cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 428 ปฐมพลัง (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 428 ปฐมพลัง (2)
Prev
Next

บทที่ 428 ปฐมพลัง (2)

เด็กสาวสวมชุดเก่ามาก ยืนตัวตรงอย่างแข็งทื่อ เงียบจนเหมือนไร้ลมหายใจ

ถ้าไม่ใช่ลู่เซิ่งเห็นกับตา เกรงว่าแม้จะเดินไปด้านหน้า ก็ไม่พบว่ามีคนคนหนึ่งยืนอยู่ที่นี่

เขาพลันสังเกตเห็นขณะเดินลงบันไดทีละก้าวๆ ว่า จานกลมอันเป็นเครื่องประดับที่สือจื้อซิงเพิ่งมอบให้เมื่อครู่นี้กำลังเรืองแสงสีเทาอ่อนๆ

ลู่เซิ่งเดินลงบันได เฉียดไหล่กับเด็กสาวคนนั้น เขาไม่เห็นใบหน้าของนาง เพียงเดินลงบันไดขั้นต่อไป

ฟิ้ว…

อยู่ๆ ก็มีลมอ่อนหอบหนึ่งพัดผ่าน ลู่เซิ่งงุนงงเล็กน้อย คอถูกลมพัดจนขนลุกอยู่บ้าง เขาพลันหมุนตัวกลับไป ด้านหลังไม่มีอะไรเลย เด็กสาวคนนั้นยังยืนหันหลังให้เขาและมองไปด้านนอกหน้าต่างอยู่ที่เดิม

ลู่เซิ่งพกพาความรู้สึกสงสัยลงบันไดต่อ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ปกติเวลาเดินบนบันได เขาจะไม่เจอใคร มีแค่น้อยครั้งเท่านั้นถึงจะเจอผู้ใช้วิชาชั่วร้ายและผู้ใช้คันฉ่องวิญญาณซึ่งเป็นบริวารที่มาพบสือจื้อซิงเหมือนกันสองสามคน

ทว่าตอนนี้

เขาเพิ่งลงถึงชั้นที่สอง ก็เห็นประตูของห้องห้องหนึ่งใกล้ทางเฉลียงอ้าอยู่ ด้านในมีบุรุษวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมตัวยาวและกางเกงยาวนั่งอยู่ เขาหัวล้านเล็กน้อย นั่งหันหลังให้เขาอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ปากพึมพำบางอย่าง คล้ายกำลังอธิษฐาน เพียงแต่ในน้ำเสียงแฝงความหวาดกลัวสุดพรรณนาบางอย่าง

ลู่เซิ่งไม่ได้ยินว่าคนผู้นี้อธิษฐานอะไรอยู่

แต่นี่ไม่เป็นอุปสรรคให้เขาสัมผัสอารมณ์ที่อีกฝ่ายส่งมาไม่ได้ นั่นเป็นการผสมผสานระห่างความกลัว ความร้อนรน และความเจ็บปวดอันรุนแรง

“ไม่ต้องสนใจคนเหล่านั้น พวกเขาไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่ผู้ใช้วิชาชั่วร้ายหรือผู้ใช้วิญญาณคันฉ่อง ยิ่งไม่ใช่ตัวตนจากภพอื่น ไม่ต้องพูดคุย สนทนา หรือสัมผัสกับพวกเขาก็พอ” เสียงของสือจื้อซิงดังมาแต่ไกล

ดวงตาลู่เซิ่งฉายแววไม่เข้าใจ แต่ในเมื่อสือจื้อซิงไม่อธิบาย เขาก็ไม่ถามอะไรมาก

ตอนนี้เขาเพิ่งได้รับความเชื่อใจจากสือจื้อซิงในขั้นแรก ความเชื่อใจนี้ตื้นเขินเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังรักษาไว้ได้ยาก

ลงตึกต่อไป ครั้งนี้ลู่เซิ่งไม่เจอปรากฏการณ์พิเศษอะไรอีก หลังออกจากตึกเล็ก เขาก็มองไปยังเครื่องประดับที่ติดไว้ตรงทรวงอกอีกรอบ แสงสีเทาด้านบนนั้นหายไปแล้ว

ใคร่ครวญเล็กน้อย ลู่เซิ่งใช้ความคิด ร่างกายหายไปจากที่เดิมอย่างฉับพลัน ตอนที่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็กลับมายังห้องลับในอารามแล้ว

เครื่องประดับที่ทรวงอกยังคงอยู่

เขานั่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อทำให้สภาพจิตใจก่อนหน้านี้กลับมาเป็นปกติ

‘ถ้าหากบอกว่าปฐมพลังเป็นการยกระดับและวิวัฒนาการของกฎเกณฑ์ อย่างนั้นถ้าเราใช้พลังอาวรณ์ยกระดับอัคคีอนธการหรือไฟหยินอย่างต่อเนื่อง จะทำให้มันไปถึงระดับปฐมพลังได้รึเปล่านะ’ ลู่เซิ่งไตร่ตรอง ‘ด้วยความร้ายกาจของเครื่องมือปรับเปลี่ยนดีปบลู ไม่แน่ว่าจะทำได้จริงๆ’

ตอนนี้เขายังคงรู้สึกได้ว่า เครื่องมือปรับเปลี่ยนดีปบลูเป็นเครื่องมือปรับเปลี่ยนอันแข็งแกร่งซึ่งมีพื้นฐานมาจากระบบความรู้ของตัวเองมากกว่า ขอแค่มีพลังอาวรณ์มากพอ ก็จะสามารถใช้ระบบความรู้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้

เขาลูบเครื่องประดับทรงกลมสีขาวสลับดำเบาๆ แม้นี่จะเป็นของรางวัลจากสือจื้อซิง แต่เขาไม่อยากใช้ของเล่นชิ้นนี้

โลกแห่งความเจ็บปวดซุกซ่อนความลับไว้มากมายเกินไป ก่อนที่จะทำความเข้าใจกุญแจสำคัญ ของชิ้นใดๆ ที่นำออกมาจากด้านใน ควรจะใช้มันอย่างระมัดระวังทั้งสิ้น

ลู่เซิ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ที่เดิมพักหนึ่ง ในที่สุดก็ลุกขึ้น

หากพูดถึงคนที่เขาขอความชั่วเหลือได้จากทั่วทั้งต้าอิน ความจริงมีแค่คนคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คืออริยะเจ้าทงเซิง

ก่อนหน้านี้เขาตรวจสอบหลานของอริยะเจ้าทงเซิงมาแล้ว คนผู้นั้นเหมือนกับเขามากจริงๆ ไม่ใช่รูปร่างภายนอก หากเป็นบุคลิก

คนผู้นั้นเดินบนเส้นทางฝึกฝนร่างกายเหมือนกัน เขาหลอมรวมกายเนื้อเข้ากับพลังปีศาจของมหาปีศาจ หลังจากพบเจอวาสนาหลายครั้ง พลังก็แข็งแกร่งสุดเปรียบปาน ถึงขั้นกำลังจะเลื่อนสู่ระดับอริยะเจ้า ทว่าในช่วงสำคัญของการเลื่อนระดับครั้งสุดท้าย กลับถูกคนลึกลับลอบจู่โจม จากนั้นก็หายสาบสูญไป ไม่มีข่าวคราวอะไรอีก

เพื่อหลานชายที่รักที่สุดและมีพรสวรรค์ที่สุดในตระกูลผู้นี้ ทงเซิงใช้น้ำใจนับไม่ถ้วน ถึงขั้นมุ่งหน้าไปขอพบเจ้าแห่งอาวุธเพื่อขอร้องด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร

เขาหมดอาลัยตายอยากอยู่หลายสิบปี ไม่นานมานี้จึงค่อยอาการดีขึ้น

‘อริยะเจ้าทงเซิงกำลังจะจากไปแล้ว บางทีอาจจะฉวยโอกาสนี้ถามวิถีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับปฐมพลังได้สักหน่อย’ นี่เป็นแผนการของลู่เซิ่ง

เขากับทงเซิงเพียงเป็นจอกแหนพบพานกัน ตอนนี้คิดจะหาคนมาถามไถ่ถึงปฐมพลัง ขบคิดไปมา ลู่เซิ่งได้แต่ไปถามไถ่ชายชราที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานผู้นี้

ในต้าอิน ณ เวลาปัจจุบัน เชียนตู้ซูหนิงเฟยอาจารย์ในนามของเขาไม่คู่ควรให้เชื่อใจ ถึงขั้นแม้แต่วิธีการฝึกฝนระดับอริยะเจ้าต่อจากนี้ยังไม่ยอมบอก เห็นได้ว่ากำลังระวังป้องกันเขาอยู่

ถอนใจเฮือกหนึ่ง ลู่เซิ่งปลดเครื่องประดับชิ้นเล็กที่สือจื้อซิงมอบให้ จากนั้นก็ใช้แก่นหยางห่อหุ้มพร้อมกับเก็บมันไว้ในช่องลับบนพื้นของห้องลับ ก่อนจะลุกขึ้น

“ประมุขคฤหาสน์ท่านออกจากการกักตนแล้วหรือ” ศิษย์สำนักพันอาทิตย์ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกประตูรีบถามอย่างนอบน้อม

“ตอนนี้ผู้อาวุโสทงเซิงอยู่ที่ใด”

“กำลังวางหมากกับเจ้าสำนักอยู่ที่ศาลาทัศนาขอรับ”

“นำทางข้าไป”

ศิษย์เฝ้าประตูไม่กล้าลังเล พาลู่เซิ่งเร่งฝีเท้าไปยังศาลาทัศนาทันที

เวลานี้ศิษย์ที่กลับมาในสำนักมีอยู่ไม่น้อยแล้ว ยังมีหลายคนที่ดูเหมือนจะเป็นศิษย์ใหม่ แต่ละคนต่างกระฉับกระเฉง ในนี้มีอัจฉริยะที่ทะนงตนรวมถึงมีความภาคภูมิใจในตัวเองสูงอยู่ด้วย

แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด เมื่อเห็นรูปแบบชุดคลุมบนร่างลู่เซิ่งในตอนที่พบเขา ต่างก็จดจำสถานะของเขาได้ และจะแสดงความเคารพนบน้อมอย่างยิ่งยวดทันที

ตัดทะลุอารามมากกว่าครึ่ง แล้วเดินออกจากประตูเล็กข้างกำแพงไป ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงด้านหน้าศาลาเล็กอันประณีตที่ทาสีสันไว้หลากหลาย รวมถึงยังปลูกดอกไม้ไว้นานาชนิดด้วย

อริยะเจ้าทงเซิงกับเฉินจิ้งจือผู้เป็นเจ้าสำนักนั่งอยู่ตรงข้ามกัน หมากทหารวางอยู่ตรงหน้าทั้งสอง นี่เป็นการละเล่นที่มีเฉพาะในต้าอิน คล้ายกับหมากทัพ แต่ว่าล้ำลึกยิ่งกว่า

พอเห็นลู่เซิ่งมาหา อริยะเจ้าทงเซิงก็พลันเลิกคิ้วขึ้น

“อ้าว ลู่เซิ่งมาแล้ว มาเร็วๆ ก่อนหน้านี้มีความสำคัญในคดีส่วนหนึ่งอยากจะคุยกับท่าน ตอนแรกที่มาท่านกำลังกักตนอยู่ ไม่กล้ารบกวน เลยมาวางหมากกับเฉินจิ้งจือที่นี่เพื่อฆ่าเวลา ตอนนี้ท่านมาพอดีเลย”

เขาปัดกระดานหมากจนกระจัดกระจาย ก่อนจะรีบลุกขึ้นต้อนรับลู่เซิ่ง

เฉินจิ้งจือนั่งอยู่ที่เดิม มือถือหมากแม่ทัพด้วยความรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ พอเห็นลู่เซิ่งมาเขาก็ส่ายหน้าพร้อมกับลุกขึ้นด้วย

“ในเมื่ออริยะเจ้าลู่มาแล้ว อย่างนั้นผู้เยาว์ขอตัวก่อน” เขาเก็บกระดานหมากแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว

ลู่เซิ่งดูออกว่าผู้อาวุโสท่านนี้เล่นลูกไม้ จึงหัวเราะไม่ออกและร้องไห้ไม่ได้เช่นกัน

แต่ว่าครั้งนี้ที่เขามาที่นี่ ก็เพื่อถามทงเซิงถึงปฐมพลังด้วยจุดประสงค์ที่จริงใจ

ทั้งสองนั่งลงในศาลาอีกครั้ง จากนั้นลู่เซิ่งก็เล่าถึงปัญหาของตัวเอง

“ปฐมพลังหรือ” อริยะเจ้าทงเซิงงุนงง “จริงด้วย ท่านสมควรถึงเวลาที่สัมผัสกับสิ่งนี้แล้ว” เขายกน้ำชาที่วางบนโต๊ะหินขึ้นจิบช้าๆ

“ที่จริงปัญหานี้ท่านไม่ควรมาถามข้า ควรจะไปถามอาจารย์ของท่านมากกว่า”

ลู่เซิ่งพลันยิ้มหนักใจ “ผู้อาวุโส…ซูหนิงเฟยอาจารย์ของข้า…ท่านน่าจะเคยได้ยินมาก่อน แถมความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับนาง ก็ไม่ได้ดีเด่นอย่างในจินตนาการด้วย”

“ข้าเข้าใจสภาพของท่านดี” ทงเซิงเคยอ่านข้อมูลของลู่เซิ่งมาก่อน เขาปลอมแปลงพลังเข้าสำนักพันอาทิตย์ การที่ไม่ถูกมองว่ามีเจตนาแอบแฝงก็ถือว่าได้รับความเมตตาเป็นพิเศษแล้ว แต่หากคิดจะสัมผัสกับความลับของปฐมพลังหลักแห่งสำนักพันอาทิตย์ย่อมเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยก็เป็นไปไม่ได้จนกว่าจะตรวจสอบความคิดแท้จริงของลู่เซิ่งออก

“ข้าไม่สามารถถ่ายทอดปฐมกฎเกณฑ์ให้เจ้าได้ สามสำนักกับสามตระกูลใหญ่มีปฐมกฎเกณฑ์ของใครของมันซึ่งสามารถบ่งชี้ถึงต้นกำเนิดหลักของพลังชนิดใดชนิดหนึ่งได้ นี่เป็นความลับที่ถ้าไม่ใช่บุคคลสำคัญก็ถ่ายทอดให้ไม่ได้ ข้าจึงไม่อาจแพร่งพราย” ทงเซิงขบคิดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ “แต่ถ้าหากท่านยินยอมตอบรับคำขอข้อหนึ่งของข้า ข้าสามารถบอกทิศทางของปฐมกฎเกณฑ์ให้แก่ท่านได้”

“ทิศทางของปฐมกฎเกณฑ์” ลู่เซิ่งสูดหายใจลึก “นี่หมายถึงอะไรหรือ”

ทงเซิงยิ้มบาง “แม้สามสำนักสามตระกูลจะไม่ถ่ายทอดปฐมกฎเกณฑ์ให้คนนอก แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าในโลกใบนี้ นอกจากหกสถานที่นี้แล้ว จะไม่มีปฐมกฎเกณฑ์อีก”

ลู่เซิ่งพลันกระจ่างแจ้ง

“ข้ารับปากท่าน ขอแค่ไม่ขัดต่อความต้องการส่วนตัวของข้าเกินไป ข้าล้วนตอบรับได้ทั้งสิ้น” เขาตอบรับอย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องห่วง…เป็นแค่คำขอเล็กๆ เท่านั้น” ทงเซิงเห็นสีหน้าระมัดระวังของลู่เซิ่งก็อดยิ้มพลางส่ายหน้าไม่ได้ “ท่านนี่นะ ขี้ระแวงเกินไปแล้ว”

“ผู้อาวุโสสั่งสอนถูกต้องแล้ว…” ลู่เซิ่งทำสีหน้าละอาย

…

ครึ่งเดือนต่อมา แคว้นศาสตร์ทะยาน เขตสายธารา

หลี่ซุ่นซีนั่งบนที่นั่งของแผงขายหมี่ ก้มหน้าเพ่งมองหมี่ตรงหน้า

ด้านในน้ำแกงหมี่ว่างเปล่า เส้นทั้งหมดถูกตักขึ้นหมดแล้ว ทว่าน้ำแกงกลับใสอย่างน่าอัศจรรย์ ผิวน้ำแกงถึงขั้นเหมือนกับผิวคันฉ่อง

“ผู้เฒ่าสวี่ ข้ามาอีกแล้ว” เขายกน้ำแกงหมี่ขึ้น พร้อมกับนวดสองตาที่ปวดตุบๆ ยังคงมองไม่เห็นสิ่งใด “วิชาทำนายฟ้าพิศวงเก้าขั้นนี้คลุมเครือเกินไปจริงๆ…ข้าว่าถ้าไม่ใช่เวลาสักหลายเดือน เกรงว่าคงจะไม่เข้าใจเท่าไหร่”

เจ้าของแผงหมี่เป็นเฒ่าชราตาบอด มือนวดดึงก้อนแป้งให้กลายเป็นเส้นหมี่อันละเอียดอ่อนหลายเส้นอย่างช่ำชอง

ชายชราร่างกายแข็งแรงกำยำ หากแต่ไร้ชีวิตชีวา คล้ายกับไม่ใช่คนเป็นๆ ที่ยืนอยู่ตรงนี้ หากเป็นตุ๊กตาคนหรือตุ๊กตาโคลน

ในตอนที่ได้ยินหลี่ซุ่นซีบอกว่าอย่างน้อยต้องใช้เวลาหลายเดือนถึงจะเข้าถึงวิชาได้ มือที่กำลังดึงเส้นหมี่ของเขาก็ผ่อนช้าลง แล้วหยุดนิ่งชั่วพริบตาหนึ่ง

“ผ่านไปหลายเดือนแล้วกระมังตั้งแต่ที่ข้าพาเจ้ามาต้าอิน” เขาถามอย่างราบเรียบ สิ่งที่น่าประหลาดก็คือ เสียงของเขาที่ดังในรัศมีสองสามหมี่ใกล้ๆ มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน

หลี่ซุ่นซีพยักหน้า “ถูกต้อง ผ่านไปหลายเดือนแล้ว”

“ต้าซ่งไร้ความหวังแล้ว หากเจ้าคิดกอบกู้สถานการณ์ใหญ่ ได้แต่ลงมือจากต้าอิน ส่วนจุดสำคัญบนกระดานหมากต้าอินก็อยู่ที่…ราชธานีอินตู” ชายชราเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ

เขาวางก้อนแป้งลงก่อนจะหมุนตัวมาจ้องมองคนหนุ่มที่ตนฝากความหวังมาโดยตลอดผู้นี้

“อีกหลายเดือนกว่าจะเข้าถึงวิชาทำนายหรือ ต่อจากนี้ ถ้าเจ้าสามารถทำให้ข้าพอใจได้ อย่างนั้นเจ้าจะเป็นอริยะปฐพีสามกำเนิดเก้าหอคอย ขุมกำลังหนึ่งในสามส่วนของสำนักไตรอริยะในต้าอินจะเป็นของเจ้าทั้งหมด”

หลี่ซุ่นซีงุนงง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นด้วยความแตกตื่น

“ผู้เฒ่าสวี่…ท่านหมายถึง…?!”

“แสดงพลังทั้งหมดของเจ้าเสีย ถ้าหากทำให้ข้าประทับใจได้ เช่นนั้นเจ้าจะกลายเป็นราชาอริยะคนที่สามของสำนักไตรอริยะ”

ชายชราสีหน้าราบเรียบ ความเย็นชา ความอ่อนโยน ความเจ็บปวด และความจนปัญญาตลบอบอวลอยู่ในสายตา

ที่จริงหลี่ซุ่นซีถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนแรกสุดแล้วว่าจะต้องเดินบนเส้นทางนี้ ไม่ว่าจะขัดขืนดิ้นรนหรือไม่ ผลลัพธ์ล้วนเป็นเหมือนเดิม

อนาคตของเขาถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องยืนอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของสำนักไตรอริยะ เหมือนกับที่เขาถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะได้รับหยกซึ่งเป็นอาวุธเทพชิ้นนั้น

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 428 ปฐมพลัง (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved