cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 372 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-1

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 372 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-1
Prev
Next

บทที่ 372 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-1

“แม่เล็ก ไม่พบกันนานทีเดียว!”

คนผู้นั้นเอ่ยขณะเดินออกมาจากเงามืดหลังเตียงของชิงหราน

พร้อมกับการปรากฏตัวของเขา

ชิงหรานก็ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง

สีหน้าสดชื่น

ไม่เห็นอาการเจ็บป่วยแม้แต่น้อย

“ไม่พบกันนาน…”

นางเสี่ยวจงเอ่ยเสียงเบา

นายท่านจินมีนามว่าชิงหง

นับตั้งแต่เขาออกจากจวนชิงไปเหมืองแร่ก็ไม่ได้ติดต่อกับจวนชิงอีกเลย

เหตุใดอยู่ๆ วันนี้จึงมาปรากฏตัวในห้องนอนของชิงหราน และยังมายืนอยู่ต่อหน้าตนอย่างเปิดเผยเช่นนี้

หัวใจของนางเสี่ยวจงเหมือนถูกค้อนหนักทุบ

รู้สึกเจ็บปวดและอึดอัดขึ้นมาทันใด

คิดแต่อยากออกไปสูดอากาศข้างนอก

แต่เหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำให้นางปลีกตัวออกไปไม่ได้แต่อย่างใด

“นายน้อยใหญ่กลับมาเมื่อใดเจ้าคะ เหตุใดไม่บอกก่อนสักคำ”

นางเสี่ยวจงพยายามทำจิตใจให้สงบขณะกล่าวออกมา

แม้ภายนอกจะไม่ได้แสดงท่าทีใด

แต่ใบหน้าของนางก็แข็งทื่อยิ่งนัก

แต่มุมปากกระตุกหลายครั้งก็ยังฉีกยิ้มไม่ได้

นายท่านจินยกเก้าอี้ข้างโต๊ะในห้องมาวางตรงหน้าต่าง แล้วทิ้งตัวนั่งลงเต็มแรง

นั่งไขว่ห้าง แต่ล้วงเอาเมล็ดถั่วที่ไม่รู้ว่าเป็นถั่วชนิดใดออกมาจากกระเป๋าเสื้อกำหนึ่ง ก่อนโยนใส่ปากที่ละเมล็ด

“แม่เล็กเกรงใจแล้ว คนกันเองทั้งนั้น ต้องตระเตรียมอันใดกัน กล่าวเช่นนี้เห็นเป็นคนอื่นไกลเกินไปแล้ว!”

นายท่านจินเคี้ยวเมล็ดถั่วและพูดไปด้วย

“แต่จะอย่างไร พวกบ่าวก็คอยเข้าไปทำความสะอาดห้องของนายท่านจินเป็นประจำอยู่แล้วเจ้าค่ะ”

นางเสี่ยวจงกล่าว

นางเริ่มพูดจามากขึ้นแล้ว

ครั้งอยู่ในจวนชิงก่อนนี้ นอกจากบุตรสาวของนางแล้ว ก็มีน้อยครั้งนักที่จะพูดจามากเช่นนี้

ยามที่คนผู้หนึ่งตื่นเต้นก็มักจะทำบางสิ่ง

บางคนดื่มสุรา บางคนสูบยาเส้น

แต่เมื่อนางเสี่ยวจงตื่นเต้นขึ้นมา ก็จะพูดไม่หยุด

ราวกับว่าคำพูดสามารถขจัดความกระวนกระวายในใจนางไปได้จนหมด

“แม่เล็กช่างเอาใจใส่ ขอบคุณมาก!”

แม้ปากนายท่านจินจะพูดอย่างเกรงใจ

แต่จากท่าทีของเขากลับมองไม่ออกว่าเคารพนางเสี่ยวจงเลยแม้แต่น้อย

“ไม่ทราบว่านายน้อยใหญ่กลับมาจวนหนนี้ด้วยเรื่องใดเจ้าคะ”

นางเสี่ยวจงลองถามหยั่งเชิง

“กลับมาเยี่ยมท่านพ่อและมาทักทายแม่เล็กด้วย!”

นายท่านจินกินเมล็ดถั่วในมือหมดแล้ว

จนถึงตอนนี้ นางเสี่ยวจงจึงนับว่ากลับมาผ่อนคลายดังเดิม

และสามารถยิ้มให้นายท่านจินได้ผ่อนคลายมากขึ้น

แต่ในใจนางกลับเอาแต่ด่าทอ

เจ้าสองพ่อลูกนี่จะต้องแอบร่วมมือกันดัดหลังตนเป็นแน่

มิเช่นนั้นเหตุใดเขาจึงไม่มายามอื่น แต่กลับมาในเวลาสำคัญเช่นนี้

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่นางเสี่ยวจงเป็นกังวลที่สุด

เหตุผลหลักที่นางสามารถยืนได้อย่างมั่นคงในจวนชิงและควบคุมอำนาจทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียว ก็เพราะสายตาของนางยาวไกลกว่าคนทั่วไป

บางครั้งมองได้ไกล ก็จะคิดมาก

ยากจะไม่วิตกอย่างไร้เหตุผล

แต่นางเสี่ยวจงกลับไม่คิดอย่างนั้น

นางคิดว่านี่คือการกันไว้ดีกว่าแก้

ต่อให้เป็นเรื่องที่จะไม่มีทางเกิดขึ้น นางก็จะคิดหาวิธีรับมือเอาไว้ล่วงหน้า

แม้ว่าเรื่องมากมายทำให้นางยากจะรับมือไหว

แต่อย่างน้อยก็ได้เตรียมใจเอาไว้ก่อน

ทว่าแม้นางจะคิดเป็นพันเป็นหมื่นอย่าง ก็คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าชิงหรานจะยังติดต่อใกล้ชิดกับบุตรชายของเขาถึงเพียงนี้

มองจากเรื่องนี้ ที่แท้แล้วชิงหรานล้วนรู้ทุกการเคลื่อนไหวของนางเสี่ยวจงในจวนชิงอย่างชัดเจนเช่นนิ้วในมือตน

อาจเพราะยังไม่ถึงขีดความอดทนของชิงหราน ด้วยเหตุนี้เขาจึงยังคงเก็บงำไว้ไม่แสดงออกก็เท่านั้น

นางเสี่ยวจงพลันรู้สึกขึ้นมาว่าตนเองน่าอนาถนัก

ก็เหมือนกับตัวละครในหนังหุ่นเชิดเงาที่จู่ๆ ก็มีความรู้สึกนึกคิดขึ้นมา รู้สึกว่าตัวมันสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เอง

แต่พอหันหน้ากลับมา กลับพบว่าข้างหลังตัวมันยังคงมีเส้นด้ายเล็กๆ นับไม่ถ้วนชักโยงอยู่

เส้นด้ายแต่ละเส้นร้อยอยู่กับหัวและมือเท้าทั้งสี่

เดิมทีนึกว่าบังคับตัวเองได้ แต่ความจริงแล้วล้วนไม่อาจเป็นตัวของตัวเอง

หลายๆ ครั้ง การได้รู้มากเกินไปก็จะไม่มีความสุข

ก็เหมือนกับเมื่อดื่มสุรามากไปต้องปวดหัวอาเจียนเช่นนั้น

ไม่ว่าเรื่องใดล้วนมีขอบเขตของมัน

หากควบคุมให้เหมาะสมก็จะพอดิบพอดี

มากเกินไปก็จะเกินความควบคุม

สถานการณ์ของจวนชิงในเวลานี้ ในสายตาของนางเสี่ยวจงเรียกได้ว่าเกินจะควบคุมได้แล้ว…

อย่างน้อยก็เกินกว่าขอบเขตที่นางคิดเอาไว้

เพราะฉะนั้นนางเสี่ยวจงจึงรู้สึกว่าตนเองน่าอนาถนัก…

“พอนายน้อยใหญ่กลับมา ท่านดูสิเจ้าคะ นายท่านดีใจจนลุกขึ้นมานั่งได้แล้ว! หากว่าท่านกลับมาเร็วกว่านี้ ไม่แน่ว่าอาการเจ็บป่วยของนายท่านก็จะหายดีเร็วยิ่งกว่านี้เจ้าค่ะ!”

นางเสี่ยวจงเอ่ยอย่างผ่อนคลาย

“โดยหลักแล้วก็ยังเป็นแม่น้อยที่ดูแลเป็นอย่างดี…บุตรชายเช่นข้า นับว่าเลี้ยงมาเปล่าประโยชน์ พอออกจากเรือนไป เนิ่นนานปีเพียงนี้กลับไม่ได้มีข่าวคราวส่งกลับมาแต่อย่างใด! ทั้งยังทำให้แม่น้อยต้องเป็นกังวล!”

นายท่านจินเอ่ยพร้อมประสานมือคำนับ

“คนครอบครัวเดียวกันยังต้องพูดเช่นนี้อีกหรือ”

นางเสี่ยวจงพูดอย่างเกรงใจไปประโยคหนึ่ง

แต่ในใจกลับหนักอึ้ง

นางเป็นถึงฮูหยินของจวนชิง

ชิงเสวี่ยชิงบุตรสาวของตนก็เหมือนกับนายท่านจิน แม้ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน แต่จะอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อของชิงหราน

ต่อให้ชิงหรานต้องการคิดบัญชีในสิ่งที่นางทำไปทั้งหมดในจวนชิงตลอดหลายปีมานี้ ก็ต้องคำนึงถึงหน้าตาบุตรีของตนเองบ้าง

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องน่าอับอายในเรือน ไม่แพร่งพรายออกนอก

หากชิงหรานต้องการฉีกหน้านางจริงๆ เช่นนั้นแล้วจะต้องเกิดเรื่องวุ่นวายทั่วรัฐหงเป็นแน่

จนสุดท้าย สิ่งที่ต้องเสียหายก็ยังเป็นฐานะของจวนชิง

เรื่องที่เสียมากกว่าได้เช่นนี้ ชิงหรานจะต้องไม่มีทางทำเป็นแน่

“หงเอ๋อร์ว่ามาดังนี้ก็พูดถูกนัก เจ้านี่ไม่นับว่าเป็นลูกกตัญญูผู้หนึ่ง!”

ชิงหรานเอ่ยปาก

“ก็ไม่ใช่ว่าลูกกลับมาแสดงความกตัญญูแล้วหรอกหรือ เรื่องความกตัญญูนี้ ไม่แบ่งแยกช้าเร็ว สิ่งสำคัญก็คือต้องดูเวลาและโอกาสนะขอรับ!”

นายท่านจินกล่าว

“เจ้าลูกคนนี้กลับมาก็มาได้ถูกเวลานัก!”

ชิงหรานถอนหายใจแล้วเอ่ย

จากนั้นก็ให้นางเสี่ยวจงบอกเรื่องที่เหวินทิงไป๋ผู้ควบคุมรัฐหงมาเยือนให้นายท่านจินฟัง

“ฝนบนเขาจวนมา ลมพัดผ่านทั่วหอแท้ๆ[1]…”

นายท่านจินได้ฟังแล้วก็แสร้งเอ่ยทอดถอนใจหนักๆ

ราวกับเผชิญกับเรื่องหนักใจใหญ่โตคับฟ้า

นางเสี่ยวจงหัวเราะเย็นอยู่ในใจ

สองพ่อลูกนี่จะต้องหารือกันมาก่อนแล้วเจ็ดแปดส่วนเป็นแน่

เวลานี้ก็แค่อยากดูท่าทีของตนเท่านั้น

ทว่าเรื่องก็มาจนถึงขั้นนี้แล้ว

นางกลับทำได้แค่ผลักเรือไปตามน้ำ ไม่อาจดำเนินแผนการต่อไปอีก

จะอย่างไรหากจวนชิงเกิดเรื่องขึ้นมา ชีวิตที่แสนดีของนางเสี่ยวจงเองก็จะถึงทางตันไปด้วย

“หงเอ๋อร์เจ้าคิดว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไรดี เจ้าคุ้นเคยกับสภาพการณ์ของเหมืองแร่รัฐหงที่สุด”

ชิงหรานถาม

“หากว่ากันแต่เรื่องเบี้ยหวัดถูกชิงไป ลูกก็พอจะรู้บางสิ่งมาบ้างขอรับ”

นายท่านจินกล่าว

จากนั้นก็เล่าเรื่องของพวกหลิวรุ่ยอิ่งให้ชิงหรานและนางเสี่ยวจงฟังแต่ต้นจนจบ

ชิงหรานฟังๆ ไปก็ย่นหัวคิ้ว

เพราะเรื่องเหล่านี้ นายท่านจินยังไม่มีเวลาบอกเขาก่อนล่วงหน้า

“คนของกรมสอบสวนมาถึงเหมืองแร่แล้ว?”

ชิงหรานถาม

“ไม่ผิดขอรับ…ไม่เพียงมาถึงแล้ว ยังเกิดการต่อสู้กันยกใหญ่ และมีคนตายด้วย”

นายท่านจินกล่าว

“เวลานี้น้องสาวเจ้าก็อยู่ที่เหมืองแร่ด้วยกระมัง”

ชิงหรานถามต่อ

แต่สายตากลับมองไปยังนางเสี่ยวจงหนหนึ่งอย่างจงใจครึ่งไม่จงใจครึ่ง

“เขตกระท่อมของคนงานเหมืองมีร้านขายของชำ เวลานี้นางเป็นเถ้าแก่เนี้ยของที่นั่นขอรับ”

นายท่านจินกล่าว

ชิงหรานได้ฟังแล้วพยักหน้า

เริ่มใคร่ครวญอยู่ในใจ

เหวินทิงไป๋เป็นผู้ควบคุมรัฐหง

จึงเป็นตัวแทนของอำนาจฝ่ายทางการของอาณาจักรเจิ้นเป่ยอ๋อง

ส่วนกรมสอบสวนก็อยู่เหนืออำนาจทั้งมวล ทั้งอยู่นอกเหนือจากห้าอ๋อง ยิ่งไม่อาจบุ่มบ่ามลงมือ

สถานการณ์ตรงหน้าเป็นจุดที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็คือจะได้รู้ชัดว่าคนที่ชิงเบี้ยหวัดไปคือผู้ใดกันแน่

“ความจริงแล้วในวันนั้น เมื่อหลิวรุ่ยอิ่งนายกองแห่งกรมสอบสวนมาที่จวนของลูก ลูกเองก็อึดอัดใจนัก…เพราะเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่ง คล้ายมั่นใจว่าคนที่ชิงเบี้ยหวัดไปจะต้องมาซื้อแร่เหล็ก ทว่านับตั้งแต่เขามาถึงเหมืองแร่จนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสิบกว่าวันแล้ว ในเวลาสิบกว่าวันนี้ นอกจากพวกกรมสอบสวนจะแสร้งคล้อยตามกันในร้านขายของชำของน้องสาวแล้ว ก็ไปสืบข้อเท็จจริงที่เรือนของลูกหนหนึ่ง”

นายท่านจินกล่าว

คำพูดนี้กลับมีความหมายแฝงที่ลึกล้ำนัก

ชิงหรานรู้ว่ากรมสอบส่วนกลางทำงานแม่นยำ

จะไม่มีทางยอมปล่อยผ่านเป็นแน่

หากพวกเขาพุ่งตรงไปยังเหมืองแร่ด้วยความมั่นใจเช่นนี้ ย่อมต้องได้รับข่าววงในบางอย่างมา

แต่เหตุใดจึงต้องวิ่งวุ่นเป็นแมลงวันไร้หัวอยู่ถึงสิบกว่าวันกันเล่า

“เจ้าบอกว่ามีคนของกรมสอบสวนตายในเหมืองแร่หรือ”

ชิงหรานถาม

“ขอรับ มีคนธรรมดาคนหนึ่งตาย เป็นหัวหน้าอาคารกรมสอบสวนแห่งเมืองหยางเหวิน”

นายท่านจินกล่าว

เมืองหยางเหวิน!

เมื่อได้ยินสามคำนี้ ม่านตาของชิงหรานพลันหดลงทันใด!

อาคารกรมสอบสวนเมืองหยางเหวิน เรียกได้ว่าเป็นที่ทำการอันดับหนึ่งในอาณาจักรเจิ้นเป่ยอ๋อง

แม้เมืองหยางเหวินไม่ใช่พื้นที่ที่สำคัญอันใด

แต่จิ้นเผิงก็มีตำแหน่งสูงและเรืองอำนาจอยู่ในกรมสอบสวน

ครั้งนั้นตอนที่ได้ยินว่าคนผู้นี้จะมารับตำแหน่งหัวหน้าอาคารกรมสอบสวนเล็กๆ ที่เมืองหยางเหวิน

ชิงหรานก็ยังมีความคิดบางอย่าง

เขารู้สึกว่าจิ้นเผิงผู้นี้น่าจะตกที่นั่งลำบากมา…

เดิมบุปผาบนผ้าปัก[2]ย่อมไม่มีทางเทียบได้กับส่งถ่านกลางหิมะ[3]

หากสามารถฉวยโอกาสตอนที่เขาตกที่นั่งลำบากผูกไมตรีกับเขาได้

รอจนวันหน้าหากสถานการณ์ของจิ้นเผิงพลิกร้ายกลับดี จวนชิงก็จะมีเป็นเส้นสายที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งตามไปด้วย

ชิงหรานเขียนจดหมายไปหาติดต่อกันหลายฉบับ แต่ไม่มีข่าวคราวใดกลับมาเหมือนโยนหินลงมหาสมุทร

เขายังส่งคนเตรียมของกำนัลล้ำค่าไปคารวะจิ้งเผิงโดยเฉพาะอีกด้วย

แต่กลับถูกขวางไว้และต้องกลับมาทุกครั้ง

เหตุผลนั้นง่ายดายนัก เป็นเพราะจิ้นเผิงไม่อยู่

นี่ไม่ใช่คำพูดบอกปัดตามมารยาท

แต่จิ้นเผิงไม่อยู่จริงๆ

เวลาที่เขาอยู่ในเมืองหยางเหวินนั้นยังไม่มากเท่าเวลาที่เขาเร่งรีบเดินทางอยู่บนหลังม้าเลย

หลังจากพยายามมาหลายครั้ง ชิงหรานจึงนิ่งเงียบไปเสีย

และเลิกแล้วกันไปเช่นนี้

แต่พอนายท่านจินเอ่ยถึงขึ้นมาเมื่อครู่นี้ กลับทำให้คิดถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในช่วงนั้น

“เขาตายอย่างไร”

ชิงหรานถาม

แม้จะเป็นแค่คนธรรมดาผู้หนึ่งในอาคารกรมสอบสวน แต่ในใต้หล้านี้ขอเพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรมสอบสวน ก็ไม่มีเรื่องใดที่ไม่ควรค่าให้ต้องระมัดระวัง

นายท่านจินส่ายหน้าพลางเอ่ย

แต่สายตากลับจรดลงที่ตัวนางเสี่ยวจง

มองจนนางอึดอัดไปทั้งตัว

“ทางเหมืองแร่รัฐหงนั่น เจ้าควบคุมได้กี่มากน้อย”

ชิงหรานถาม

แม้จะเป็นคำถามแต่น้ำเสียงและเสียงสูงต่ำกลับไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

นี่เป็นความเคยชินของชิงหราน

แต่ไรมาเขาไม่ใช่คนใจร้อน

ตั้งแต่ฝึกดาบครั้งยังเล็กก็เป็นเช่นนี้

บางครั้งเมื่อผู้อื่นมานะพยายามก็ก้าวหน้ารวดเร็วกว่าเขามาก

แต่สุดท้ายก็เป็นเพราะเร่งสร้างผลงานเกินไปจึงพ่ายแพ้ยามประลองฝีมือกัน

พ้นจากน้ำจึงมองเห็นสองขาเปื้อนโคลน

คนที่หัวเราะคนแรก ไม่แน่ว่าจะหัวเราะไปถึงท้ายสุด

แต่คนที่หัวเราะไปจนถึงท้ายสุด กลับเป็นคนที่หัวเราะได้หวานหอมเป็นที่สุด

“เหมืองแร่ทั่วทั้งรัฐหงมีแปดหรือเก้าในสิบส่วนที่ลูกมีอำนาจพูดจาได้อย่างเบ็ดเสร็จขอรับ”

นายท่านจินพูดอย่างภาคภูมิใจ

ชิงหรานพยักหน้า

เขาให้การยอมรับและชื่นชมในความสามารถของบุตรชายคนนี้อย่างยิ่ง

ต้องรู้เสียก่อนกว่า เหมืองแร่ในรัฐหงนั้นเป็นที่ที่โหดเหี้ยมมากทีเดียว…

กิจการในครอบครัวของจวนชิงที่ใหญ่โตเพียงนี้ ล้วนไม่กล้าให้ผู้ใดก้าวก่ายได้โดยง่าย

อันตรายและความซับซ้อนที่อยู่ภายในนั้น เพียงคิดก็รู้แล้วว่าเป็นอย่างไร

แม้ว่าเหมืองแร่จะอยู่ในรัฐหง

แต่ทั่วทั้งอาณาจักรเจิ้นเป่ยอ๋อง ที่นี่กลับมีสำคัญอย่างยิ่ง

ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตแร่เหล็กที่สำคัญในใต้หล้าอีกด้วย

อาณาจักรห้าอ๋อง ว่ากันตั้งแต่บนสุดอย่างอาวุธยุทโธปกรณ์ ไปจนล่างสุดอย่างเครื่องครัวของชาวบ้าน

ไหนเลยจะขาดเหล็กไปได้

………………………………………

[1]ฝนบนเขาจวนมา ลมพัดผ่านทั่วหอ อุปมาถึงความตึงเครียดก่อนที่ความขัดแย้งหรือสงครามจะเกิดขึ้น

[2] เดิมบุปผาบนผ้าปัก หมายถึง ทำสิ่งที่ไม่จำเป็น เกินความพอดี

[3] ส่งถ่านกลางหิมะ หมายถึง ยื่นมือเข้าช่วยเหลือตอนที่อีกฝ่ายต้องการมากๆ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 372 พายุฝนผิดแผกตายไม่รู้ตัว-1"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved