cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ราชาซากศพ - บทที่ 139 ปล้นชิงซึ่งหน้า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ราชาซากศพ
  4. บทที่ 139 ปล้นชิงซึ่งหน้า
Prev
Next

บทที่ 139
ปล้นชิงซึ่งหน้า

“เอาล่ะ ….ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าจะไม่รั้งเจ้าไว้ แต่ข้าจะให้คนทำความสะอาดห้องของเจ้าเป็นประจำ เมื่อเจ้ามีเวลา เจ้าสามารถจะมาพักสักสองสามวัน และข้าจะเลี้ยงดูปูเสื่อเจ้าเป็นอย่างดี”

เมื่อหลงเถิงได้ยินคำพูดของหลงม่อ เขาก็ไม่รั้ง หลินเว่ยให้อยู่ต่อ แค่เมื่อหลินเว่ยมีเวลาว่างก็เดินทางมาที่นี่ได้

“ท่านลุงหลง……หลินเว่ยเอ่ยเรียกหลงเถิงและกล่าวอย่างไม่แน่ใจ พลางขมวดคิ้ว

“หลินเว่ย…..เอาล่ะ ปล่อยให้เขาทำไปเถอะ ไม่ต้องเกรงใจไป อยากมาที่นี่เมื่อไรก็ได้ ถ้าเขาไม่ให้เจ้าอยู่ที่นี่ ข้าจะตีขาเขาให้หัก.” หลงม่อพูดอย่างเอาแต่ใจ

“ …… !ฮ่าฮ่าๆ เมื่อได้ยินคำพูดของหลงม่อ ริมฝีปากของหลงเถิงก็กระตุกไม่หยุด อย่างไรก็ตามหลงม่อนั้นหัวเราะอย่างมีความสุข

“อืม! เจ้าหนู…ต้องระมัดระวังอยู่เสมอ หลงเถิงกล่าวร่ำลาหลินเว่ย จากนั้นหลินเว่ยจึงตอบกลับมาว่า ท่านลุงเองก็เช่นกัน” จากนั้นหลินเว่ยก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มและแสดงความเคารพ

“ไปเถอะ……หลงม่อโบกมือและกล่าวบอกหลินเว่ย

หลินเว่ยพยักหน้าหันหลังกลับและออกไปโดยไม่กล่าวลา จากนั้นเขาก็หลบออกจากจวนเจ้าเมืองเป่ยเฟิง จากนั้นเขาก็ปะปนกับฝูงชนและหนีออกจากเมืองเป่ยเฟิง

ครึ่งเดือนต่อมา หลินเว่ยปรากฏตัวอีกครั้ง นอกสถานศึกษาเทียนหยู ในร่างที่เต็มไปด้วยฝุ่นโคลน แม้ว่าเสี่ยวเฟยจะสามารถพาเขาไปที่สถานศึกษาโดยตรงอย่างสะดวกสบาย เพื่อลดปัญหาที่ไม่จำเป็น หลินเว่ยเลือกพื้นดินว่างเปล่าเพื่อลงจากหลังของเสี่ยวเฟย จากนั้นก็เก็บเสี่ยวเฟยเข้าไปในแหวนเวท และวิ่งไปที่สถานศึกษาอย่างรวดเร็ว

“เด็กคนนี้….ช่างอดทนเหลือเกิน”
ท่าทางการเดินเข้ามาของหลินเว่ย ตกอยู่ในสายตาของบุคคลที่ชื่อว่าเป็นรองผู้นำสถานศึกษาปรมาจารย์เฉียน

เมื่อเขากลับมาที่ลานชั้นใน หลินเว่ยเดินตรงไปที่ห้องโถงกงเต๋อ และพบว่าหวังฉีนั่งรอ อีกฝ่ายมีความสุขมากที่เห็น หลินเว่ยกลับมาอย่างปลอดภัย เขาจึงสั่งยุติงานที่ทำอยู่ในมือทันที

“ศิษย์พี่อาวุโส!” หลินเว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ดีแล้วที่เจ้ากลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่เจ้านั้นหายไปนานมากจนข้าหวั่นใจ ตอนนี้ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าสบายดี ข้าเลยวางใจ” หวังฉีมองขึ้นและลงที่หลินเว่ย และพูดอย่างมีความสุข

“ขอบคุณท่านมากสำหรับความห่วงใย ข้ามาหาท่านเพื่อส่งมอบภารกิจ ข้าต้องการให้ท่านพาข้าไปหาผู้อาวุโสหลี่และผู้อาวุโสหลิว ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะรายงานให้พวกเขารับทราบ” หลินเว่ยพูดอย่างสุภาพกับหวังฉี

จากนั้นใบหน้าของเขาก็ฉายแววจริงจัง
เมื่อเห็นการแสดงออกของหลินเว่ย หวังฉีรู้ว่าหลินเว่ยไม่ได้ล้อเล่น ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าอย่างรีบร้อน

หลี่หยุนและหลิวเฟิง ผู้อาวุโสผู้ดูแลห้องโถงกงเต๋อ นั้นอาศัยอยู่ในห้องโถงตามปกติ หลินเว่ยเดินตามหวังฉีและเข้าไปในทางเดิน จากห้องโถงไปยังด้านหลัง และเดินออกมาที่ด้านนอก พบห้องที่สร้างจากศิลาจำนวนมากมาย ในเวลานี้ประตูศิลาส่วนใหญ่ของห้องเหล่านี้ถูกเปิดออก มีเพียงห้องศิลาเพียงสองห้องเท่านั้นที่ถูกปิดสนิท

“ศิษย์น้อง! ห้องฝึกอบรมทั้งสองนี้ เป็นสถานที่ที่ผู้อาวุโสทั้งสอง ที่กำลังฝึกฝนอยู่ เจ้ารอที่นี่สักครู่ ข้าจะรายงานให้อาวุโสทราบ” หวังฉีมองไปที่หลินเว่ยและกำชับเขา เขารีบเดินอย่างรวดเร็ว ไปยังห้องศิลาประตูตะวันตกที่ปิดสนิท

จากนั้นหยิบป้ายหยกจากแขนเสื้อของเขา แล้ววางลงบนประตูซีกตะวันตก หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถอดป้ายหยกออกจากประตูตะวันตกโดยไม่พูดอะไร จากนั้นก็หันไปที่ประตูห้องศิลาที่ปิดสนิท และเดินไปทำท่าทางเช่นเดิมอีกครั้ง

จากนั้นเขาก็เก็บป้ายหยกและกลับไปหาหลินเว่ย
“ผู้ช่วยศิษย์อาวุโส! ท่าน?” หลินเว่ยถามด้วยความงงงวย
เมื่อได้ยินคำถามของหลินเว่ย หวังฉีรู้ว่าหลินเว่ยกำลังจะถามอะไร จากนั้นเขาจึงส่ายหัวและพูดว่า “ศิษย์น้อง ข้าได้แจ้งผู้อาวุโสสองคนแล้วว่า เจ้าต้องรอสักครู่ ”

หวังฉีกล่าวว่า: “เนื่องจากไม่มีสถานที่ที่จะสื่อสารกับผู้คนภายในห้อง ดังนั้นเราจึงใช้วิธีนี้!

หลังจากนั้นไม่นาน หลินเว่ยก็เห็นว่าประตูศิลาของห้องศิลาทั้งสองเปิดออก และมีร่างสองร่างออกมาในเวลาเดียวกัน มันคือหลี่หยุนและหลิวเฟิง
“หลินเว่ย! หวังฉีส่งข้อความมาว่า” เจ้ากำลังตามหาเราทั้งสองคน มีบางอย่างที่สำคัญ ข้าจึงรีบออกมาหาเจ้า” หลี่หยุนเดินไปหาหลินเว่ย และกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่หลี่หยุนพูดจบ หลิวเฟิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็พูดว่า “ใช่…เจ้าต้องการความช่วยเหลือจากเราทั้งสองคนหรือไม่? ขอเพียงเอ่ยออกมา

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวเฟิง หลินเว่ยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม หยิบหนังสัตว์ออกมาจากแหวนมิติ ยื่นให้หลิวเฟิง และพูดว่า “อาวุโสทั้งสองนี่คือสิ่งที่ท่านปู่….ขอให้ข้ามอบให้พวกท่าน โปรดรับไว้แล้วพวกท่านจะรู้เอง.”

“ปู่ของเจ้า?” หลิวเฟิงซ่อนความงงงวยบนใบหน้าของเขา และมองอีกฝ่ายกับหลี่หยุน จากนั้นเขาก็คลี่หนังสัตว์และเปิดดูด้วยกันทั้งสองคน

สิ่งที่ หลินเว่ยหยิบออกมา เป็นจดหมายที่เขียนโดยหลงม่อ ซึ่งอธิบายสถานการณ์ของภารกิจเป็นหลัก โดยปกติ เขาไม่ต้องการให้หลินเว่ยได้รับโทษเนื่องจากงานไม่บรรลุ ท้ายที่สุดหลินเว่ยก็เป็นหลานชายของเขา และเรื่องนี้เกี่ยวพันกันถึงลูกชายของเขา

เมื่อพวกเขาเห็นว่าจดหมายนี้ถูกเขียนโดยหลงม่อ พวกเขาก็ประหลาดใจ หลิวเฟิงยิ่งร้อนรนมากขึ้น และพูดด้วยความประหลาดใจ “ท่านผู้นำงั้นหรือ…..เป็นไปไม่ได้! เขาเป็นชายชราดูเหมือนว่าจะมีหลานสาวเพียงคนเดียว ข้าไม่เคยได้ยินมาว่าเขามีหลานชาย!

ยิ่งไปกว่านั้น เหตุใดเจ้าไม่ได้บอกพวกเราก่อน
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวเฟิง และได้เห็นการแสดงออกของพวกเขาอีกครั้ง หลินเว่ยรู้ว่าพวกเขาคิดเหมือนกันกับ หลงเถิงในตอนแรก หลินเว่ยจึงเกาหัวและพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ: “เอ๊ะ! ผู้เฒ่าทั้งสองเข้าใจผิด ข้าเป็นหลานชายที่ท่านปู่พึ่งรับเข้ามาไม่นานมานี้”

หลังจากรู้เหตุผล หลิวเฟิงก็ยกนิ้วโป้งขึ้นทันทีและกล่าวด้วยความชื่นชม: “กลายเป็นหลานชายตัวน้อย! ข้าจะบอกเจ้า! อาวุโสหลงนี่ร้ายกาจมาก เขาเป็นคนมีความคิด และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร รู้ว่าไม่สามารถรับเจ้าเป็นศิษย์ได้ แต่สามารถรับเจ้าเป็นญาติมิตรได้ ”
“อืม! ร้ายกาจ! ร้ายกาจจริง ๆ หลี่หยุนครุ่นคิด
“แค่ก!”เมื่อได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด ใบหน้าของหลินเว่ยก็ฉายแววแห่งความลำบากใจ หลังจากเขาแสร้งไอเล็กน้อย เขาก็พูดว่า “อาวุโสทั้งสองคนท่านคิดมากเกินไป ปู่ของข้าและอาจารย์ยังคงปฏิบัติกับข้าเหมือนเดิม เนื่องจากท่านปู่หลงเป็นพี่เขยของอาจารย์ ข้าจึงนับว่าเป็นหลานของเขา ไม่มีอะไรที่ทำผิดกฎ”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเว่ย หลี่หยุนก็ขมวดคิ้วและพูดด้วยใบหน้างงงวย “ตามกฎงั้นหรือ?”

“ใช่ หลินเว่ยพยักหน้าและกล่าวขึ้น
“หลิวเฟิง…..เหตุใดข้าไม่รู้เรื่องนี้ เจ้าล่ะ?” หลี่หยุนเห็นท่าทางของหลินเว่ย เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาหันศีรษะ และมองไปที่หลิวเฟิงเขาถามด้วยความงุนงง

“ข้าเองก็ไม่รู้! ผู้นำหลงเป็นศัตรูกับอาวุโส ซางกวนฮ่าวหยางมาโดยตลอด เขาสนิทกันตั้งแต่เมื่อใดกัน?” หลิวเฟิงเกาหัวของเขาและพูด

“เป็นเรื่องจริง?” เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของหลินเว่ยก็สับสนและเขาไม่รู้ว่าเรื่องใดที่เป็นเรื่องจริงกันแน่
“แค่กๆ! มาเถอะ อาวุโสทั้งสอง เราไม่ต้องพูดถึงผู้อาวุโสหลงอีกต่อไปแล้ว มาคุยกันเกี่ยวกับภารกิจของหลินเว่ยในครั้งนี้ว่า…..เราจะทำอย่างไรดี?” หวังฉีไอสองครั้งและทำให้หลินเว่ยนั้นรอดพ้นการสืบสาวราวเรื่องได้

“ใช่….ใช่! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้….อีกต่อไป” หลิวเฟิงพยักหน้าซ้ำ ๆ และกล่าวด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย

“อืม! มันง่ายมากที่จะจัดการภารกิจของหลินเว่ย เนื่องจากจดหมายรับรองของอาวุโสหลง เราจะเขียนรายงานพร้อมกับจดหมายจากอาวุโสหลงและส่งไปที่ส่วนกลาง” หลี่หยุนพยักหน้าและกล่าวขึ้น

“ตกลง….หวังฉีช่วยพาหลินเว่ยไปรับคะแนนหยุนหลี่กับข้า จะเอาจดหมายของอาวุโสหลงไปรายงานรองท่านผู้นำอาวุโส” หลิวเฟิงพยักหน้าและกล่าวกับหวังฉี

ขอบคุณท่านมาก หลินเว่ยกล่าวด้วยความเคารพ
“เรื่องเล็ก…. นี่เป็นเรื่องเล็กน้อย เจ้าติดตามหวังฉีไป! ที่เหลือให้พวกเราสองคนจัดการ” หลิวเฟิงโบกมือและกล่าวย้ำ

หลังจากที่หลินเว่ยจากไปแล้ว หลิวเฟิงและหลี่หยุนก็ออกจากที่นี่ และไปรายงานผู้นำอาวุโส

หลังจากมอบหมายงานเสร็จแล้ว หลินเว่ยก็รับงานหลายร้อยงานในคราวเดียว หลังจากที่คัดเลือกมาแล้วอย่างถี่ถ้วนระยะเวลางานครึ่งปี และจากนั้นเขาก็ออกจากสถานศึกษาอีกครั้ง

ในเวลานี้ หลินเว่ยไม่รู้ว่า……….มีคนที่มารออยู่หน้าบ้านพักเขามาหลายวันแล้ว

“พี่สาว! ท่านควรกลับไปกับข้าก่อนดีกว่า! หากเขาไม่กลับมาเล่า ท่านจะรออย่างโง่เขลางั้นหรือ?” ซางกวนหรูผิงพูดกับหญิงสาวอีกคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ

“เรื่องนี้…!” เมื่อได้ยินคำพูดของน้องสาว ซางกวนหรูเสวี่ยก็เริ่มสั่นคลอนในใจของนาง และแสดงสีหน้าลังเล

“หรือว่า ข้าควรกลับไปก่อน สักสองสามวันข้าค่อยกลับมาใหม่! พี่สาวข้าเก็บห้องไว้ให้ท่านแล้ว! เราไม่ได้เจอกันนานแล้ว ปู่และข้าคิดถึงท่านมาก หากหลินเว่ยมาแล้วค่อยมาพบเขายังไม่สาย ซางกวนหรูผิงเอ่ยโน้มน้าวซางกวนหรูเสวี่ย จนนางเริ่มหวั่นไหวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงเอ่ยชักชวนอีกครั้ง

“จริงเหรือ…..เขาไม่อยู่จริง ๆ หรือ?” ซางกวนหรูเสวี่ยมองไปข้างหน้า เพื่อเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

“ใช่….ข้าสัญญากับท่าน เป็นเพราะเขาช่วยท่านไว้ท่านเลยชอบเขางั้นหรือ?” ซางกวนหรูผิงเห็นการแสดงออกบนใบหน้าของซางกวนหรูเสวี่ย นางจึงไม่พอใจหลินเว่ย ตอนนี้นางอารมณ์เสียมากขึ้น เมื่อเห็น ซางกวนหรูเสวี่ยไม่สนใจนาง

“ยัยตัวเหม็น! เจ้าพูดว่าอะไรกัน….ใครจะไปสนใจผู้ชายคนนั้น ข้าแค่อยากจะขอบคุณเขา เพราะเขาไม่เพียงช่วยชีวิตข้า แต่ยังช่วยชีวิตศิษย์ของข้าด้วย ข้าอยากจะขอบคุณเขา มันจะผิดอะไรกัน ? “เมื่อได้ยินซางกวนหรูผิงพูดแทงใจดำ ซางกวนหรูเสวี่ยจึงเอ่ยดุด่า.

ซางกวนหรูผิงลูบหน้าผากของนางและพูดขึ้นว่า: “พี่สาว! ข้าผิดเอง! ข้าเข้าใจผิด ท่านต้องสัญญาว่า จะไม่ไปพึงพอใจหลินเว่ย ข้าไม่มีทางยอมให้เขามาเป็นพี่เขยของข้าแน่นอน ”

เมื่อได้ยินคำว่า “พี่เขย” ออกมาจากปากของซางกวนหรูผิง หัวใจของซางกวนหรูเสวี่ย ปรากฏร่องรอยที่อธิบายไม่ได้ ใบหน้าของนางแสดงร่องรอยของความเขินอาย แสร้งทำเป็นโกรธและหันมาดุซางกวนหรูผิง

ทั้งสองคนต่อสู้และทะเลาะกัน จากนั้นกลับไปที่บ้านพักของซางกวนฮ่าวหยาง หลังจากนั้นซางกวนหรูผิงพาซางกวนหรูเสวี่ยไปดูห้องที่เตรียมเอาไว้ให้ สุดท้ายซางกวนหรูเสวี่ยติดตามซางกวนฮ่าวหยาง และบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องที่หลินเว่ยช่วยชีวิตนางเอาไว้

หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ซางกวนฮ่าวหยางก็มีความสุขมาก เขาถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่หลินเว่ยนั้นไม่อยู่ เขาตั้งใจว่าจะตอบแทนหลินเว่ยอย่างดี เมื่อเขากลับมา

หลินเว่ยในตอนนี้ย่อมไม่รู้เรื่องนั้น ในเวลานี้เขาเต็มไปด้วยความบ้าพลัง งานก่อนหน้านี้ งานทั้งสี่ที่เขาเลือกมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานที่กำจัดโจรภูเขาได้เสร็จสิ้นลงไป เพราะความสัมพันธ์ระหว่างหลงม่อและหลงเถิง

ในความคิดของเขาคะแนนสมทบเหล่านี้ รวมถึงคะแนนก่อนหน้านี้ ยังมีน้อยเกินไปสำหรับเขา ดังนั้นเขาจึงรับภารกิจมาเพิ่มทันที หากมีเวลาเขาก็ต้องการที่จะรับงานเพิ่ม เพื่อแลกกับคะแนนสะสมในการฝึกฝน

ถึงกระนั้น ตราบเท่าที่เขาทำภารกิจทั้งหมดในครั้งนี้ คะแนนสะสมที่จะได้รับมา ก็เพียงพอสำหรับเขาที่จะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้

เนื่องจากภารกิจของหลินเว่ยนั้นไม่ได้มีทิศทางเดียวกัน แต่ครอบคลุมทั่วทั้งอาณาจักรเฟิ่งหยู ดังนั้นหลินเว่ยจึงใช้งานเสี่ยวเฟยในการเดินทางไปแต่ละที่ด้วยความรวดเร็ว

…………
อาณาจักรเฟิ่งหยูทางตอนใต้,เมืองอู่โฮว่, หุบเขาอู่เฟิง แอ่งน้ำกลางหุบเขาลึก

“โฮก … !”เสียงคำรามดังลั่นสนั่นป่า
“ปัง!” เสียงระเบิดดังขึ้นตามมาติด ๆ
“งานที่ 100 เสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่คาดคิดว่าเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ ตอนนี้ผ่านมาเกือบ 5 เดือนแล้ว ข้าเพิ่งเสร็จทำภารกิจเสร็จไปหนึ่งร้อยงาน และยังเหลืออีกกว่า 30 งาน ดูเหมือนว่าข้าจะต้องเร่งมือแล้ว” หลินเว่ยมองไปที่ร่างที่ร่วงหล่นของสัตว์อสูร และครุ่นคิดกับตัวเอง

เป็นเวลากว่าสี่เดือนแล้ว ที่หลินเว่ยออกจากสถานศึกษาเทียนหยู หลินเว่ยได้เดินทางไปยังสถานที่หลายแห่งในทิศตะวันออก และตะวันตกของอาณาจักรเฟิ่งหยู ในตอนนี้เขาอยู่ที่ชายแดนทางใต้ ของอาณาจักรเฟิงหยู ในภารกิจที่เหลือของเขา เป้าหมายที่ต้องทำนั้น….. อยู่ในหุบเขาอู่เฟิง

“นี่คือสัตว์อสูรขั้นเจ็ด งูมีปีก! พระโพธิสัตว์คุ้มครอง….. สัตว์ร้ายเช่นนี้ถูกสังหารแล้ว”
“ใช่! ว่ากันว่าปีกของงูตนนี้มีค่ามาก หากเจ้านำมันออกไปประมูล เจ้าจะสามารถหาหินหยวนระดับกลาง จำนวนนับล้านได้อย่างง่ายดาย”

“ไม่ต้องชักช้า รีบจัดการเก็บมันเดี๋ยวนี้เลย”
“อาวุโสจู้ นี่คือหินหยวนนับล้าน! หากท่านไม่ต้องการแต่อย่าขวางทางพี่น้องที่กำลังจะร่ำรวยได้!”

“ใช่ อาวุโสจู้ สามารถแบ่งหินหยวนจำนวนหนึ่งล้านหยวน แบบง่ายดาย แต่ละคนจะได้รับอย่างน้อย 5,000 ก้อน ถ้าท่านไม่ต้องการก็สละสิทธิ์ไปได้เลย ส่วนแบ่งของท่านจะถูกแบ่งให้พี่น้องเท่า ๆ กัน”

“เจ้า…!” เมื่อเห็นว่าฝูงชนนั้นเตะเขาออกจากงานชิ้นนี้ ผู้เฒ่าจู้ฉีโกรธจนตัวสั่น และเขาเดินหนีด้วยใบหน้าบึ้งตึง

เมื่อเห็นว่าไม่มีการคัดค้านอีกแล้ว ชายที่พูดก่อนหน้านี้ก็เดินไปหาหลินเว่ยอย่างรวดเร็ว และร้องบอกหลินเว่ยว่า: “เจ้ากล้าสังหารเหยื่อของเรา ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่”

ขณะที่หลินเว่ยตกอยู่ในภวังค์ จู่ ๆ เสียงที่ไม่นึกไม่ฝันก็ลอยเข้าหู และขัดจังหวะความคิดของเขา

แม้ว่าหลินเว่ยกำลังคิดถึงเรื่องต่าง ๆ แต่เขาก็ไม่เคยผ่อนคลายความระมัดระวัง เขาได้ค้นพบการมีอยู่ของคนเหล่านั้นแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าในเวลานั้นคนเหล่านี้น่าจะเป็นสมาชิกของกองทหารรับจ้างที่มาที่นี่ เพื่อทำภารกิจ ดังนั้นหลินเว่ยไม่ได้ให้ความสนใจกับพวกเขา

แต่มันกลับเกิดเรื่องแล้ว คนเหล่านี้ตัดสินใจที่จะปล้นของจากเขา รู้หรือไม่ว่า งูมีปีกตัวนี้ เป็นเป้าหมายภารกิจของเขา ซึ่งมีมูลค่าคะแนนสะสม 5,000 แต้ม

หลินเว่ยรู้สึกรำคาญเมื่อถูกขัดจังหวะ อีกฝ่ายหนึ่งหน้าด้านหน้าทน พูดว่าหลินเว่ยปล้นเหยื่อของพวกเขา ความโกรธของเขาพุ่งขึ้นจากก้นบึ้ง แต่หลินเว่ยในใจของเขา เขามองว่าคนเหล่านี้เป็นคนตายไปแล้ว

เมื่อหลินเว่ยมองไปรอบ ๆ เขาเห็นคนกลุ่มขนาดใหญ่ เดินมาหาเขาอย่างช้า ๆ มีจำนวนมากประมาณ 100 หรือมากกว่านั้น เสื้อผ้าของพวกเขาดูคล้ายกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาจากสถานที่เดียวกัน สิ่งที่หลินเว่ยสนใจมากที่สุด คือรถลากสัตว์ร้ายสองตน

ที่ล้อมรอบพวกเขา รถลากทั้งสองนี้ถูกห่อด้วยผ้าสีดำอย่างแน่นหนา และรถสัตว์แต่ละคันทำจากบันไดสองสามขั้นดูหรูหรา

“เจ้าเป็นใครกัน….งูมีปีกตัวนี้ เป็นเหยื่อของเจ้างั้นหรือ? หลินเว่ยถาม

“แน่นอน พวกเราอยู่ในกลุ่มทหารรับจ้างปีศาจทมิฬ ข้าเป็นหัวหน้ากองทหาร กัวเหวิน เจ้าน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับกองทหารรับจ้างปีศาจทมิฬของเรา?” กัวเหวินซึ่งอยู่ห่างจากหลินเว่ยไม่ถึง 50 เมตรหยุดฝีเท้า และกล่าวอย่างหยิ่งผยอง
“ ……”
เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย หลินเว่ยก็พูดไม่ออกไปสักพัก จากนั้นก็พูดโดยไร้อารมณ์ว่า: “กองทหารรับจ้างปีศาจทมิฬ? ไม่…..ไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“อะไรนะ…..ไม่เคยได้ยินมาก่อน……ฮ่าฮ่าฮ่า เหล่าพี่น้อง เขาบอกว่าเขาไม่เคยได้ยินเรื่องทหารรับจ้างทมิฬของเรา” เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเว่ย กัวเหวินก็ตะลึงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา เขาหันศีรษะและพูดกับเพื่อนที่อยู่ข้างหลังเขา

หลังจากหัวเราะ กัวเหวินก็หันไปมองหลินเว่ย และพูดด้วยความรังเกียจ: “เด็กชายกองทหารรับจ้างกัวเหวินของเราเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ดีที่สุดในเขตอู่โฮว่ ข้าไม่สนใจว่า เจ้าจะรู้จักหรือไม่ แต่ข้าบอก เจ้ามันเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ที่เด็กชายอย่างเจ้ามาปล้นเหยื่อ

ของกองทหารรับจ้างปีศาจทมิฬ ตอนนี้เจ้ามีสองทางเลือก จะตายอยู่ที่นี่หรือมอบร่างของงูมีปีกและกระเป๋ามิติที่อยู่บนตัวเจ้า แล้วจากไป

เมื่อได้ยินคำพูดของกัวเหวิน หลินเว่ยก็โกรธแทบตาย เขาเม้มริมฝีปากและพูดด้วยความรังเกียจ: “กองทหารรับจ้างทมิฬ ข้าคิดว่าเจ้าจะเรียกกองทหารรับจ้างอันธพาลน่าจะดีกว่า เป็นเรื่องไร้ยางอายมาก ทำไมเจ้าต้องหาข้อแก้ตัวมากมาย เพื่อต้องการร่างของงูมีปีกและกระเป๋ามิติของข้า
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเว่ยไม่เพียง แต่กัวเหวินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนอื่น ๆ ที่อยู่เบื้องหลังเขาด้วย พวกเขามองไปที่หลินเว่ยราวกับว่าพวกเขากำลังมองดูคนโง่

“เจ้าโง่…..อะไรนะ เจ้ากล้าตะโกนต่อหน้าพวกเรามากมายขนาดนี้ เจ้าคงไม่คิดว่าข้าล้อเล่น ?เอาล่ะ ไม่ต้องพูดมาก เราจะส่งเจ้าไปตาย” กัวเหวินฟื้นคืนสติและพูดด้วยความรังเกียจ
“เอาล่ะ! อย่าพูดมาก จะทำอะไรก็รีบทำ ข้ารีบ หลินเว่ยพูดอย่างไม่อดทน

“ให้ตายเถอะ! อย่าคิดว่าการฆ่างูมีปีกได้ ทำให้เจ้าคิดว่าตนเองนั้นมีพลังมาก ข้าคิดว่าเด็กคนนี้น่าจะมีพลังระดับขั้นราชาแห่งการต่อสู้ เขาสังหารงูมีปีกตัวนี้มาก่อนและเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บ ไปกับข้าและสังหารเด็กคนนั้น “เมื่อได้ยินคำพูดของ หลินเว่ย กัวเหวินก็แสร้งทำเป็นโกรธ แต่เขาก็แอบพาคนของเขา เข้าไปรุมทำร้ายหลินเว่ยอย่างลับ ๆ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 139 ปล้นชิงซึ่งหน้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved