cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1150 ผ่าเข้าอย่างจัง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
  4. ตอนที่ 1150 ผ่าเข้าอย่างจัง
Prev
Next

ตอนที่ 1150 ผ่าเข้าอย่างจัง

“ที่รับปากเจ้าไว้ ข้าย่อมทำตามที่พูด!”

หลิ่วอินถงตวาดออกมาอย่างทนไม่ไหวในท้ายที่สุด

บรรดาผู้คนต่างก็เงียบกริบโดยพลัน

คนจำนวนไม่น้อยต่างก็มองไปทางฉู่หลิวเยว่ด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ

ครั้งนี้…ถือได้ว่าเขาไปล่วงเกินหลิ่วอินถงเข้าโดยสมบูรณ์แบบ!

ภายในสำนักนี้น่ะ หากไปล่วงเกินกลุ่มเล็กๆ ของพวกเขาเข้า ผลที่ตามมาในภายหลังจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ร้ายแรงหลายเท่าได้ก็สุดจะรู้!

ขอเพียงพวกเขาต้องการ เพียงใช้สมองนิดวางแผนการหน่อย ก็สามารถทำให้ฉู่เยว่ผู้เป็นศิษย์ใหม่ไร้พื้นเพใดๆ และใช้ชีวิตอยู่ในสำนักได้ยากแล้ว!

ต่อให้ท่านอาจารย์ของเขาคือผู้อาวุโสวั่นเจิง ก็ไม่มีทางควบคุมคลื่นใต้น้ำอันเงียบเชียบระหว่างศิษย์ด้วยกันเองได้ทั้งหมด

เจ้าเด็กนี่…ช่างน่าเวทนานัก!

ทว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นกลับมิได้เฉลียวใจถึงจุดนี้เลยแม้แต่น้อย เมื่อได้ยินคำพูดของหลิ่วอินถงดังนั้น เขาก็คลายปมคิ้วพลางคลี่ยิ้มบางเบา

“ศิษย์พี่หลิ่วเป็นผู้น่านับถือ ศิษย์น้องย่อมเชื่ออย่างไร้ข้อกังขาขอรับ”

ทั่วทั้งสี่ทิศเงียบกริบไปครู่หนึ่ง

ทุกคนต่างก็จินตนาการไปถึงกระทั่งฉากชีวิตในสำนักอันยากลำบากของเขาเป็นที่เรียบร้อย

“เฮอะ สมแล้วที่ศิษย์น้องฉู่เยว่เข้าตาผู้อาวุโสวั่นเจิงได้ ช่างยอดเยี่ยมโดยแท้…”

รอยยิ้มบนดวงหน้าของกงเซิ่งจางหายไปไม่น้อย ทั้งหางตาและหัวคิ้วของเขาต่างก็ปกปิดแววเย็นชาแลมืดครื้มเอาไว้ไม่อยู่

หากเป็นผู้อื่นที่ถูกเขาจับจ้องด้วยสายตาเช่นนี้ ย่อมต้องรู้สึกหวาดกลัวจนอยู่ไม่สุข

ทว่าไม่ใช่กับฉู่หลิวเยว่

นางตอบกลับไปอย่างสุขุมว่า

“ขอบคุณศิษย์พี่กงเซิ่งที่เอ่ยชม ศิษย์น้องยังมีเรื่องมากมายที่ยังไม่รู้ ต้องคอยศึกษาจากพวกท่านอีกมากขอรับ”

กระทั่งกงเซิ่งที่คุ้นชินกับการกระทำตัวยโสโอหังไม่ไว้หน้าผู้ใด มาบัดนี้เองก็อับจนคำพูดเช่นกัน

ในอกของเขาหายใจติดขัด เพลิงโทสะเองก็ยิ่งพวยพุ่งขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาหัวเราะเสียงเย็นเยียบ

“ประเสริฐ! ประเสริฐ! ศิษย์น้องฉู่เยว่ เจ้า… ช่างประเสริฐนัก!”

เอ่ยจบ เขาก็สาวเท้าไปหยุดอยู่ข้างกายของหลิ่วอินถงอย่างรวดเร็ว

“อาถง กลับไปรักษาอาการบาดเจ็บให้เจ้าตัวเล็กนั่นก่อนเถอะ ส่วนเรื่องอื่น…ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”

หลิ่วอินถงผงกศีรษะรับ

เมื่อต้องเผชิญกับเรื่องราวที่ทำให้เจ็บปวดใจเช่นนี้ อารมณ์ผ่อนคลายเบิกบานใจก็สลายหายไปไม่มีเหลือ

คนเหล่านั้นต่างก็พากันหมุนกายจากไป

คนที่อยู่ข้างล่างต่างก็กุลีกุจอหลีกเป็นทางกว้างพอให้เดินผ่านไปได้

เดินไปได้ไม่กี่ก้าว กงเซิ่งก็พลันหันศีรษะกลับมา สายตาเย็นยะเยือกจ้องเขม็งมายังฉู่หลิวเยว่ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาคำต่อคำว่า

“ศิษย์น้องฉู่เยว่ วันหน้าหากมีโอกาส พวกเราก็มาแลกเปลี่ยนกันสักหน่อยเถิด! พอถึงเวลานั้นก็ขอให้พวกเราได้ช่วยเพิ่มพูน…ทักษะของเจ้าทีเถอะ”

พูดจบ พวกเขาก็เดินจากไปโดยไม่หยุดลงอีกในท้ายที่สุด เงาร่างของคนเหล่านั้นหายลับเข้าไปในป่ารกทึบอย่างรวดเร็ว

บรรยากาศบนยอดเขาดูเฉื่อยชาลงอย่างมาก เนิ่นนานทีเดียวที่ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมา

ใครก็คาดไม่ถึงกันทั้งนั้นว่าเรื่องจะดำเนินไปจนถึงขั้นนี้ได้…

“ฉู่เยว่ เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

หลัวซือซือก้าวเดินขึ้นไปข้างหน้า สีหน้าของนางวิตกกังวลยิ่ง

ฉู่หลิวเยว่คลี่ยิ้มบาง

“นี่ข้าก็ยังอยู่ดีไม่ใช่หรือ จะเป็นอันใดไปได้เล่า?”

“อวดดีนัก!”

“เจ้าคิดว่าตัวเองยอดเยี่ยมมากเลยหรือที่ชนะการแข่งวันนี้ได้? วิเศษมากอย่างนั้นหรือ? สรุปแล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่เจ้าไปล่วงเกินเข้าน่ะเป็นคนแบบไหน! หลังจากนี้…เจ้าก็เตรียมรับผลเอาไว้ดีๆ แล้วกัน!”

ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้ว

“เช่นนั้นแล้วข้าต้องทำอย่างใดจึงจะไม่เป็นการล่วงเกินพวกเขา? บอกให้ถวนจื่อยอมแพ้แล้วยอมประเคนโลหิตของอสูรศักดิ์สิทธิ์ให้น่ะหรือ?”

อิ่นฝานแทบสำลัก

ไม่ว่าจะใครก็ตาม ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้โดยไร้ซึ่งความบาดหมางข้องใจ

นี่ไม่เพียงเป็นการปล้นชิงของจากอสูรศักดิ์สิทธิ์ในครอบครอง แต่ยังเป็นการทำให้เจ้านายของมันเสื่อมเสียเกียรติอีกด้วย!

“ช่างเถอะ อย่างใดเสียเรื่องก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามทางของมันเถอะ!”

หลัวเยี่ยนหมิงก้าวขึ้นมาพลางเอ่ยปลอบใจ

“เรื่องนี้เดิมก็เป็นพวกเขาที่ไม่มีเหตุผลมาตั้งแต่แรกแล้ว แล้วก็ยังไม่สามารถทำอันใดเจ้าได้ด้วย”

“ไร้เดียงสาสิ้นดี!”

อิ่นฝานแค่นเสียงเย็นเยียบในลำคอ

พวกหลัวซือซือต่างก็ไม่คิดให้ความสนใจอิ่นฝานอีก

ในตอนนั้นพวกเขาเองก็ดูออกว่าอิ่นฝานไม่ยอมรับในตัวของฉู่เยว่

แม้ว่าพวกเขาจะรู้จักอิ่นฝานมานานแล้ว ทว่าเหตุการณ์นี้ก็ทำให้มองเห็นถึงปัญหามากมาย

หากเทียบกันแล้ว พวกเขาใคร่จะยืนอยู่ฝั่งฉู่เยว่มากกว่า

“ฉู่เยว่ เจ้าวางใจเถอะ! เจ้าน่ะชนะมาได้อย่างใสสะอาด ต่อให้เรื่องนี้แดงไปถึงหูผู้อาวุโสฟากโน้น เจ้าพวกนั้นก็เป็นคนผิดอยู่ดี! ถ้าพวกมันคิดจะจัดการกับเจ้าจริงๆ ละก็ยังมีพวกเรานะ! แต่ถ้าไม่รอดจริงๆ เราก็ยังมีพี่สี่!”

อันดับของหลัวเยี่ยนหลินในงานประลองชิงอวิ๋นนั้นสูงกว่าพวกเขาอยู่มากโข

ในใจของฉู่หลิวเยว่พลันรู้สึกอุ่นวาบ

“ขอบคุณมาก แต่ว่าสุดท้ายแล้วนี่ก็เป็นปัญหาของข้า ข้าจะพยายามแก้ไขมันด้วยตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้”

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ในแววตาราวกับมีแสงทอประกายวาบอย่างไร้เสียง

“ข้าเข้าสำนักมาก็เพื่อบำเพ็ญเพียร พัฒนาพลังของตัวเองเพื่อเป็นผู้แข็งแกร่ง! ไม่ได้มาเพื่อก้มหัวให้ใคร! อีกฝ่ายปฏิบัติต่อข้าอย่างใด ข้าก็ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างนั้น”

ในเมื่อไม่คิดให้เกียรติกันแต่แรก เช่นนั้น…ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเกรงใจ!

“พูดได้ถูกต้องนัก!”

จัวเซิงมีสีหน้าเห็นด้วย

“ตัวพวกมันเองยังสู้เจ้าไม่ได้ แล้วยังจะมีหน้ามาจับผิดเจ้าอีกหรือ!?”

ผู้แข็งแกร่งย่อมได้รับการเคารพ!

หลัวซือซือกับหลัวเยี่ยนหมิงสบตากันคราหนึ่ง หว่างคิ้วของพวกเขากลับแฝงไปด้วยแววลอบกังวลอยู่หลายส่วน

ฉู่หลิวเยว่คลี่ยิ้มพลางส่ายศีรษะ

“ช่างเถอะ อย่าเอาเรื่องเล็กน้อยพวกนี้มากวนใจพวกเจ้าเลย ถวนจื่อ—“

นางเคาะลงบนศีรษะของถวนจื่อ

“เรามีเวลาอีกหน่อยก่อนเวลาคืนนี้จะหมดลง ยังไม่รีบไปอีก!”

เอ๋า!

ถวนจื่อได้ยินดังนั้นก็พุ่งไปทางตาน้ำพุด้วยความตื่นเต้นทันที หัวเล็กๆ ของมันจุ่มลงไปในตาน้ำพุ

กลุกกลุกกลุกกลุก—

ไม่ต้องเอ่ยถาม ไม่ต้องมองสีหน้า ฉู่หลิวเยว่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์สุขใจหาที่ได้เปรียบของมัน

นี่ก็ทำให้อารมณ์ของนางดีขึ้นมากเช่นเดียวกัน

ทั้งเจ้านายและอสูรรับใช้ต่างก็มีความสุขกันทั้งคู่ ทว่าคนอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์กลับมีความคิดที่แตกต่างออกไป

เริ่มมีคนถอยห่างจากไปแล้ว

เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาไม่คิดที่จะเข้าไปทำความรู้จักมักจี่หรือข้องเกี่ยวกับศิษย์ใหม่ใจกล้าผู้นี้เลยแม้แต่น้อย

ไม่กี่อึดใจ บนเขาหมื่นเมรัยก็เหลือคนอยู่เพียงน้อยนิด

สถานที่ที่เดิมทีมีชีวิตชีวาแลเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมกลายเป็นที่ที่เงียบเหงาภายในชั่วครู่เดียว

เดิมทีอิ่นฝานเองก็คิดชักชวนให้พวกหลัวซือซือจากไปเช่นเดียวกัน ทว่าเมื่อโดนคนกลุ่มนี้ปฏิเสธ สุดท้ายเขาก็จากไปพร้อมด้วยท่าทีขุ่นเคือง

…

เวลาเดินผ่านไปชั่วครู่

หลัวเยี่ยนหมิงชายตาไปมองตาน้ำพุอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง

“เหตุใดมันถึงยังดื่มไม่พอสักทีละนั่น ไม่ใช่ว่าคิดจะกินนอนอยู่ที่นี่เลยหรอกนะ?”

ตั้งแต่การประลองจบจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาได้ระยะหนึ่งแล้ว มันก็ยังคงรั้งรออยู่ตรงนั้น อีกนิดก็จะทำเอาตัวเองเปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว

ฉู่หลิวเยว่ยกมือขึ้นนวดขมับของตน

ดูจากสภาพของถวนจื่อในตอนนี้แล้ว พลังที่กักเก็บอยู่ในตาน้ำพุนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าส่งประสิทธิภาพต่อมันจริงๆ

บาดแผลที่รับมาเมื่อครู่ตอนนี้ก็ได้รับการฟื้นฟูจนหายดีแล้ว

แน่นอนว่าเหล่านี้เองก็ต้องให้ความดีความชอบแก่โลหิตของอสูรศักดิ์สิทธิ์สามหยดนั้นไม่น้อยเช่นกัน

ถ้าหากว่ารั้งรออยู่ตรงนี้อีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าพลังสายเลือดของมันอาจจะถูกกระตุ้นขึ้นมาได้เร็วยิ่งขึ้นจริงๆ!

“จะถึงเวลาแล้ว พวกเราต้องไปกันแล้วละ”

หลัวซือซือเหลือบตามองผืนฟ้าพลางกล่าวเตือน

ฉู่หลิวเยว่ตะโกนเรียกถวนจื่อคราหนึ่ง

ถวนจื่อจึงต้องจำใจจากตาน้ำพุมาอย่างเสียไม่ได้ เดินออกก้าวหนึ่งก็หันไปมองเสียสามรอบ

กว่าจะรอมันพิรี้พิไรกลับมาถึงตรงหน้าของฉู่หลิวเยว่ได้ก็ผ่านไปครู่หนึ่งแล้ว

เมื่อเห็นสีหน้าประหม่าและเร่งรีบของแต่ละคน ฉู่หลิวเยว่ก็เอ่ยขึ้นมา

“พวกเราไปกันเถอะ!”

หากว่าลงเขาไปตอนนี้ก็น่าจะยังไปทัน…

ครืน!

เสียงดังลั่นจนพาให้สั่นสะเทือนไปทั่วพลันปะทุขึ้นสู่ผืนฟ้าเหนือเขาหมื่นเมรัย!

พวกฉู่หลิวเยว่ต่างก็ตื่นตกใจเป็นอย่างมาก รีบพากันเงยหน้าขึ้นมอง!

พวกเขาพลันเห็นว่าเหนือผืนฟ้าสีน้ำเงินเข้มยามค่ำคืนนั้น หลังจากที่ดวงจันทร์ที่ส่องสว่างเคลื่อนตัวเข้าหลบซ่อนหลังกลุ่มเมฆดำก้อนใหญ่ไป สายอัสนีบาตสีเงินดุจดั่งมังกรลอยตระหง่านสายหนึ่งกำลังรวมตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง!

“มีคนกำลังอัญเชิญทัณฑ์สวรรค์หลอมอาวุธ!”

หลัวเยี่ยนหมิงมีสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความตื่นตกใจพลางตะโกนออกมาคำรบหนึ่ง!

“รีบไปเร็วเข้า!”

หากว่ามันกระจายไปทั่วล่ะก็ เราอาจจะโดนลูกหลงด้วยก็เป็นได้!

ระหว่างที่พูดนั่นเอง ทัณฑ์สวรรค์สายนั้นก็พลันฟาดลงมา ก่อนจะผ่าลงไปทางกลุ่มคนที่ยังคงอยู่บนยอดเขาหมื่นเมรัยเข้าอย่างจัง!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 1150 ผ่าเข้าอย่างจัง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved