cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 346 ท่านอ๋องที่โง่เขลาที่สุด-6

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 346 ท่านอ๋องที่โง่เขลาที่สุด-6
Prev
Next

บทที่ 346 ท่านอ๋องที่โง่เขลาที่สุด-6

“ข้าคิดว่าคนล้วนมีความรู้สึก…นานขนาดนี้แล้ว ต่อให้เจ้าไม่รู้สึกอะไรกับข้า เจ้าก็ควรรักต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นในเมืองอ๋องบ้าง…สิ่งเหล่านี้จะเอาเงินทองและผลประโยชน์มาเปรียบเทียบได้อย่างไรกัน”

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยากล่าว

แม้คำพูดนี้เหมือนกล่าวกับเสี่ยวลี่

แต่ฟังดูแล้วเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า

เสี่ยวลี่ได้ยินพลันเงยหน้าขึ้นฟ้าหัวเราะลั่น

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาได้ยินเสียงหัวเราะแล้วหันกลับมาทันที

สิ่งที่เขาเห็นคือคมของกระบี่อ่อนเล่มที่อยู่ตรงเอวเสี่ยวลี่

คมกระบี่จ่ออยู่บนคอหอยตน

เสี่ยวลี่ยังคงหัวเราะพร้อมถือกระบี่

เพียงแต่เปลี่ยนจากความองอาจในตอนแรกเป็นเศร้าโศกเล็กน้อย

แล้วค่อยๆ โหดเหี้ยมมากขึ้น

“ส่งกระหม่อมออกไปจากเมืองอ๋อง!”

เสี่ยวลี่กล่าว

เขาขยับกระบี่อ่อนบนมือเข้าไปอีกหลายชุ่น

ปลายกระบี่อ่อนทิ่มคอเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาเป็นส่วนเว้าเล็กๆ

ขอเพียงออกแรงอีกนิดก็แทงทะลุได้

แต่เสี่ยวลี่จะไม่ทำเช่นนั้น

ตอนนี้เขาไม่มีที่พึ่งใดแล้ว

แต่ในมือกลับมีไพ่เหนือกว่าเพิ่มมาใบหนึ่ง

ไพ่เหนือกว่าใบนี้ก็คือเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาใต้คมกระบี่เขา

ตราบใดที่เขาถูกควบคุมอยู่ในมือของตน เช่นนั้นทุกสิ่งก็มีโอกาสพลิกผัน

ผู้ถวายงานสี่คนที่เหลือเห็นสถานการณ์เช่นนี้จึงพากันล้อมเข้ามา

ไม่เว้นแม้แต่คนยกเกี้ยวสิบหกคนนั้น

พวกเขาวางเกี้ยวลง

คลึงไหล่ข้างที่ยกไม้คานนั้นเตรียมตัวรับมือ

แต่ตอนนี้ไม่อาจกรูเข้าไป

เพราะคมกระบี่ของเสี่ยวลี่ต้องเร็วกว่าท่าร่างของพวกเขามากนัก

และพวกเขาก็เชื่อมั่นในตัวเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยามากพอ

ในเมื่อเขากล้ายืนมือเปล่าหมัดเปลือยประจันหน้ากับเสี่ยวลี่

เช่นนั้นเขาก็ต้องเตรียมตัวรอบคอบแล้ว

ผู้ถวายงานเหล่านี้ยังไม่เคยเห็นท่านอ๋องของตนออกมือ

แต่พวกเขารู้ว่าใครก็ตามที่ได้นั่งบัลลังก์อ๋องล้วนต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

ไม่ว่าแผนการหรือขั้นฝึกยุทธ์

ต้องเป็นคนเหนือคน หาได้ยากในร้อยปีเป็นแน่

เพียงแต่ผู้ถวายงานสี่คนนี้ก็สงสัยอยู่ในใจเล็กน้อย…

นั่นคือเหตุใดเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาถึงโง่เขลาเช่นนี้

ท่านอ๋องคนอื่นต่อให้มีกลุ่มคนทำงานเก่งกาจแค่ไหน อย่างน้อยในสิบวันก็จะฟังรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชาครั้งสองครั้ง

แต่เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยากลับไม่เคยทำเลย

ตอนอยู่วังอ๋องถ้าไม่นอนหลับก็ดื่มชา

หรือไม่ก็ดื่มชาเสร็จแล้วเหม่อมองจอกชา

คนในวังอ๋องเข้าใจกิจวัตรนี้กันหมดแล้ว

ขอเพียงท่านอ๋องเหม่อมองจอกชาเป็นต้องรีบจัดข้าวของให้เขา

เพราะเหม่อเสร็จแล้วเขาก็จะไปตกปลาที่บ่อห่านป่าสีชาด

ไม่เคยเว้นเลยสักครั้ง

เหมือนที่ทุกคนรู้ว่าองครักษ์ข้างกายเขาชอบเอาชาคุณภาพต่ำมาย้อมแมวให้เขาดื่ม

อย่างไรก็ละเอียดเป็นเศษใบชาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็แยกไม่ออก

และเจิ้นเป่ยอ๋องผู้นี้ก็ดื่มด้วยความเอร็ดอร่อย

หลายปีมานี้องครักษ์ผู้นั้นอมเงินตำลึงจากค่าใบชาจนสร้างนาดีที่บ้านเกิดได้สามพันหมู่แล้ว

ถึงอย่างนั้นท่านอ๋องผู้นี้ก็ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยแต่อย่างใด

แต่ตอนนี้คมกระบี่จ่ออยู่บนคอหอย

นี่ไม่เหมือนใบชาชั้นดีชั้นเลว

แม้น้ำชาจากใบชาชั้นเลวไม่อาจเทียบใบชาชั้นดี

แต่อย่างไรก็เป็นชา

ไม่ใช่ยาพิษ

ยังมีโอกาสครั้งต่อไปเสมอ

แต่คมกระบี่ของเสี่ยวลี่จะให้โอกาสเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาหรือไม่

ไม่มีใครรู้

เสี่ยวลี่แค่อยากยืมไพ่เหนือกว่าใบนี้ออกจากเมือง

ออกจากเมืองแล้วเขายังเปลี่ยนฐานะได้ ตนก็มีโอกาสเพิ่ม

เขายังไม่มีเวลาใคร่ครวญว่าจะฆ่าเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาหรือไม่

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยามองกระบี่อ่อนในมือเสี่ยวลี่

พลันยกขาข้างหนึ่งขึ้น

ปลายเท้าเตะโดนข้อมือเสี่ยวลี่

ข้อมือเขาสะบัด

กระบี่อ่อนหลุดมือ

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยายกขาอีกครั้งก็เตะกระบี่อ่อนเล่มนี้ลงแม่น้ำ

เสี่ยวลี่พลันตกใจหน้าถอดสี

ไม่ใช่แค่เขา

กระทั่งผู้ถวายงานวังอ๋องสี่คนที่เหลือก็เช่นกัน

นี่เป็นครั้งแรกในหลายปีที่พวกเขาเห็นท่านอ๋องลงมือ

แต่พอลงมือก็ต่างจากคนทั่วไปถึงเพียงนี้!

หากคนคนหนึ่งยืนตัวตรง พื้นที่ที่สองขาของเขาเคลื่อนไหวได้ย่อมกว้างมาก

หากมีการฝึกวิชาขาโดยเฉพาะ ขอบเขตการโจมตียังกว้างกว่าดาบกระบี่เสียด้วยซ้ำ

แต่เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยานั่งยองอยู่บนพื้น

ตอนคนนั่งยองสองขาล้วนต้องงอเพื่อรักษาสมดุล

ยิ่งกว่านั้นบนคอเขายังถูกกระบี่เล่มหนึ่งจ่อไว้

แต่ด้วยเงื่อนไขไม่อำนวยมากมายเช่นนี้

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยากลับเตะกระบี่อ่อนในมือเสี่ยวลี่ลอยในขาเดียว

ท่วงท่าสะเทือนโลกาขั้นนี้ในใต้หล้าก็ยากหาคนที่สอง

เสี่ยวลี่เห็นไพ่เหนือกว่าในมือตนหลุดลอยไปแล้ว

ลุกขึ้นจะวิ่งหนี

เพียงแต่บนสะพานหินด้านหลังมีเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาและคนถือโคมไฟสองคนนั้น

อีกด้านยังมีผู้ถวายงานวังอ๋องสี่คนที่ขั้นฝึกยุทธ์ไม่ด้อยกว่าตน รวมถึงคนยกเกี้ยวสิบหกคนที่ยากคาดเดาเหล่านั้นด้วย

คล้ายทางออกหนึ่งเดียวมีเพียงกระโดดแม่น้ำ

แต่แน่นอนว่าการกระโดดน้ำของเขาไม่ใช่ฆ่าตัวตาย

หากเขาอยากตายก็คงหันกระบี่อ่อนหาคอตัวเองตั้งแต่ชักออกมาแล้ว

ตอนสะพานแห่งนี้ก่อสร้างเขาก็อยู่ด้วย

ปีนั้นก็เป็นฤดูนี้พอดี

อาจจะเลยไปอีกสองสามวัน

เพราะดอกไม้ริมแม่น้ำต้องเยอะกว่าตอนนี้หน่อย

สายลมอ่อนพัดมาเป็นระยะ พัดจากถนนยาวลากผ่านสะพานหิน

ใต้ต้นไม้มีหลากสีสันปะปนกัน ใบไม้ขึ้นใหม่หนาแน่นเป็นระเบียบ

ลมพัดสาบเสื้อและเส้นผมของเขาด้วย

ตอนนั้นนัยน์ตาของเขายังเยือกเย็น

ประหนึ่งดาวดวงใหญ่ในท้องฟ้ายามราตรี

วันนั้นเสี่ยวลี่ยืนอยู่ข้างสะพานสี่ชั่วยามเต็มๆ

ตั้งแต่บ่ายจนถึงค่ำ

เขาเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ยามราตรีที่เงียบสงัดตรงหน้าและเวลาที่เลยผ่านโดยไม่รู้ตัว

คนทั้งคนดูผ่อนคลายและเป็นอิสระ

ด้วยมีประสบการณ์หลายปีบนยุทธภพ ตอนนี้เขาจึงผ่อนคลายสบายๆ

“ใช่แล้ว กระหม่อมเป็นคนทำ!”

เสี่ยวลี่เปิดปากกล่าว

“ข้ารู้ว่าเป็นเจ้า เพราะนอกจากข้าก็ไม่มีคนอื่นรู้แล้ว และการเตรียมงานเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ต้องวางแผนล่วงหน้านานยิ่งนัก…”

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยากล่าว

เรื่องที่พวกเขาพูดหาใช่สิ่งอื่น

เป็นเรื่องเบี้ยหวัดสี่ล้านตำลึงของกองทัพชายแดนที่ถูกปล้นในครั้งนี้

ใครจะคาดคิดว่าในวังอ๋องมีหนอนบ่อนไส้

และหนอนบ่อนไส้คนนั้นก็คือเสี่ยวลี่ผู้ดูแลใหญ่แห่งวังอ๋อง

บุคคลผู้เป็นใหญ่ในอาณาจักรเจิ้นเป่ยอ๋องรองจากเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยา

แต่เพราะฐานะของเขานี่ละ เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาถึงไม่เข้าใจเอาเสียเลย

เงินสี่ล้านตำลึง

คุ้มค่าให้เสี่ยวลี่สมรู้ร่วมคิดกับศัตรูเชียวหรือ

นี่ไม่ถึงขั้นนั้นแน่นอน

สัญชาตญาณของเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยารู้สึกเบื้องหลังเรื่องนี้ต้องมีเหตุผลอีกมากมายที่เขาไม่รู้

ขออภัย

เกิดเหตุขัดข้องในการเชื่อมต่อ กรุณาลองใหม่อีกครั้ง

เขาถึงได้ถามออกมาว่าทำไม

ลองใหม่อีกครั้ง

ไม่เข้าใจก็ถาม

หลายปีมานี้นิสัยของเขายังคงเหมือนเดิม

เรียกได้ว่าเขาเป็นคนที่จิตใจดีงามที่สุดในห้าอ๋องแห่งใต้หล้าแล้ว

“ใช่แล้ว เส้นทางเบี้ยหวัดของกองทัพชายแดนลับสุดยอดทุกครั้ง ทั้งยังเปลี่ยนแปลงตลอด แต่ล้วนต้องผ่านมือกระหม่อมส่งต่อให้เหล่านายทหารที่ส่งมอบเบี้ยหวัด ครั้งนี้พอกระหม่อมเห็นเส้นทางก็ตระเตรียมเรื่องนี้ทันที”

เสี่ยวลี่กล่าว

“เจ้าบอกว่าเรื่องครั้งนี้เจ้าเตรียมทั้งหมดคนเดียวหรือ”

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาเอ่ยาม

“เรื่องถึงตอนนี้ ถามสิ่งเหล่านี้จะยังมีประโยชน์อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”

บทที่ 347 น้อยนักไม่หวาดหวั่น-1

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องเห็นร่างเสี่ยวลี่ล้มตึงไปข้างหน้าพลันหยุดเสียงหัวเราะ

จากนั้นถอนหายใจต่อเนื่องหลายครั้ง

“ท่านอ๋อง เหตุใดเขาจึงนอนลงไปเล่าพ่ะย่ะค่ะ”

สองคนนั้นเอ่ยถาม

“เขาเหนื่อยแล้วจึงอยากนอน”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องกล่าว

ทั้งสองคนพยักหน้า

สิบเอ็ดดาบเมื่อครู่ทั้งสิ้นเปลืองพลังงานและสติปัญญายิ่งนัก

ย่อมอ่อนเพลียเป็นธรรมดา

ทว่าคำพูดต่อมาของเจิ้นเป่ยอ๋องกลับทำให้ทุกคนประหลาดใจสุดขีด

“จงสร้างสุสานให้เขาตรงตำแหน่งที่เขานอนหลับ เพียงฝังลงดินไว้…ป้ายหน้าหลุมศพต้องใหญ่กว่านี้และสง่างามอีกหน่อย”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องพูดต่อทันที

“เขาตายแล้วหรือ”

ทั้งสองถามอย่างเหลือเชื่อ

ผู้ถวายงานสี่คนที่เหลือและผู้แบกเกี้ยวสิบคนก้าวเดินขึ้นมาข้างหน้า

“เขาตายแล้ว”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องกล่าว

“ท่านอ๋อง ร่างกายของเขาไร้รอยบาดแผล…”

ผู้ถวายงานวังอ๋องผู้หนึ่งกล่าวหลังจากตรวจสอบศพแล้ว

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องกล่าว

ครั้นผู้ถวายงานวังอ๋องผู้นั้นได้ยินพลันตกตะลึงครู่หนึ่ง จากนั้นประคองร่างของเสี่ยวลี่ขึ้นมาและเริ่มค้นหา

กระทั่งมองเห็นเข็มเงินบางเฉียบราวกับขนวัวในตำแหน่งที่ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องกล่าวมาดังคาด

เข็มเงินเล่มนี้ไม่ต่างอะไรกับเข็มที่หมอใช้ในยามทั่วไป

เพียงแต่ว่าเรียวยาวกว่าเล็กน้อย

“คุ้มกันท่านอ๋อง!”

ผู้ถวายงานวังอ๋องผู้นั้นถือเข็มเงินและมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

คาดไม่ถึงว่าระหว่างที่เสี่ยวลี่วิ่งอยู่ภายใต้สายตาของฝูงชนจะถูกปลิดชีวิตเพียงเข็มเงินเรียวเล่มเดียว

การทำให้คนผู้หนึ่งตายมักเพื่อปกปิดบางสิ่ง

รู้มากเท่าใด ตราบใดที่สิ้นลมก็ไร้ประโยชน์

“ไม่จำเป็น…คนจากไปนานแล้ว!”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องยกมือขึ้นพลางกล่าว

“หรือว่าท่านอ๋องจะมองเห็นมาก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ?”

ผู้ถวายงานวังอ๋องผู้นั้นเอ่ยถาม

“มองเห็นสิ่งใดหรือ”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องเงยหน้าขึ้นกล่าวถาม

“มองเห็นผู้ที่ลอบสังหารพ่ะย่ะค่ะ”

ผู้ถวายงานวังอ๋องกล่าว

เดิมทีคิดว่าสองคนที่ถือโคมอยู่หัวสะพานคือมือสังหารเสียอีก

คิดไม่ถึงว่าเสี่ยวลี่จะเป็นหนอนบ่อนไส้และทรยศ

ทว่าตอนนี้หนอนบ่อนไส้ผู้นี้ถูกมือสังหารตัวจริงสังหารแล้ว

เจิ้นเป่ยอ๋องครุ่นคิดเรื่องนี้อีกหนหนึ่งจึงรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าเล็กน้อย

เขารู้สึกว่าทั้งๆ ที่ผู้ที่ตายควรเป็นตนเองจึงจะถูก

หากคนเหล่านี้ต้องการเพียงเงิน

เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่ลองหาบ่อนพนันหรือโรงแลกเงินขนาดใหญ่สักแห่งเล่า

เงินในสถานที่เหล่านั้น ไม่แน่ว่าอาจมีมากกว่าสี่ล้านตำลึงด้วยซ้ำ

อีกทั้งคุณสมบัติก็ต่างกันด้วย

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องไม่รู้ชัดถึงจุดประสงค์แท้จริงของอีกฝ่าย

แต่เขารู้ว่าวิธีการของอีกฝ่ายนั้นสูงยิ่งนัก

แม้แต่เสี่ยวลี่ที่ติดตามเขามานานหลายปียังถูกยุยงให้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาคอยรับใช้ได้

ยอดฝีมือชำนาญอาวุธลับนั้นก็อย่าได้เสียเวลาเอ่ยถึง

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องนั่งอยู่บนขั้นบันไดสะพานหินอยู่พักหนึ่ง จากนั้นลุกขึ้นยืนและเดินไปยังเกี้ยวของตน

“กลับกันเถิด จำไว้ว่าเสี่ยวลี่เคราะห์ร้ายถึงชีวิตขณะพยายามคุ้มกัน…ช่างเป็นผู้จงรักภักดีจริงๆ!”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องกล่าวเช่นนี้ขณะนั่งบนเกี้ยว

ครั้นคนภายนอกได้ยินเช่นนี้จึงพากันพยักหน้า

แม้ว่าคำพูดนี้จะตรงกันข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงโดยสิ้นเชิง

แต่บางครั้งการปิดบังความจริงก็เป็นการปกป้องอย่างหนึ่งเช่นกัน

ไม่เพียงแต่ปกป้องราษฎรในเมืองอ๋อง ทั้งยังปกป้องเกียรติของซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องอีกด้วย

เขาเคยคิดมานานแล้วว่าอาจเป็นสิ่งที่ชาวทุ่งหญ้ากระทำหรือไม่

เนื่องจากเบี้ยหวัดของทัพชายแดนถูกปล้นชิง ผู้รับผลประโยชน์รายแรกย่อมเป็นราชสำนักทุ่งหญ้าที่อยู่อีกฟากหนึ่งของอาณาจักรอ๋อง

แต่ความคิดนี้ของซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องในตอนนี้เริ่มไขว้เขวเล็กน้อย…

แม้ชาวทุ่งหญ้าจะแข็งแกร่งดุดัน

แต่ไม่มีทางฉลาดเฉียบแหลมวางกลยุทธ์ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพียงนี้ได้แน่นอน

แม้ว่าจะถูกชาวทุ่งหญ้าปล้นชิงไปจริงๆ ก็ตามที

ชาวทุ่งหญ้าที่อยู่ลึกเข้าไปในอาณาจักรเจิ้นเป่ยอ๋องกลุ่มนี้ จะต้องถูกผู้คนคิดว่าเป็นผู้ปล้นชิงเป็นแน่

เมื่อกลับถึงวังอ๋อง

สิ่งแรกที่ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องทำคือการประกาศยกเลิกคำสั่งทำความสะอาดถนน

ทำให้ทั้งเมืองอ๋องกลับคืนสู่ความคึกคักผู้คนขวักไขว่ไปมาในพริบตา

สิ่งที่สองย่อมเป็นการประกาศการเสียชีวิตของเสี่ยวลี่

ทว่านี่กลับทำให้ทั่วทั้งเมืองอ๋องปกคลุมไปด้วยบรรยากาศเศร้าหมอง…

หลังจากทำสองสิ่งนี้เสร็จสิ้น เขารู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย

เรื่องที่ครุ่นคิดในวันนี้มากกว่าที่สะสมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาเสียอีก

ไม่แปลกที่เขาจะไม่ชินกับมัน

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องนั่งบนบัลลังก์ในพระตำหนักวังอ๋องของเขาครู่หนึ่ง จากนั้นลุกขึ้นเตรียมจะไปพระตำหนักหลัง

ในตอนนี้เอง คนผู้หนึ่งก้าวฉับๆ เข้ามาอย่างรวดเร็ว

“ท่านอ๋อง!”

คนผู้นี้เห็นซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องเพิ่งลุกขึ้นจึงรีบค้อมกายคำนับแล้วกล่าว

พระตำหนักแห่งนี้สร้างในร่มเงา

แม้ว่าแสงแดดในยามนี้จะเจิดจ้า แต่หาได้สาดส่องเข้ามา

ในพระตำหนักไม่มีตะเกียงสักดวง

ด้วยเหตุนี้ โครงหน้าของคนผู้นี้จึงมองเห็นไม่ชัดเจนอยู่บ้าง

ทว่าผู้ที่สามารถเข้าออกพระตำหนักวังอ๋องได้อย่างอิสระล้วนเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องอย่างยิ่ง

จากน้ำเสียงและฝีเท้าของอีกฝ่าย เขาสามารถรับรู้และบอกได้ว่าเป็นผู้ใด

ไม่จำเป็นต้องเห็นใบหน้าชัดเจน

“ซุนเต๋ออวี่ เจ้ากลับมาเร็วเพียงนี้เลยหรือ”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องกล่าว

ผู้มาเยือนหาใช่ผู้อื่น

ซุนเต๋ออวี่หนึ่งในสามผู้ถวายงานที่เขาส่งไปตรวจสอบเบี้ยหวัดที่หายไปนั่นเอง

“ทูลท่านอ๋อง เพิ่งถึงเมื่อครู่พ่ะย่ะค่ะ”

ซุนเต๋ออวี่กล่าวด้วยความเคารพ

“นั่งลงพูดคุยเถิด…”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องกล่าว

น้ำเสียงของเขาเอือมระอาอย่างยิ่ง

เพราะเขาไม่อยากได้ยินซุนเต๋ออวี่พูดสักคำด้วยซ้ำ

แต่กระทำการใดย่อมต้องมีมารยาท

จะฟังเข้าหูหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จะฟังหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

หากตอนนี้เขายังมีท่าทีเกียจคร้านอยู่ก็จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานหนักทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังเหล่านี้ผิดหวัง

ฉะนั้นเขาจำต้องฟัง

แม้ว่าจะฟังไม่เข้าหูก็ต้องฝืนนั่งตัวตรงบนบัลลังก์และรอจนอีกฝ่ายพูดจบ

ท่ามกลางผู้ถวายงานของวังอ๋อง เขาไม่ชอบซุนเต๋ออวี่ที่สุด

ไม่ได้เป็นเพราะคนผู้นี้ไม่ดี

แต่เป็นเพราะคำพูดของเขาทำให้คนฟังรู้สึกเบื่อหน่าย…

เพื่อให้ประโยคชัดเจนล้วนพูดวกไปวนมาสามสี่หน

ในตอนแรก ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องยังมีใจคิดแก้ไขปรับปรุงเขา

กระทั่งชิงเอ่ยถามก่อนตอนที่เขากำลังพูดคุย หมายจะเร่งความคืบหน้า

คิดไม่ถึงว่าคำถามนี้จะทำให้อีกฝ่ายระมัดระวังในรายละเอียดมากขึ้น

เหลือเพียงบอกว่าตนกินสิ่งใดในสามมื้ออาหารเมื่อออกไปอยู่ข้างนอกมาหลายวัน

แต่ระดับพลังวิถียุทธ์และความสามารถจัดการธุระของซุนเต๋ออวี่กลับเป็นผู้ที่เก่งกาจอย่างยิ่ง

เมื่อพบเจอเรื่องใหญ่ใดๆ จำต้องให้เขาจัดการ

ครั้นคิดหน้าคิดหลังแล้วจึงทำได้เพียงอดทนเท่านั้น…ไร้ทางเลือกอื่น

“ท่านอ๋อง กรมสอบสวนกลางเข้าแทรกแซงพ่ะย่ะค่ะ!”

ซุนเต๋ออวี่กล่าว

ครั้นซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องได้ยินพลันตกตะลึง!

สิ่งที่เขาตกตะลึงไม่ใช่การเข้าแทรกแซงของกรมสอบสวนกลาง

แต่เป็นซุนเต๋ออวี่ที่ครั้งนี้ผิดไปจากเดิมและพูดประเด็นสำคัญในประโยคแรกต่างหาก

จงรู้ไว้ว่าซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องได้ปรับท่าทางที่สบายที่สุดบนบัลลังก์แล้ว

เพียงรอให้ซุนเต๋ออวี่พูดเรื่องราววกวนช่วงหลายวันที่ผ่านมานับตั้งแต่ออกจากเมืองอ๋องไป…

“กรมสอบสวนกลางหรือ”

เหตุใดพวกเขาจึงรู้รวดเร็วถึงเพียงนี้เล่า

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องถาม

แม้เขาจะรู้ว่าสถานที่ที่ถูกปล้นชิงเบี้ยหวัดจะมีอาคารกรมสอบสวนอยู่แห่งหนึ่งก็ตาม

แม้ว่าตงอี้ผู้สั่งการกองและเป็นหัวหน้าอาคารของอาคารกรมสอบสวนแห่งนี้จะถูกจิ้งเหยาสังหารไปแล้ว

แต่ซุนเต๋ออวี่และพรรคพวกเป็นคนค้นพบศพ

อีกทั้งได้มีการรายงานไปยังกรมสอบสวนกลาง

แต่ไม่ว่าจะเป็นฉิงจงอ๋องหลิวจิ่งเฮ่าหรือกรมสอบสวนกลางต่างก็ยังไม่ตอบกลับใดๆ

ควรจะพูดถึงการแทรกแซงว่าอย่างไรอีกเล่า

“กระหม่อมพบคนผู้หนึ่งในเมืองที่เบี้ยหวัดถูกปล้น เป็นอวิ้นเหวิน อดีตผู้กำกับการกรมสอบสวน เพียงแต่ว่านางออกจากกรมสอบสวนเมื่อไม่กี่ปีก่อนและเปลี่ยนนามเป็นเยว่ตี๋ท่องยุทธภพพ่ะย่ะค่ะ”

ซุนเต๋ออวี่กล่าว

หลังจากซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องได้ยินก็ครุ่นคิดหนัก…

เขารู้โครงสร้างของกรมสอบสวนกลางเป็นอย่างดี

ผู้กำกับการกรมมีเพียงสองคนเท่านั้น

เป็นรองเพียงผู้บังคับการกรมเว่ยฉี่หลินในกรมสอบสวน

“เจ้ารู้จักนางได้อย่างไร”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องเอ่ยถาม

“เรื่องนี้…เอ่อ…หลังจากคนผู้นี้เปลี่ยนนามเป็นเยว่ตี๋ เคยรู้จักกับกระหม่อมในอดีตพ่ะย่ะค่ะ”

คำกล่าวนี้ของท่านอ๋อง บังเอิญถามในส่วนที่เก้อกระดากที่สุดของซุนเต๋ออวี่

เขาที่สงบนิ่งเถรตรงมาโดยตลอดกลับอึกอักขึ้นมา

“เจ้าพูดต่อสิ!”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องมองท่าทางของซุนเต๋ออวี่ปราดเดียวก็รู้ว่าจะต้องมีเรื่องราวบางอย่างที่เขาเล่าได้ยากแน่นอน

เจ้าไม่อยากเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนอับอาย

จึงยิ้มอย่างอ่อนโยน

ทั้งยังเรียกให้องครักษ์นำสุราเข้ามาสองกา

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องไม่ชอบดื่มสุรา

สิ่งที่แปลกก็คือ ทุกครั้งที่เขาเห็นซุนเต๋ออวี่กลับอยากดื่มสุราเสียอย่างนั้น…

ทว่าแต่ไรมาซุนเต๋ออวี่ไม่เคยแตะสุราแม้แต่หยดเดียว

มีเพียงยามที่พบกับสถานการณ์สุขสันต์ยิ่งใหญ่จึงดื่มเพียงครึ่งจอกเพื่อแสดงน้ำใจเท่านั้น

คนที่ไม่ดื่มสุราทั้งสองคน ไฉนต้องจัดสุราด้วยเล่า

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้

เขาเพียงรู้สึกว่าผู้ที่มีสติแจ่มชัดจะดื้อดึงเกินไปในบางครั้ง ไม่เข้าใจความรักเลยแม้แต่น้อย…

เมากรึ่มๆ ออกจะดี มองใต้หล้าผืนนี้พร่ามัวเสียหน่อย เรื่องเศร้าเสียใจจะทุเลาลงมากโข

“และยังมีคนหนุ่มสาวอีกสองคนข้างกายอวิ้นเหวิน เดาว่าคงจะเกี่ยวพันกับกรมสอบสวนอยู่บ้าง”

ซุนเต๋ออวี่กล่าวต่อทันที

“เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนข้าตกปลาที่บ่อห่านป่าสีชาดสัมผัสได้ถึงความอลหม่านดังอึกทึกครึกโครมมาจากทิศทางที่เบี้ยหวัดถูกปล้นไป เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องถาม

“เพราะอวิ้นเหวิน…ออกกระบี่แหวกนภา…เกือบจะถึงขอบเขตเทพบริราชเก้าทวีปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ซุนเต๋ออวี่กล่าว

“อวิ้นเหวินนี่ช่างเก่งกาจ! ท้ายที่สุดเหตุใดจึงไม่สำเร็จเล่า”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องเริ่มสนใจขึ้นมา

“นาง…ยอมแพ้ไปเอง เรื่องนี้จะต้องมีลับลมคมในเป็นแน่…”

ซุนเต๋ออวี่ชั่งใจอยู่นาน ในที่สุดก็เล่าเรื่องในอดีตระหว่างอวิ้นเหวินกับบุตรชายของเขาให้ฟัง

ครั้นพูดจบเขาก็เอาแต่ก้มศีรษะ

ไม่อาจสบสายตาตรงๆ ได้อีกต่อไป

สุราจัดขึ้นโต๊ะแล้ว

ซุนเต๋ออวี่ก้มหน้ามองจอกสุรา รินให้ตนเองจนเต็มจอกแล้วเงยหน้าดื่มรวดเดียว

เมื่อดื่มสุราจอกนี้จนเกลี้ยง เขากลับเห็นว่าซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องยังถือจอกสุราค้างไว้

น้ำตารื้นขอบตา

“เฮ้อ…มีความรักและความภักดี! ช่างเป็นสตรีที่เรียกได้ว่าวิเศษในโลกจริงๆ!”

ซ่างกวนซวี่เหยาทอดถอนใจขึ้นมา

กว่าจะรู้ตัวก็ดื่มสุราไปหลายจอกแล้ว

หลังจากได้สติกลับมาก็รู้สึกว่าตนลืมตัวจนเสียกิริยาไปเสียแล้ว

รีบร้อนเก็บสีหน้า

ร่างที่แต่เดิมนั่งเอนบนบัลลังก์ก็ปรับตัวตรง

“หลังจากนั้น อวิ้นเหวินกับคนหนุ่มสาวสองคนนั้นก็จากไป ดูทิศทางแล้วน่าจะไปเมืองหยางเหวินพ่ะย่ะค่ะ”

ซุนเต๋ออวี่กล่าว

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องพยักหน้า

แม้ว่าเมืองหยางเหวินจะไม่ใช่เมืองที่ใกล้จุดปล้นชิงเบี้ยหวัดมากที่สุด แต่ในระยะร้อยลี้มีเพียงเมืองหยางเหวินที่มีอาคารกรมสอบสวนตั้งอยู่

อีกทั้งหัวหน้าอาคารของอาคารกรมสอบสวนเมืองหยางเหวินยังเป็นผู้บังคับบัญชาอีกด้วย

“ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องรายงานต่อท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!”

ซุนเต๋ออวี่วางจอกสุราลงแล้วกล่าว

“เรื่องใดหรือ”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องรู้สึกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ต้องไม่ปกติเป็นแน่

เพราะซุนเต๋ออวี่ที่อยู่ในความกระอักกระอ่วนเมื่อครู่เคร่งขรึมขึ้นมากะทันหัน

“ผู้จุดตะเกียงเหมันต์ปรากฏตัว…ที่เมืองหยางเหวิน วันนั้นเป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของจิ้นเผิง หัวหน้าอาคารแห่งอาคารกรมสอบสวนเมืองหยางเหวิน ผู้จุดตะเกียงเหมันต์พาหลานสาวมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ซุนเต๋ออวี่กล่าว

“ผู้จุดตะเกียงเหมันต์! เหตุใดช่วงนี้อาณาจักรเจิ้นเป่ยอ๋องของข้าจึงคึกคักถึงเพียงนี้…”

ซ่างกวนซวี่เหยาเจิ้นเป่ยอ๋องโคลงศีรษะ

ชาวทุ่งหญ้า กรมสอบสวนกลาง ผู้จุดตะเกียงเหมันต์

รวมถึงเสี่ยวลี่ที่เสียชีวิตไป

มองเพียงแวบเดียวก็มีสี่ขุมอำนาจที่แตกต่างกันมีเอี่ยวเรื่องการปล้นชิงเบี้ยหวัดทัพชายแดนสี่ล้านตำลึงของอาณาจักรเจิ้นเป่ยอ๋อง

นี่ยังไม่นับรวมกองกำลังอาณาจักรเจิ้นเป่ยของเขาเข้าไปด้วย

ซ่างกวนซวี่เหยาจมอยู่ในความคิดครู่หนึ่งจึงบอกเรื่องการตายของเสี่ยวลี่กับซุนเต๋ออวี่

ขณะเดียวกัน ก็ให้เขาแบกรับภาระหน้าที่ของเสี่ยวลี่ก่อนหน้านี้

ดูแลเรื่องซับซ้อนจิปาถะทั้งหมดในวังอ๋องและเมืองอ๋อง

เดิมซุนเต๋ออวี่ต้องการปฏิเสธ

ไม่ว่าจะด้วยความจริงใจหรือตามมารยาท

ท่านอ๋องมอบภาระหนักไว้บนบ่า ปฏิเสธย่อมดีกว่า

แต่ซ่างกวนซวี่เหยากลับโบกมือ

ยืนขึ้นแล้วก้าวเท้าออกจากพระตำหนักไป

ท่านอ๋องผู้นี้ที่ตนมองเห็นกลับไร้ความรีบร้อน

ซุนเต๋ออวี่ทำได้เพียงถอนหายใจอย่างจนปัญญา

เขาจะต้องไปจวนของเสี่ยวลี่สักหนหนึ่ง

แม้คนจะตายไปแล้ว แต่สิ่งของยังอยู่

ไม่แน่ว่าอาจพบเบาะแสบางอย่างก็เป็นได้

………………………………………………………………

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 346 ท่านอ๋องที่โง่เขลาที่สุด-6"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved