cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา - บทที่ 343 ท่านอ๋องที่โง่เขลาที่สุด-3

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ศึกยุทธ์ใต้ขุนเขาเงาจันทรา
  4. บทที่ 343 ท่านอ๋องที่โง่เขลาที่สุด-3
Prev
Next

บทที่ 343 ท่านอ๋องที่โง่เขลาที่สุด-3

พลังปราณทั้งหมดของเสี่ยวลี่รวมอยู่ในดาบนี้แล้ว

สองคนนี้ยังมีเวลามาเป่าเทียนดับได้อีก?

แต่ในชั่วขณะที่พวกเขาสองคนเป่าเทียนดับนี้เอง

แสงดาบสะเทือนโลกาของเสี่ยวลี่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมกับโคมไฟที่ดับนั้น

‘พรึ่บ…’

นอกจากแสงดาบดับสูญพร้อมเทียนในโคมไฟ

แม้แต่โคมไฟติดกระดาษขาวที่ถืออยู่ในมือทั้งสองก็ฉีกขาดเช่นกัน

“นี่นับเป็นสิ่งใด”

หนึ่งในสองคนเอียงศีรษะเอ่ยถามคนข้างกาย

“แสงไฟที่ใช้ในพิธีศพดับแล้ว โคมไฟพังแล้ว แสดงว่าคนผู้นี้ไม่ต้องการให้ส่องนำทาง”

อีกคนหนึ่งกล่าว

“ไม่ต้องการส่องนำทาง? ทำไมถึงไม่ต้องการ คนตายต้องไปท่าเรือนั่นกันหมดไม่ใช่หรือ”

คนที่ถามก่อนหน้านี้ถามต่อ

“หากเขาไม่อยากตาย เขาย่อมไม่อยากให้ใครส่องนำทางเขา เจ้าถือโคมไฟขาวแกว่งอยู่หน้าคนไม่อยากตาย ย่อมรู้สึกอัปมงคลอย่างเลี่ยงไม่ได้”

อีกคนหนึ่งกล่าว

“ถ้าเป็นเจ้าจะรู้สึกอัปมงคลหรือไม่”

คนนั้นเอ่ยถามต่อ

“สิ่งที่พวกเราทำก็เป็นเรื่องอัปมงคลที่สุดอยู่แล้ว…การถือโคมไฟแค่ทำเพื่อสะสมบุญกุศลเล็กน้อย ขอโชคนิดหน่อย อย่างน้อยข้าคงไม่มากพิธีปานนี้”

อีกคนหนึ่งกล่าว

เสี่ยวลี่เห็นสองคนร้องรับกัน เหมือนมองเขาเป็นสิ่งไร้ตัวตน

ชั่วขณะหนึ่ง ในใจกลับโมโหกว่าเดิม

แต่ก็ยังระมัดระวังขึ้นอีกหมื่นส่วน

เขาคิดว่าแม้ไม่เคยพบหน้าและไม่เคยได้ยินเรื่องสองคนนี้

แต่กลับเป็นศัตรูแข็งแกร่งที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน!

ลมพัดขึ้นอีกครั้ง

ท่าร่างมากมายเมื่อครู่ทำให้จอนผมสองฝั่งของเสี่ยวลี่หลุดยุ่งเล็กน้อย

ยามนี้ปกคลุมดวงตาเพราะถูกลมพัด

ทว่าไม่อาจบดบังแสงดาบที่เผยในดวงตาเขาได้

เสี่ยวลี่ค้อมหลังเล็กน้อย

เขาเตรียมออกดาบอีกครั้ง

เขาทัดเส้นผมตรงหน้าไปหลังหู

“ร่างกายเนื้อหนังและเส้นผมรับมาจากบิดามารดา ไม่อาจปล่อยให้ยุ่งเหยิง”

ทั้งสองกล่าวพร้อมเพรียงกัน

ยอมรับการกระทำนี้ของเสี่ยวลี่ไม่น้อย

“และศพที่สมบูรณ์ ตอนเกิดใหม่อีกครั้งก็จะครบสามสิบสอง”

คนหนึ่งกล่าวต่อ

“ถ้าไม่สมบูรณ์ล่ะ”

อีกคนหนึ่งเอ่ยถาม

“หูเสียหาย ชาติหน้ามีโอกาสเป็นคนหูหนวก ใบหน้าเสียหาย ชาติหน้าอาจเป็นกระลายพร้อย”

คนหนึ่งกล่าว

“ดังนั้นถ้ามือเท้าเสียหายก็อาจเป็นคนพิการหรือ”

อีกคนหนึ่งเอ่ยถาม

“ข้าไม่รู้ เพราะข้ายังไม่เคยตาย เรื่องเหล่านี้ล้วนฟังมา”

คนหนึ่งกล่าวตอบ

เสี่ยวลี่เห็นอีกฝ่ายคุยเล่นสุขใจสบายอารมณ์

แม้ในใจแค้นเคืองอย่างยิ่ง

แต่ก็คิดว่าเป็นโอกาสดีให้เขาทำลายศัตรู

ตอนผู้ฝึกยุทธ์พูดคุยต้องเคลื่อนพลังปราณทั้งกายได้ยากแน่นอน

ขอแค่พวกเขาคุยเล่นเช่นนี้ต่อไป

ตนต้องสบจังหวะออกดาบอันดีเยี่ยมเป็นแน่

ถึงตอนนั้น นอกจากจะทำให้พวกเขาเป็นคนพิการในชาติหน้า ยังทำให้เขาสองคนกลายเป็นคนหูหนวกและหน้าลายพร้อยอีกด้วย

อย่างน้อยในใจเสี่ยวลี่ก็คิดเช่นนี้

เห็นได้ว่าจิตใจเขาค่อนข้างคับแคบอย่างแท้จริง…

แม้สองฝ่ายเป็นศัตรูกันแล้ว

แต่ก็ไม่ควรสาปแช่งด้วยความโกรธเคืองเช่นนี้

ต่อให้อีกฝ่ายกล่าวคำพูดนี้ออกมาก่อน

แต่สองคนนั้นแค่คุยเรื่อยเปื่อยตามการกระทำที่เสี่ยวลี่เอาผมทัดหลังหูไม่กี่ประโยคเท่านั้น

ไม่ได้มีเจตนาพุ่งเป้า

คนที่ไม่เคารพคู่ต่อสู้ของตนก็จะไม่ได้รับความเคารพจากคู่ต่อสู้เช่นกัน

แม้บางคนฝีมือไม่ทัดเทียม

เกียรติเช่นนี้ตนไม่ได้ให้เอง แต่คู่ต่อสู้เป็นคนมอบ

คนที่ให้เกียรติคู่ต่อสู้ได้ ตนก็ต้องเป็นคนมีเกียรติเช่นกัน

ไม่มีทางกระทำเรื่องผิดศีลธรรมแน่นอน

ในยามนี้เอง เสี่ยวลี่เห็นคนถือโคมไฟทางซ้ายเพิ่งอ้าปาก

คล้ายจะพูดอีก

ตอนคนคนหนึ่งกำลังจะพูดแต่ยังไม่เอ่ยคำเป็นจังหวะอันดีที่เสี่ยวลี่รอคอย!

เขาบิดเอี้ยวร่างกายด้วยท่วงท่าประหลาดยิ่ง

ราวกับนอนหันหลังให้ทั้งสองกระนั้น

เพียงแต่เท้าข้างหนึ่งยันอยู่ด้านหลังเพื่อประคองร่าง

ศีรษะเงยไปด้านหลัง

ตอนนี้เสี่ยวลี่เห็นทั้งสองกลับหัวกลับหาง

ปลายเท้าอีกข้างแตะพื้นเล็กน้อย

ร่างทั้งร่างก็พุ่งออกไปเช่นนี้

สองมือจับดาบ

ฟันแนวตั้งจากล่างขึ้นบน

พริบตาที่ออกดาบ

เขาเหมือนเห็นภาพสองคนนี้ถูกปราณดาบของตนฟันหัวขาดจากกรามล่างจนล้มจมกองเลือด

เพียงแต่ดาบของเขาเพิ่งฟันถึงครึ่งหนึ่งก็เข้าไปไม่ได้อีก

ชั่วขณะที่แกว่งดาบหาใช่ช่วงเวลาที่พลังปราณและกำลังของเขาแข็งแกร่งที่สุด

แต่ความรู้สึกพ่ายแพ้ทั้งที่ยังไม่ถึงขั้นสุดยอดนี้เลวร้ายอย่างยิ่ง…

โดยเฉพาะอีกฝ่ายยังออกมือแค่คนเดียว

สิ่งที่ออกมาหาใช่มีดในมือ

แต่เป็นแท่งไม้ที่ใช้ถือโคมไฟนั้น

แท่งไม้อันหนึ่งป้องกันดาบของเสี่ยวลี่ไว้

นี่เป็นระดับขั้นใดถึงทำเช่นนี้ได้

แต่ตอนนี้เสี่ยวลี่ไม่มีเวลามารำพัน

เพราะเขาเห็นปลายมีดด้านล่างของอีกคนหนึ่งแล้ว

การเห็นปลายมีดด้านล่างของอีกฝ่ายในท่วงท่าเช่นนี้มีเหตุผลเดียว

นั่นก็คืออีกฝ่ายชูมีดขึ้น

เสี่ยวลี่คิดดึงดาบเปลี่ยนกระบวน

แต่ไม่ว่าเขาเคลื่อนพลังปราณอย่างไร ดาบเล่มนี้ก็ไม่ขยับเลยสักนิด

เหมือนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับแท่งไม้นั้น

ด้วยความร้อนใจ

เขาได้แต่บิดหมุนร่างกายอีกครั้ง

ทิ้งดาบถอยหลัง

‘แกร๊ง!’

ดาบของเสี่ยวลี่ตกอยู่บนพื้น

แต่ร่างของเขากลับถอยถึงตำแหน่งก่อนออกดาบแล้ว

บนหน้าผากผุดเหงื่อเย็นเม็ดละเอียดชั้นหนึ่ง

เขายังไม่เคยเจอชั่วเวลาที่น่าพรั่นพรึงเช่นนี้มาก่อน

ดาบไม่อยู่ในมือแล้ว

เพียงแต่กระบี่อ่อนเล่มนี้ไม่ได้ชักออกมาหลายปีแล้ว

ต้องมีทางหนีทีไล่

ทำการใดล้วนเป็นเช่นนี้

เสี่ยวลี่ย่อมเข้าใจหลักการนี้เหมือนกัน

มือซ้ายเขาจับอยู่ตรงเอว

เตรียมชักกระบี่อ่อนเล่มนี้ออกมา

ใช้ดาบมือขวา ใช้กระบี่มือซ้าย

แค่นี้ก็เรียกได้ว่าเสี่ยวลี่ยอดเยี่ยมทั้งกระบี่และดาบแล้ว

แต่กระบี่อ่อนตรงเอวคือที่พึ่งสุดท้ายของเขา

ไม่ถึงตอนเข้าตาจนเขาจะไม่ใช้มันเด็ดขาด

หากเริ่มด้วยการถือไว้ในมืออย่างโจ่งแจ้งเป็นใครก็ต้องเตรียมป้องกัน

จุดประสงค์ของการมีกระบี่อ่อนเล่มนี้ก็เพื่อให้อีกฝ่ายคาดไม่ถึง!

เดิมกระบี่อ่อนเล่มนี้พันรอบเอวเขาได้โดยยังมีพื้นที่เหลือ

แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว…

อยู่วังอ๋องมาหลายปีทำให้เขาอวบขึ้นไม่น้อย

เนื้อส่วนเกินตรงเอวก็เพิ่มขึ้นหลายชั้น

แม้ยังไม่เรียกว่าอ้วน

แต่รูปร่างดูห่างไกลจากความเพรียวบางดั่งเหล็กเช่นเมื่อก่อน

อีกฝ่ายมองดาบที่ตกบนพื้น

ใช้แท่งไม้เขี่ยคืนให้เสี่ยวลี่

“ฆ่าคนที่ไม่ยินยอมพร้อมใจคนหนึ่งก็เป็นอัปมงคลเช่นกัน ข้ากลัวเจ้าเป็นผีไม่ไปเกิดแล้วเกาะติดข้า”

คนคืนดาบกล่าว

“เป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วยกันทั้งนั้น ทำไมเจ้าสองคนงมงายเช่นนี้”

เสี่ยวลี่ไม่ได้เก็บดาบ

เพราะเขารู้สึกการกระทำนี้ขายหน้าเกินไป

เขาวางศักดิ์ศรีไม่ลง

ดูท่าเมื่อครู่ยังไม่น่าตื่นกลัวมากพอ…

หากชีวิตคนคนหนึ่งแขวนอยู่บนเส้นด้ายจริง ไหนเลยยังจะสนใจศักดิ์ศรี

ตายดีไม่สู้อยู่คับใจ

เทียบกับชีวิต นั่นเป็นสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดอย่างแท้จริง

“ชู่ว…ไม่ใช่งมงาย ต้องรู้ว่าเหนือหัวสามฉื่อมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์! นี่คือความเคารพ!”

อีกฝ่ายลดเสียงกล่าวเชื่องช้า

บนหน้าเสี่ยวลี่ฉายแววดูแคลนเล็กน้อย

ไม่รู้คนสองคนที่พะวักหน้าพะวงหลัง กระทั่งฆ่าคนยังไม่กล้าลงมือเช่นนี้ไปฝึกวิทยายุทธ์มาจากไหน

แต่ถึงเขาจะดูถูกสองคนนี้ ก็ยังคงไม่อาจมองข้ามขั้นฝึกยุทธ์ของทั้งสอง

เขาจึงไม่เอ่ยคำใด มือซ้ายยังคงจับตรงช่วงเอว

“เก็บดาบแล้วออกกระบี่ ดาบกระบี่อยู่ในมือ คนตายก็จะยินยอมพร้อมใจ!”

อีกฝ่ายกล่าวกะทันหัน

เสี่ยวลี่พลันตกใจ

เรื่องที่ตรงเอวเขามีกระบี่อ่อนเล่มหนึ่งไม่มีใครรู้นอกจากเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยา

ถึงแต่ก่อนจะเคยออกมือหลายครั้ง

แต่ทุกคนที่เห็นเขาออกกระบี่อ่อนก็ไม่รู้ว่าตายไปนานเท่าไรแล้ว

สองคนนี้รู้ได้อย่างไร

ความสงสัยนี้ทำให้เสี่ยวลี่หันมามองเกี้ยวข้างหลังตามสัญชาตญาณ…

………………………

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยายังคงนั่งอยู่ในเกี้ยว

แต่กายเขากลับเอนไปด้านหลังเล็กน้อย

ต่อให้เป็นคนธรรมดา ดื่มชาเสร็จล้วนต้องผ่อนคลายกระปรี้กระเปร่าถึงจะถูก

แต่เขางีบหลับ

เหมือนเรื่องราวนอกเกี้ยวไม่เกี่ยวกับเขา

ไม่มีกระทั่งความสนใจอยากดูเรื่องสนุก

เขามองใบชาในจอก

กำลังคิดว่าต้องชงอีกจอกหรือไม่

ปกติดื่มชาต้องดื่มตอนชงครั้งที่สอง

เพราะน้ำชาที่ชงครั้งที่สองรสชาติตรงที่สุด สีสว่างที่สุด

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาย่อมเข้าใจหลักการนี้

แต่คิดไปคิดมาเขาก็ล้มเลิก

เพราะตอนนี้น้ำในกาโลหะผสมทองแดงสองชั้นของเขามีความร้อนแค่หกเจ็ดส่วนแล้ว

ชงชารสดีไม่ได้

วิถีแห่งชา น้ำเป็นอันดับหนึ่งโดยแท้จริง

นอกจากแหล่งน้ำต้องดี อุณหภูมิยิ่งต้องเหมาะสม

ก็เหมือนน้ำละลายจากหิมะเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการหมักสุรา

และตัวเลือกแรกของการชงชาก็คือน้ำแร่จากภูเขา

แม้น้ำแร่บนภูเขาเย็นเฉียบ ถึงขั้นหวานเลิศรสไม่สู้น้ำบ่อบางแห่ง

แต่อย่างไรน้ำบ่อก็เป็นน้ำนิ่ง

ไม่กระเพื่อมเลยทั้งปี

ใบชาเป็นชาที่มีชีวิต

ต่อให้ตากแห้งบดละเอียดก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่พวกมันเคยเติบโตอย่างต่อเนื่องได้

ชาใหม่ต้องต้มด้วยน้ำไหล น้ำไหลต้องต้มด้วยไฟลุกไหม้

แต่ในเกี้ยวจะก่อไฟอย่างไร

แม้เกี้ยวของเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาใหญ่มากพอ แต่ก็เป็นพื้นที่ปิด

เพียงก่อไฟก็มีควันอย่างเลี่ยงไม่ได้

ไม่ต้องรอคนเลวฆ่าตายก็ถูกไฟต้มชารมควันตาย

ค่อนข้างได้ไม่คุ้มเสียไปหน่อย…

จากการที่เขาไม่ชอบเดินก็ดูออกได้ว่าเขาเป็นคนรักชีวิตอย่างยิ่งคนหนึ่ง

เพราะตอนเดินถ้าไม่อยู่หน้าคนก็อยู่หลังคน

ไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น

ขี่ม้าก็เหมือนกัน

มีเพียงตอนนั่งในเกี้ยวให้คนยกเจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาถึงจะรู้สึกสงบใจเล็กน้อย

แต่เมื่อก่อนเขาไม่ได้เป็นคนพะว้าพะวัง โลเลไม่เด็ดขาดเช่นนี้

เจิ้นเป่ยอ๋องซ่างกวนซวี่เหยาก็เคยเป็นคนเสเพลเหมือนกัน

และสิ่งที่คนเสเพลขาดไม่ได้ที่สุดหาใช่กระบี่ดาบกับยุทธภพ

แต่เป็นสุราดีกับหญิงงาม

หญิงงามอาจเดินหอนางโลมมาทดแทนได้เป็นครั้งคราว

แต่สุราดีต้องตั้งใจหาถึงจะพบ

บางครั้งสุราที่ซ่อนอยู่ตามแผงลอยเล็กๆ ในซอยคับแคบที่เถ้าแก่หมักเองอาจจะรสชาติดีกว่าสุรามีชื่อเลื่องลืออยู่ข้างนอกเหล่านั้น

แต่ทำไมตอนนี้ซ่างกวนซวี่เหยาถึงเริ่มดื่มชา

เพราะเขารู้สึกว่าตราบใดที่ทำอะไรต่อเนื่องก็ล้วนเหนื่อยล้าทั้งสิ้น

ดื่มสุรามาสิบปี ดื่มชาย่อมต้องดื่มถึงสิบปีเช่นกัน

ก็เหมือนกับเป็นคนเสเพลมากพอแล้วจึงคว้าเอาตำแหน่งท่านอ๋องมาครองสักหน่อย

เมื่อเป็นท่านอ๋องพอแล้ว ต่อให้เขาไปเป็นคนเสเพลอีกครั้งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

เหมือนที่เขาพูดกับเสี่ยวลี่ข้างบ่อห่านป่าสีชาด

เสียเมืองอ๋องไปก็แค่ตีกลับมา

หากตีกลับมาไม่ได้ อย่างมากก็เลิกเป็นท่านอ๋องแล้วควบม้าถือกระบี่เที่ยวเตร่อยู่ในยุทธภพอีกครั้ง

อย่างไรสิ่งที่ควรมาก็ต้องมา

แต่ตอนที่ยังไม่มา เขาก็จะไม่คิดมากเด็ดขาด

………………………

ตอนเขาคารวะอาจารย์เล่าเรียนก็เป็นเช่นนี้

อาจารย์เขาหยิบดาบเล่มหนึ่งกับกระบี่เล่มหนึ่งวางไว้ตรงหน้าเขา ถามเขาว่าอยากเรียนอะไร

แต่ซ่างกวนซวี่เหยากลับเหม่อมองต้นหยางขนาดใหญ่ในลานบ้านของอาจารย์

มองไปสักพักก็ปีนถึงยอดบนสุดของต้นหยางเหมือนลิง

ตอนลงมายังหักกิ่งไม้ที่อ่อนที่สุดมาถือเล่นในมือ

คนโบราณหักหลิวเป็นส่วนมาก

แต่ไม่เคยได้ยินว่ามีคนหักหยาง

หักหลิวสื่อถึงการจากลา

เจอหน้าสหายที่ไม่รู้จะได้พบกันอีกที่ไหนเมื่อไรมักต้องหักหลิวส่งกันและกัน

สื่อว่าตนอาวรณ์คิดถึงคนไกล

แต่ซ่างกวนซวี่เหยาเพิ่งคารวะอาจารย์…

หนำซ้ำที่อาจารย์ถามคือเขาเรียนดาบหรือเรียนกระบี่

เขาก็ถือกิ่งต้นหยางอันหนึ่งไว้อย่างไม่ใส่ใจ ยืนเหม่อมองอยู่ตรงหน้าอาจารย์

เหมือนดาบกระบี่บนพื้นไม่เกี่ยวกับเขา

“เจ้าอยากเรียนวิชากระบองงั้นหรือ”

อาจารย์เขาเอ่ยถาม

เขาไม่รู้ว่าสิ่งใดคือวิชากระบอง เพียงยกกิ่งไม้ในมือเล่นและพยักหน้า

จากนั้นอาจารย์เขาหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาอีกสองสามเล่ม

สมุดทุกเล่มล้วนเป็นวิทยายุทธ์เลื่องชื่อและนิยมในเมืองที่สุด

จำต้องบอกว่าซ่างกวนซวี่เหยาเจออาจารย์ดีอย่างแท้จริง

ทว่าเขาไม่มองสมุดสี่เล่มนี้เลยสักนิด

แต่หันกายกลับไปมองต้นหยางขนาดใหญ่นั้น

“หรือว่าเจ้าอยากเรียนปีนต้นไม้”

อาจารย์เขาเอ่ยถาม

“ขอรับ!”

ซ่างกวนซวี่เหยาตอบอย่างดีใจ

นี่กลับทำให้อาจารย์เขานิ่งเงียบ…

เดิมปีนต้นไม้เป็นการละเล่นของเด็ก

จะนับเป็นวิทยายุทธ์ที่แท้จริงได้อย่างไร

แต่อาจารย์ผู้นี้ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่

เขากลับคิดว่าปีนถึงยอดต้นไม้ก็ยืนได้สูงมองได้ไกล

หรือว่าเด็กนี่อยากเรียนท่าร่าง

แล้วก็คิดอีกว่าการปีนต้นไม้เป็นงานที่ต้องใช้กำลังช่วงเอวกับสองขา

หรือเขาอยากเรียนวิชาขาด้วย

ก็เป็นเช่นนี้

สิบสองปีเต็ม

ซ่างกวนซวี่เหยาถึงค่อยๆ สำเร็จวิชา

ในนั้นเรียนวิชากระบองแค่หนึ่งปี

เพราะผ่านไปหนึ่งปีเขาก็ไม่ชอบแล้ว…

แต่จริงๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเรียนดาบกระบี่

เพราะเขาไม่ชอบดาบกระบี่ยิ่งกว่า

ในสิบเอ็ดปีที่เหลือ

เรียนท่าร่างห้าปี เรียนวิชาขาหกปี

อาจารย์พูดประโยคหนึ่งกับเขาว่า ‘ไสหัวไป’

เขาก็เลยจากมา

ตอนออกมาเขามองต้นหยางขนาดใหญ่ในลานบ้านของอาจารย์

มันเริ่มแห้งเหลืองแล้ว

เพราะเขาใช้สบู่ซักเสื้อผ้าใต้ต้นหยางต้นนั้นทุกวัน

กระทั่งปลดหนักเบาก็ไม่ไปห้องน้ำ ล้วนปลดอยู่ใต้ต้นหยางนี้

พริบตาเดียวผ่านไปสิบสองปี

ต้นหยางที่เคยใหญ่และแข็งแรงถูกเขาทรมานจนทนไม่ไหว…ใกล้สิ้นลมหายใจเต็มที

ดีที่ยังไม่ตาย

สำหรับต้นไม้ ตราบใดที่ยังไม่ตายก็มีความหวังเสมอ

คนก็เช่นเดียวกัน

…………………………………………

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 343 ท่านอ๋องที่โง่เขลาที่สุด-3"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved