cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 491 รวมตัว (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 491 รวมตัว (1)
Prev
Next

บทที่ 491 รวมตัว (1)

ในโถงรับแขก

ลู่เซิ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงมองลัวเฉิงด้วยสีหน้าแปลกพิกล แถมคอยพิจารณาลัวอิงตลอดเวลา ไม่พูดอะไรอยู่ชั่วขณะ

ลัวเฉิงใจเต้นระทึก ลัวอิงใจเต้นตึกตัก ต่างคนต่างมีความคิดอ่านในใจ ต่างกำลังรอการตอบกลับของลู่เซิ่งอยู่

ลัวอิงสงสัยแต่ไม่รู้จะถามจากตรงไหน นางทราบว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ควรส่งเสียงถาม ถ้าหากว่าท่านพี่คิดว่าอธิบายให้ตัวเองฟังได้ อย่างนั้นต้องหาโอกาสบอกแน่

ตอนนี้ที่ไม่อธิบาย ไม่แน่ว่าอาจจะพูดไม่ได้

ดังนั้นนางจึงยืนอยู่เงียบๆ

หลิ่วเอ๋อร์ผู้ครองเขาฉีซันป้องปากหัวเราะคิก ในช่วงชีวิตอันยาวนานของนางมีเวลาที่เต็มไปด้วยเรื่องสนุกสนานแบบนี้เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่นั่นเป็นเรื่องที่ผ่านมานานมากๆ แล้ว

ตอนนั้น พลังฝึกปรือของนางยังไม่แกร่งเท่าตอนนี้

เนิ่นนานนัก

ลู่เซิ่งจึงค่อยๆ เอ่ยปาก

“เจ้าอยากให้นางเป็นน้องสาว อย่างนั้นจะเป็นน้องสาวก็ได้ ในฐานะเจ้าสำนักน้อย การมีลูกหลายๆ คนหน่อยก็ไม่เลวเหมือนกัน…ข้าจะได้ไม่ต้องจัดการเรื่องแต่งงานให้กับเจ้าอีก”

ลัวเฉิง “…”

ใบหน้าของลัวอิงแสดงความงุนงง ก่อนจะแดงก่ำ นางจึงรีบก้มหน้าลง

“เอาล่ะ เรื่องราวของที่นี่จบเท่านี้ ลัวเฉิงตอนนี้เจ้าพาข้าไปหน้าหลุมศพบิดามารดาของเจ้า ข้าจะไปกราบไหว้สักหน่อย” ลู่เซิ่งลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวเสียงกังวาน

“เอ่อ…ขอรับ…ได้ขอรับท่านลุงใหญ่!” ลัวเฉิงรีบตอบอย่างร้อนรน ตอนนี้เขาเหลือบมองลัวอิงผู้เป็นน้องสาว ในใจที่ยังกังวลสับสนกลับเกิดความรู้สึกสุขใจอันเข้มข้น

“ตระกูลลัวของเราขาดแคลนคนรุ่นหลัง ดังนั้นลัวเฉิงเจ้าต้องพยายามให้มากๆ ในเวลาสองปีอย่างน้อยต้องมีลูกมากกว่าห้าคน นี่เป็นภารกิจของเจ้าในฐานะเจ้าสำนักน้อย การฝึกฝนวิชาไม่ต้องสนใจก็ได้ แต่ต้องมีลูกเยอะๆ!” ลู่เซิ่งชี้แนะอย่างชัดเจน

แม้ไม่ทราบว่าผลกรรมของมู่อวิ๋นมีความปรารถนาจะทำให้ตระกูลรุ่งเรืองหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ทำก่อนแล้วค่อยว่ากันย่อมดีกว่า

“เอ่อ…ท่านลุงใหญ่…ผู้หลานยังไม่ได้กำหนดเรื่องแต่งงานด้วยซ้ำ นี่ออกจะเร็วเกินไปหรือไม่…” ลัวเฉิงตกใจจนหน้าถอดสี รีบปฏิเสธเสียงดัง

“ไม่เป็นไร ถ้าหากเป็นเรื่องแต่งงานของเจ้าสำนักน้อย คนในสำนักข้ามีหลายพันคน สามารถเลือกได้ตามใจ เชื่อว่าไม่มีใครไม่ยินดีอุทิศตนปรนนิบัติเจ้าสำนักน้อยแน่” หลิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างกล่าวพลางหัวเราะ

“นี่…” ลัวเฉิงรู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย โชคลาภมาอย่างกะทันหันเกินไป เพียงแต่อยู่ๆ เขาก็รู้สึกตัว รีบมองไปยังลัวอิงผู้เป็นน้องสาว เห็นลัวอิงทำหน้าหม่นหมองอย่างที่คิดไว้

“เอ่อ…ช่างมันเถอะ…ข้าไม่เอาดีกว่า…ขอบคุณพี่สาวๆ…ฮ่ะๆๆ…” ลัวเฉิงรีบบอกปัด

“ต๊ายตาย ปากหวานจริงๆ” หลิ่วเอ๋อร์หัวเราะคิก ดวงตายิ้มหยีเหมือนกับจันทร์เสี้ยว

“เอาล่ะ ไปกราบไหว้หลุมศพกันก่อน” ลู่เซิ่งสั่ง

“เอ๋?…ตอนนี้เลยหรือขอรับ!?” ลัวเฉิงร้องอย่างตกใจ

“กราบไหว้อยู่ที่ใจ ไม่เกี่ยวกับเวลา อย่าเสียเวลาเลยไม่อย่างนั้นจะมากเรื่องมากราวเสียเปล่า” ลู่เซิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

ลัวเฉิงกับลัวอิงไม่เข้าใจว่าหมายความถึงอะไรอยู่ชั่วขณะ แต่ว่าท่านลุงใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนดุดัน พวกเขาจึงไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่เดินออกจากโถงรับแขกพร้อมกัน

“จริงสิ ท่าน…เอ่อ” ลัวอิงอ้าปากแต่ไม่ทราบจะเรียกอย่างไรอยู่ชั่วขณะ

“เรียกข้าว่าลุงใหญ่ก็ได้ อย่างไรไม่ช้าก็เร็วเจ้าก็จะเป็นคนของตระกูลลัวอยู่แล้ว” ลู่เซิ่งโบกมือกล่าวอย่างไม่นำพา

หน้างามของลัวอิงแดงก่ำอีกรอบ

“ท่านลุงใหญ่ คือว่า…ข้าคือคนในราชวงศ์ของรัฐอนัตตา ภายหลังจะเกิดปัญหาไม่น้อย ถ้าหากว่าท่าน…”

“รัฐอนัตตาหรือ เหมือนจะเคยได้ยินมาก่อน” ลู่เซิ่งใคร่ครวญ เขาเหมือนเคยได้ยินชื่อรัฐแห่งนี้มาก่อน คล้ายจะอยู่ห่างไกลมาก

“ไม่เป็นไรหรอก” หลิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างส่งเสียงอย่างอ่อนโยน “ปัจจุบันทั่วทั้งใต้หล้า เรื่องที่ท่านลุงใหญ่ของพวกเจ้าทำไม่ได้ มีอยู่น้อยยิ่ง”

โอ้!

ลัวเฉิงอดกลืนน้ำลายไม่ได้ รู้สึกว่าตนเองเหมือนจะถูกขนมเปี๊ยะบังฟ้าคลุมตะวันที่น่ากลัวกดทับใส่ศีรษะ

โชคลาภมาอย่างกะทันหันเกินไป เขาคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องทำใจให้เย็นๆ ก่อน แม้ส่วนลึกของจิตใจจะกำลังตะโกนอย่างลิงโลดอย่างควบคุมไม่ได้อยู่ก็ตามที

ลัวอิงเองก็สำลักและส่งเสียงไม่ออกอยู่ชั่วขณะเพราะความยิ่งใหญ่ของคำพูดนี้อยู่เช่นกัน

“พอแล้ว ไปเถอะ” ลู่เซิ่งให้เด็กทั้งสองคนนำทาง ทั้งสี่คนร่วมทางกัน สิ่งที่น่าประหลาดก็คือ ทั้งๆ ที่พวกลัวเฉิงก้าวเดินด้วยย่างก้าวที่ใช้ตามปกติ ทว่าตอนนี้พวกเขากลับรู้สึกว่าเร็วกว่าเดิมมาก

แทบจะไม่ถึงยี่สิบอึดใจ ทั้งสี่คนก็มายืนอยู่ในสุสานฝังศพด้านหลังหมู่บ้านแล้ว

สุสานฝังศพมีเนินหลุมศพสิบกว่าเนินเรียงแถวอยู่ด้วยกัน

“นอกจากท่านพ่อท่านแม่ ยังมีท่านตาท่านยาย และท่านลุงด้วย ล้วนฝังอยู่ที่นี่ พวกเขาจากไปเพราะติดโรคชนิดหนึ่ง” ลัวเฉิงเดินไปถึงหน้าเนินหลุมศพสองเนินที่อยู่ท้ายสุดอย่างคุ้นเคย ก่อนจะโขกศีรษะสามครั้งอย่างนอบน้อม

“ที่นี่อย่างนั้นหรือ” ลู่เซิ่งเดินเข้าไปดูตัวอักษรที่สลักบนป้ายศิลา

‘บิดาจิ้นเย่’ ‘มารดาเย่จวิน’ ป้ายหลุมศพสองหลุมสลักตัวอักษรที่แตกต่างกัน ด้านล่างคือชีวประวัติโดยสังเขปที่ใช้ตัวอักษรเล็กๆ สลักไว้

ลู่เซิ่งพนมมือไหว้ ในใจกลับเกิดความเศร้าโศกขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

เขาทราบว่านี่เป็นสัญญาณที่กรรมของมู่อวิ๋นกำลังได้รับการแก้ไข จากนั้นลู่เซิ่งก็เดินไปยังหน้าหลุมศพท่านตาท่านยายของลัวเฉิง แล้วพนมมือทำความเคารพเช่นกัน

รอหลังจากกราบไว้เสร็จ แล้วเขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาพลันสาดประกายสีแดง ความโศกเศร้าในใจค่อยๆ จางหายไป

“หลิ่วเอ๋อร์ เจ้าให้พวกจุนปานำคนมาย้ายหลุมศพไป ทั้งหมดย้ายไปที่อารามวารีเมฆาที่ทะเลทักษิณ นอกจากนี้จงส่งคนมาร่วมปฏิบัติการกับพวกเราด้วย” ลู่เซิ่งส่งกระแสเสียงบอกความลับ

หลิ่วเอ๋อร์พยักหน้าบอกว่าเข้าใจ

จุนปาเป็นหัวหน้าเผ่านางเงือกที่เข้ามาในจงหยวนพร้อมกับพวกเขาในครั้งนี้ มีคนในเผ่าพวกนางอยู่ที่รัฐจ้าวเช่นกัน

ด้วยรูปโฉม บุคลิก และความสามารถของเผ่านางเงือก ตระกูลที่แต่งเข้าได้จึงเป็นขุมกำลังในโลกมนุษย์ที่มีขนาดใหญ่เช่นกัน

การจัดการเรื่องเล็กๆ แค่นี้เหนื่อยเพียงยกมือเท่านั้น

หลังจากกราบไหว้เสร็จ ลู่เซิ่งก็พาเด็กทั้งสองคนเข้าไปในนครเขต ไม่นานก็พบกับเผ่านางเงือกที่มารับตัว

หลังจากที่ให้รถม้างดงามสองคันพาพี่น้องตระกูลลัวไปแล้ว ลู่เซิ่งก็นำหลิ่วเอ๋อร์ไปยังสถานที่ที่สอง

ครั้งที่มู่อวิ๋นออกจากบ้านเกิด คนที่มีความเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้มีแค่ครอบครัวเท่านั้น แต่ยังมีหลินซงอีซึ่งเป็นสหายที่เขามีความผูกพันอย่างล้ำลึก และสนิทสนมกันที่สุดตั้งแต่ยังเด็กด้วย

หลังจากมู่อวิ๋นหายตัวไป ตระกูลหลินของหลินซวงอีได้ใช้ข้อมูลออกค้นหา แถมยังลงเงินลงแรงอย่างอุตสาหะเพื่อตามหามู่อวิ๋นต่อ จนกระทั่งถึงปีที่ห้า หลินซงอีซึ่งคุมกิจการของตระกูลไม่เห็นความหวังใดๆ อีก จึงได้เลิกค้นหา แล้วเปลี่ยนไปใช้ประกาศมอบรางวัลให้แก่ผู้ตามหาแทน

ตระกูลหลินตามหาง่าย หลินซวงอีเพียงมีอายุมากขึ้นเท่านั้น ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย มีหลานชายหลานสาวหลายคน ครอบครัวเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ต้องจัดการ กิจการยิ่งมั่นคงดุจเขาไท่ซาน มีความสัมพันธ์เกาะเกี่ยวกับขุมกำลังที่เป็นงูเจ้าถิ่นในท้องที่

กิจการร้านขายเสื้อผ้าของตระกูลลัวมีเพียงเด็กสองคนเป็นผู้ดูแล ที่ไม่เคยเกิดปัญหาอะไรขึ้น เป็นเพราะว่ามีตระกูลหลินคอยลอบให้การช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นด้วยอายุของเด็กน้อยสองคนเช่นลัวเฉิงกับลัวอิง คงจะถูกพวกผู้ใหญ่ที่มีจุดประสงค์ร้ายปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัวไปนานแล้ว

ลู่เซิ่งลอบตรวจสอบ พอพบว่าไม่มีอะไรที่จำเป็นต้องลงมือ จึงไม่ได้ทำอะไร เพียงแอบทิ้งแท่งทองและโอสถสลักอักษรไว้ให้บางส่วน โอสถชนิดนี้ไม่มีผลอะไรต่อผู้บำเพ็ญมากนัก เพียงแค่มีผลยืดอายุขัยหากกินมากเกินไปเท่านั้น ต่อมาเป็นหยกแขวนที่กระตุ้นปราณทารกได้สามครั้ง เวลาเจอปัญหาจะสามารถใช้ปกป้องตระกูลหลินได้สามครั้ง

หลังจากทิ้งข้อความไว้ให้หลินซงอีแล้ว ลู่เซิ่งก็ลอบพาหลิ่วเอ๋อร์ไปยังสถานที่ที่สาม

อีกทั้งยังเป็นจุดหมายสุดท้ายในการตามหาคนรู้จักครั้งนี้ สถานศึกษาเหมยเหมันต์

ที่นั่นมีคนรักซึ่งเป็นเพื่อนสนิทในวัยเด็กของมู่อวิ๋น เยวี่ยซิงจู๋

…

ดวงอาทิตย์อันเจิดจ้าปล่อยแสงอาทิตย์แสบร้อน สาดส่องจนพื้นแวววาวและแยงตาเป็นพิเศษ

ด้านในสนามฝึกของสถานศึกษาไม่มีใครสักคน บางครั้งจะมีนักศึกษาสองสามคนผ่านทางมา ต่างก็ย่างก้าวอย่างเร่งรีบ ไม่กล้าหยุดนิ่ง

มุมหนึ่งของสนามฝึกมีแผงร้านค้าที่ขายข้าวโพดเย็น ขนมอบ ขนมขบเคี้ยว และถั่วตั้งอยู่

เจ้าของแผงร้านค้าคือสตรีอายุเกือบห้าสิบปี คนในสถานศึกษาเรียกนางว่าป้าจู ป้าจูตั้งแผงร้านค้าในสถานศึกษามายี่สิบกว่าปีแล้ว

นางเป็นสักขีพยานให้แก่สถานศึกษาเหมยเหมันต์ตั้งแต่ช่วงยากจนข้นแค้น จนผงาดขึ้น แล้วรุ่งเรือง ก่อนจะกลับมาอยู่ในจุดธรรมดาสามัญในวันนี้อีกครั้ง

แผงเล็กตั้งอยู่ในเงาของชายคา ป้าจูซึ่งนั่งบนเก้าอี้หวายโบกพัดทรงกลมในมือขณะกึ่งหลับกึ่งตื่น เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดบนหน้าผาก

ด้านข้างแผงเล็กคือสตรีผิวดำคล้ำอายุยี่สิบกว่าปีคนหนึ่ง นางกำลังจัดระเบียบขนมขบเคี้ยวบนแผงอย่างตั้งใจอยู่

“ร้อนเหลือเกิน…อากาศแบบนี้” นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่สว่างไสวพลางทอดถอนใจเล็กน้อย

“ท่านแม่ อากาศร้อนๆ แบบนี้คงไม่มีใครมาซื้อของแล้ว พวกเราเก็บร้านกลับบ้านกันดีไหม”

“เก็บร้านเร็วขนาดนี้ เจ้าอยากอดตายหรืออย่างไร” ป้าจู่หยีตาและกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ให้เจ้ามาช่วยเฝ้าแผงแค่ไม่กี่วันก็เริ่มโอดครวญแล้ว สมัยก่อนแม่เจ้าตื่นเช้าหลับดึก ทำงานจนมือหยาบหน้าโทรม เพื่อหาเงินให้พ่อเจ้าไปสอบเอาตำแหน่ง…อย่าเห็นว่าตอนนี้แม่เจ้าขี้ริ้วขี้เหร่ สมัยก่อนข้าเยวี่ยชิงจูเป็นบุปผาที่โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองเชียวนะ!”

“รู้แล้วน่าๆ!!” สตรีสาวพยักหน้าเหมือนลูกเจี๊ยบจิกข้าวอย่างจนปัญญา นางรู้นิสัยของมารดาดี เกิดไปเถียงเข้า สุดท้ายจะกลายเป็นคำบ่นยาวถึงครึ่งชั่วยาม

นางปวดหัวเพราะอากาศร้อนๆ แบบนี้มากพอแล้ว หากว่าโดนบ่นเข้าอีก จะต้องเสียสติแน่

“ป้าเจ้าของแผงยังอยู่อีกหรือ ขอผลเหอเถาหน่อย เอาแบบที่แกะเปลือกแล้วนะ” อยู่ๆ หน้าแผงก็มีเงาสูงใหญ่สองสายบดบังแสงสะท้อนที่เจิดจ้าบนพื้น

สตรีสาวรีบลุกขึ้นอยางกระตือรือร้น

นางมีหน้าตาธรรมดาๆ ทั้งๆ ที่เหมือนบิดามารดามาก แต่พอเอาเครื่องหน้ามารวมกันกลับไม่มีจุดเด่นอะไรสักอย่าง กอปรกับมีรูปร่างอวบเล็กน้อย แถบบิดายังหายตัวไป บ้านช่องไม่มีสมบัติ อีกทั้งตัวเองยังขาดญาติดีๆ ทำให้ภาพรวมดูธรรมดายิ่ง ดังนั้นนางที่อายุมากแล้วจึงไม่มีใครมาขอแต่งงานกลายเป็นนายหญิงใหญ่

แต่ก็ไม่เป็นอุปรสรรคแก่ความชื่นชมที่นางมีต่อบุรุษรูปหล่อ

เยวี่ยหมิงจวนใจเต้นเล็กน้อยในพริบตาที่เงยหน้าเห็นคนทั้งสองตรงหน้า

‘คนหน้าตาดีสองคน’ นางประเมินในใจ

“ผลเหอเถาใช่หรือไม่ ตรงนี้เลย ต้องการเท่าไหร่เจ้าคะ” นางใช้หางตาพิจารณาสองคนตรงหน้าไปพลาง ถามเสียงดังไปพลาง

“หนึ่งชั่งก็แล้วกัน” ลู่เซิ่งยิ้มๆ พร้อมกับมองข้ามเยวี่ยหมิงจวนที่กำลังเหนียมอายไปมองเยวี่ยซิงจูที่นั่งอยู่ด้านหลัง

“ไม่เจอกันนาน ซิงจู” เขาส่งเสียงอย่างอ่อนโยน

ตอนแรกป้าจูไม่ได้นึกอะไร เพียงทอดถอนใจว่าคนหนุ่มตรงหน้าช่างเหมือนลัวมู่อวิ๋นยิ่งนัก กลับคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยของลู่เซิ่ง นางพลันตัวสั่นสะท้าน

นางนั่งเงียบอยู่ที่เดิมและพิจารณาลู่เซิ่งอย่างละเอียด

“พ่อหนุ่ม เจ้าเป็น…ลูกของมู่อวิ๋น…”

“ไม่ใช่ ข้าคือลัวมู่อวิ๋น” ลู่เซิ่งตอบอย่างจริงจังขณะสบตาอีกฝ่าย “ลัวมู่อวิ๋นที่จากที่นี่ไปเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ยังจำดอกจื่อหยางที่ข้ามอบให้เจ้าในตอนนั้นได้หรือไม่”

ป้าจูตัวสั่นอีกรอบ แล้วก้มหน้าเงียบเสียงครู่หนึ่ง คล้ายนึกอะไรออก

ตุบ พัดทรงกลมในมือนางตกลงพื้นโดยไม่รู้ตัว ขอบตาแดงเรื่อเล็กน้อย ทำท่าอยากมองลู่เซิ่ง แต่ก็ไม่กล้าเงยหน้า เนื้อตัวสั่นเทาเล็กน้อย

“…นายท่านพูดอะไรกัน ท่าน…จำคนผิดแล้ว…จำคนผิดแล้ว…” นางซึ่งกำลังก้มหน้าอดกลั้นไม่ให้น้ำตาทะลักออกมาไม่ได้

ลู่เซิ่งเงียบเสียงเช่นกัน ในความทรงจำของมู่อวิ๋น เยวี่ยซิงจูยังคงเป็นหญิงสาวงดงามที่ไร้เดียงสาตรงไปตรงมา ทั้งยังน่ารักบริสุทธิ์คนนั้น เป็นขั้วตรงข้ามกับสตรีชราร่างอ้วนท้วนที่กลายเป็นคุณป้าวัยกลางคนตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง

เขาก้มหน้าเห็นมือที่สั่นเทาของเยวี่ยซิงจู มือคู่นั้นเต็มไปด้วยน้ำตาที่หยดร่วงลงมา ฝ่ามือและหลังมือคือรอยเหี่ยวย่นที่หยาบกระด้าง

“ซิงจู…” ชั่วขณะนั้นความยินดีและตื่นเต้นของมู่อวิ๋นบังเกิดขึ้นในใจ ลู่เซิ่งโศกเศร้าเล็กน้อย มีพันวาจาหมื่นถ้อยคำ แต่กลับไม่ทราบว่าจะพูดอย่างไรดี

“ไม่…ข้าไม่ได้ชื่อซิงจู…” เยวี่ยซิงจูเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้ม “นายท่านจำคนผิดแล้วจริงๆ…จำคนผิดแล้ว…” ใบหน้านางยังมีรอยน้ำตาที่รีบเช็ดเหลืออยู่ แต่กลับไม่รู้ตัว

“จำคนผิดแล้ว…”

ลู่เซิ่งเงียบลง

ครู่ต่อมาเขาค่อยฝืนยิ้ม

“ใช่แล้ว…จำผิดแล้ว…ข้าจำผิดเอง…อาจเป็นเพราะ…เจ้าหน้าตาเหมือนกับสหายของข้าคนหนึ่งมาก”

ใบหน้าอวบอ้วนของเยวี่ยซิงจูรีบก้มลงอีกรอบ

“ใช่…ใช่แล้วล่ะ…จำได้ว่าเคยมีเด็กสาวที่งดงามมากคนหนึ่งที่ชื่อเยวี่ยซิงจู…คนที่ท่านตามหา น่าจะเป็นนาง…” น้ำตาหยดลงจากคางของนางไม่หยุด

ลู่เซิ่งไม่ได้พูดอะไรอีก

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 491 รวมตัว (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved