cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 365 ค้ากำไรเกินควร (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 365 ค้ากำไรเกินควร (1)
Prev
Next

บทที่ 365 ค้ากำไรเกินควร (1)

หยวนเจิ้งซั่งเหรินรู้ว่ามีคนจงใจก่อกวน จึงรีบเปลี่ยนภาพ

ภาพมากมายต่อจากนั้นทำให้เขาแทบเสียสติ ศิษย์ของสำนักพันอาทิตย์ร้องไห้คุกเข่ากับพื้นพร้อมกับเอาตั๋วทองคำมารออกมาซื้อชีวิตตัวเอง ส่วนอีกฝ่ายเป็นพวกยอดฝีมือจากสำนักผูกวิญญาณ พวกเขาทำหน้าสับสน เพราะพวกเขาบอกไปแล้วว่าไม่มีทางไว้ชีวิตคนเหล่านี้แน่นอน

แต่ว่าเป้าหมายที่คนของสำนักพันอาทิตย์นำตั๋วทองคำออกมา ก็เพียงเพื่อให้อีกฝ่ายลงมือรวดเร็วและพยายามลดความเจ็บปวดให้มากที่สุด พวกเขากลัวเจ็บนี่นา…

“ศิษย์รุ่นนี้…ศิษย์รุ่นนี้…” หยวนเจิงซั่งเหรินโกรธจนเคราขาวชี้โด่เด่ จ้องมองผู้อาวุโสกับเจ้าตำหนักที่เหลืออย่างดุร้าย

“ดูซิว่าพวกเจ้านำบรรยากาศแบบใดมา!? เงินๆๆ! รู้จักแต่เงิน! รอไปถึงพิภพมารของทัพมาร พวกเจ้าคิดจะต่อรองกับแม่ทัพมารหรือไม่!?”

“คนเราล้วนทำเพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น เหตุใดผู้อาวุโสหยวนเจิ้งต้องโกรธด้วย แม้แต่พิภพมารก็ยังสู้กับโลกมนุษย์ของเราเพราะผลประโยชน์เช่นกัน ถ้าหากพวกเราสร้างผลประโยชน์ที่ทำให้พวกเขาพอใจจนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองได้จริงๆ ต่อให้เป็นแม่ทัพมารในทัพมาร ก็ไม่แน่ว่าจะชนะได้โดยไม่ต้องสู้” เจ้าตำหนักหุนเซี่ยงที่เป็นอันดับหนึ่งในหมู่เจ้าตำหนักทั้งเก้าโต้กลับอย่างเกียจคร้าน

“ถูกต้อง พวกเราเห็นด้วยกับคำพูดของเจ้าตำหนักหุนเซี่ยง”

“เจ้าตำหนักใหญ่กล่าวถูกต้องที่สุด หากไม่จำเป็นต้องต่อสู้ เหตุใดยังต้องสู้เป็นตายอีกเล่า การต่อสู้ไม่ใช่วิธีการที่จำเป็นเสียหน่อย เพียงเป็นการข่มขวัญอย่างหนึ่ง เป็นการข่มขวัญเพื่อสันติภาพและความก้าวหน้า”

“ผู้อาวุโสใหญ่หัวรุนแรงเกินไป ความจริงไม่เป็นผลดีต่อความปรองดอง”

เจ้าตำหนักและผู้อาวุโสของสำนักพันอาทิตย์แต่ละคนพากันส่งเสียงเห็นด้วย

หยวนเจิ้งซั่งเหรินใบหน้าดำทะมึนขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นบรรยากาศของสำนักพันอาทิตย์ เจ้าตำหนักหุนเซี่ยงยังมีตำแหน่งเป็นรองเจ้าสำนักด้วย เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าสำนักที่แต่งตั้งเขาเป็นรองเจ้าสำนักโน้มเอียงไปทางไหน

พรึ่บๆๆ!

เขาเปลี่ยนภาพอย่างรวดเร็ว ขอแค่มีศิษย์สำนักพันอาทิตย์ปรากฏตัว ล้วนเป็นคนงั่งที่จ่ายเงินซื้อชีวิตและซื้ออันดับทั้งสิ้น สร้างความโมโหให้หยวนเจิ้งซั่งเหรินมากขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าไม่ใช่ว่าค่ายกลนี้เป็นของที่สำนักพันอาทิตย์ช่วยสนับสนุน คนของสองสำนักที่เหลือคงประท้วงแต่แรกแล้ว

ไม่นานภาพก็เปลี่ยนไปยังตำแหน่งของซ่งเฉวียนคุณชายซ่ง ตอนนี้เขากำลังต่อรองราคากับเหล่ายอดฝีมือจากสำนักซ่อนธาตุอยู่

“ในสายตาข้า ไม่มีเรื่องที่เงินแก้ไขไม่ได้ ถ้าหากมี ก็แสดงว่าเงินไม่เพียงพอ” ซ่งเฉวียนคุณชายซ่งนับว่าเป็นบุคคลระดับผู้นำในหมู่ลูกศิษย์ยุคนี้ ไม่ใช่แค่พลังฝึกปรือเท่านั้น เขายังได้สร้างแปดอัจฉริยะกำยานเทพอันเป็นองค์กรเล็กๆ ขึ้นมา แถมยังเป็นหัวหน้าแห่งแปดอัจฉริยะนั้นเองด้วย

“คุณชายซ่ง สองหมื่น สองหมื่นแล้วพวกเราจะช่วยท่านจัดการกำแพงดำสองตัว ส่วนที่เหลือพวกท่านจัดการกันเอง” ยอดฝีมือสำนักซ่อนธาตุต่อรอง

“สองหมื่นต้องจัดการให้หมด ไม่อย่างนั้นพวกเราจัดการเอง” ซ่งเฉวียนโบกมือ

“สามหมื่นทั้งหมด!”

“สองหมื่น!”

“สองหมื่นแปด!”

“สองหมื่นห้า!”

“เปลี่ยน” หยวนเจิ้งซั่งเหรินโกรธจนตบธงค่ายกลบนมืออย่างรุนแรง

ภาพเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แสดงภาพคนของสำนักพันอาทิตย์สามคนกับศิษย์สำนักเล็กๆ ที่ไม่รู้จักชื่อหลายคนยืนอยู่ด้วยกันริมทะเลสาบผืนเล็กพอดี บุรุษคนหนึ่งในนี้ยืนอยู่ด้านหน้าสุด ร่างกายกำยำ มือถือดาบโค้ง

“คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าข้าได้มีอยู่สองจำพวก” บุรุษกล่าวอย่างสงบ “คนแรกคือคนรวย”

หยวนเจิ้งซั่งเหรินแน่นอก กำลังจะเปลี่ยนภาพ

“คนที่สองคือคนตาย”

เอ๋?

หยวนเจิ้งซั่งเหรินหยุดการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น ระดับสูงของสามสำนักที่เหลือบนลานต่างพากันส่งเสียงร้องเอ๋เบาๆ

สายตามากมายพากันมองร่างของบุรุษสูงใหญ่ในภาพ สัญลักษณ์สำนักพันอาทิตย์บนตัวเขาโดดเด่นเป็นพิเศษ

“คนผู้นี้…มาจากตำหนักใด” หยวนเจิ้งซั่งเหรินมองผู้อาวุโสเจ้าตำหนักที่เหลือ แต่ต่างคนต่างผุดสีหน้างุนงง

หยวนเจิ้งซั่งเหรินปรับภาพเล็กน้อย เผยให้เห็นอาณาเขตส่วนหนึ่งด้านหน้าบุรุษ

โอ้!

อยู่ๆ ทั่วทั้งลานก็วุ่นวายขึ้นมา

เห็นคนไม่ต่ำกว่ายี่สิบกว่าคนล้มกองระเนระนาดบนที่ว่างริมทะเลสาบตรงหน้าบุรุษ คนเหล่านี้ล้วนมีสัญลักษณ์สำนักซ่อนธาตุกับสำนักผูกวิญญาณบนชุด เลือดไหลออกมารวมกันเป็นแอ่งเล็กๆ แล้วไหลลงสู่ทะเลสาบอย่างต่อเนื่อง

“ไม่มีเงินซื้อชีวิต เช่นนั้นก็ไปตายเสียเถอะ” บุรุษเก็บดาบแล้วหมุนตัวจากไป

แข็งกร้าว!

หยวนเจิ้งซั่งเหรินพลันตื่นเต้น นี่สิจึงเป็นคนของสำนักพันอาทิตย์ตามอุดมคติในใจของเขา! พริบตานั้น สายตาที่เขามองบุรุษผู้นี้เปลี่ยนไปแล้ว นี่สิจึงเป็นศิษย์ในอุดมคติ!

ระดับสูงของสามสำนักคนอื่นๆ ปั่นป่วนเช่นกัน นี่เป็นคนของสำนักพันอาทิตย์หรือนี่ สำนักซ่อนธาตุไม่มีคนเกรี้ยวกราดแบบนี้เหมือนกันกระมัง

“ประเสริฐ!” หยวนเจิ้งซั่งเหรินโห่ร้อง ต่อให้เป็นจ่างซุนหลัน ก็ไม่เคยทำให้เขาได้หน้าขนาดนี้!

“นี่สิภาพลักษณ์ของคนที่น่าภาคภูมิใจอย่างแท้จริงของสำนักพันอาทิตย์” เขาลุกขึ้นกล่าวเสียงกังวาน

เจ้าตำหนักคนอื่นๆ โดยเฉพาะเจ้าตำหนักหุนเซี่ยงขมวดคิ้ว จ้องมองบุรุษในภาพอย่างตั้งใจ จากนั้นก็หันไปกระซิบกระซาบกับผู้อาวุโสคนหนึ่งด้านข้าง

เจ้าตำหนักผู้อาวุโสของสำนักพันอาทิตย์จำนวนไม่น้อยมีสีหน้าย่ำแย่เช่นกัน สำนักพันอาทิตย์ไม่ต้องการคนที่เกรี้ยวกราดโอหังแบบนี้ ความละมุนละม่อมนำมาซึ่งเงิน มีแต่ความละมุนละม่อมเท่านั้นที่ทำให้มีวิธีไกล่เกลี่ยขุมกำลังใหญ่ๆ เพื่อหาผลประโยชน์มากกว่าเดิมได้ ศิษย์แบบนี้ แม้จะได้ความสะใจชั่วขณะ แต่ภายหลังจะจัดการความสัมพันธ์ได้ยาก

แต่ว่าในเมื่อหยวนเจิ้งซั่งเหรินผู้อาวุโสใหญ่ที่ได้รับการจัดอยู่ในอันดับหนึ่งเอ่ยปากแล้ว ย่อมไม่มีคนกล้าพูดอะไร ต่อให้เป็นเจ้าตำหนักหุนเซี่ยงก็ไม่โต้แย้ง อย่างไรหยวนเจิ้งเซิ่งเหรินก็เป็นอันดับที่หนึ่งของสำนักพันอาทิตย์ในระดับจังหวัดที่มีประสบการณ์และพลังมากที่สุดนอกจากเจ้าสำนัก

ยิ่งไปกว่านั้นคนอื่นๆ เพียงแค่มีความเห็นไม่ลงรอยกัน ไม่ใช่ขัดผลประโยชน์กัน

“น่าเสียดายตรงที่…เผยประกายออกมามากเกินไปบ้าง…” รองเจ้าตำหนักคนหนึ่งอดบ่นงึมงำไม่ได้

“เผยประกาย ผายลม!” หยวนเจิ้งซั่งเหรินเดือดดาล “สำนักพันอาทิตย์ในจังหวัดไร้เหมันต์ขายหน้าเพราะพวกเจ้าหมดแล้ว! จงดูเด็กน้อยในภาพเสีย นี่จึงเป็นคนที่สำนักพันอาทิตย์ควรเอาเยี่ยงอย่าง”

ทุกคนมองหน้ากัน รองเจ้าตำหนักที่ถูกตำหนิหน้าแดง แต่ไม่กล้าโต้ตอบ

คนจากสามสำนักที่เหลือพากันมองผิวคันฉ่องต่อ

…

ลู่เซิ่งสะบัดเลือดบนดาบ ด้วยขอบเขตพลังฝึกปรือและจิตใจของเขาในตอนนี้ ย่อมพบสายตาไม่น้อยที่มองลงมาจากเหนือศีรษะ ส่วนใหญ่สายตาเหล่านี้ฉายแววคาดหวังและเป็นกลาง

เพียงใช้ความคิดเล็กน้อย เขาก็รู้ว่านั่นสมควรเป็นวิชาลับระดับสูงของสามสำนักที่ใช้สอดส่องสถานการณ์

เขาไม่สนใจว่าคนเหล่านี้จะมองตนอย่างไร ถึงอย่างไรครั้งนี้ก็หาเงินทุนได้มากพอแล้ว หากผ่านหมู่บ้านนี้ไปก็ไม่มีโอกาสดีๆ แบบนี้อีกแล้ว หน้ำซ้ำยังมีซูหนิงเฟยคอยหนุนหลังอยู่ บวกกับพลังฝึกปรือระดับจ้าวแห่งมารของเขา จึงไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย

กลับมาถึงด้านหน้าพวกเซี่ยอวี้ฉยง เขามองวัดและอาคารที่มีควันสีดำลอยออกมาอย่างช้าๆ ไกลออกไป ก่อนจะขมวดคิ้ว

“นั่นคือเขตวัดเสียงพุทธกระมัง”

“ถูกต้องแล้วศิษย์พี่ ก่อนหน้านี้พวกเราเห็นคนจากสำนักผูกวิญญาณมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นจากที่นี่” เซี่ยอวี้ฉยงกล่าวเบาๆ

“พวกเขาไม่สนใจพวกเจ้าหรือ” ลู่เซิ่งเลิกคิ้ว เมื่อครู่เขาไปที่ที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ตอนแรกคิดหารายได้นิดหน่อย นึกไม่ถึงว่าคนกลุ่มนั้นจะเป็นพวกกระดูกขัดมัน แถมยังลงมือโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก

คนที่ไร้สายตาแบบนี้ย่อมเจอบทสรุปโดนฟันตายในไม่กี่ดาบ

“ไม่สนใจจริงๆ ท่าทางดูเร่งรีบ บางทีอาจได้รับยันต์ข้อความลับของสำนักผูกวิญญาณก็ได้” เซี่ยอวี้ฉยงกล่าวพลางนิ่วหน้า

สตรีนางนี้มีประสบการณ์กว้างขวาง แถมยังมีความคิดเป็นของตัวเอง แม้พลังจะไม่แข็งแกร่งมาก แต่ก็ปกป้องตนเองและหลบหนีเอาชีวิตรอดได้ จึงเริ่มได้รับความไว้ใจจากลู่เซิ่งในกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้

“พวกเราก็ไปด้วยเถอะ ตอนนี้เหลือคนไม่กี่คน อาจถึงช่วงเวลาสุดท้ายแล้วก็ได้ คนของสำนักผูกวิญญาณรวมตัวกันแบบนี้ เป็นไปได้ถึงขีดสุดว่าจะได้รับข้อมูลบางอย่าง” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างเรียบเฉย

“ความหมายของศิษย์พี่ลู่คือ…ต้องการคัดคนทิ้งหรือ” เซี่ยอวี้ฉยงเข้าใจในทันที โดยเฉพาะลู่เซิ่งยังลงมืออย่างเหี้ยมโหดกับคนของสำนักผูกวิญญาณมาโดยตลอด

“คัดคนทิ้งอะไร การแย่งชิงอันดับต้องอาศัยความสามารถของตัวเองอยู่แล้ว ว่ากันว่าศิษย์พี่ซุนหรงจี๋มีพลังน่าทึ่ง ทั้งยังเป็นอันดับหนึ่งในสำนักผูกวิญญาณ จึงอยากจะทดลองดูว่าอันดับหนึ่งในเรื่องเล่าลือนี้ร้ายกาจขนาดไหนเท่านั้น” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างไม่นำพา

เพียงแต่เมื่อพูดประโยคนี้ออกไป คนที่อยู่รอบๆ ล้วนไม่มีใครเชื่อ

ทว่าในเมื่อลู่เซิ่งตัดสินใจแล้ว คนอื่นๆ ย่อมติดตามย่างก้าวของเขา

พวกเขาตรวจสอบสถานการณ์รอบๆ เมื่อไม่พบสัตว์ประหลาดตัวอื่นอีก ก็มุ่งหน้าไปยังเขตวัดเสียงพุทธ

ช่วงเวลาคั่นระหว่างออกจากอาณาเขตนี้เข้าสู่กลางสามเขตใหญ่ เสียงแก่ชราก็ดังมาจากฟากฟ้า มุดเข้าหูของทุกคน

“มุ่งหน้าไปยังสถูปสามองค์ของวัดเสียงพุทธเพื่อแย่งชิงกุญแจดอกสุดท้าย แล้วจะได้รับสิทธิ์ไปยังจังหวัดอื่น กุญแจทอง เงิน ทองแดงสามดอกหมายถึงอันดับหนึ่ง สอง และสาม การช่วงชิงมีเวลาห้าชั่วยาม”

เสียงพูดทวนอยู่สามรอบ หลังจากพูดจบ ก็ค่อยๆ เงียบลง ลู่เซิ่งสัมผัสได้ว่าความรู้สึกที่ถูกจับตามองค่อยๆ หายไปแล้ว

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า

เห็นได้ชัดว่าเสียงนั้นทำการตัดสินใจอย่างกะทันหัน หลังจากเห็นฝีมือของเขา ระดับสูงของสามสำนักเป็นผู้ควบคุมว่าจะเพิ่มกุญแจดอกสุดท้ายเข้ามาหรือไม่

“ศิษย์พี่ลู่…กุญแจสามดอกเลยนะ…” เซี่ยอวี้ฉยงดวงตาฉายแววอิจฉา แต่รู้ว่าพวกตนไม่อาจแตะต้องกุญแจสามดอกนี้ได้

“หากอยากไปพวกเจ้าจะไปเองก็ได้” ลู่เซิ่งเอ่ยอย่างไม่นำพา

พี่น้องเซี่ยอวี้ฉยงสบตากัน ล้วนยิ้มฝาดเฝื่อน ในกลุ่มเสวียนจูมีบางคนหวั่นไหว แต่สุดท้ายก็ไม่เคลื่อนไหว หวั่นไหวนั้นหวั่นไหวอยู่ แต่หากว่าถึงคราวต้องสู้ด้วยตัวเองจริงๆ ก็ไม่มีใครมีความกล้านี้ ด้วยพลังของพวกเขา หากเจอยอดฝีมือที่มาแย่งชิงเข้า การถูกฆ่าออกไปเป็นเรื่องที่ใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น

ทุกคนรีบเดินทาง อยู่ๆ ในตรอกทางซ้ายมือก็มีเสียงตะโกนดังมา

“ทุกท่านที่อยู่ด้านหน้ารู้ไหมว่าเขตวัดเสียงพุทธอยู่ทิศไหน พวกท่านวางใจ พวกเราจะไม่ให้ท่านนำทางโดยไม่มีค่าตอบแทน”

ศิษย์อายุน้อยที่มีสัญลักษณ์ของสำนักผูกวิญญาณกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากในวัดหลังคาโค้งสีขาว สองคนที่อยู่ด้านหน้าคนหนึ่งเป็นบุรุษรูปงามที่ไว้เคราข้างแก้มและมีรูปร่างสูงใหญ่ อีกคนหนึ่งเป็นสตรีอายุน้อยรูปโฉมงดงาม ไว้ผมยาวสีแดงประป่า ทั้งสองล้วนสวมเกราะหนังทั้งตัวสีแดงเพลิง และแบกแส้ที่มีหนามโค้งสองเส้นไว้ด้านหลัง

ลู่เซิ่งพลันหยุดฝีเท้าแล้วหันไปมองคนกลุ่มนี้

“คนของสำนักผูกวิญญาณใช่หรือไม่” เขาถาม

“ถูกต้อง ข้ามาจากสำนักผูกวิญญาณ จ้าว…” บุรุษผู้นั้นยังพูดไม่จบ สีหน้าก็ผกผัน ก่อนจะพุ่งถอยหลัง

เช้ง!

ประกายดาบสายหนึ่งพุ่งผ่านข้างตัวเขาไป ไม่รู้ว่าลู่เซิ่งพุ่งไปถึงข้างเขาตั้งแต่ตอนไหน ประกายดาบอันสว่างไสวระเบิดขึ้นในมือเขา ไม่ใช่แค่ฟันใส่บุรุษรูปงามเท่านั้น ยังฟันใส่คนของสำนักผูกวิญญาณสิบกว่าคนที่อยู่รอบๆ ด้วย ประกายดาบสาดขึ้นแวบเดียวแล้วหายไป

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 365 ค้ากำไรเกินควร (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved