขากลับตื่นเต้นจนไม่ได้ตั้งใจฟังและเก็บมาคิด พอมานึกๆ ดูแล้ว บางทีไทเฮาอาจกำลังเล่นละครเพื่อซื้อใจพวกคนในเรือนแม่นางกู้ก็เป็นได้

“แต่กระหม่อมไม่คิดเช่นนั้นนะขอรับ” อู่หยางรีบโต้ “ตอนที่แม่นางกู้ออกไปตักน้ำ ทั้งเรือนมีแค่กระหม่อมกับไทเฮาสองคน หากพระองค์ทรงเล่นละครตบตาอยู่จริง ในเมื่อเห็นๆ อยู่ว่าไม่มีคนนอกอยู่ตรงนั้น พระองค์ก็ควรเผยตัวตนที่แท้จริงออกมามิใช่หรือ”

แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไทเฮาเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินไข่ และทุกครั้งที่เขาจะเอ่ยอะไรออกมา ก็มักถูกพระองค์เอ่ยขัดคอตลอด

เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าพระองค์จะทรงกินเก่งขนาดนี้

สำหรับอันจวิ้นอ๋องแล้ว ไทเฮามิใช่คนที่มัวแต่ห่วงเรื่องกินจนละเลยเรื่องสำคัญ แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ว่านางไม่ควรเสวยของหวานเยอะเกินขนาด หมอหลวงเคยกำชับไว้ว่านางอายุมากแล้ว เสวยแต่อาหารรสจืดไม่ปรุงแต่งจะดีที่สุด

อันจวิ้นอ๋องเริ่มพึมพำ “เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร หรือไทเฮาทรงความจำเสื่อม อุปนิสัยเลยพลอยเปลี่ยนไปด้วยอย่างนั้นรึ”

หรือว่า นี่คือธาตุแท้ของพระองค์ ทุกอย่างที่พระองค์เคยทำตลอดเวลาที่อยู่ในวังมาเป็นสิบๆ ปีเป็นเพียงแค่เรื่องสร้างขึ้นมาเท่านั้น

อู่หยางมิบังอาจคาดเดามั่วซั่ว จึงเอ่ยถามต่อ “แล้วท่านจะทำเช่นไรต่อ ยังจะพาไทเฮากลับเมืองหลวงอีกหรือไม่ขอรับ”

“ข้าไม่รู้” อันจวิ้นอ๋องถอนหายใจ

ไทเฮาร่างใหม่คนนี้คงมิใช่คู่ปรับของฝ่าบาทอย่างแน่นอน แต่หากปล่อยนางไว้ที่นี่ เขาเองก็ไม่สบายใจ

อันจวิ้นอ๋องครุ่นคิดอยู่สักพัก จู่ๆ เกิดนึกอะไรขึ้นได้ จึงถามอู่หยาง “ยังมีบางจุดที่ข้ายังไม่เข้าใจ”

“อย่างไรรึ”อู่หยางสงสัย

อันจวิ้นอ๋องเปิดหน้าต่างออก ทอดสายตาไปยังสวนดอกไม้ที่อยู่ด้านนอก “ไทเฮาความจำเสื่อมได้อย่างไร เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับติ้งอันโหวหรือไม่”

อู่หยางก้าวเท้าตาม พลางเอ่ยตอบ “ท่านจะบอกว่า พวกเขาจงใจให้ไทเฮาเป็นคนปัญญาอ่อนเช่นนี้งั้นหรือ”

อันจวิ้นอ๋องหันกลับมาจ้องเขม็งใส่เขา

“กระหม่อมขออภัยที่พลั้งปาก” อู่หยางทำคอหด พลางก้มหน้า

กล้าพูดได้เยี่ยงไรว่าไทเฮากลายเป็นคนปัญญาอ่อน แม้จะเป็นเช่นนั้นจริงก็ตามแต่

“แม่นางกู้คนนั้นเป็นใครมาจากไหน เจ้าสืบแล้วใช่ไหม” อันจวิ้นอ๋องถาม

“สืบมาแล้วขอรับ นางเป็นเด็กแฝด เมื่อตอนที่ฮูหยินได้ให้กำเนิดนางที่วัดดันเกิดเหตุการณ์อุ้มเด็กสลับกัน กู้จิ่นอวี้แท้จริงแล้วเป็นเด็กชนบท แต่เพราะนางเติบโตและผูกพันกับพวกเขา แม้นางจะรู้ความจริงแล้วแต่ก็ไม่มีใครพานางสลับตัวคืน ส่วนแม่นางกู้ตัวจริงนั้น ทราบความว่า นางไม่ยอมกลับจวน แถมยังออกเรือนแล้ว เป็นบุรุษจากต่างเมืองขอรับ”

“เจ้าไปได้ความมาจากที่ใด” อันจวิ้นอ๋องเอ่ยถาม

“กระหม่อมถามฮูหยินโดยตรงขอรับ”

แม่นางเหยาไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นความลับที่ต้องปิดบังอะไร พออู่หยางถามมา นางก็ตอบไปตามความจริง

อันจวิ้นอ๋องออกความเห็น “ถ้าเช่นนั้น ที่แม่นางกู้ไปอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนั้น ก็มิใช่เพราะกู้โหวเหย่สั่งน่ะสิ”

อู่หยางส่ายหัว “ใช่แล้วขอรับ กระหม่อมเดาว่า หลังจากที่ไทเฮาสูญเสียความทรงจำ แม่นางกู้ก็รับพระองค์ไปดูแล แต่ว่า…เหตุใดนางถึงได้กลายเป็นย่าของสามีของแม่นางกู้ล่ะ”

“โรคเรื้อนยังไงเล่า” อันจวิ้นอ๋องหรี่ตามอง

“อย่างไรหรือขอรับ” อู่หยางทำท่าตะลึง

อันจวิ้นอ๋องคว้ากระถางดอกไม้ขึ้นมา พลางเอ่ย “ก็เมื่อครู่เจ้าบอกเองมิใช่รึว่าสามีของนางเป็นคนต่างเมือง”

อู่หยางเริ่มเหงื่อตก “ใช่ขอรับ แต่ว่าเกี่ยวอะไรกันกับที่นางรับไทเฮามาดูแลล่ะขอรับ คงมิใช่ว่าสามีของนางเป็นญาติของไทเฮาหรอกนะขอรับ”

เป็นไปไม่ได้หรอก ระดับไทเฮาไม่น่ามีญาติสนิทมิตรสหายเป็นชาวบ้านชนบทตาดำๆ หรอก

อันจวิ้นอ๋องออกความเห็นต่อ “ถ้าไทเฮาทรงประชวรด้วยโรคเรื้อนจริง แล้วมาเป็นลมล้มลงหน้าเรือนเจ้า หากแม่นางกู้ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของพระองค์ เป็นเจ้า เจ้าจะทำเช่นไร”

อู่หยางดวงตาเบิกโพลง พลางเอ่ย “จะเป็นไปได้หรือท่าน โรคเรื้อนแพร่เชื้อเร็วและกว้างขนาดนั้น อย่างดีก็ต้องถูกส่งไปภูเขาเรื้อนนะขอรับ! หรือว่า…”

อันจวิ้นอ๋องเลิกมุมปากขึ้น “ใช่แล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ถูกเนรเทศไปภูเขานั้น พวกเขาเลยรับนางมารักษาดูแลจนหายดี และเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เลยกุเรื่องขึ้นว่านางเป็นย่าของสามีแม่นางกู้”

อู่หยางเริ่มเห็นภาพชัดขึ้น “จริงด้วยขอรับ สามีแม่นางกู้เป็นคนต่างเมือง ดังนั้นผู้มีศักดิ์เป็นย่าก็ย่อมต้องเป็นคนต่างเมืองด้วย ไม่มีใครสงสัยพวกเขาแน่นอนขอรับ!”

“แต่ที่ข้ารู้สึกประหลาดใจก็คือ แม่นางกู้รักษาไทเฮาได้เช่นไร” อันจวิ้นอ๋องเอ่ยพลางคว้าเด็ดดอกบอนสีที่บานสะพรั่งขึ้นมาชม

กู้โหวเหย่เคยพูดกับเขาไว้ว่านางเป็นแค่ผู้ช่วยหมอตัวเล็กๆ เท่านั้น ดูเหมือนเขาจะยังไม่รู้จักบุตรสาวของตัวเองดีสินะ

อู่หยางหันไปสบตากับอันจวิ้นอ๋อง “จวิ้นอ๋องขอรับ หากนางรักษาโรคเรื้อนได้จริงละก็ บางที…”

อันจวิ้นอ๋องไม่รอให้คนสนิทเอ่ยจบ ก็รีบยกมือห้ามเสียก่อน “ข้ายังไม่อยากปักใจเชื่อนาง”

อู่หยางทำหน้าสับสน พลางถอนหายใจ “ขอรับ แล้ว…เรื่องไทเฮา ท่านจะทำอย่างไรต่อขอรับ”

อันจวิ้นอ๋องขบคิดอยู่พักนึง จากนั้นเอ่ย “ในเมื่อพระองค์สูญเสียความทรงจำ ต่อให้ข้าไปยืนยันตัวตนต่อหน้าพระองค์ ก็มิได้แปลว่าทรงจะยอมออกจากที่นั่น แถมยังเสี่ยงเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของพระองค์อีกด้วย ข้าอยากให้เจ้าไปหากำลังเสริมมา เราจะลักพาตัวนางออกมา!”

“ลัก ลักพาตัวเลยหรือ”

มีบางอย่างไม่ถูกต้อง

อู่หยางเป็นคนทำอะไรเร็ว ไม่นานเขาก็รวมกำลังคนฝีมือดีมาได้เจ็ดนาย มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านชิงเฉวียนเพื่อที่จะลักพาตัว…เอ่อ ไม่สิ ขอเรียกว่าพาตัวออกมาก็แล้วกัน

พอพวกเขามาถึงที่เรือนแม่นางกู้ถึงได้พบว่าที่นั่นมีองครักษ์ลับประจำอยู่สองนาย

คงเป็นคนที่จวนติ้งอันโหวส่งมาคุ้มครองแฝดน้องสินะ อู่หยางจึงคิดหาวิธีที่จะให้สองคนนั้นปลีกตัวออกมาให้ได้ หากเกิดเสียงอึกทึกจนไทเฮาตื่นมีหวังได้ความแตกแน่

แต่องครักษ์ลับสองคนนี้ดูมิใช่ทหารเฝ้ายามทั่วๆ ไป ดูแล้วคงไม่ปล่อยให้เจ้านายของพวกเขาคลาดสายตาไปได้ง่ายๆ และระหว่างที่อู่หยางกำลังคิดหาวิธีอยู่นั้น จู่ๆ องครักษ์ลับสองนายก็เดินออกจากห้องแล้วจู่ๆ ก็เดินหายเข้าไปในป่า

อู่หยาง “…”

แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ

เอาล่ะ ไม่สนแล้ว เวลามีค่า ต้องรีบลงมือเลย!

อู่หยางทำสัญญาณมือบ่งบอกว่าทางสะดวก จากนั้นบุรุษชุดดำทั้งเจ็ดพลันปรากฏกายขึ้น และกระโดดเข้าไปทางลานหลังเรือน

อู่หยางเองก็มองไว้ว่าจะเข้าทางลานเรือน ขณะที่กำลังตั้งท่าอยู่นั้นเอง ก็เกิดเสียงอั่กดังขึ้น สักพักบุรุษชุดดำพลันลอยข้ามกำแพงออกมาราวกับถุงทรายที่กำลังร่วงลงพื้น

อู่หยางเริ่มเลิ่กลั่ก

หรือว่าพวกเขาจะเข้าไปผิดท่ากันนะ

อู่หยางไต่ขึ้นกำแพง

และในตอนนั้นเอง บุรุษชุดดำอีกคนก็ลอยออกไปต่อหน้าต่อหน้าเขาในลักษณะโค้งสวยงามจนร่างตกลงบนพื้น

อู่หยางมองภาพตรงหน้าตาค้าง

ก็ไหนเขาเห็นว่าองครักษ์สองคนนั้นเดินออกไปแล้วไง หรือว่าจะกลับเข้ามาแล้ว

เขาหันไปทางลานด้านหลัง ก็พบว่าไม่ใช่องครักษ์สองคนนั้นแต่อย่างใด แต่เป็นแม่นางกู้คนดีคนเดิมที่เคยตะลุมบอนแม่นางกู้จิ่นอวี้และคุณหนูจวงฉ่ายเตี๋ย!

วันนั้นอู่หยางยังคิดในใจอยู่เลยว่าแม่นางกู้ทำแรงเกินไป แต่ภาพตรงหน้าที่เขาได้เห็น เลยทำให้เห็นว่า วันนั้นถือว่านางออมมือให้เยอะแล้ว!

ถ้านางไม่เบามือละก็มีหวังคุณหนูทั้งสองคงได้กะโหลกยุบแน่นอน

แม้ว่าคนของอู่หยางจะไม่ใช่คนที่มีฝีมือชั้นหนึ่งก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับคนเก่งๆ คนอื่นแล้วจัดว่าค่อนข้างเหนือชั้นกว่าเลยทีเดียว แต่ดันมาพ่ายให้กับแม่นางกู้คนเดียวง่ายๆ แบบนี้น่ะหรือ

อู่หยางอยากจะร่ำไห้

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมองครักษ์ลับสองคนของจวนติ้งอันจึงรีบเข้าไปในป่า คงเป็นเพราะกลัวว่าจะรบกวนการทำงานของนางสินะ

อู่หยางพินิจพิเคราะห์ดีแล้วว่า เขาไม่ใช่คู่ปรับของนางแต่อย่างใด

“ขออภัยด้วย แม่นางกู้”

อู่หยางคว้าหน้าขึ้นมาพร้อมกับลูกดอก เล็งไปที่หัวไหล่ของกู้เจียว

และในตอนนั้นเอง ประตูห้องหญิงชราเปิดออก ปรากฏหญิงชราเดินหาวหวอดๆ ออกมาจากห้อง “เกิดเรื่องอะไร ทำไมเสียงดังจัง”

อู่หยางตกใจจนเผลอเล็งพลาด!

และดันพลาดไปทางหญิงชราเสียด้วย อู่หยางหัวใจแทบจะตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

แรงพุ่งของหน้าไม้เร็วและไวกว่าธนูหลายเท่า สายเกินไปที่เขาจะหยุดลูกดอกนั้นไว้!

และในตอนนั้นเอง กู้เจียวก็กระโดดเข้าไปยืนขวางหญิงชรา แล้วผลักร่างหญิงชราออกไปด้านข้าง ลูกดอกนั้นพุ่งเข้าไปเฉียดที่หลังมือของกู้เจียว และปักลงไปที่กำแพงด้านหลัง

หลังมือของกู้เจียวเกิดเป็นรอยแผลเหวอะและเต็มไปด้วยเลือด

กู้เจียวใช้มืออีกข้างดึงลูกดอกออกมา พลางหันไปทางบริเวณที่อู่หยางยืนอยู่เมื่อครู่ซึ่งมีแต่ความมืดมิด จากนั้นกู้เจียวเล็งแล้วเขวี้ยงลูกดอกออกไปด้วยความโมโห!

ลูกดอกนั้นเร็วมากเสียจนแม้แต่คนเก่งระดับอู่หยางยังหลบไม่พ้น

ไหล่ขวาของอู่หยางโดนลูกดอกของกู้เจียวเข้าให้ เขาถอนหายใจ พลางตะโกนถอยทับ “ถอยก่อน!”

พอพวกเขาแยกย้ายออกไป หมู่บ้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

หญิงชราเห็นรอยแผลบนมือของกู้เจียว พลางร้องอุทาน “เจียวเจียว เจ้าบาดเจ็บ!”

“ไม่เป็นไรหรอก แค่หนังเปิดนิดหน่อยเท่านั้นเอง” กู้เจียวทำทีไม่ใส่ใจ

หญิงชราก่นด่า “ให้อยู่สงบๆ ไม่ได้เลยใช่ไหม พวกโจรบ้า!”

โจรงั้นหรือ

พวกโจรที่เข้าบ้านเมื่อครั้งก่อนๆ ไม่ได้แต่งตัวและพกอาวุธแบบนี้นี่นา

กู้เจียวหันไปทางฟ้ามืด พลางคิดในใจ คนพวกนี้คงไม่ได้มาเอาเงินแน่นอน พวกเขามุ่งหน้าไปทางห้องของหญิงชราลูกเดียวเลย

อู่หยางกลับหมู่บ้านพร้อมกับแผล ยังไม่ทันจะทำแผลให้ตัวเองก็รีบไปรายงานให้อันจวิ้นอ๋องทราบก่อน

“เกิดอะไรขึ้น” อันจวิ้นอ๋องมองสภาพสะบักสะบอมของเขาพลางเอ่ยถาม

“กระหม่อมทำงานพลาด กระหม่อมพาไทเฮากลับมามิได้ขอรับ…ทั้งยัง…เกือบพลั้งมือลอบทำร้ายร่างกายไทเฮา…”

เขาไม่กล้าปิดบังเรื่องนี้ และเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างโดยละเอียด

อันจวิ้นอ๋องพอได้ฟังก็รู้สึกประหลาดใจ “คาดไม่ถึงเลย…”

“ใช่ไหมขอรับ กระหม่อมเองก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าเด็กสาวที่โตในชนบทฝีมือการต่อสู้จะน่ากลัวเช่นนี้!”

อันจวิ้นอ๋องยกมุมปาก “ไม่ ข้าตกใจที่นางยอมพลีชีพเพื่อปกป้องหญิงชราที่ไม่ได้มีสายโลหิตเดียวกัน”

เห็นได้ชัดว่าที่นางรับพระองค์มาดูแลก็เพื่อป้องกันตัวเองในตอนแรก แต่ตอนนี้ พระองค์ทรงหายดีแล้ว นางจะไม่ให้พระองค์อยู่ต่อก็ได้ หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องปลิดชีพตัวเองเพื่อช่วยอีกฝ่ายหนึ่ง น่าประหลาดใจยิ่งนัก

ถ้าเป็นไปตามที่อู่หยางพูดจริง หากนางเบี่ยงหลบอีกนิด เกรงว่าลูกดอกจะทิ่มทะลุหัวใจเข้าไปนี่สิ

นับวันเขายิ่งดูไม่ออกว่าแม่นางกู้แท้จริงเป็นคนแบบไหนกันแน่

เขามองออกไปทางหน้าต่างตรงเส้นขอบฟ้า พลางบ่นพึมพำ “แม่นางกู้ ยังมีเรื่องอะไรอีกที่ข้ายังไม่รู้เกี่ยวกับเจ้า”

“จวิ้นอ๋อง ประเดี๋ยวคืนวันพรุ่งนี้กระหม่อม…” อู่หยางเสนอความเห็น

อันจวิ้นอ๋องขัดคอเขา “ไม่ต้องหรอก ในเมื่อนางเป็นห่วงพระองค์ขนาดนี้ ก็ให้พระองค์อยู่กับนางไปก่อนแล้วกัน”

“จวิ้นอ๋อง!” อู่หยางตกใจ

อันจวิ้นอ๋องหันไปทางด้านนอก พลางเอ่ย “นี่คงไม่ใช่เวลาที่เหมาะแก่การพาพระองค์กลับเมืองหลวง รอให้ข้าไปรายงานเรื่องนี้กับท่านปู่ก่อนเถิด พอปูทางแล้วเสร็จก็ค่อยพาไทเฮากลับไปยังเมืองหลวงอย่างปลอดภัย แม่นางกู้ พวกเราคงได้เจอกันอีกในไม่ช้า”

วันถัดมา อันจวิ้นอ๋องขอตัวลากับกู้โหวเหย่และแม่นางเหยา “การสอบระดับมณฑลใกล้เข้ามาทุกที ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแล้ว และข้าต้องรีบกลับเมืองหลวงโดยเร็วที่สุด ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้าได้รับการดูแลจากพวกท่านเป็นอย่างดี พวกเราผู้น้อยรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดมิได้”

เขาหยิบคำว่า “ผู้น้อย” ทำเอากู้โหวเหย่ถึงกับพูดติดอ่าง!

อันจวิ้นอ๋องส่งสายตาอ่อนน้อมให้แม่นางเหยา “โหวฮูหยิน บุตรสาวของท่านเป็นคนปรีชาสามารถนัก ยิ่งกว่าหญิงสาวในเมืองหลวงรวมกันเสียอีก หากมีโอกาส ข้าอยากพาบุตรสาวของท่านไปที่จวน พูดคุยผูกมิตรกันกับเมิ่งเตี๋ย”

แม่นางเหยาโค้งคำนับให้แสดงความขอบคุณ

กู้จิ่วอวี้ที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังก็เกิดหน้าแดงขึ้นอย่างอดไม่ได้

จวิ้นอ๋องกำลังชมตนอยู่ใช่ไหม

จวงเมิ่งเตี๋ยได้ยินดังนั้นยังนึกอยู่เลยว่าพี่ชายตนเองกำลังชมแม่นางกู้จิ่นอวี้ แต่ที่จริงนางรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาเป็นแฝด รู้ว่าพวกเขาอุ้มเด็กสลับกัน เด็กสาวคนนั้นต่างหากที่เป็นบุตรสาวที่แท้จริง!

แต่ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน จวงเมิ่งเตี๋ยล้วนไม่ชอบทั้งสิ้น!

จากนั้น พวกเขาก็เดินทางกลับไปที่เมืองหลวง

รถม้าออกตัวไปไกลแล้วก็จริง แต่กู้จิ่นอวี้ยังคงติดอยู่กับคำชมเมื่อครู่ไม่หาย

ด้วยรูปลักษณ์ของอันจวิ้นอ๋อง ไม่ว่าหญิงสาวหน้าไหนต่างก็ชอบเขา แม้จะได้แค่ฝันกลางวันก็ตาม

แต่ถ้าหาก…จวิ้นอ๋องเกิดชอบพอหญิงงามคนไหนขึ้นมาล่ะ

เท่าที่นางรู้ จวิ้นอ๋องยังไม่เคยแต่งงาน สิ่งที่เขาพูดมาเมื่อครู่…คงมิใช่ว่า เขาพูดเป็นนัยแฝงให้ท่านพ่อท่านแม่หรือไม่นะ

กู้จิ่นอวี้เหลือบตามองกู้โหวเหย่กับแม่นางเหยาแวบนึง ท่าทีของพวกเขาดูนิ่งเกินไป ช่างเดาได้ยากยิ่ง

กู้จิ่นอวี้เริ่มใจร้อน

ท่านพ่อคงไม่มานั่งคิดเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ยิ่งช่วงนี้ในหัวของเขามีแต่เรื่องกู้เจียว คงไม่มีเวลามาสนใจหรอก

แต่ถ้าหาก…ถ้าเหนียงรู้ว่าอันจวิ้นอ๋องเกิดชอบพอบุตรสาวที่จวนแห่งนี้ขึ้นมา นางจะส่งกู้เจียวออกเรือนหรือไม่

แค่ชั่วพริบตาเดียว กู้จิ่นอวี้ก็เริ่มคิดมากจนหัวแทบจะระเบิดออกมา

นางรู้สึกกวนใจ คำพูดของอันจวิ้นอ๋องทำให้นางเริ่มคิดไปไกลจริงๆ อีกทั้งนางอยากกลับไปที่เมืองหลวงเพื่อไปหาซูเฟย

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 114.1 สอบระดับมณฑล (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved