cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 375 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-4

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 375 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-4
Prev
Next

บทที่ 375 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-4

สถานการณ์เปลี่ยนไป ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปด้วย

หากต้นทุนที่จวนชิงจะรักษาตัวและชีวิตไว้อยู่ที่คำว่า ‘สันติ’ คำนี้

เช่นนั้นเรื่องที่เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาอยากทำก็มีเพียงเรื่องเดียว นั่นคือรักษาสมดุล

“เจ้าถามเช่นนี้ได้ ก็แสดงว่าในใจเจ้ามีแผนการแล้ว”

ชิงหรานเอ่ย

“พวกเราไปเขาหิมะกันเถิดขอรับ นับแต่นี้ไปไม่ต้องข้องแวะกับแดนมนุษย์นี้อีก”

นายท่านจินกล่าว

“นี่เป็นหนทางที่ดีหนทางหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่พ่อไปไม่ได้…แต่เจ้าจะต้องพาน้องสาวทั้งสองของเจ้าออกไป”

ชิงหรานยิ้มเจื่อน

นายท่านจินเข้าใจความหมายของบิดาตน

ในใจพลันเศร้าโศกเหลือประมาณ

เขารู้ว่าจิตใจและเวลาที่เหลืออยู่ของบิดา แม้ไม่ได้ตายจากไปตามมารดา

แต่ในอึดใจที่เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยามอบหยกประดับไว้ในมือเขา ทุกสิ่งก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

ทว่านับแต่ที่เวลาหยุดเดิน นายท่านจินกลับยังคงจำภาพที่เขานั่งอยู่บนไหล่ของบิดาครั้งเขายังเล็กได้

ชุดเสื้อผ้าสีคราม พัดเปิดนานาเรื่องราวในสี่ฤดูที่หมุนวนสับเปลี่ยน มารดาแหงนหน้าขึ้นมองพ่อลูกสองคน

แววตานางแสนอ่อนโยนราวผืนหมอกขาวกว้างที่แผ่ขยายอยู่ทั่วริมแม่น้ำจักรพรรดิยามอรุณรุ่ง

เวลานั้น ทั้งนายท่านจินและชิงหรานล้วนคาดคิดไม่ถึงว่า วันหนึ่งในฤดูหนาวในอีกสิบกว่าปีต่อมา หิมะที่ร่วงลงมาจะเข้าปกคลุมบทเพลงที่ยังบรรเลงไม่จบของจวนชิงเอาไว้ทั้งหมดจนเย็นเยือกเหน็บหนาว

ดึกมากแล้ว

ทุกคราวที่ถึงยามค่ำคืน ขอบฟ้าระหว่างฟ้าดินจะขมุกขมัวยิ่งนัก

หลังแสงสว่างลับจากผืนดิน

หลังลมประจิมตามถนนเก่าพัดเมฆยามอาทิตย์อัสดงกระจายไป

หลังจากบิดาที่หนักแน่นดั่งทะเลลึกพยายามอดทนอดกลั้น

หลังบุปผาต้นหลิวละลายจากน้ำแข็งภายใต้สายลมวสันต์โบกพัด

หลังนกบนเขาถูกปลุกให้ตื่นและบินว่อนไปทั่วทิศ

หลังจากใบหน้าหล่อเหลาที่นายท่านจินเคยมีกลับปรากฏริ้วรอยของกาลเวลา

สุราดื่มจนหมดแล้ว

นายท่านจินและชิงหรานมองหน้ากันไร้ซึ่งวาจา

ไม่มีปลงอนิจจัง ไม่มีถอนใจ สีหน้านิ่งสงบ

“ลูกกลับก่อน ท่านพ่อรีบเข้านอนเถิด”

นายท่านจินลุกขึ้นพลางเอ่ย

เมื่อเห็นว่าบิดาของตนไม่มีท่าทีตอบใดๆ นายท่านจินจึงเตรียมจะจากไป

“พรุ่งนี้เจ้าต้องไปจวนผู้ควบคุมรัฐหงด้วยกันกับพ่อ”

ก่อนนายท่านจินจะผลักประตูห้อง จู่ๆ ชิงหรานก็เอ่ยออกมา

ฝีเท้าของนายท่านจินชะงักลง ตอบตกลงไปคำหนึ่ง

จึงออกไปจากเรือนหลักของจวนชิง

นายท่านจินเดินช้าๆ อยู่ในสวนดอกไม้

เขานอนไม่หลับ

เขาไม่เคยนอนแต่หัวค่ำเช่นนี้มาก่อน

เว้นเสียแต่เขาดื่มจนเมาแล้ว

แต่สุราหลายกาในคืนนี้ยังห่างจากจำนวนที่ทำให้เขาเมาอีกไกลนัก

นายท่านจินค่อนข้างรู้สึกเบื่อหน่าย

ที่นี่แม้จะเป็นที่ที่เขาอาศัยอยู่แต่เล็ก

แต่ไม่ได้กลับมานานเพียงนี้ ก็ยังรู้สึกไม่คุ้นเคยอย่างประลาด

คนที่คุ้นเคยภายในจวนเมื่อก่อนนี้ ก็ไม่รู้ว่ายังอยู่หรือไม่

ต่อให้อยู่ เมื่อได้เห็นนายท่านจินในรูปลักษณ์เช่นนี้ก็ไม่แน่ว่าจะจำได้

ตอนที่นายท่านจินเดินเข้ามาในจวนชิง เขามีความรู้สึกกดดันอย่างหนึ่งอยู่ในใจที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้…

ราวกับว่าเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่แห่งนี้

เรือนแต่ละหลังท่ามกลางราตรีมืดมิด ถนนหินสายเล็กๆ ข้างใต้เท้า รวมถึงธารน้ำและพุ่มบุปผาข้างทาง ล้วนกำลังต่อต้านเขาอย่างไร้สุ้มเสียง

นายท่านจินเดินมาถึงเรือนพักเมื่อก่อนของตน ที่แห่งนี้ยังคงมีสภาพเช่นเดิม

ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปเลย และมองไม่ออกว่ามีความทรุดโทรมใดๆ

ดูทีว่านางเสี่ยวจงจะไม่ได้โกหกจริงๆ

ต้องมีการจัดบ่าวไพร่มาทำความสะอาดเป็นประจำ

ทว่าเดินวนเวียนอยู่หลายคราว เขากลับไม่ได้เข้าไป

นายท่านจินถอนหายใจครั้งหนึ่ง จึงเดินออกไปจากจวนชิง

เขายังคงตัดสินใจว่าจะไปหาโรงเตี๊ยมสักแห่งในตัวเมืองรัฐหงเพื่อพักอาศัย

เมื่อจากไปเนิ่นนาน คนเราย่อมคิดถึงบ้าน

แต่หากว่าจากมานานมากพอ บ้านก็จะเลือนลางขึ้นอย่างแปลกประหลาดตามไปด้วย คนเราก็จะไม่ยึดติดมากขึ้น ทุกที่ล้วนเป็นบ้าน

นายท่านจินไม่ได้จะเดินออกไปทางประตูหลักของจวนชิง

ครั้งนั้นตอนที่เขายังอยู่ในบ้าน เคยให้คนทำประตูข้างประตูหนึ่งที่ด้านหลังเรือนพักของตน

ประตูข้างนั้นสร้างไว้พรางสายตาอย่างยิ่ง

เปิดปิดประตูด้วยคันบังคับที่เชื่อมต่อกลไกไว้

คันบังคับอยู่บนพื้นข้างประตูบานนั้น

ตลอดทั้งปีหากไม่มีหญ้าเขียวใบไม้ร่วงถมทับก็จะถูกหิมะขาวปกคลุม

แต่กลับมีเขาผู้เดียวที่รู้เรื่องนี้

เพียงแต่ในขณะที่เขาเพิ่งเดินอ้อมมาทางด้านหลังที่พักตนเองกลับต้องหยุดเท้าลง

กลิ่นคาวเลือดรุนแรงอบอวลอยู่ในอากาศ ทำเอานายท่านจินสำลักจนไอออกมาเบาๆ

ทันใดนั้นเอง ประกายดาบสายหนึ่งสาดแสงขึ้นท่ามกลางราตรีมืดมิดราวกับสายอัสนีบนท้องนภา

นายท่านจินเห็นเข้าจึงถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว

แต่เท้ากลับไม่ระวังไปเหยียบของลื่นบางอย่างจนเกือบหกล้ม

หลังจากทรงตัวได้มั่นคงอย่างยากเย็น ก็พบว่าแสงดาบนั้นหายไปแล้ว

“ผู้ใด”

นายท่านจินถาม

มือขวาของเขาดึงคอเสื้อลง

เผยให้เห็นดาบยาวเล่มหนึ่ง

“เจ้าควรถามว่าผู้ใดกล้าบุกเข้ามาฆ่าคนในจวนชิงต่างหาก”

เสียงหนึ่งดังขึ้น

เสียงฝีเท้าเนิบนาบกำลังใกล้เข้ามา

คนผู้นั้นจุดไฟ เพียงดีดนิ้วไฟก็ถูกดีดเข้าไปยังตะเกียงข้างทาง

“เป็นเจ้า!”

นายท่านจินเพิ่งมองใบหน้าของคนผู้นี้ได้ชัดเจน

พวกเขาล้วนคือบ่าวและเวรยามในจวนชิง

มากมายถึงสิบเจ็ดสิบแปดศพ

บางคนตายมานานแล้ว

แผลที่ลำคอแห้งกรัง

แต่ก็มีบางคนที่เพิ่งตาย

เลือดสดๆ ยังคงไหลทะลักลงพื้นจนกลายเป็นแอ่งเลือด

นายท่านจินยากจะเชื่อทุกสิ่งที่เห็นตรงหน้า ทว่าสายตาเขายิ่งจับจ้องไปที่ตัวชายหนุ่มท่าทีสุขุมลุ่มลึกที่อยู่ตรงหน้า

“ข้านึกว่าเจ้าตายไปนานแล้วเสียอีก!”

นายท่านจินกล่าวอย่างสะเทือนใจ

เบ้าตาเริ่มเปียกชื้น น้ำเสียงก็อดสั่นเครือไม่ได้…

“ข้าคนที่เจ้ารู้จักได้ตายไปแล้ว”

ชายหนุ่มลุ่มลึกกล่าว

“แต่เจ้าไม่เพียงไม่ตาย ยังฆ่าคนของจวนชิงด้วย”

นายท่านจินกล่าว

“ข้าไม่ได้อยากฆ่าพวกมันเลย…แต่เพราะเรือนเจ้าป้องกันแน่นหนาเหลือเกิน ดังนั้นพวกมันจำต้องตาย”

ชายหนุ่มลุ่มลึกกล่าว

พูดจบก็ยังโค้งตัวต่ำให้ศพที่พื้นหนหนึ่ง คล้ายกำลังขออภัย

“ธรรมเนียมตามมารยาทเช่นนี้ ยังจำเป็นต้องทำด้วย?”

นายท่านจินถาม

“ข้าไม่ได้ทำให้เจ้าดู แต่ทำเพื่อตนเอง เพราะข้าไม่ได้อยากฆ่าคนมากมายเช่นนี้”

และยังเอาดาบในมือเก็บเข้าฝักด้วย

“เช่นนั้นเจ้าต้องการสังหารผู้ใด”

นายท่านจินถาม

“เจ้าคิดว่าใครเล่า”

ชายหนุ่มลุ่มลึกย้อนถามพลางยิ้ม

นายท่านจินก็ยิ้มเช่นกัน

ที่แห่งนี้แทบไม่มีคนมา

จวนชิงในเวลานี้ มีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ว่าที่นี่ยังมีประตูข้างลับอยู่

และแน่นอน นอกเสียจากหลี่จวิ้นชางที่อยู่ตรงหน้า ผู้ซึ่งนายท่านจินคิดว่าเขาตายไปแล้วผู้นี้ด้วย

เขานับเป็นสหายครั้งยังเล็กของนายท่านจิน

ตอนที่ทั้งสองยังเด็กก็คอยเล่นอยู่ด้วยกันทั้งวัน

เรื่องซุกซนก่อกวน ลักเล็กขโมยน้อย ไม่เว้นแม้สักเรื่อง

ตระกูลหลี่แห่งรัฐหง

เคยเป็นตระกูลใหญ่ในรัฐหงที่เป็นรองเพียงจวนชิงเท่านั้น

แต่เมื่อสิบห้าปีก่อนไม่รู้ว่าไปล่วงเกินผู้ใดเข้าจึงถูกฆ่าล้างตระกูล

ครั้งนั้น ได้ยินว่าเรื่องนี้ยังทำให้เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาต้องตื่นตกใจยิ่ง

ทว่าท้ายที่สุดแล้วกลับกลายเป็นคดีที่ปิดไม่ได้ และเลิกแล้วต่อกันไปทั้งอย่างนั้น

กอปรกับเมื่อตรวจนับศพทีละศพตามบันทึกสายตระกูลหลี่แล้วก็พบว่าไม่มีคนเหลือรอดสักคน

นับแต่นั้นมา ภายในรัฐหงจึงมีเพียงจวนชิงที่เป็นตระกูลใหญ่เพียงตระกูลเดียว

นอกจากจวนผู้ควบคุมรัฐแล้ว ก็ไม่มีฝ่ายอำนาจใดหรือคนผู้ใดที่สามารถคานอำนาจกับจวนชิงได้

เช่นเดียวกับดาบตัดเงาที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นในจวนชิง ตระกูลหลี่ก็มีวรยุทธ์ที่สืบทอดในตระกูลเช่นกัน

ชื่อว่า ‘คืบศอกขอบฟ้า’

คำนี้เดิมทีก็ไม่สอดคล้องกับหลักตรรกะ

คืบศอกยาวไม่ถึงชุ่น

แต่ขอบฟ้ากลับไกลจนสุดลูกหูลูกตา

พอเอาคืบศอกกับขอบฟ้ามาวางไว้ด้วยกัน ก็ไม่ใช่ว่าเป็นชาดแดงกับน้ำหมึกที่ไม่อาจผสานเข้าด้วยกันหรอกหรือ

แต่ตระกูลหลี่ก็ยังตั้งชื่อเช่นนี้

คืบศอกใกล้หรือไม่

ใกล้!

เมื่อเป็นที่ที่อยู่ใกล้ในสายตา ล้วนนับว่าเป็นระยะคืบศอก

ขอบฟ้าไกลหรือไม่

ไกล!

ขอเพียงเป็นที่ที่มองไม่เห็น และไปไม่ถึงล้วนเป็นขอบฟ้าได้ทั้งสิ้น

สำหรับคนทั่วๆ ไป การไปซื้อธัญพืชสามถังที่ร้านขายข้าวในวันพรุ่งก็นับว่าเป็นคืบศอกได้

แต่หากให้พวกเขามาดื่มชาดอกไม้ในจวนชิงก็นับว่าเป็นขอบฟ้าได้

ฉะนั้นคืบศอกกับขอบฟ้านี้ อย่างไรก็เป็นของตรงข้ามกัน

คืบศอกของเจ้า บางทีอาจเป็นขอบฟ้าของข้า

ดาบในมือหลี่จวินชางก็มีนามว่าคืบศอกขอบฟ้าด้วยเช่นกัน

ว่ากันว่ามีเพียงยามที่ใช้ดาบเล่มนี้ จึงสามารถแสดงอานุภาพของเพลงดาบคืบศอกขอบฟ้าออกมาได้สูงสุด

ครั้งยังเล็ก นายท่านจินกับหลี่จวินชางล้วนฝึกดาบ

ดาบตัดเงามีแต่รุกไม่มีรับ ตายสิบไม่เหลือรอด

เป็นดาบสังหารแต่หัวจรดเท้าอย่างแท้จริง

แต่คืบศอกขอบฟ้าของหลี่จวินชางกลับไม่ใช่

ดาบหนึ่งออกไป สามารถส่งชีวิตคนในระยะคืบศอกไปยังสุดขอบฟ้าได้

ดาบหนึ่งออกไป ก็สามารถส่งวิญญาณที่อยู่สุดขอบฟ้ามาที่ระยะคืบศอกได้เช่นกัน

เรียกได้ว่าเป็นตายในชั่วหนึ่งความคิด

สังหารกับช่วยคนล้วนอยู่ในดาบนี้

นายท่านจินไม่รู้ว่าหลี่จวิ้นชางมีชีวิตรอดมาได้อย่างไร

และไม่รู้ว่าตลอดหลายปีมานี้เขาต้องเผชิญกับสิ่งใดมาบ้าง

ทว่าจากศพที่เกลื่อนเต็มพื้นและดาบเปื้อนเลือดก็มองออกได้ไม่ยากว่าเขาเลือกข้อแรก

ดาบคืบศอกขอบฟ้าอยู่ในมือเขาแต่กลับไม่เคยช่วยผู้ใดเลย

มันเพียงกวาดอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางหน้าออกไปจนหมด

ไม่ว่าจะเป็นมารร้ายหรือผู้คนที่บริสุทธิ์ก็ล้วนเหมือนกัน

ครั้งหลี่จวิ้นชางยังไม่ได้สืบทอดดาบบรรพบุรุษจากบิดา เขาก็เข้าใจหลักการนี้แจ่มชัดแล้ว

เวลานั้น เขายังเป็นเด็กหนุ่มที่แบ่งแยกความรักและความเกลียดชัดอย่างชัดเจนผู้หนึ่ง

ไม่ว่าจะพบเจอความยากลำบากและความพ่ายแพ้ใด ใจก็ยังเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นที่ไม่มอดดับ

ในอกเต็มไปด้วยปณิธานแสนห้าวหาญและทุกข์สุขของใต้หล้า

“เหตุใดเจ้าต้องฆ่าคน”

นายท่านจินถาม

“รับเงินทองคน ช่วยคนขจัดภัย”

หลี่จวิ้นชางเอ่ยคำพูดแสนเก่าแก่นี้ออกมา

ไม่ว่าผู้ใดที่สังหารคนต่างสามารถใช้คำพูดนี้ล้างมลทินให้ตนเองได้

ฉะนั้น พูดแล้วก็เท่ากับไม่ได้พูด

“เจ้าต้องการเงินเหตุใดไม่มาหาข้า”

นายท่านจินเอ่ยทั้งขมวดคิ้ว

“ข้าเคยมาหาเจ้า เพราะข้ามีเจ้าเป็นสหายเพียงผู้เดียว แต่เจ้ากลับไม่อยู่”

หลี่จวิ้นชางกล่าว

นายท่านจินนิ่งงัน…

ครั้งตระกูลหลี่ถูกสังหารทั้งตระกูล เขาออกเดินทางไกลไปเหมืองแร่แล้ว

แม้ว่าเขาเคยส่งคนมาสืบข่าวของหลี่จวิ้นชาง แต่ตอนที่เขารู้ว่าตระกูลหลี่ทั้งตระกูลแต่บนลงล่างล้วนไม่มีใครเหลือรอด เขาก็คิดว่าสหายสนิทของตนผู้นี้ต้องไม่อาจหนีรอดจากชะตากรรมนี้ด้วยเช่นกัน

ได้พบสหายเก่าอีกครา เดิมทีก็เป็นเรื่องที่ทำให้น่ายินดี

ควรไปร่วมดื่มกินกันขนานใหญ่สักหน ไม่ควรชักดาบออกมาเล็งใส่กันและกันเช่นนี้

ทว่านั่นคือหลี่จวิ้นชางคนก่อน

เขาในยามนี้ไม่ใช่จอมยุทธ์หนุ่มผู้ร่ำรวยที่รังเกียจความชั่วเช่นศัตรูผู้นั้นอีกแล้ว

แต่เป็นมือสังหารในยุทธภพผู้น่าสมเพช

คืบศอกขอบฟ้าไม่ใช่ดาบขจัดภัยร้ายเช่นในวันก่อนอีกแล้ว

ตลอดหลายปีมานี้ ในชีวิตที่ต้องระเหเร่รอนของหลี่จวิ้นชาง คืบศอกขอบฟ้าอาบเลือดสดมากี่มากน้อย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังจำไม่ได้

ครั้งประลองดาบเมื่อยังเล็ก หลี่จวิ้นชางมักพ่ายให้นายท่านจิน

แต่เวลานี้เขากลับมั่นใจยิ่งว่า นายท่านจินไม่มีทางขวางการโจมตีเต็มกำลังของคืบศอกขอบฟ้าในมือเขาได้

เวลาส่งผลให้คนเปลี่ยนแปลงไปมากมายและใหญ่หลวงเหลือเกิน…

………………………………………

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 375 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-4"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved