cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 332 นิทรานิรันดร์ (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 332 นิทรานิรันดร์ (2)
Prev
Next

บทที่ 332 นิทรานิรันดร์ (2)

“เจ้า…ไม่เลว” ซูหนิงเฟยไม่ได้พูดมาก เพียงแตะมือขวาเบาๆ สารกายสีม่วงจำนวนมากก็แผ่กระจายออกมาจากฝ่ามือของนางแล้วรวมตัวเป็นหินไข่ห่านสีม่วงเล็กกระจิ๋วก้อนหนึ่ง

“ถือมันเอาไว้ วันหน้าเจ้าสามารถเข้ามาในเขตถ่ายทอดความลับได้ตลอดเวลา ถ้าหากมีข้อสงสัยตรงไหนก็มาหาข้าได้” ในที่สุดซูหนิงเฟยก็ให้ของแทนตัวออกไป ไม่ใช่ของผู้เยาว์คนไหน หากเป็นของนางเอง

ขณะที่เร้นกายรับการหล่อเลี้ยงจากสารกายนับไม่ถ้วนของต้าอินในเขตถ่ายทอดความลับ ก็ย่อมต้องทำหน้าที่ให้เพียงพอด้วย

การให้คำชี้แนะที่จำเป็นต่อศิษย์สำนักที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็นสิ่งที่ผู้เร้นกายซึ่งซุ่มฝึกฝนเหล่านี้ต้องทำ

ในหนึ่งร้อยปีอย่างน้อยต้องคัดเลือกใครสักคนมาให้คำชี้แนะ

ซูหนิงเฟยไม่ได้เลือกใครมาร้อยปีพอดิบพอดี และบังเอิญที่ลู่เซิ่งมาโผล่ตรงหน้านาง แม้นางจะไม่ต้องทำตามกฎข้อนี้ก็ได้ แต่ลู่เซิ่งได้สะกิดความสนใจของนางเข้าแล้วจริงๆ

ลู่เซิ่งย่อมรู้กฎข้อนี้ จิตใจพลันยินดี รีบเข้าไปรับหินสีม่วงมา

“ขอขอบคุณอาจารย์ที่ชี้แนะ!”

“ข้าไม่ใช่อาจารย์ของเจ้า เจ้าเรียกข้าว่าเฮยหนิงก็ได้” ซูหนิงเฟยกล่าวอย่างเรียบเฉย

“ขอรับ อาจารย์เฮยหนิง” ลู่เซิ่งพูดอย่างนอบน้อม

“ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาบทหนึ่งด้านวิชาจริงแท้ให้ เจ้าไม่ต้องฝึกวิชาจริงแท้พื้นฐานในตัวเจ้าแล้ว เปลี่ยนปราณจริงแท้ทั้งหมดเป็นวิชาที่ข้าจะส่งให้เจ้าเสีย” ซูหนิงเฟยกล่าวอย่างรวบรัดก่อนจะถ่ายทอดวิชาพื้นฐานเฉพาะของตนเองให้เหมือนกับคนก่อนๆ ที่เคยรับเป็นศิษย์เมื่อก่อนหน้า

เพียงแต่ว่าสิ่งที่แตกต่างจากคนก่อนๆ ก็คือ นางลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็เพิ่มขั้นตอนเล็กๆ ขั้นตอนหนึ่งให้ในขณะที่บรรยายวิชาด้วยปาก

ขั้นตอนนี้เป็นสิ่งที่นางไม่เคยเพิ่มให้ใครที่รับเป็นศิษย์มาก่อน

ตามลำดับทั่วไปแล้ว การรับคนและถ่ายทอดวิชาของผู้เร้นกายเช่นพวกนาง ล้วนเป็นการทำภารกิจให้จบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทว่าครั้งนี้ไม่รู้เพราะอะไร ซูหนิงเฟยกลับเพิ่มขั้นตอนเล็กๆ เข้าไปด้วยเหมือนมีภูตผีดลบัลดาล ทั้งยังย้ำให้ลู่เซิ่งจดจำให้ขึ้นใจ

เวลาค่อยๆ เคลื่อนคล้อย พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามชั่วยามแล้ว

ได้เวลาที่ลู่เซิ่งควรไปแล้ว การเข้ามายังเขตถ่ายทอดความลับของศิษย์เช่นพวกเขาล้วนมีเวลาจำกัด ด้วยระดับความแข็งแกร่งด้านพลังฝึกปรือของพวกเขาในวันนี้ หากรั้งอยู่นี้นานไปจะไม่เป็นผลดี

“ขอบคุณอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชา ศิษย์ขอตัวก่อน” ลู่เซิ่งโค้งตัวให้ซูหนิงเฟยอย่างจริงจัง

ไม่ว่าจะเป็นพลังฝึกปรือหรือว่าท่าที อีกฝ่ายล้วนควรค่าได้รับการเคารพจากเขา

เพียงแต่เขาค้นพบเบื้องหลังส่วนหนึ่งของซูหนิงเฟยผ่านการบรรยายวิชาจริงแท้อันสุดยอดเมื่อก่อนหน้านี้

นางรู้จักวิชาจริงแท้นับไม่ถ้วนของต้าอินในปัจจุบันประดุจฝ่ามือและสมบัติในบ้าน มีความรอบรู้เหนือกว่าที่ลู่เซิ่งจะจินตนาการได้ ความรู้และการศึกษาเกี่ยวกับกายเนื้อและจิตใจไปถึงระดับจุลทรรศน์ที่เล็กละเอียดถึงขีดสุด

กล่าวได้ว่า วิชาความรู้ของอาจารย์เฮยหนิงผู้นี้ไปถึงระดับที่ทั่วทั้งต้าอินเรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุด

“ไปเถอะ อย่าลืมฝึกฝนวิชาจริงแท้ทุกวัน อย่างน้อยต้องมาเขตลับเดือนละครั้ง ข้าจะตรวจสอบพลังฝึกปรือและความก้าวหน้าของเจ้า” ซูหนิงเฟยกำชับ

“ศิษย์รับทราบ” ลู่เซิ่งก้มหน้าก่อนถอยหลังหลายก้าว ร่างกายค่อยๆ เริ่มโปร่งแสงและจางลง ไม่กี่อึดใจให้หลังก็หายไปจากริมทะเลสาบโดยสมบูรณ์

ซูหนิงเฟยยืนอยู่กับที่พลางหยีตามองจุดที่ลู่เซิ่งหายไป ไม่ขยับอยู่เนิ่นนาน

ตอนแรกเพียงคิดจะชี้แนะอย่างขอไปที่เพื่อทำภารกิจให้เสร็จๆ ไป ทว่าครั้งนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าคนหนุ่มที่ชื่อลู่เซิ่งผู้นี้ นางกลับเพิ่มสิ่งหนึ่งเข้าไปในการสอนตามมาตรฐาน

“ถ้าเป็นร่างจันทราทมิฬเหมือนข้าจริงๆ…” ซูหนิงเฟยพึมพำ นานมากๆ แล้วที่ไม่เกิดความหวั่นไหวในจิตใจ

‘รอร่างหลักมาค่อยพิจารณาอย่างละเอียดก็แล้วกัน ถ้าหากเป็นจริงๆ…’ นางหลับตาแล้วหมุนตัวเดินไปยังสถานที่ที่จากมา

ฟิ้ว! แสงสีม่วงสายหนึ่งพุ่งออกไป

ลมอ่อนโชยพัดผ่าน ใบไม้กระจัดกระจาย พริบตาเดียวริมทะเลสาบก็ว่างเปล่า ไม่มีเงาคนสักสายเดียว

…

เสาแสงสีขาวพลันพุ่งจากท้องฟ้าลงมาบนค่ายกลทองแดงหมื่นอาชากลางโถงใหญ่อย่างไร้สุ้มเสียง

เงาร่างของลู่เซิ่งค่อยๆ ปรากฏในเสาแสง ขณะเดียวกันยังมียันต์อาญาสายหนึ่งตกลงมาข้างตัวเขาด้วย

แกร๊ก!

ยันต์อาญาสูงเท่าครึ่งคน มันเสียบเข้าไปในค่ายกลทองแดงจนเกิดเสียงเชือดเฉือนเสียดหูเหมือนกับอาวุธแหลมคม

จางซื่อหลงกับองครักษ์ที่เฝ้าอยู่รอบๆ ค่ายกลทองแดงคอยอยู่นานแล้ว พอเห็นเสาแสงพุ่งลงมาก็รีบเข้าไปหา

สายตาทั้งหมดจับอยู่บนยันต์อาญาสีม่วงข้างๆ ตัวลู่เซิ่ง

“นี่คือสีม่วงหรือ ในเขตถ่ายทอดความลับมีอยู่ยี่สิบสามท่านที่มียันต์อาญาสีม่วง ส่วนบริเวณทะเลสาบที่ลู่เซิ่งไปมีสี่ท่านที่มียันต์อาญาสีม่วง…เป็นคนไหนกันแน่” จางซื่อหลงพิจารณาลวดลายบนยันต์อาญาอย่างละเอียดด้วยความคาดหวังอย่างแรงกล้า

“แปลกๆ นะ…ไม่ใช่ยันต์อาญาของจื่อหยางจินหยิน” คนที่ชอบรับคนชี้แนะศิษย์มากที่สุดริมทะเลสาบก็คือจื่อหยางจินหยินในตำนาน

คนผู้นี้มีพลังฝึกปรือสูงล้ำ ขึ้นชื่อเรื่องนิสัยเมตตาอ่อนโยน มีความน่าจะเป็นที่จะได้รับการชี้แนะและถูกรับเป็นศิษย์สูงมาก ดังนั้นจางซื่อหลงจึงแนะนำให้ลู่เซิ่งไปแสวงโชคตรงนั้น

ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าผู้เร้นกายจะชี้แนะและรับผู้ทดสอบที่เข้าไปในเขตถ่ายทอดความลับทุกคน พวกเขามีกฎเกณฑ์มาตรฐานของตนเอง ถ้าหากคุณสมบัติและนิสัยย่ำแย่เกินไป แม้แต่เผยโฉมก็ยังคร้านจะเผยโฉม ยิ่งอย่าว่าแต่การชี้แนะ

แต่ว่าดีที่ลู่เซิ่งมีคุณสมบัติไม่เลว ได้รับการประเมินระดับหยกสีชาด ผู้เร้นกายทั่วไปยินดีจะชี้แนะอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งที่ทำให้จางซื่อหลงคาดหวังอยู่บ้างก็คือ เขาหวังว่าอาจารย์ที่ชี้แนะลู่เซิ่งจะมีระดับพลังฝึกปรือสูงเล็กน้อย ดีที่สุดขอให้อยู่ในระดับสามขั้นบนของขอบเขตปฐมปฐพีขึ้นไป เมื่อเป็นแบบนี้เขาจะมีตำแหน่งและวาจาสิทธิ์ในสำนักสูงกว่าเดิม ทำให้ผู้แนะนำอย่างเขาได้เปรียบไปด้วย

และในหลายๆ ครั้ง คนที่ได้รับเป็นศิษย์แทบจะเหมือนตัวแทนของเหล่าผู้เร้นกายแห่งสำนักพันอาทิตย์ที่อยู่ด้านนอกเขตถ่ายทอดความลับ จึงมีสถานะไม่ธรรมดา

เพียงแต่ยันต์อาญาสีม่วงเข้มที่ปรากฏมาใหม่นี้ทำให้จางซื่อหลงงุนงงอยู่บ้าง

เขาไม่เคยเห็นลวดลายของยันต์อาญานี้มาก่อน รูปแบบและสัญลักษณ์ที่ประณีตนั้นทำให้เขารู้สึกคุ้นๆ ตาเล็กน้อย แต่อย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แม้แต่องครักษ์หลายๆ คนที่เฝ้าค่ายกลทองแดงอยู่ด้านข้างก็ไม่รู้จักยันต์อาญาสีม่วงที่โผล่มาใหม่นี้เช่นกัน

แสงสีขาวบนตัวลู่เซิ่งสลายไป เขายื่นมือไปกดบนยันต์อาญาสีม่วงด้านข้าง

แกร๊ก!

ยันต์อาญากลายเป็นลำแสงสายหนึ่งหายเข้าไปในหว่างคิ้วของเขา จากนั้นก็กลายเป็นสัญลักษณ์สีม่วงรูปลูกศรชี้ลง

“ลู่เซิ่ง” จางซื่อหลงรีบเข้าไปหา “เจ้าไม่ได้เจอจื่อหยางจินหยินหรอกหรือ” เขาถามอย่างร้อนใจอยู่บ้าง

ลู่เซิ่งพยักหน้า

“ไม่เจอขอรับ ผู้เร้นกายที่ข้าได้เจอเป็นอิสตรีนางหนึ่ง นางมีรากไม้มากมายบนตัว ผิวขาวยิ่ง ริมฝีปากเป็นสีม่วง…”

“ริมฝีปากสีม่วงหรือ” จางซื่อหลงขมวดคิ้วกล่าว “บนตัวมีรากไม้มากมายใช่หรือไม่” เขาเหมือนไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีผู้เร้นกายท่านนี้ด้วย

หรือจะเป็นยอดฝีมือสำนักที่เพิ่งเข้าไปในเขตลับ เขางุนงงอยู่บ้าง

“ประ…ประเดี่ยวก่อน!” ทันใดนั้นมีเสียงสั่นเครือดังเลือนรางมาจากด้านข้าง

ลู่เซิ่งหันไปมอง เป็นซ่งตูนั่นเอง

คนผู้นี้ออกมานานแล้ว พอเห็นลู่เซิ่งออกมาก็รีบเข้ามาใกล้ เพราะอยากเห็นว่าอีกฝ่ายได้กราบอาจารย์คนไหนหรือไม่ และได้ยินเสียงพูดคุยระหว่างคนทั้งสองเข้าพอดี

มีสีทองเข้มดวงหนึ่งอยู่เหนือศีรษะหรือไม่?!” ซ่งตูมีสีหน้าพิลึก นั่นไม่ใช่ระดับแตกตื่นประหลาดใจ หากไปถึงขั้นหวาดกลัวแล้ว

เขาเหมือนกำลังกลัวอยู่!

“ข้าไม่ได้สังเกต แต่ตอนอาจารย์ลงมือจะมีเมฆดำกดทับใส่พื้น” ลู่เซิ่งพูดอย่างลังเล

โครม!

เสียงเพิ่งขาดลง ซ่งตูก็ถอยหลังไปสิบกว่าหมี่เหมือนเห็นผี

ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น จางซื่อหลงกับองครักษ์ที่เหลือก็รีบหนีออกห่างจากตัวลู่เซิ่งเหมือนเห็นผีเช่นกัน

ชั่วขณะนั้นโถงใหญ่เงียบงันเป็นเป่าสาก มีแต่เสียงกลิ้งของเตาสำริดที่ถูกชนล้มลงบนพื้นดังอยู่ไม่หยุด

“พวกท่าน…ผู้อาวุโส” ลู่เซิ่งมีสีหน้าสับสน ไม่ทราบว่าคนพวกนี้ทำอะไร

จางซื่อหลงยังคงปากสั่น ถูสองมือเข้าด้วยกันไม่หยุด โดยเฉพาะข้างที่ตบตัวลู่เซิ่งเมื่อครู่ เขาหน้าเขียวอยู่บ้าง ไม่ทราบว่านึกถึงเรื่องน่ากลัวเรื่องไหน ร่างกำลังสั่นระริกอยู่

“สีม่วง…เป็นท่านผู้นั้น! สวรรค์!”

“เร็ว! รีบไปแจ้งเจ้าสำนัก!”

องครักษ์คนหนึ่งพลันตะโกนพลางพุ่งออกจากโถงใหญ่

“ตีระฆังเตือนภัย! เร็วเข้าๆ! รีบเตรียมการป้องกัน! ทุกคนกักตัว! กักตัวให้หมด!”

“ทั้งหมดออกห่างจากรอบๆ โถงใหญ่สองลี้!”

องครักษ์หลายคนพุ่งออกจากโถงใหญ่อย่างคลุ้มคลั่ง พลางส่งเสียงร้องสุดชีวิตขณะส่งยันต์ข้อความออกไป

ยันต์ข้อความสีเหลืองที่พุ่งขึ้นฟ้าคือสัญลักษณ์ระดับสูงสุดที่บ่งบอกว่าสถานการณ์คับขันสุดขีด

หง่าง…!

หง่าง…!

หง่าง…!

ไม่นานนัก ลู่เซิ่งยังไม่ทันมีปฏิกิริยา ก็ได้ยินเสียงระฆังอันกังวานที่ทุ้มหนักและทอดยาวดังมาจากด้านนอก

ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าคนกลุ่มใหญ่หลายกลุ่มห้อมล้อมที่นี่เอาไว้

ซู่…

ฝาครอบแสงสีทองปิดประตูทางเข้าออก สัญลักษณ์สีทองจำนวนมากหมุนเวียนอยู่ทั่วฝาครอบแสง

ฟ้าว!

เงาคนสวมเกราะอ่อนสีเงินสองสายพุ่งลงมาจากท้องฟ้าแล้วก้าวเท้ายาวๆ ทะลุฝาครอบแสงสีทองเข้ามา สายตากวาดผ่านด้านในโถงใหญ่รอบหนึ่ง ก่อนจะหยุดอยู่บนร่างลู่เซิ่งอย่างรวดเร็ว หรือควรกล่าวว่าหยุดอยู่บนสัญลักษณ์สีม่วงตรงหน้าผากของเขา

“เจ้าสำนักว่าน ฝากด้วย” คนสวมเกราะอ่อนคนหนึ่งในนี้กล่าวเบาๆ กับอีกคน

“เจ้าสำนักเฉินเกรงใจแล้ว ภัยพิบัติมาถึง พวกเราควรร่วมแรงร่วมใจกันอยู่แล้ว” คนสวมเกราะอ่อนอีกคนกล่าวอย่างจริงจัง เห็นเครายาวสีขาวใต้คางของเขาได้ผ่านหมวกเกราะ แสดงให้เห็นว่าเป็นชายชราคนหนึ่ง

ลู่เซิ่งสับสนอยู่บ้าง เขาแค่เข้าไปในเขตถ่ายทอดความลับเท่านั้น จำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ

ซู่…

งูที่มีเขาคู่ซึ่งใหญ่เท่าถังน้ำค่อยๆ เลื้อยมาจากนอกประตู ลำตัวสีขาวสวมเกราะอ่อนสีเงินสลับดำ สำนักพันอาทิตย์ส่งมังกรเขาคู่อันเป็นสัตว์ยักษ์สำหรับทำสงครามมาปิดผนึกที่นี้ไว้แล้ว

“จบกัน…จบกัน…”

จางซื่อหลงมีสีหน้าขื่นขม ตรวจสอบอยู่นานกลับไม่พบอะไรเลย ได้แต่ยิ้มอย่างฝืดเฝื่อนให้ลู่เซิ่ง

“ผู้อาวุโสจาง ต่อจากนี้ต้องพึ่งพาท่านติดต่อกับศิษย์น้องลู่บ่อยๆ แล้ว” คนสวมเกราะอ่อนอีกคนหนึ่งประสานมือกล่าวกับจางซื่อหลง

“เจ้าสำนัก…ข้า…” จางซื่อหลงอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายก็หนีไม่พ้น

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?” ถ้าไม่ใช่เพราะได้ยินบทสนทนาของคนพวกนี้ ลู่เซิ่งคงนึกว่าตนความแตกไปแล้ว

“เรื่องนี้…พูดแล้วยาว” จางซื่อหลงกล่าวอย่างจนปัญญา

“ข้าเล่าเองก็แล้วกัน” เจ้าสำนักเฉินเดินไปด้านหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกล่าวเสียงดัง เจ้าสำนักว่านที่อยู่ข้างเขาเริ่มใช้สองมือดึงโซ่แสงสีเขียวหลายเส้นมาผนึกรอบๆ เอาไว้

“ถ้าหากข้าฟังไม่ผิด อาจารย์ที่ศิษย์น้องลู่กราบน่าจะเป็นท่านผู้นั้นในตำนานที่เข้าร่วมสำนักพันอาทิตย์ของพวกเราโดยบังเอิญ”

“ท่านผู้นั้นอันใด” ลู่เซิ่งหมดคำพูด อย่าเอาแต่ลีลาได้หรือไม่

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 332 นิทรานิรันดร์ (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved