cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 455 เสาต้นที่สอง (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 455 เสาต้นที่สอง (1)
Prev
Next

บทที่ 455 เสาต้นที่สอง (1)

ด้านในเรือนรับสุคนธ์

บุรุษสตรีกลุ่มหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าแตกต่างกัน แต่ภายนอกดูเหี้ยมเกรียมดุร้าย มีเอกลักษณ์ถึงขีดสุด กำลังด่าทอกันและกันขณะที่เบียดเสียดกันอยู่

คนที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวด้วยส่วนหนึ่งจ้องมองการทะเลาะเบาะแว้งกันด้วยสายตาเย็นชา มีชายชราเข้าไปไกล่เกลี่ย แต่หลังจากโดนตบใส่ฉาดหนึ่ง ก็เข้าไปร่วมไปผสมโรงด้วย

ลู่เซิ่งนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ดื่มสุราเลิศรสและกินอาหารโอชะที่คฤหาสน์เหมยมอบให้ไปพลาง ชมดูคนส่วนหนึ่งที่สู้กันกลางลานไปพลาง ถือเสียว่ากำลังรับชมมหรสพ

เขาสวมชุดคลุมสีกรมท่า หวีผมไว้อย่างเรียบร้อย แขวนดาบเล่มหนึ่งอยู่บนหลัง ดูไม่ต่างจากจอมยุทธ์ทั่วไป

แต่ว่าคนสองคนที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะเขากลับมีรูปร่างลักษณะต่างออกไป

คนหนึ่งเป็นสตรี เป็นสตรีอ้วนร่างยักษ์ที่สูงเกือบสองหมี่ แต่ร่างกว้างเกือบหนึ่งจุดห้าหมี่

สตรีซึ่งกึ่งยืนกึ่งนั่งพิงโต๊ะกำลังกินอาหารอย่างมูมมาม แทบจะกินอาหารชามใหญ่หมดในไม่กี่คำ

สตรีอ้วนผู้นี้แค่นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนี้ ร่างกายก็บังแสงไว้มิดแล้ว ทำให้คนอื่นๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ สิ่งที่น่าประหลาดที่สุดก็คือ สตรีอ้วนนี้กินไปพลาง น้ำตาไหลไปพลาง

“นายท่าน…ข้ากิน…กินต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ…” นางกล่าวพลางร่ำไห้

“ไม่เป็นไร กระเพาะไม่ระเบิดหรอก” ลู่เซิ่งยิ้มอย่างอ่อนโยน

พอได้ยินคำพูดนี้ สตรีอ้วนก็ร้องไห้อย่างเจ็บปวดกว่าเดิม

อีกคนที่นั่งอยู่ข้างนางเป็นบุรุษน่าสงสารที่กระดูกแห้งเหมือนฟืนและมีสองตาปูดโปนเหมือนกับคางคก

บุรุษผู้นี้สวมชุดคลุมสีดำขนาดเล็กที่สุด แต่ก็แทบจะห่อคลุมร่างกายของเขาไว้ทั้งหมดเหมือนกับสวมผ้าคลุมกันลม

สองตาของคนผู้นี้มีถุงใต้ตาใหญ่กับขอบตาที่ดำมาก ดูเหมือนจะไม่ได้พักผ่อนมานานแล้ว

ถ้าหากมีคนของตระกูลจางเห็นเขา คงจะจดจำไม่ได้ว่าคนผู้นี้ก็คือจางเจา อัจฉริยะตระกูลจางที่ตอนนั้นสง่างามดั่งต้นหยกต้านลม รวมถึงมีพรสวรรค์เหลือล้น

และสตรีอ้วนคนเมื่อครู่ก็คือเปี๋ยเฟยเฮ่อที่ก่อนหน้านี้มีรูปร่างยั่วยวนนั่นเอง

พวกเขาสองคนเป็นตัวทดลองที่ลู่เซิ่งเลือกอย่างเป็นทางการ

สิ่งที่จางเจาทดลองคือเคล็ดวิชามารสวรรค์ ส่วนสิ่งที่เปี๋ยเฟยเฮ่อทดลองก็คือวิชาพื้นฐานพลังวิญญาณ แม้จะเริ่มได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็มีผลข้างเคียงกับโรคแทรกซ้อนอยู่มากมายที่ไม่ใช่ว่าจะทดสอบหมดได้ในทันที ยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและสังเกตต่อไป

ดังนั้นลู่เซิ่งจึงให้จางเจาฝึกเคล็ดวิชามารสวรรค์ และให้เปี๋ยเฟยเฮ่อฝึกพลังวิญญาณ

ในการฝึกฝนพลังวิญญาณ ร่างกายของเปี๋ยเฟยเฮ่ออ่อนแอเกินไป ลู่เซิ่งจึงพานางไปฝึกออกกำลังกาย ขณะเดียวกันก็วางแผนเพิ่มน้ำหนักอย่างเฉพาะเจาะจงให้ด้วย ความจริงพลังวิญญาณกับกายเนื้อมีความสัมพันธ์แบบแปรผันตรง ยิ่งกายเนื้อแข็งแกร่งเท่าไหร่ พลังวิญญาณก็ยิ่งร้ายกาจมากเท่านั้น

ดังนั้นหลังจากลู่เซิ่งเลือกเปี๋ยเฟยเฮ่อแล้ว เขาจึงไม่เคยปฏิบัติกับนางเหมือนเป็นสตรีมาก่อน อย่าว่าแต่เปลี่ยนวิธีเพื่อฝึกฝนนางทุกวัน ยังเคี่ยวเข็ญให้นางกินอย่างตะกละตะกราม จนทำให้มีครั้งหนึ่งที่กระเพาะระเบิดเพราะกินมากไป

ดังนั้นตอนนี้เปี๋ยเฟยเฮ่อจึงแทบกินไปร้องไห้ไป

ส่วนจางเจากลับได้รับการปฏิบัติต่างออกไป ทุกๆ ครั้งที่กินอาหาร เขาทำได้แค่สองอย่าง

อย่างแรกคือได้แต่ดื่มน้ำ อย่างที่สองคือต้องดูเปี๋ยเฟยเฮ่อกิน ระหว่างนั้นลู่เซิ่งจะมอบพลังวิญญาณให้เขาใช้ประทังชีวิตเป็นบางครั้ง หลังผ่านไประยะหนึ่ง บุรุษหล่อเหลาในตอนแรกจึงมีสภาพเช่นในปัจจุบัน ต่อให้พลังวิญญาณจะร้ายกาจอย่างไร ก็ไม่อาจชดเชยสารอาหารจำนวนมากได้

ดังนั้นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็คือ จางเจาใกล้จะหิวตายเต็มทีแล้ว นับตั้งแต่ลู่เซิ่งพาเขามาจากตระกูลจาง ก็ทำแบบนี้กับเขามาโดยตลอด อาจะเป็นเพราะต้องการแก้แค้น ลงทัณฑ์ทางอ้อม แต่จางเจาหิวจนไม่มีเรี่ยวแรงใคร่ครวญแล้ว ตอนนี้เขาแค่อยากกินเท่านั้น

ลู่เซิ่งมองสองคนตรงหน้าอย่างค่อนข้างพึงพอใจ ทั้งสองคนฝึกฝนโดยใช้เส้นทางการฝึกฝนที่เขาสร้างขึ้น ตอนนี้ดูเหมือนจะมีประสิทธิผลไม่เลว ‘ใกล้แล้ว ทนอีกหน่อย ใกล้แล้วๆ’

เขากวาดตามองเรือนรับสุคนธ์ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกไม่ได้ความ มีแต่อีกมุมหนึ่งเท่านั้นที่มีกลุ่มประหลาดของคนสองคนซึ่งสง่าผ่าเผยไปทั้งคำพูดและการกระทำนั่งอยู่

สองคนนั้นคนหนึ่งอายุน้อย สวมชุดตัดสั้นสีเขียว ดูเหมือนจะเป็นคนธรรมดา อีกคนหนึ่งสะพายหอกสั้นคู่หนึ่งไว้ด้านหลัง พู่แดงบนตัวหอกโบกไหวตามลมเบาๆ ขับเน้นร่างที่แข็งแกร่งและได้สัดได้ส่วนของเขา

“ทุกท่าน ดูเหมือนพวกเราจะไม่ได้รับความสำคัญเท่าไหร่ ได้ยินว่าตระกูลเหมยยังได้ใช้ความสัมพันธ์ที่มีกับพรรคเก้าลำธาร โดยฝากความหวังไว้กับจ้าวหุนแพรแห่งหุนเจียง ซึ่งเป็นนายเรือที่อยู่ใกล้ๆ นี้เพื่อตามหาโย่วเจียงอีก” ชายชราที่อายุค่อนข้างมากคนหนึ่งเดินเข้าไปตรงกลางแล้วกล่าวเสียงกังวาน

“พวกท่านทะเลาะกันต่อไปแบบนี้ นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้ว ยังทำให้โย่วเจียงน้อยเสียหน้าอีกต่างหาก ข้าไม่รู้ว่าพวกท่านมาช่วยโย่วเจียงน้อยเพราะอะไร แต่ตัวข้าได้รับการช่วยเหลือจากโย่วเจียงน้อยในตอนที่ปลงไม่ตก สิ้นไร้ไม้ตอก จึงค่อยมีงานมีการทำอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะโย่วเจียงน้อย ตอนนั้นข้าคงไปสู่ปรโลกแต่แรกแล้ว ดังนั้นไม่ว่าเรื่องในวันนี้จะพบเจออะไร ข้าตู้ฉวนฝูพูดหนึ่งไม่มีสอง!”

ชายชราผู้นี้คล้ายจะมีบารมีในใจของทุกคน กล่าววาจามีพลังจนทำให้คนที่กระสับกระส่ายสงบลงอย่างรวดเร็ว

“ผู้เฒ่าตู้กล่าวถูกต้องแล้ว คนที่เจียงน้อยช่วยเหลือมาในช่วงเวลาหลายปีมานี้ไม่ทราบมีกี่คน แต่คนที่ยินยอมมาหรือกล้ามาที่นี่จริงๆ กลับมีน้อยแค่นี้เอง ความจริงพี่น้องที่อยู่รอบๆ มีใครที่ไม่ได้มาเพราะความคิดที่ว่า ‘อย่างมากสุดก็คืนชีวิตให้แก่โย่วเจียงน้อย’ พวกท่านวางใจเถอะ ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็จะไม่หันหลังกลับไปอีกเด็ดขาด” อีกคนเป็นบุรุษวัยกลางคน ตอนนี้เขาก็รีบเข้ามาเสริมเช่นกัน

“ถูกต้องๆ วาจานี้กล่าวถูกต้อง”

“ใช่แล้ว คนที่อยู่รอบๆ นี้ใครบ้างเป็นพวกกลัวตาย ถ้าไม่ใช่ได้รับบุญคุณของโย่วเจียงน้อยล่ะก็…”

“ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะเงินช่วยชีวิตของโย่วเจียงน้อย เกรงว่าข้าคงจะไม่ได้เจอภรรยาข้าเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว”

พอกล่าววาจานี้ออกไป คนที่อยู่รอบๆ ก็ส่งเสียงชื่นชมทันที

“ตอนนี้ในเมื่อตระกูลเหมยไม่สนใจพวกเรา เช่นนั้นเหตุใดเราไม่ตั้งผู้นำที่จะนำทุกคนและรวมทุกคนเป็นหนึ่งเดียวขึ้นสักคนเล่า ขณะเดียวกันยังหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเบาะแสซ้ำซ้อนได้ด้วย” บุรุษวัยกลางคนผู้นี้เอ่ยฉะฉานด้วยรอยยิ้ม

“ผู้นำหรือ” ลู่เซิ่งเห็นคนสองคนที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่งค่อยๆ ลุกขึ้น ทั้งสองผุดสีหน้าเย็นชาตอนได้ยินคำว่าผู้นำ

ลู่เซิ่งละสายตากลับมา มองดูจางเจาที่ตาเป็นประกายจนน่ากลัว ยิ่งร่างกายอ่อนแอ จิตใจก็ยิ่งแข็งแกร่งมีพลัง นี่เป็นการใช้กายเนื้อบูชาจิตใจที่เล่าลือกันนั่นเอง

สิ่งที่จางเจาใช้อยู่คือวิชาถอดวิญญาณที่คล้ายกับวิธีการที่ว่า แม้การฝึกฝนโดยเลียนแบบสภาพแวดล้อมของมารสวรรค์เทียมนี้จะมีประสิทธิภาพด้อยไปบ้างจริงๆ แต่ความจริงแล้วยังหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของตัวเองที่เหมือนกับมารสวรรค์มากที่สุดออกมาได้

“ถ้าหากทำได้ ข้ารู้วิธีที่ดีกว่าในการกดดันจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าออกมา” นายน้อยตระกูลจางผู้นี้มองแผนการของลู่เซิ่งออกแล้ว จึงเอ่ยปากในตอนแรกสุดเพื่อคิดช่วยเหลือตัวเอง

แต่ลู่เซิ่งไม่สนใจ ใช้วิธีการที่สุดโต่งนี้กดดันเขา ทำให้เขาแทบอยู่ในสภาพเสียสติต่อไป

จางเจาเคยทดลองพยายาม แต่หลังจากทดลองหลายครั้ง ในที่สุดเขากับเปี๋ยเฟยเฮ่อก็เข้าใจว่า หากคิดจะสลัดให้หลุดจากการควบคุมของลู่เซิ่ง วิธีการเพียงหนึ่งเดียวคือเชื่อฟัง ยิ่งเชื่อฟัง ลู่เซิ่งก็จะยิ่งไม่กดดันท่าน

หลังจากทุกคนปรึกษากันเสร็จ ก็สรุปผลเป็นครั้งสุดท้าย ให้ผู้เฒ่าตู้ฉวนฝูผู้นั้นเป็นผู้นำ แล้วเริ่มจัดระเบียบข้อมูลมากมายที่ทุกคนรู้

พอยืนยันตำแหน่งของแต่ละคนเสร็จ ทุกคนก็สรุปสิ่งที่ตนรู้ สถานการณ์จึงเปิดกว้างอย่างรวดเร็ว อย่าเห็นว่าคนพวกนี้ท่าทางไม่เท่าไหร่ แต่งูมีรังงู หนูมีรูหนู ต่างคนต่างมีช่องทางของตัวเอง เมื่อรวมกันแล้ว ก็สามารถกำหนดอาณาเขตได้คร่าวๆ

ลู่เซิ่งตัดสินใจชั่วคราวว่าจะไปกับคนกลุ่มนี้ เขาได้รู้จากปากคนกลุ่มนี้ว่าเนื่องจากมีนายพรานเป็นจำนวนมาก บวกกับเต็มไปด้วยพวกเก็บสมุนไพร พื้นที่แทบทุกชุ่นใกล้ๆ นี้จึงถูกสำรวจหมดแล้ว

ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีที่ลับอะไรที่สามารถซ่อนเอาไว้ได้

แต่ว่าแม้ไม่มีสถานที่ลับ ที่นี่กลับมีขุมกำลังที่ลึกลับถึงขีดสุดกลุ่มหนึ่ง ขุมกำลังนี้ไม่ได้แพร่หลายในยุทธภพและพื้นที่ต่างถิ่น มันเพียงมีการเล่าลือในอาณาเขตเล็กๆ และระหว่างชาวบ้านไม่กี่คนในพื้นที่เท่านั้น

ชื่อของขุมกำลังนี้คือ คฤหาสน์มืด

ปฏิบัติการณ์ตามหาคน ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับคำยืนยันจากผู้บัญชาการและการสรุปข้อมูล ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ทุกคนก็สามารถยืนยันอาณาเขตการตามหาที่มีความเป็นไปได้ได้ จากนั้นค่อยประสานให้คนไปตรวจสอบค้นหา

เพียงแต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ จนกระทั่งถึงกลางดึก ทุกคนก็ยังไม่เจอว่าเหมยโย่วเจียงอยู่ไหน เพียงแต่แน่ใจว่ามีคนเห็นนางกับบุรุษท่าทางร่ำรวยอ้วนฉุคนหนึ่งเดินตามกันออกจากเมืองไป

“เหมือนว่าจะเห็นพวกนางไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ…”

“ทิศตะวันออกเฉียงเหนือหรือ…ท่านแน่ใจนะ?”

“แน่ใจ”

“…”

“ข้าจำได้ว่าทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ปลูกข้าวโพดผืนใหญ่กระมัง เป็นที่ของตระกูลหลี่ในตัวตำบล”

“ไปใช่ตรงนั้น ห่างไปทางตะวันออกเฉียงเหนืออีก”

ทุกคนหยุดพูดคุยกัน ลู่เซิ่งสังเกตเห็นว่าใบหน้าของคนจำนวนมากที่อยู่รอบๆ เหยเกขึ้น คล้ายกับทิศตะวันออกเฉียงเหนือไกลออกไปเป็นสถานที่ต้องห้ามของที่นี่

ด้านในเรือนรับสุคนธ์ เขาเห็นคนที่นั่งอยู่ในความมืดหลายสายลุกขึ้นแล้วออกจากประตูไปด้วยสีหน้าแน่วแน่

“ยังจะไปไหม” มีเสียงหนึ่งถามเบาๆ

“…”

“พวกท่านอย่าได้ไปแล้ว กลับไปอยู่กับพวกอาซ้อเถอะ พวกเราไม่มีอะไรให้ห่วง ต่อให้เจอคฤหาสน์มืดก็เพียงเสียไปชีวิตหนึ่ง ไม่เป็นอะไรหรอก” มีคนกล่าวอย่างผ่าเผย

ลู่เซิ่งกับลูกศิษย์สองคนนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของคนกลุ่มนี้ คอยฟังทุกคนที่กำลังพูดคุยกันเบาๆ สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าความเศร้าจางๆ ซึ่งตามมาด้วยความเงียบงัน และเสียงที่เบาบาง กำลังแผ่กระจายอย่างช้าๆ

ในคนหลายสิบคน ไม่นานก็มีคนสิบกว่าคนทยอยกันลุกขึ้น ส่วนคนที่เหลือนั่งเงียบเหมือนเดิม

พวกลู่เซิ่งหาคนถามสถานการณ์อย่างเป็นรูปธรรม จึงค่อยเข้าใจว่า คนที่ลุกขึ้นล้วนเป็นผู้กล้าที่ตัดสินใจว่าต่อให้ตาย ก็จะไปตามหาคน

ส่วนคนที่นั่งอยู่เป็นคนที่เลือกไม่ไป ลู่เซิ่งพลันเกิดความสนใจ ขุมกำลังที่มีชื่อว่าคฤหาสน์มืดมีพลังข่มขวัญที่น่าสะพรึงกลัวในสถานที่เล็กๆ ถึงขนาดนี้เชียวหรือ

เขาพาลูกศิษย์สองคนลุกขึ้นก่อนจะเดินไปยังประตูเรือนตามคนคนหนึ่ง

เพิ่งออกจากประตู ลู่เซิ่งก็เดินเข้าไปจับไหล่ของคนที่อยู่ด้านหน้าเบาๆ

“พี่ชายท่านนี้ ขอสนทนาด้วยสักหน่อย” เขากดเสียงกล่าว “ถามได้หรือไม่ว่าทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีปัญหาอะไรกันแน่ ขุมกำลังที่ชื่อคฤหาสน์มืดยึดครองที่นั่นอยู่อย่างนั้นหรือ”

คนที่ถูกรั้งตัวไว้คุยเป็นชายฉกรรจ์ร่างเตี้ยที่มีร่างล่ำสัน เขาสะดุ้งเพราะถูกลู่เซิ่งจับตัวกะทันหัน แต่พอได้ยินคำถามนี้ ก็ใจเย็นลงทันที

“ดูเหมือนพวกพี่ชายสามคนจะเป็นคนต่างถิ่น ที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักคฤหาสน์มืดหรอก” ชายฉกรรจ์ยิ้มอย่างขื่นขม “สถานที่แห่งนั้นมักมีคนลือกันตลอดว่า หากมีคนหลุดเข้าไปในอาณาเขตต้องห้ามโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็จะหายสาบสูญไป ภายหลังไม่ว่าใครก็หาไม่เจอ ข่าวลือแบบนี้เกิดขึ้นหนึ่งถึงสองครั้งเป็นประจำทุกปี ถึงขั้นในหมู่คนที่ข้ารู้จักก็มีคนเจอเรื่องแบบนี้เช่นกัน คนที่หายตัวไปล้วนไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากที่ทะลุที่ปลูกข้าวโพดผืนนั้น ก็ไม่เห็นเงาคนอีกแล้ว”

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 455 เสาต้นที่สอง (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved