cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 79 เกิดเรื่องกับเจ้าคำรามน้อย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สลับชะตา ชายามือสังหาร
  4. ตอนที่ 79 เกิดเรื่องกับเจ้าคำรามน้อย
Prev
Next

นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนเห็นเป่ยกงถังยิ้ม ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนเย็นชามาโดยตลอด รอยยิ้มนี้ชวนให้คนหลงใหลงงงวยอยู่บ้าง “แค่กๆ” เว่ยจือฉีได้สติกลับคืนมาแล้วแกล้งกระแอมสองครั้งก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าผลอสรพิษทองคำนี่อยู่ที่ใดกันหรือ อีกนานเท่าใดจึงจะสุกงอม มีมนุษย์และสัตว์อสูรวิเศษให้ความสนใจกับมันมากมายเช่นนี้  พวกเราต้องคิดทางหนีทีไล่อะไรกันไว้หรือไม่” เมื่อเว่ยจือฉีพูดเช่นนี้ ทุกคนก็ขมวดคิ้วมุ่น ลำพังแค่คิดถึงสัตว์อสูรเทพตนนั้นก็มากพอจะทำให้พวกเขาปวดเศียรเวียนเกล้าแล้ว ยังบวกกับสัตว์อสูรวิเศษทั่วทั้งเทือกเขาที่ถูกดึงดูดเข้ามาอีก รวมทั้งมนุษย์ที่คอยจ้องตาเป็นมันราวกับเสือจ้องเหยื่อ หากไม่วางแผน เกรงว่าคงยากที่จะสำเร็จได้ “ผลอสรพิษทองคำนี้อีกเจ็ดวันจึงจะสุกงอม ตอนนี้พวกเราไปหาที่ตั้งของมันกันก่อน หลังจากนั้นก็ไปดูลาดเลาที่นั่น แล้วค่อยมาคิดหาวิธีกันก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แต่ว่าเจ้าผลอสรพิษทองคำนั่นอยู่ที่ไหนกัน พวกเราจะเดินทางไปยังทิศทางใดเล่า” เจ้าอ้วนชวีพูด “ข้าพอจะรู้ที่ตั้งคร่าวๆ อยู่ เข้าไปยังพื้นที่ชั้นในก่อนก็จะหาพบได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ไปดูลาดเลากันก่อนเถิด” โอวหยางเฟยพูด “ช้าก่อน” ซือหม่าโยวเย่ว์ส่งเสียงเรียกหยุดพวกเขาเอาไว้ เมื่อเห็นพวกเขาหันมามองตนจึงเอ่ยว่า “ซากหมาป่าเปลวอัคคีเมื่อคราวก่อนอยู่กับข้ามาโดยตลอด ตอนนี้ข้าจะแบ่งมันให้กับพวกเจ้า ถ้าถึงตอนนั้นพวกเราถูกจับแยกกัน พวกเจ้าก็ยังนำกลับไปส่งมอบภารกิจได้” พูดแล้วเธอก็นำซากหมาป่าเปลวอัคคีภายในแหวนเก็บวัตถุออกมาจนหมดก่อนจะแบ่งให้คนละหลายตัวให้แต่ละคนเก็บเข้าไปไว้ภายในแหวนเก็บวัตถุของตนเอง หลังจากนั้นจึงเริ่มออกเดินทาง อันที่จริงซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่รู้เส้นทางเช่นกัน แต่มีหมัวซาคอยชี้ทางให้กับพวกเขาอยู่แล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องเดินตามทางเท่านั้นเอง สามวันให้หลัง พวกเธอมาถึงพื้นที่ชั้นในของเทือกเขาอันเป็นที่อยู่ของผลอสรพิษทองคำแล้วตามรอยเท้าที่คนเหล่านั้นทิ้งเอาไว้มาถึงบนภูเขาแห่งหนึ่ง ผลอสรพิษทองคำนั้นตั้งอยู่ตรงกลางหน้าผาแห่งหนึ่ง บนเนินเขาในรัศมีห่างไปร้อยกว่าเมตรล้วนมีผู้คนยืนอยู่เต็มไปหมด ภายในหุบเขาถูกสัตว์อสูรวิเศษจำนวนนับไม่ถ้วนครอบครองเอาไว้ ซือหม่าโยวเย่ว์และคนอื่นๆ มาถึงยังพื้นที่ว่างแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นสถานการณ์โดยรอบแล้วต่างพากันสะดุ้งตัวลอย “ผู้คนและสัตว์อสูรวิเศษมากมายเหลือเกิน!” เว่ยจือฉีอุทาน “คิดจะช่วงชิงผลอสรพิษทองคำมาจากกำมือของผู้คนและสัตว์อสูรวิเศษมากมายถึงเพียงนี้…” โอวหยางเฟยมิได้เอ่ยคำพูดที่เหลือ แต่ทุกคนเข้าใจความหมายของเขา นั่นย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ “ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ แน่” เป่ยกงถังพูดพลางกำหมัดแน่น “นั่นก็คือผลอสรพิษทองคำใช่หรือไม่” เจ้าอ้วนชวีชี้ต้นผลอสรพิษทองคำที่อยู่ตรงกลางหน้าผาพลางเอ่ยถามขึ้น “พื้นที่สูงเช่นนี้ ต่อให้ไม่มีผู้อื่น คิดจะเด็ดผลอสรพิษทองคำลงมาก็มิใช่เรื่องง่ายเลยนะ!” เว่ยจือฉีพูด “ถึงแม้ว่าหน้าผานั้นจะสูง แต่กลับมิได้ชันมากนัก เบื้องล่างยังมีทางลาดอยู่อีกด้วย” ซือหม่าโยวเย่ว์สังเกตอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยขึ้น “แต่คนธรรมดาทั่วไปก็ปีนขึ้นไปไม่ได้กระมัง อย่างน้อยพวกเราปีนไม่ได้แน่” เจ้าอ้วนชวีพูด “ตอนนี้คงได้แต่รอดูแล้วว่าจะอาศัยจังหวะที่ผลอสรพิษทองคำสุกงอมแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายลงมือได้หรือไม่” โอวหยางเฟยพูด “เป่ยกง ถ้าหากไม่ไหวจริงๆ เจ้า…” “ข้าเข้าใจ” เป่ยกงถังพยักหน้า ถ้าหากคิดหาทุกวิถีทางแล้วยังไม่ได้อีก นางคงไม่ทุ่มสุดตัว ถ้าหากต้องเอาชีวิตไปทิ้งด้วยเหตุนี้จริงๆ เช่นนั้นก็ไม่คุ้มเอาเสียเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีเรื่องอีกมากมายรอให้นางไปทำอยู่อีก “กลัวแต่ว่าอาศัยความชุลมุนแล้วก็ยังทำไม่ได้น่ะสิ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบคางพลางคิดใคร่ครวญ “ดูท่าว่าจะต้องคิดหาวิธีการอะไรสักอย่างเสียแล้วจริงๆ” “โยวเย่ว์ เจ้าดูสิ นั่นมิใช่ท่านแม่ทัพหรอกหรือ” เจ้าอ้วนชวีชี้ไปยังกระโจมแห่งหนึ่งพลางพูดขึ้นในทันใด ซือหม่าโยวเย่ว์มองตามไปพบว่าเป็นซือหม่าเลี่ยกำลังนำกลุ่มคนของจวนแม่ทัพหลายคนตั้งค่ายพักแรมบนเนินเขาตรงข้ามที่ตั้งของผลอสรพิษทองคำอยู่ “ท่านปู่มาได้อย่างไรกัน” เมื่อเห็นซือหม่าเลี่ยที่กำลังสังเกตการณ์อยู่นอกกระโจม เธอก็หลบเข้าไปอยู่หลังเจ้าอ้วนชวีในทันใดแล้วพูดกับคนอื่นๆ ว่า “ถึงอย่างไรตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกตั้งสี่วันกว่าผลอสรพิษทองคำจะสุกงอม พวกเราไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า” “ก็ดีเหมือนกันนะ หากพวกเราอยู่ที่นี่ก็เกะกะขวางทางขุมอำนาจเหล่านั้นเปล่าๆ” เว่ยจือฉีพูด ทุกคนไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดซือหม่าโยวเย่ว์จึงไม่อยากไปพบซือหม่าเลี่ย แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริงๆ จึงได้แต่พยักหน้าแล้วไปจากที่นี่พร้อมกัน ทั้งห้าคนหลบหลีกผู้อื่นแล้วลงจากเขาไปเงียบๆ เมื่อมาถึงยอดเขาข้างๆ แล้วจึงหาพื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อพักผ่อน “โยวเย่ว์ เหตุใดพอเจ้าเห็นพวกท่านแม่ทัพแล้วจึงต้องหนีมาด้วยเล่า” เมื่อนั่งลงแล้วเจ้าอ้วนชวีจึงถามข้อสงสัยในใจออกมา “ถ้าหากท่านปู่ล่วงรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่ จะต้องให้คนมาพาตัวพวกเรากลับไปในทันทีอย่างแน่นอน พอถึงตอนนั้นพวกเราจะไปช่วงชิงผลอสรพิษทองคำกันได้อย่างไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ระยะเวลาอีกสามวันที่เหลือ พวกเราต้องคอยตรวจตราสถานการณ์รอบๆ กันให้ดีด้วย” เว่ยจือฉีพูด “ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้ความสนใจของสัตว์อสูรวิเศษล้วนอยู่ที่ผลอสรพิษทองคำ พื้นที่ชั้นในจึงปลอดภัยกว่ายามปกติไม่น้อยเลย” เป่ยกงถังพูด “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเรา…” ซือหม่าโยวเย่ว์ยังเอ่ยวาจาไม่ทันจบสีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปในทันใด เธอพูดว่า “พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้าขอตัวสักครู่” “โยวเย่ว์ เจ้าจะไปไหนน่ะ ถึงแม้ว่าพื้นที่ชั้นในนี่จะปลอดภัยกว่ายามปกติ แต่ไปคนเดียวก็ยังคงอันตรายอย่างยิ่งอยู่ดีนะ” เจ้าอ้วนชวีพูด “เกิดเรื่องอันใดขึ้นใช่หรือไม่” เว่ยจือฉีถาม “เมื่อครู่เจ้าคำรามน้อยส่งสารบอกข้า ดูคล้ายว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากบางอย่างขึ้นกับมันเสียแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างกระวนกระวาย ถึงแม้ว่าเจ้าคำรามน้อยจะพูดอยู่ตลอดว่าตนเป็นสัตว์อสูรเทพโบราณ แต่มันในตอนนี้ก็มิได้มีพลังการต่อสู้แต่อย่างใดเลย ถ้าหากเกิดความขัดแย้งกับผู้อื่นซึ่งๆ หน้า แพ้ชนะก็คงยากจะล่วงรู้ได้ นอกจากนี้หากมิใช่เพราะมันประสบอันตรายอะไร คงจะไม่มีทางเรียกหาตนอย่างกระวนกระวายถึงเพียงนั้น เมื่อคิดได้เช่นนี้จิตใจของเธอก็ยิ่งร้อนรนราวกับไฟ แล้วอดที่จะพุ่งตัวออกไปในทันทีมิได้ “พวกเราจะไปกับเจ้าด้วย!” เป่ยกงถังพูด ซือหม่าโยวเย่ว์มองทุกคนปราดหนึ่ง เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่มีทางปล่อยให้ตนไปคนเดียวอย่างแน่นอนจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ย่ากวง เจ้าพาพวกเราไปหาเจ้าคำรามน้อยที” ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยว่าย่ากวงเป็นใครอยู่นั้นเอง เสือกรงเล็บเหล็กองอาจสง่างามตนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา “เจ้านาย รีบขึ้นมาเร็วเข้า” ย่ากวงเองก็รู้สึกได้ว่าเจ้าคำรามน้อยตกอยู่ในอันตรายจึงออกมาแล้วแปลงกายเป็นร่างหลักพลางเอ่ยขึ้น “พูด… พูดได้ด้วย เป็นสัตว์อสูรทิพย์อีกตัวอย่างนั้นหรือ” เมื่อเห็นย่ากวงจึงมองไปที่ซือหม่าโยวเย่ว์อีกครั้ง ทุกคนต่างตกอกตกใจกันไม่น้อย คิดไม่ถึงว่านอกจากเจ้าคำรามน้อยแล้วจะยังมีสัตว์อสูรทิพย์อีกตนหนึ่งด้วย! แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตกใจ ทุกคนรีบเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองแล้วกระโจนขึ้นไปบนร่างของย่ากวงพร้อมกับเธอ ย่ากวงพูดว่า “ตามติดเลย” ประโยคหนึ่งแล้วจึงควบตะบึงออกไป มุ่งหน้าไปตามการรับสัมผัสถึงเจ้าคำรามน้อยตลอดทาง ในที่สุดอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็มาถึงตำแหน่งที่เจ้าคำรามน้อยอยู่ แต่สิ่งที่พวกเขาได้เห็นนั้นมิใช่การห้ำหั่นกันระหว่างสัตว์อสูรวิเศษ หากแต่เป็นกรงขนาดเล็กอันหนึ่ง เจ้าคำรามน้อยและนกน้อยตัวหนึ่งหมอบอยู่ในนั้นด้วยสองตาไร้แวว ศีรษะผิดมุม มองปราดเดียวก็เห็นถึงความไม่ปกติ นับตั้งแต่เจ้าคำรามน้อยฟื้นขึ้นมา ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่เคยเห็นมันไร้ซึ่งชีวิตชีวาเช่นนี้มาก่อนเลย เมื่อเห็นสภาพของมันในตอนนี้เธอก็เจ็บปวดใจเสียแล้ว แต่เธอหงุดหงิดนัก ก่อนหน้านี้เธอไม่น่าฟังคำพูดของเจ้าคำรามน้อยแล้วอนุญาตให้มันไปเดินเที่ยวเล่นภายในเทือกเขาเองเลย มิฉะนั้นคงไม่มีทางถูกคนทำให้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หรอก คล้ายกับรู้สึกถึงการมาเยือนของซือหม่าโยวเย่ว์ได้ เจ้าคำรามน้อยที่หมอบอยู่ในกรงแววตาสว่างไสวขึ้นมาในทันใด แล้วมองมายังบริเวณที่พวกเธอซ่อนตัวกันอยู่ ในขณะที่เธอกำลังคิดวางแผนจะไปช่วยเจ้าคำรามน้อยอยู่นั้นเอง คนสองคนที่กำลังนั่งดื่มสุราอยู่ตรงกลางเริ่มพูดเรื่องการจับตัวสัตว์อสูรวิเศษขึ้นมา ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าการมาถึงของพวกเขาจะทำลายแผนการใหญ่ได้! ………………

นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนเห็นเป่ยกงถังยิ้ม ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนเย็นชามาโดยตลอด รอยยิ้มนี้ชวนให้คนหลงใหลงงงวยอยู่บ้าง

“แค่กๆ” เว่ยจือฉีได้สติกลับคืนมาแล้วแกล้งกระแอมสองครั้งก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าผลอสรพิษทองคำนี่อยู่ที่ใดกันหรือ อีกนานเท่าใดจึงจะสุกงอม มีมนุษย์และสัตว์อสูรวิเศษให้ความสนใจกับมันมากมายเช่นนี้  พวกเราต้องคิดทางหนีทีไล่อะไรกันไว้หรือไม่”

เมื่อเว่ยจือฉีพูดเช่นนี้ ทุกคนก็ขมวดคิ้วมุ่น ลำพังแค่คิดถึงสัตว์อสูรเทพตนนั้นก็มากพอจะทำให้พวกเขาปวดเศียรเวียนเกล้าแล้ว ยังบวกกับสัตว์อสูรวิเศษทั่วทั้งเทือกเขาที่ถูกดึงดูดเข้ามาอีก รวมทั้งมนุษย์ที่คอยจ้องตาเป็นมันราวกับเสือจ้องเหยื่อ หากไม่วางแผน เกรงว่าคงยากที่จะสำเร็จได้

“ผลอสรพิษทองคำนี้อีกเจ็ดวันจึงจะสุกงอม ตอนนี้พวกเราไปหาที่ตั้งของมันกันก่อน หลังจากนั้นก็ไปดูลาดเลาที่นั่น แล้วค่อยมาคิดหาวิธีกันก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด

“แต่ว่าเจ้าผลอสรพิษทองคำนั่นอยู่ที่ไหนกัน พวกเราจะเดินทางไปยังทิศทางใดเล่า” เจ้าอ้วนชวีพูด

“ข้าพอจะรู้ที่ตั้งคร่าวๆ อยู่ เข้าไปยังพื้นที่ชั้นในก่อนก็จะหาพบได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ไปดูลาดเลากันก่อนเถิด” โอวหยางเฟยพูด

“ช้าก่อน” ซือหม่าโยวเย่ว์ส่งเสียงเรียกหยุดพวกเขาเอาไว้ เมื่อเห็นพวกเขาหันมามองตนจึงเอ่ยว่า “ซากหมาป่าเปลวอัคคีเมื่อคราวก่อนอยู่กับข้ามาโดยตลอด ตอนนี้ข้าจะแบ่งมันให้กับพวกเจ้า ถ้าถึงตอนนั้นพวกเราถูกจับแยกกัน พวกเจ้าก็ยังนำกลับไปส่งมอบภารกิจได้”

พูดแล้วเธอก็นำซากหมาป่าเปลวอัคคีภายในแหวนเก็บวัตถุออกมาจนหมดก่อนจะแบ่งให้คนละหลายตัวให้แต่ละคนเก็บเข้าไปไว้ภายในแหวนเก็บวัตถุของตนเอง หลังจากนั้นจึงเริ่มออกเดินทาง

อันที่จริงซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่รู้เส้นทางเช่นกัน แต่มีหมัวซาคอยชี้ทางให้กับพวกเขาอยู่แล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องเดินตามทางเท่านั้นเอง

สามวันให้หลัง พวกเธอมาถึงพื้นที่ชั้นในของเทือกเขาอันเป็นที่อยู่ของผลอสรพิษทองคำแล้วตามรอยเท้าที่คนเหล่านั้นทิ้งเอาไว้มาถึงบนภูเขาแห่งหนึ่ง

ผลอสรพิษทองคำนั้นตั้งอยู่ตรงกลางหน้าผาแห่งหนึ่ง บนเนินเขาในรัศมีห่างไปร้อยกว่าเมตรล้วนมีผู้คนยืนอยู่เต็มไปหมด ภายในหุบเขาถูกสัตว์อสูรวิเศษจำนวนนับไม่ถ้วนครอบครองเอาไว้

ซือหม่าโยวเย่ว์และคนอื่นๆ มาถึงยังพื้นที่ว่างแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นสถานการณ์โดยรอบแล้วต่างพากันสะดุ้งตัวลอย

“ผู้คนและสัตว์อสูรวิเศษมากมายเหลือเกิน!” เว่ยจือฉีอุทาน

“คิดจะช่วงชิงผลอสรพิษทองคำมาจากกำมือของผู้คนและสัตว์อสูรวิเศษมากมายถึงเพียงนี้…” โอวหยางเฟยมิได้เอ่ยคำพูดที่เหลือ แต่ทุกคนเข้าใจความหมายของเขา นั่นย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

“ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ แน่” เป่ยกงถังพูดพลางกำหมัดแน่น

“นั่นก็คือผลอสรพิษทองคำใช่หรือไม่” เจ้าอ้วนชวีชี้ต้นผลอสรพิษทองคำที่อยู่ตรงกลางหน้าผาพลางเอ่ยถามขึ้น

“พื้นที่สูงเช่นนี้ ต่อให้ไม่มีผู้อื่น คิดจะเด็ดผลอสรพิษทองคำลงมาก็มิใช่เรื่องง่ายเลยนะ!” เว่ยจือฉีพูด

“ถึงแม้ว่าหน้าผานั้นจะสูง แต่กลับมิได้ชันมากนัก เบื้องล่างยังมีทางลาดอยู่อีกด้วย” ซือหม่าโยวเย่ว์สังเกตอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยขึ้น

“แต่คนธรรมดาทั่วไปก็ปีนขึ้นไปไม่ได้กระมัง อย่างน้อยพวกเราปีนไม่ได้แน่” เจ้าอ้วนชวีพูด

“ตอนนี้คงได้แต่รอดูแล้วว่าจะอาศัยจังหวะที่ผลอสรพิษทองคำสุกงอมแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายลงมือได้หรือไม่” โอวหยางเฟยพูด “เป่ยกง ถ้าหากไม่ไหวจริงๆ เจ้า…”

“ข้าเข้าใจ” เป่ยกงถังพยักหน้า ถ้าหากคิดหาทุกวิถีทางแล้วยังไม่ได้อีก นางคงไม่ทุ่มสุดตัว ถ้าหากต้องเอาชีวิตไปทิ้งด้วยเหตุนี้จริงๆ เช่นนั้นก็ไม่คุ้มเอาเสียเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีเรื่องอีกมากมายรอให้นางไปทำอยู่อีก

“กลัวแต่ว่าอาศัยความชุลมุนแล้วก็ยังทำไม่ได้น่ะสิ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบคางพลางคิดใคร่ครวญ “ดูท่าว่าจะต้องคิดหาวิธีการอะไรสักอย่างเสียแล้วจริงๆ”

“โยวเย่ว์ เจ้าดูสิ นั่นมิใช่ท่านแม่ทัพหรอกหรือ” เจ้าอ้วนชวีชี้ไปยังกระโจมแห่งหนึ่งพลางพูดขึ้นในทันใด

ซือหม่าโยวเย่ว์มองตามไปพบว่าเป็นซือหม่าเลี่ยกำลังนำกลุ่มคนของจวนแม่ทัพหลายคนตั้งค่ายพักแรมบนเนินเขาตรงข้ามที่ตั้งของผลอสรพิษทองคำอยู่

“ท่านปู่มาได้อย่างไรกัน” เมื่อเห็นซือหม่าเลี่ยที่กำลังสังเกตการณ์อยู่นอกกระโจม เธอก็หลบเข้าไปอยู่หลังเจ้าอ้วนชวีในทันใดแล้วพูดกับคนอื่นๆ ว่า “ถึงอย่างไรตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกตั้งสี่วันกว่าผลอสรพิษทองคำจะสุกงอม พวกเราไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า”

“ก็ดีเหมือนกันนะ หากพวกเราอยู่ที่นี่ก็เกะกะขวางทางขุมอำนาจเหล่านั้นเปล่าๆ” เว่ยจือฉีพูด

ทุกคนไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดซือหม่าโยวเย่ว์จึงไม่อยากไปพบซือหม่าเลี่ย แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริงๆ จึงได้แต่พยักหน้าแล้วไปจากที่นี่พร้อมกัน

ทั้งห้าคนหลบหลีกผู้อื่นแล้วลงจากเขาไปเงียบๆ เมื่อมาถึงยอดเขาข้างๆ แล้วจึงหาพื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อพักผ่อน

“โยวเย่ว์ เหตุใดพอเจ้าเห็นพวกท่านแม่ทัพแล้วจึงต้องหนีมาด้วยเล่า” เมื่อนั่งลงแล้วเจ้าอ้วนชวีจึงถามข้อสงสัยในใจออกมา

“ถ้าหากท่านปู่ล่วงรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่ จะต้องให้คนมาพาตัวพวกเรากลับไปในทันทีอย่างแน่นอน พอถึงตอนนั้นพวกเราจะไปช่วงชิงผลอสรพิษทองคำกันได้อย่างไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด

“ระยะเวลาอีกสามวันที่เหลือ พวกเราต้องคอยตรวจตราสถานการณ์รอบๆ กันให้ดีด้วย” เว่ยจือฉีพูด

“ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้ความสนใจของสัตว์อสูรวิเศษล้วนอยู่ที่ผลอสรพิษทองคำ พื้นที่ชั้นในจึงปลอดภัยกว่ายามปกติไม่น้อยเลย” เป่ยกงถังพูด

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเรา…” ซือหม่าโยวเย่ว์ยังเอ่ยวาจาไม่ทันจบสีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปในทันใด เธอพูดว่า “พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้าขอตัวสักครู่”

“โยวเย่ว์ เจ้าจะไปไหนน่ะ ถึงแม้ว่าพื้นที่ชั้นในนี่จะปลอดภัยกว่ายามปกติ แต่ไปคนเดียวก็ยังคงอันตรายอย่างยิ่งอยู่ดีนะ” เจ้าอ้วนชวีพูด

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นใช่หรือไม่” เว่ยจือฉีถาม

“เมื่อครู่เจ้าคำรามน้อยส่งสารบอกข้า ดูคล้ายว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากบางอย่างขึ้นกับมันเสียแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างกระวนกระวาย

ถึงแม้ว่าเจ้าคำรามน้อยจะพูดอยู่ตลอดว่าตนเป็นสัตว์อสูรเทพโบราณ แต่มันในตอนนี้ก็มิได้มีพลังการต่อสู้แต่อย่างใดเลย ถ้าหากเกิดความขัดแย้งกับผู้อื่นซึ่งๆ หน้า แพ้ชนะก็คงยากจะล่วงรู้ได้

นอกจากนี้หากมิใช่เพราะมันประสบอันตรายอะไร คงจะไม่มีทางเรียกหาตนอย่างกระวนกระวายถึงเพียงนั้น เมื่อคิดได้เช่นนี้จิตใจของเธอก็ยิ่งร้อนรนราวกับไฟ แล้วอดที่จะพุ่งตัวออกไปในทันทีมิได้

“พวกเราจะไปกับเจ้าด้วย!” เป่ยกงถังพูด

ซือหม่าโยวเย่ว์มองทุกคนปราดหนึ่ง เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่มีทางปล่อยให้ตนไปคนเดียวอย่างแน่นอนจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ย่ากวง เจ้าพาพวกเราไปหาเจ้าคำรามน้อยที”

ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยว่าย่ากวงเป็นใครอยู่นั้นเอง เสือกรงเล็บเหล็กองอาจสง่างามตนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา

“เจ้านาย รีบขึ้นมาเร็วเข้า” ย่ากวงเองก็รู้สึกได้ว่าเจ้าคำรามน้อยตกอยู่ในอันตรายจึงออกมาแล้วแปลงกายเป็นร่างหลักพลางเอ่ยขึ้น

“พูด… พูดได้ด้วย เป็นสัตว์อสูรทิพย์อีกตัวอย่างนั้นหรือ” เมื่อเห็นย่ากวงจึงมองไปที่ซือหม่าโยวเย่ว์อีกครั้ง ทุกคนต่างตกอกตกใจกันไม่น้อย คิดไม่ถึงว่านอกจากเจ้าคำรามน้อยแล้วจะยังมีสัตว์อสูรทิพย์อีกตนหนึ่งด้วย!

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตกใจ ทุกคนรีบเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองแล้วกระโจนขึ้นไปบนร่างของย่ากวงพร้อมกับเธอ ย่ากวงพูดว่า “ตามติดเลย” ประโยคหนึ่งแล้วจึงควบตะบึงออกไป

มุ่งหน้าไปตามการรับสัมผัสถึงเจ้าคำรามน้อยตลอดทาง ในที่สุดอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็มาถึงตำแหน่งที่เจ้าคำรามน้อยอยู่ แต่สิ่งที่พวกเขาได้เห็นนั้นมิใช่การห้ำหั่นกันระหว่างสัตว์อสูรวิเศษ หากแต่เป็นกรงขนาดเล็กอันหนึ่ง เจ้าคำรามน้อยและนกน้อยตัวหนึ่งหมอบอยู่ในนั้นด้วยสองตาไร้แวว ศีรษะผิดมุม มองปราดเดียวก็เห็นถึงความไม่ปกติ

นับตั้งแต่เจ้าคำรามน้อยฟื้นขึ้นมา ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่เคยเห็นมันไร้ซึ่งชีวิตชีวาเช่นนี้มาก่อนเลย เมื่อเห็นสภาพของมันในตอนนี้เธอก็เจ็บปวดใจเสียแล้ว

แต่เธอหงุดหงิดนัก ก่อนหน้านี้เธอไม่น่าฟังคำพูดของเจ้าคำรามน้อยแล้วอนุญาตให้มันไปเดินเที่ยวเล่นภายในเทือกเขาเองเลย มิฉะนั้นคงไม่มีทางถูกคนทำให้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หรอก

คล้ายกับรู้สึกถึงการมาเยือนของซือหม่าโยวเย่ว์ได้ เจ้าคำรามน้อยที่หมอบอยู่ในกรงแววตาสว่างไสวขึ้นมาในทันใด แล้วมองมายังบริเวณที่พวกเธอซ่อนตัวกันอยู่

ในขณะที่เธอกำลังคิดวางแผนจะไปช่วยเจ้าคำรามน้อยอยู่นั้นเอง คนสองคนที่กำลังนั่งดื่มสุราอยู่ตรงกลางเริ่มพูดเรื่องการจับตัวสัตว์อสูรวิเศษขึ้นมา

ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าการมาถึงของพวกเขาจะทำลายแผนการใหญ่ได้!

………………

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 79 เกิดเรื่องกับเจ้าคำรามน้อย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved