cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1096 ชายาผู้ไร้สกุลรุนชาติ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
  4. ตอนที่ 1096 ชายาผู้ไร้สกุลรุนชาติ
Prev
Next

ตอนที่ 1096 ชายาผู้ไร้สกุลรุนชาติ

การถูกผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งท่านหนึ่งลงทุนลงแรงสอนสั่งเราด้วยตัวเองนั้น เป็นความรู้สึกอย่างใดน่ะหรือ?

ตอนนี้ฉู่หลิวเยว่เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว

นี่มันนรกบนดินชัดๆ!

ก่อนหน้านี้นางเคยคิดว่านางฝึกฝนมาหนักมากแล้ว แต่หลังจากได้พบกับตู๋กูโม่เป่า ถึงได้รู้ว่านางคิดผิดมหันต์!

แต่ก็อย่างที่เขาพูด คนอ่อนแอมักจะคิดว่าตัวเองอ่อนแออยู่แบบนั้น

ในเมื่อพิธีคัดเลือกชายาเอก และเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่นี้ทั้งหมดยุติลงแล้ว ดังนั้นก็ถึงเวลาแก่การฝึกฝนอย่างหนักแล้วเช่นกัน

ฉู่หลิวเยว่พยายามพูดให้ตัวเองดูดีขึ้นบ้าง

“อันที่จริง…จริงๆ แล้วฝีมือของข้าก็ไม่ได้ห่วยขนาดนั้นสักหน่อย? เมื่อวานตอนวัดนาฬิกาไร้กาลเวลา ข้าวัดได้ตั้ง ‘สิบเอ็ด’ เลยนะ…”

ตู๋กูโม่เป่ายังคงนิ่งเฉย พลางเงยหน้าขึ้นสบตานางอย่างเกียจคร้าน

“แล้วอย่างใด? ตอนนี้เจ้าก็ยังเป็นแค่จอมยุทธ์ระดับเจ็ดกระจอกๆ คนหนึ่งอยู่ดีมิใช่หรือ?”

ฉู่หลิวเยว่ถูกโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง

พลันเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสองพร้อมความคิดบางอย่างที่แวบเข้ามาในหัว

“ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ข้าลืมถามไปเรื่องหนึ่ง ข้าว่ากระดานหมากรุกของพระโอรสแผ่นนั้น… ดูจะคล้ายกับกระดานของพี่เป่าเลยนะ?”

ตู๋กูโม่เป่าและหรงซิวถึงกับเงียบกริบ

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตู๋กูโม่เป่าก็พูดว่า

“เจ้าไปจัดแจงธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนเถอะ หลังจากนี้อีกหนึ่งเค่อ ข้าจะกลับมาใหม่”

หลังจากพูดจบ เขาก็เอามือไพล่หลังพร้อมเชิดหน้าชูคอขึ้น พลันก้าวฉับๆ ออกไปจากห้องด้วยสองเท้าเล็กๆ คู่นั้น

ไม่รู้เพราะอันใด แต่ฉู่หลิวเยว่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากแผ่นหลังเล็กๆ ที่หายไปจากครรลองสายตานั่น

ก่อนจะตวัดหางตามามองหรงซิว

หรงซิวกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นน่าฟัง

“ช่างเป็นผู้อาวุโสที่ทรงพลังนัก การได้ฝึกฝนกับเขานั้นเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง เยว่เอ๋อจะต้องรักษามันไว้ให้ดี ส่วนข้า…ขอไม่รบกวนทั้งสองคนแล้วกัน”

พูดจบเขาก็เตรียมหันหลังกลับและจากไป

“ประเดี๋ยวก่อน!”

แต่จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็รั้งเขาไว้

“คนของเผ่าอื่นๆ กลับไปกันหมดแล้วหรือ?”

หรงซิวหันกลับมา

“บางคนจากไปแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่ยังอยู่ที่นี่”

ดูเหมือนหรงซิวจะเดาได้ว่านางต้องการถามอันใด จึงกล่าวเสริมว่า

“ผู้คนจากผาแดนสวรรค์ยังอยู่ที่นี่”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่หลิวเยว่ถึงค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย

“เช่นนั้นก็ดี ก่อนหน้านี้ข้าได้สัญญากับหลินจือเฟยว่าจะช่วยรักษาอาการป่วยให้เขา พวกของประมุขหลินปฏิบัติต่อข้าอย่างดี ข้าจึงไม่สามารถผิดคำพูดได้”

นางมองไปยังหรงซิวด้วยสายตาออดอ้อน

“ไม่ทราบว่า หากข้าจะขอให้พวกเขาพักอยู่ที่นี่สักสองสามวัน กระทั่งร่างกายของหลินจือเฟยฟื้นตัวเต็มที่ แล้วค่อยส่งพวกเขากลับไปได้หรือไม่?”

หรงซิวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“อันที่จริง ผาแดนสวรรค์ก็มีเซียนหมอผู้มีวิชาแกร่งกล้าอยู่หลายคน”

ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวไปมา

“เพราะข้าตกลงกับพวกเขาไว้แล้ว จะให้กลับคำพูดก็ไม่ได้ แถมสาเหตุหลักของอาการป่วยภายของเขา ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว แค่ใช้เวลาพักฟื้นเพียงไม่กี่วันก็พอ และคงไม่ต้องใช้แรงมากมายขนาดนั้น”

หรงซิวชะงักไปนิด พลันก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างไว มือเรียวข้างหนึ่งบีบปลายคางของนางไว้ แล้วโน้มตัวลงไปจุมพิตกลีบปากแดงสวยนั่นเบาๆ

ยามนี้นางกำลังนั่งอยู่ ส่วนเขากำลังยืน ส่งผลให้ระดับความสูงของเราต่างกัน

และทำให้กายบางของนางเอนไปด้านหลัง เนื่องจากแรงกดดันอันรุนแรงที่ประทังเข้ามา

ทว่าก่อนที่ฉู่หลิวเยว่จะได้ทันโต้ตอบ ทั่วทั้งร่างของนางก็พลันถูกห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นหอมเย็นๆ อันคุ้นเคย ที่ลอยฟุ้งออกมาจากเรือนกายของเขา

เพียงพริบตา ริมฝีปากอันเย็นเฉียบนั่นก็แปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นมาในทันใด

ฉู่หลิวเยว่ยื่นมือของตนออกไปอย่างเผลอไผลราวไร้สติ แขนเรียวสวยตวัดคล้องลำคอของเขา พลางยกศีรษะขึ้นเล็กน้อย แล้วยันตัวโน้มไปข้างหน้า

หรงซิวให้มืออีกข้างกอดรวบเอวบางของนางไว้ พร้อมบีบเค้นเอวบางราวต้องการบดขยี้เรือนร่างเล็กๆ นี้ให้แหลกเหลวคามือ

เอวขอดบางนุ่มลื่นราวหยกเนื้อดี ความอุ่นร้อนจากโลหิตในกาย และกลิ่นหอมอันน่าเย้ายวน

ฉู่หลิวเยว่ครวญครางออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

หรงซิวกำมือแน่นขึ้นบัดดล

หลังจากนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็ขยับเข้ามาใกล้ใบหูของเขา

มันใกล้จนนางมองเห็นแม้กระทั่งใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อของเขา

นางเป่าลมใส่หูเขาแล้วกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา

“ยามฝ่าบาทอ่อนโยนนั้นน่ารักน่าชังที่สุดเลย”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ มีหรือบุรุษอย่างเขาจะสงบสติอารมณ์ได้

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสภาพของพวกเขาในตอนนี้?

ทว่าพอหรงซิวกำลังจะเคลื่อนไหว ฉู่หลิวเยว่ก็ผละออกจากอ้อมกอดของเขาและตบไหล่แน่นนั้นเบาๆ

“เอาล่ะ ยามนี่ก็สายมากแล้ว ฝ่าบาทควรออกไปได้แล้ว”

หลังจากพูดจบ นางก็ลุกขึ้นและเตรียมเดินออกไป

แต่หรงซิวกลับกอดนางไว้จากทางด้านหลัง

ฉู่หลิวเยว่นั้นถือว่าเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวมากกว่าสตรีทั่วไป แต่เมื่อเทียบกับหรงซิวแล้ว นางกลับดูตัวเล็กถนัดตา

ลำแขนหนาโอบรอบตัวนาง แล้วกระชับกอดแน่นจนอีกคนจมลงไปในอ้อมกอด

หรงซิวจรดปลายคางไว้บนลาดไหล่บาง น้ำเสียงของเขาแหบพร่าประหนึ่งกำลังอดทนอดกลั้น

“เจ้าจงใจ”

ฉู่หลิวเยว่กระซิบเบาๆ

“ฝ่าบาททรงรู้อยู่แก่ใจดี”

หรงซิวพลันหยุดชะงัก ก่อนจะกล่าวราวเสียอกเสียดาย

“ต้องรีบเร่งงานอภิเษกแล้วกระมัง”

ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วแล้วเอี้ยวตัวไปมองเขา

“เช่นนั้น ฝ่าบาทก็เล่าเรื่องในอดีตของเราให้ข้าฟังมากกว่านี้สิ?”

หรงซิวพลันยิ้มเยาะพลางจุมพิตริมฝีปากนางเบาๆ พร้อมกดเสียงต่ำแล้วตอบกลับไป

“เยว่เอ๋อ อย่ามายั่วยุกันเช่นนี้”

เสียงของเขาทั้งทุ่มต่ำและแหบพร่าเสียจนใบหูของคนฟังร้อนผ่าวไปหมด

ครั้นถูกต้อนด้วยการเค้นถามกลายๆ หรงซิวถึงได้หยุดตอแยนาง แล้วกล่าวเตือนอย่างระมัดระวังก่อนจะจากไป

เพียงพริบตา ทั่วทั้งห้องก็เหลือเพียงฉู่หลิวเยว่ผู้เดียว

นางหันกลับไปมองประตูบานใหญ่ นัยน์ตาคู่งามหรี่ลงอย่างจับผิด พลางสบถเสียงเบา

เจ้าหนีพ้นวันพระ แต่วันเพ็ญหน้าเจ้าไม่รอดแน่[1]

สิ่งใดที่นางควรรู้ นางย่อมต้องรู้ให้ได้!

…

หลังจากที่ฉู่หลิวเยว่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ไม่นานตู๋กูโม่เป่าก็เข้ามาอีกครั้งตามที่บอกไว้ก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกันฉู่หลิวเยว่ก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะสำหรับใช้เล่นหมากรุกบริเวณริมหน้าต่างแล้ว เห็นได้ชัดว่ากำลังรอเขาอยู่

เมื่อเห็นเขามา ฉู่หลิวเยว่ก็ยิ้มกว้างพร้อมส่งเสียงเรียก

“นั่งเลยพี่เป่า!”

ตู๋กูโม่เป่าเดินเข้าไปหานางอย่างใจเย็นแล้วนั่งลง

“พวกเรามาเริ่มกันเถอะ!”

ฉู่หลิวเยว่โพล่งปาก

ตู๋กูโม่เป่าสะบัดแขนเสื้อเบาๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองนางอีกครั้งราวลังเลใจ

ฉู่หลิวเยว่จึงย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“ข้าสัญญาว่าจะไม่ถามเรื่องนั้นอีกแล้ว”

หลังจากนั้นตู๋กูโม่เป่าก็ขยับอุ้งมือน้อยอวบอ้วนของเขาเบาๆ พลันมีลำแสงมากมายพุ่งออกมา ก่อนจะสอดประสานกันและเป็นตารางหมากรุกที่คั่นกลางระหว่างคนทั้งสองในทันที!

“แต่ไม่ใช่ว่าข้าบอกเจ้าไม่ได้”

ตู๋กูโม่เป่าเป็นฝ่ายนำ เขาเดินหมากหนึ่งตัวพลางพูดคุยกับนางเสมือนปกติ

“หากเจ้าทะลวงผ่านได้เร็วและแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าใด เจ้าจะก็ยิ่งเข้าใจทุกอย่างมากขึ้นเท่านั้น”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าแล้ววางหมากลงบนกระดานเช่นกัน

“ข้ารู้”

…

หลังจากที่หรงซิวออกมาจากห้องบรรทม เขาก็เคลื่อนตัวไปยังห้องทรงงาน

ผ่านไปเพียงหนึ่งวัน แต่กลับมีม้วนสารมากมายวางกองอยู่บนโต๊ะ

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันต้องเกี่ยวกับเรื่องที่ฉู่หลิวเยว่ถูกเลือกให้เป็นชายาเอกแน่ๆ

แต่แน่นอนว่าเพราะฉู่หลิวเยว่ได้รับตำแหน่งนั้นมาอย่างยุติธรรมและสัตย์จริง พวกเขาจึงหาเหตุผลแย่ๆ มาหักล้างบทสรุปนี้มิได้ เว้นเสียแต่เรื่องภูมิหลังของนาง

แม้ว่าตอนวัดนาฬิกาไร้กาลเวลา ฉู่หลิวเยว่จะวัดได้ถึงระดับสิบเอ็ด แต่ในสายตาของบางคน มันอาจจะยังห่างไกลจากคำว่าดีพออยู่มากโข

หรงซิวค่อยๆ เปิดมันเสมือนไม่ใส่ใจ แล้วจ้องมองมันอยู่แบบนั้น ก่อนจะไล่ปฏิเสธเอกสารทั้งหมด ราวไม่ต้องการออกความเห็นใดๆ

อย่างใดก็ตาม ในเมื่อชื่อนั้นได้รับการยืนยันแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะทำอันใดก็จะมิใช่ปัญหาอีกแล้ว

เมื่อหรงซิวประมวลผลรายงานฉบับสุดท้ายเสร็จ จู่ๆ ก็มีลมปราณสายหนึ่งพุ่งเข้ามาจากข้างนอก!

หรงซิวตากระตุกพลันตวัดสายตาขึ้นมองทันที

ประตูห้องทรงงานเปิดกว้าง!

ก่อนจะมีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ประตู!

ที่แท้ก็ผู้อาวุโสถงชวนนี่เอง!

หรงซิวยกยิ้มบางเบาอย่างใจเย็น

“ผู้อาวุโสถงชวน เหตุใดท่านถึงกลับมาเร็วเช่นนี้?”

ใบหน้าของผู้อาวุโสถงชวนเต็มไปด้วยโทสะและความขุ่นเคืองใจสุดขีดอย่างปิดไม่มิด

เขาเดินเข้าไปแล้วพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว

“ที่แท้ ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทก็จงใจส่งข้าออกไป เพราะจะเลือกซั่งกวนเยว่ผู้ไร้สกุลรุนชาติคนนั้นมาเป็นชายาหรือ!?”

[1]อุปมาว่า หนีพ้นวันพระ หนีไม่พ้นวันเพ็ญ โดยที่ “หนีพ้นวันพระ” อ้างอิงจากปฏิทินจีน วันพระจีน คือขึ้นหนึ่งค่ำ และ “หนีไม่พ้นวันเพ็ญ”(15) ก็คือวันเพ็ญ ซึ่งหากแปลโดยรวมก็คือ ไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น จะวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ต้องเผชิญหน้ากันอยู่ดี

—————————-

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 1096 ชายาผู้ไร้สกุลรุนชาติ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved