cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1374 พบปะ ตอนที่ 1375 ความจริง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
  4. ตอนที่ 1374 พบปะ ตอนที่ 1375 ความจริง
Prev
Next

ตอนที่ 1374 พบปะ ตอนที่ 1375 ความจริง

ตอนที่ 1374 พบปะ

ค่ายกลแผ่ขยายกว้าง ตัดขาดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่โดยรอบ

ทว่าที่น่าแปลกก็คือ แสงอาทิตย์กลับยังคงทะลุผ่านเข้ามาได้ ดังนั้นดูไปแล้วเมื่อเทียบกับภาพทิวทัศน์รอบตัวก่อนหน้า จึงแทบไร้ซึ่งความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

อ้อ ไม่สิ จริงๆ แล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง

บริเวณจุดที่ต้นโพธิ์สีทองม่วงปกคลุมไว้ทั่วเองก็ล้วนเปลี่ยนแปลงไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

ยามปรายตามองไป ทุกหนทุกแห่งล้วนแลดูอบอุ่นประหนึ่งหน้าใบไม้ผลิ เปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวายิ่ง

ฉู่หลิวเยว่จึงปล่อยมือ ก่อนจะจับจ้องไปยังเบื้องหน้า

ในแววตาของอินทรีสามตาตัวที่อยู่ด้านหน้าสุดแฝงแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมาแผ่วเบา

“จื่อเฉิน ออกมาหาคนในเผ่าของเจ้าสักหน่อยสิ”

…

บนทุ่งหิมะโล่งกว้าง ค่ายกลสีทองม่วงขนาดมหึมาที่กางอยู่ในทุ่งดึงดูดทุกสายตาเป็นพิเศษ

ฝูงชนล้วนแล้วแต่อยากเข้าไปดูว่าข้างในเกิดเรื่องราวอันใดขึ้นกันแน่ ทว่าส่วนมากกลับบังเกิดความหวาดหวั่นขึ้นในใจ

…อินทรีสามตาจำนวนมากมายถึงปานนั้น พวกเขาย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันอยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น กระทั่งต้นโพธิ์สีทองม่วงก็ยังคงตั้งตระหง่าน ผู้ใดจะรู้ได้ว่ายังมีอินทรีสามตาตนอื่นอีกหรือไม่?

“ที่แท้ที่นี่ก็คือรังของพวกมันนี่เอง…”

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งลอบพึมพำเสียงเบาอย่างอดไม่ได้

“มิน่าเล่า พันปีมานี้อินทรีสามตาถึงไม่ปรากฏตัวเลย ผ่านมาตั้งนาน ที่แท้พวกมันก็อยู่ในบุพกาลชายแดนเหนือกันหมดนี่เอง!”

อีกทั้งยังแอบซ่อนตัวอยู่ในที่นี้ด้วย!

หากมิใช่เพราะครานี้พวกเขาได้เห็นกับตา เกรงว่าก็คงไม่กล้าเชื่อในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น

ผู้อาวุโสคิ้วขาวที่ถูกเหวี่ยงออกมา เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าชือรุ่ยเออร์ด้วยความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น

“คุณหนูรอง ข้าไร้ความสามารถ…”

ชือรุ่ยเออร์กระแอมไอออกมาคราหนึ่ง ทั้งกระอักเลือดออกมาหลายครั้ง สีหน้ายิ่งทวีความซีดเผือดลง

“… ไม่… ไม่ใช่ความผิดท่าน… ล้วนเป็นข้า… ความผิดข้าเอง…”

หากมิใช่เพราะเพื่อช่วยนาง ฉู่เยว่เองก็คงไม่ต้องไปหลอกล่ออินทรีสามตาพวกนั้น! อีกทั้งคงไม่ถูกขังอยู่ในนั้นด้วย!

เขาเพียงคนเดียวจะไปสู้กับพวกมันทั้งหมดได้อย่างใดกัน?

ผู้อาวุโสคิ้วขาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น

“คุณหนูรอง ความจริงแล้ว… ข้าคิดว่าอินทรีสามตาพวกนั้นดูไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายฉู่เยว่นะขอรับ…”

เริ่มแรกพวกมันพกเอาจิตสังหารที่กักเก็บไว้เต็มเปี่ยมพุ่งตรงเข้าไปหาฉู่เยว่จริง

แต่คล้อยหลังมาก็มิรู้ว่าด้วยเหตุใด ท่าทีของพวกมันถึงได้เปลี่ยนราวกับพลิกฝ่ามือ

มิเช่นนั้นแล้วละก็ คงไม่หยุดโจมตีกะทันหันเอาตอนหน้าสิ่วหน้าขวานในช่วงสุดท้ายหรอก

แน่นอนว่าชือรุ่ยเออร์เองก็สังเกตเห็นถึงข้อนี้เช่นเดียวกัน

ทว่ากันไว้ก็ดีกว่าแก้

อย่างใดเสียฉู่เยว่ก็ทำเพื่อช่วยนาง หากว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นจริงๆ เช่นนั้นนาง…

“ไม่ต้องเป็นกังวลไป”

ที่น่าแปลกก็คือ ผู้อาวุโสฮวาเฟิงกลับดูจะรู้สึกโล่งอกอย่างใดอย่างนั้น

“เขาปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนแน่นอน”

มีหงส์ทองคำคอยอารักขาอยู่เช่นนั้น ต่อให้จะมีอินทรีสามตามาเพิ่มอีกมากเท่าไร ก็คง… ไม่เป็นปัญหาหรอกกระมัง?

…

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ คุกใต้ดินสักแห่งในบุพกาลชายแดนเหนือ

ภายในช่องว่างคับแคบแลอึมครึมอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นจนชวนคลื่นไส้

มีร่างผอมซูบของชายหนุ่มผู้หนึ่งเอนพิงเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบ

สองมือสองเท้าของเขาล้วนถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนจำกัดพื้นที่การเคลื่อนไหวรอบตัว อย่างมากก็ไปได้แค่ห้าก้าว

ดวงหน้าที่แต่เดิมยังนับได้ว่าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน บัดนี้กลับหมองลงไปมาก โหนกแก้มซูบตอบ สีหน้าซีดขาว

บนริมฝีปากซีดเผือดมีรอยแตกและแห้งผากหลายจุด เพียงขยับเบาๆ ก็ทำให้เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา

เขากำลังหลับตา ลมหายใจอ่อนระโหยโรยแรง ราวกับว่าจะหมดสติลงไปได้ทุกเมื่อ

“มู่ชิงเห่อ”

สุ้มเสียงทุ้มต่ำแกมแหบพร่าดังแว่วมาจากด้านหน้า

เปลือกตาของมู่ชิงเห่อขยับเขยื้อน ก่อนจะลืมขึ้นมาอย่างยากลำบาก

ยามปรายสายตามองไปยังกระจกทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า นัยน์ตาของเขาพลันปรากฏแววยำเกรงและกระวนกระวาย

เขาหยัดกายลุกขึ้นในทันใด ก่อนจะคุกเข่าลงไปยังทิศทางนั้นอย่างยากลำบาก

“… นายท่านขอรับ…”

“ดูเหมือนว่าระยะนี้ชีวิตเจ้าจะดูไม่ค่อยราบรื่นเท่าไรนะ”

สุ้มเสียงนั้นฟังดูราวกับหยอกล้อ ทว่ากลับทำให้คนฟังรู้สึกสะท้านไปทั่วกาย

“ซั่งกวนเยว่เหมือนจะไม่ติดใจเอาความเจ้านี่นา แล้วเหตุใดเจ้าถึงตกอยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะ หืม?”

มู่ชิงเห่อก้มศีรษะจรดลงพื้น

“… ข้าน้อยไร้ความสามารถ… เกรงว่าคงเหลือเวลาไม่มาก ไม่อาจอยู่รับใช้ท่านได้อีก…”

เสียงนั้นหัวเราะเริงร่า

“หรือเจ้าจะบอกว่าติดตามนางมาตั้งหลายปีขนาดนั้น แต่ไม่มีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ให้กันสักนิดเลยอย่างนั้นหรือ? จริงสิ ตอนนี้นางเองก็อยู่ที่บุพกาลชายแดนเหนือนี่พอดี ข้าควรให้พวกเจ้า… ได้พบปะกันสักรอบดีหรือไม่?”

ตอนที่ 1375 ความจริง

เขาคุกเข่าอยู่บนพื้นโดยไม่ลุกอยู่นานทีเดียว สุ้มเสียงหรือก็อ่อนแรงแลหดหู่นัก

“นางรู้เรื่องที่ข้าน้อยทรยศแล้ว เราคง… ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจอกันอีกแล้วกระมัง?”

เจอกันแล้วจะพูดอันใดได้อีกเล่า?

บนโลกนี้ไม่มีใครจะเชื่อใจคนที่ครั้งหนึ่งเคยทอดทิ้งตัวเองได้อีกหรอก

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขาทำไปในครานั้นเลย ทุกเรื่องทุกอย่างล้วนเพียงพอที่จะทำให้นางสิ้นชีวิตได้เลย

“นั่นก็ไม่แน่”

สุ้มเสียงนั้นหัวเราะออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยแฝงซึ่งนัยว่า

“ก็เพราะแม้นนางจะรู้เรื่องที่เจ้าทรยศนางแล้ว แต่กลับเลือกที่ไว้ชีวิตเจ้า เรื่องนี้ก็เลยยิ่งน่าสนใจไม่ใช่หรือไร? เจ้าเป็นคนที่นางชุบเลี้ยงมากับมือ บางที… อาจเป็นเพราะนางคงฝืนใจปล่อยให้เจ้าตายไม่ได้?”

มู่ชิงเห่อที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นจมดิ่งสู่ความเงียบงัน ทั่วทั้งร่างหนาวเฉียบเสียจนแข็งทื่อ

เขาหลับตาลง ปกปิดไว้ซึ่งทุกอารมณ์ที่ฉายออกมาทางแววตา

บรรยากาศโดยรอบดูราวกับว่าจะแข็งค้างไปโดยพลัน

“ครานี้คนมากันเยอะเกินไป ยุ่งยากวุ่นวาย รอให้สงบกว่านี้เสียหน่อยแล้วคงไปเชิญนางมาก็ยังไม่สาย ถ้าจำไม่ผิดแล้วล่ะก็ พวกเจ้าสองคนเองก็ไม่ได้เจอกันมานานมากแล้วนี่นะ? อย่างใดเสียการรำลึกถึงวันเก่าๆ ของนายบ่าวก็เป็นสิ่งที่ควรทำ อย่าลืมเสียละว่าของสิ่งนั้นยังอยู่กับนาง”

ริมฝีปากซีดเผือดของมู่ชิงเห่อสั่นระริก ท้ายที่สุดเขาก็เอ่ยออกมาสองสามคำอย่างยากลำบาก

“ทุกอย่างล้วนทำตามที่ท่านสั่งขอรับ”

เสียงหัวเราะเย็นเยียบชวนเสียววาบดังขึ้น ก่อนจะอันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปพักใหญ่ มู่ชิงเห่อถึงได้หยัดตัวตรงขึ้นมา

สีเลือดที่เปรอะเต็มบานกระจกทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ที่ซึ่งตั้งอยู่ไว้ไม่ไกลจากตรงหน้าของเขานักจางลงไปแล้ว เหลือเพียงบริเวณขอบเท่านั้นที่ยังคงเผยให้เห็นร่องรอยสีแดงเข้มเบาบาง

ทั่วทั้งสี่ทิศมืดสนิท ว่างเปล่า และเงียบสงัด

มู่ชิงเห่อค่อยๆ ยืนขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงหน้าครึ่งหนึ่งสว่างครึ่งหนึ่งมืดครึ้ม สีหน้าคลุมเครือไม่ชัดเจน

…

“อนุชนมีตาหามีแววไม่ คารวะท่านบรรพบุรุษ!”

ภายในค่ายกล อินทรีสามตาจำนวนมากมายต่างพร้อมใจกันมารวมตัว พลางก้มคำนับจื่อเฉินด้วยความเคารพเทิดทูนยิ่ง สีหน้าหรือก็ยากจะปิดบังความตื่นเต้นไว้ได้

แม้ว่าการแสดงออกของจื่อเฉินจะดูเรียบนิ่ง แต่ฉู่หลิวเยว่กับมันเชื่อมลมปราณเข้าไว้ด้วยกัน ย่อมสามารถรับรู้ได้ถึงความผันผวนของอารมณ์ในใจของมันได้อย่างชัดเจน

ถูกขังมานานกว่าพันปี บัดนี้ได้พบเจอคนในเผ่าตัวเองเสียที จะไม่ให้รู้สึกวูบไหวในใจได้อย่างใด?

“ตามสบายเถอะ ทุกอย่างในเผ่าเรียบร้อยดีหรือไม่?”

จื่อเฉินที่ผ่อนคลายอารมณ์ของตัวเองได้แล้วเอ่ยปากขึ้นในที่สุด

สิ้นเสียงประโยค สีหน้าของอินทรีสามตาที่ยืนอยู่ตรงข้ามพลันแปรเปลี่ยนไปค่อนข้างละเอียดอ่อนอยู่บ้างทีเดียว

อินทรีสามตาตัวหัวหน้าแสดงสีหน้าอย่างไม่มีทางเลือกออกมา

“ท่านบรรพบุรุษ ข้าขอเรียนท่านตามตรง สถานการณ์ในเผ่า… นับได้ว่าไม่ค่อยดีนัก”

ในใจของจื่อเฉินพลันดิ่งวูบ

“ปีนั้น หลังจากที่ท่านหายตัวไปอย่างกะทันหัน ก็มีคนเข้ามาล้อมโจมตีพวกเราอย่างป่าเถื่อน หลังจากผ่านการต่อสู้ไปอย่างยากลำบาก คนในเผ่าบาดเจ็บล้มตายกันไปมากกว่าครึ่ง สุดท้ายแล้วเพื่อรักษาไว้ซึ่งเลือดเนื้อของเผ่า ทุกคนจึงจากบ้านเก่ามา ร่อนเร่พเนจรไปหลายแห่งจนกระทั่งมาถึงที่นี่”

“หลายปีมานี้กลับไม่มีวี่แว่วข่าวของท่านเลย พวกข้าจึงคิดว่าท่านถูกมนุษย์ใช้หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์นั่น…”

อินทรีสามตาตัวหัวหน้าเอ่ยมาถึงตรงนี้ก็เหลือบมองฉู่หลิวเยว่แวบหนึ่ง

สีหน้าของจื่อเฉินราบเรียบนัก

“เจ้าพูดต่อเลยก็ได้”

“…ขอรับ เป็นเพราะว่าตอนที่ท่านหายตัวไปได้ทิ้งเปลวเพลิงจากหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ พวกข้าจึงใช้สิ่งนี้เป็นเบาะแสตรวจสอบมาโดยตลอด แต่น่าเสียดายที่หลายปีผ่านไป ก็สืบหาอันใดไม่ได้เลย จนกระทั่งครานี้ พวกข้าถึงเพิ่งพบว่าของสิ่งนั้นแท้จริงแล้วอยู่ที่…”

มันเงียบไปครู่หนึ่ง

มีอินทรีสามตาจำนวนหนึ่งต่างเสสายตามองไปทางฉู่หลิวเยว่อีกรอบอย่างอดไม่ได้

หากก่อนหน้านี้พวกมันไม่ได้คิดไปเองแล้วล่ะก็ เหมือนว่าหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์… จะอยู่ในร่างของคนผู้นี้!

“ดังนั้นครานี้ ความจริงแล้วเป็นพวกเจ้าที่จงใจจัดฉากเพื่อล่อคนที่มีหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ของจริงให้ออกมา แล้วค่อยหาทางจับตัวไป?”

ฉู่หลิวเยว่คลี่ยิ้มบางเบาพลางเอ่ยถาม

“… ถูกต้อง”

อินทรีสามตาเหล่านี้ก็แสนจะซื่อตรงนัก ต่างก็ยอมรับออกมาแต่โดยดี

“ก็เพราะแบบนี้นี่แหละ ก่อนหน้านี้พวกข้าสัมผัสได้ว่าของสิ่งนั้นอยู่ในร่างของเจ้า ก็เลย…”

อินทรีสามตาตัวหัวหน้าพูดไปพลาง มองจื่อเฉินด้วยสายตากระวนกระวายไปพลาง

พวกมันล้วนดูออกว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านบรรพบุรุษกับเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นไม่ธรรมดา

ในตอนนั้นได้ยินข่าวลือหนาหูว่าท่านบรรพบุรุษถูกคนใช้หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ทำร้ายเข้า ดังนั้นพวกมันจึงเกลียดชังมนุษย์ที่ครอบครองหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์มาโดยตลอด

แต่ว่าตอนนี้ดูไปแล้ว… เหมือนจะมีบางอย่างไม่ถูกต้องอยู่บ้าง…

“ตอนนี้หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ยอมรับนางเป็นเจ้านายแล้วก็จริง แต่เรื่องในตอนนั้นมิได้เกี่ยวข้องอันใดกับนาง”

จื่อเฉินรู้ว่าพวกมันนั้นเข้าใจผิด จึงเอ่ยอธิบายออกมาเสียเดี๋ยวนั้น

“จริงๆ แล้วถ้าจะให้พูดให้ถูกก็คือ หากไม่มีนาง ตอนนี้ข้าก็คงตายไปนานแล้ว”

เพิ่งจะจบประโยค ฉู่หลิวเยว่พลันรับรู้ได้ถึงสายตาอันกระตือรือร้นหลายคู่จับจ้องมาที่นาง

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง คุณชายฉู่ ต้องขออภัยที่เสียมารยาทด้วย!”

ท่าทีของพวกมันพลันเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

การที่ช่วยชีวิตจื่อเฉินเอาไว้ล้วนเป็นบุญคุณอันใหญ่หลวงต่อเผ่าของพวกมันทั้งหมด ย่อมต้องรู้สึกอยากขอบคุณอยู่แล้ว

ฉู่หลิวเยว่กระแอมไอออกมาคราหนึ่ง

“ทุกท่านไม่ต้องมากพิธีรีตองหรอก”

ความจริงแล้วนางเองก็ไม่ได้เสียผลประโยชน์อันใดเลยด้วยซ้ำ อย่างใดเสีย… จื่อเฉินเองก็กลายมาเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาของนางแล้วด้วย…

“เรื่องในตอนนั้นพูดแล้วค่อนข้างยาว รอคราวหลังมีเวลาแล้วจะมาอธิบายให้พวกเจ้าฟังกันอย่างละเอียดอีกที”

จื่อเฉินพูดพลางเบนสายตามองไปทางอินทรีสามตาตัวหัวหน้า

“เรื่องครานี้เป็นพวกเจ้าตัดสินใจกันเอง หรือ… ยังมีแผนอื่นอีก? ข่าวหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์มาปรากฏที่นี่บนโลกเป็นพวกเจ้าปล่อยออกไปหรือ?”

แววตาของฉู่หลิวเยว่พลันแข็งทื่อ

นี่ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่นางอยากรู้ความจริงมากที่สุดเช่นกัน

อินทรีสามตาตัวหัวหน้าส่ายศีรษะ

“ความจริงแล้ว… ก่อนหน้านี้มีคนมาหาพวกเรา บอกว่าอยากจะช่วยเราหาตัวเจ้าของหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์ พวกข้าก็ตอบตกลงไป ส่วนเรื่องภายหลังหลักๆ แล้วก็เป็นอีกฝั่งที่ลงมือ พวกเราเพียงแค่รออยู่ที่นี่เงียบๆ เท่านั้น…”

จื่อเฉินกับฉู่หลิวเยว่หันมาสบตากันแวบหนึ่ง

“คนผู้นั้นเป็นใครกัน?”

“พวกข้าเองก็ไม่รู้ ตอนที่อีกฝั่งปรากฏตัวก็ไม่ได้แสดงรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงให้คนอื่นเห็น กระทั่งลักษณะรูปร่างเองก็ยังไม่เหมือนกันสักรอบ แต่ว่า… ไม่น่าใช่คนธรรมดาสามัญ”

นี่ย่อมแน่นอนอยู่แล้ว

สามารถหารังอินทรีสามตาเจอ หนำซ้ำยังชักชวนให้พวกมันยอมร่วมมือได้ แค่นี้ก็สามารถอธิบายได้หลายคำถามแล้ว

ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“จื่อเฉิน คนที่รู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างเผ่าอินทรีสามตากับหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์มีใครบ้าง?”

จื่อเฉินหรี่ตาลงพลางส่ายศีรษะ

“คราแรกข้าก็นึกว่าจะมีแค่คนในเผ่าที่รู้เรื่อง แต่ตอนนี้มาดูแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่”

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำร้ายเจ้าในตอนนั้น? หรือไม่ก็เป็น… คนพวกนั้นที่ล้อมโจมตีเผ่าอินทรีสามตาหลังจากที่เจ้าเกิดเรื่อง?”

จื่อเฉินตะลึงไปพักหนึ่ง ในแววตาปรากฏร่องรอยอารมณ์อันซับซ้อนเคลื่อนผ่าน

“… ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้… เพียงแต่เวลามันผ่านมาหลายพันปีแล้ว บัดนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตัวของพวกมันอยู่ที่ใด หรือใช้ชีวิตด้วยรูปลักษณ์แบบใดอยู่…”

เวลาเปลี่ยนอันใดๆ ก็เปลี่ยน เวลาที่ยาวนานปานนั้น ไม่ว่าเรื่องอันใดก็ล้วนเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

สองแขนของฉู่หลิวเยว่กอดอกพลางลูบคางของตนเบาๆ สีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายมิยิ้ม

“ดูเหมือนว่าอีกฝ่าย… จะเพ่งเล็งมาที่ข้านะ”

หากใช้หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์มาเป็นเหยื่อล่อแล้ว เช่นนั้นปลาที่ต้องงับเบ็ดก็ย่อมเป็นนางอย่างไม่ต้องสงสัย

เพียงแต่ว่าตอนนี้นางก็ยังไม่สามารถตัดสินได้ในทันทีว่า อีกฝ่ายรู้หรือไม่ว่าหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่นาง

หลังพึมพำกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เบนสายตาขึ้นมาถามว่า

“ตอนนี้พวกเจ้ายังติดต่อกับคนพวกนั้นได้อยู่หรือไม่?”

อินทรีสามตาพร้อมใจกันส่ายศีรษะ

“พวกเขาระวังตัวกันมาก ทุกครั้งล้วนเป็นฝ่ายติดต่อพวกข้ามาก่อน แถมหลังจากนั้นยังจัดการเผาทำลายเบาะแสและหลักฐานทุกอย่างเสียจนหมด พวกข้าเคยคิดไล่ตามไปดูร่องรอยครั้งหนึ่ง ทว่าพวกเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย อีกฝ่ายเจ้าเล่ห์มาก แต่ว่ามีข้อหนึ่งที่ยืนยันได้… อีกฝ่ายเองก็อยู่ในบุพกาลชายแดนเหนือเหมือนกัน!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 1374 พบปะ ตอนที่ 1375 ความจริง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved