cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 301 ชักนำไฟ (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 301 ชักนำไฟ (1)
Prev
Next

บทที่ 301 ชักนำไฟ (1)

“ไม่ต้องหรอก…ข้า…ข้าสู้เจ้าไม่ได้แล้ว เสี่ยวเซิ่ง ถ้าเจ้าเป็นเจ้าสำนักมารกำเนิด ตอนนี้เจ้าจะวางแผนให้ทุกคนอย่างไร” ลิ่วซานจื่อถามหลังจากครุ่นคิดเล็กน้อย

“อพยพ!” ลู่เซิ่งตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “ไปยังสถานที่ที่ไม่มีภัยพิบัติมาร นี่เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด”

ภัยพิบัติมารเป็นภัยพิบัติที่มีจำนวนความเสียหายนับล้าน ยามเผชิญหน้ากับจำนวนระดับนี้ ต่อให้เป็นเขาก็ได้แต่ถูกหยุดยั้ง และอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ ถึงอย่างไรเขาก็มีแค่คนเดียว ไม่ใช่มีหลายคน

“การอพยพเป็นแผนการที่ดี แต่ส่วนตัวข้าคิดว่าตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องย้าย พวกเราในตอนนี้ไม่ใช่เป้าหมายการโจมตีหลัก แถมยังมีเจ้าอยู่ก็เหลือเฟือแล้ว สภาพแวดล้อมที่มีปราณมารเข้มข้นแบบนี้กลับเป็นผลดีต่อพวกเราสำนักมารกำเนิด นอกจากนี้เมืองเมฆเจริญกับเมืองล่าอินทรีก็ส่งเทียบเชิญให้พวกเรา ขอให้พวกเราไปหาด้วย” ลิ่วซานจื่อกล่าวเสียงเบา

“ตำหนักแดงเดือดในเมืองเมฆเจริญหรือ ส่วนเมืองล่าอินทรีข้าจำได้ว่าเป็นค่ายทัพหลักของตระกูลซั่งหยาง ท่านอาจารย์อยากจะไปหรือ” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างสงบ

“ไม่ใช่ข้าอยากไป แต่ว่าอาจารย์หญิงของเจ้า…” ลิ่วซานจื่อหน้าแดง กระแอมสองคำ

“อย่างนั้นพวกเราไปตำหนักแดงเดือดดูก่อน ค่อยไปเมืองล่าอินทรีเป็นอย่างไร” ลู่เซิ่งเสนอ

“ตำหนักแดงเดือดหรือ เจ้าตัดสินใจเถอะ ข้าวางแผนไว้ว่ารอผ่านไปอีกระยะ จะมอบตำแหน่งเจ้าสำนักให้เจ้า ข้าในปัจจุบันไม่มีคุณสมบัตินำสำนักมารกำเนิดในตอนนี้แล้ว ไม่มีพลังพอจะสยบใคร…” ถึงลิ่วซานจื่อจะเป็นผู้เข้มแข็งระดับอสรพิษ แต่ตอนนี้ก็ไม่อาจไม่ถอนใจ

ลู่เซิ่งเป็นอัจฉริยะในร้อยเส้นสายที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ มีคุณสมบัติน่าตกตะลึงพรึงเพริศจนถึงขั้นสุดบรรยาย แม้จะไม่รู้ว่าเขาหลอมรวมกับอาวุธเทพชิ้นไหน แต่กลับเลื่อนถึงระดับอสรพิษได้ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวทางศักยภาพของเขา

สำนักมารกำเนิดจะแข็งแกร่งขึ้นก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้การนำของลู่เซิ่ง

ลู่เซิ่งสนทนากับลิ่วซานจื่อสักพัก ค่อยลงไปคุยกับเหล่าศิษย์น้องสองสามประโยค จากนั้นก็เรียกพวกสวีชุยมา แล้วเริ่มทดลองความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดวิถีแปดมารสูงสุด

เขาพาคนไปยังที่เปลี่ยวแห่งหนึ่ง ทดลองรวมร่างมารแปดร่างเป็นชุดเดียวเพื่อลดจุดที่ทับซ้อนกันก่อน จากนั้นค่อยรวมระบบการฝึกฝนร่างมารแต่ละระบบที่แข็งแกร่งถึงขีดสุดให้เป็นหนึ่ง

ทว่าการรวมแบบนี้…อย่าว่าแต่พวกสวีชุย ต่อให้เป็นลู่เซิ่งก็มึนงงอยู่เล็กน้อย

แม้แปดร่างมารจะรวมเป็นหนึ่งและลดจุดที่ซ้อนทับกันไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังเป็นวิชามารอันเหี้ยมหาญที่มีทั้งหมดเจ็ดสิบสองระดับอยู่ดี

วิชามารชุดนี้ตั้งแต่เริ่มฝึกในระดับแรก ยิ่งฝึกไปถึงระดับหลังๆ เท่าไหร่ ความเร็วก็จะยิ่งลดลง จากคุณสมบัติของพวกสวีชุย จำเป็นต้องใช้เวลาปีกว่าจึงจะฝึกฝนระดับแรกให้ไปถึงระดับพลังปลอดโปร่งสำเร็จ ทว่าหลังจากระดับที่สองเป็นต้นไปก็เกิดความผิดปกติแล้ว

นี่เหมือนกับวรยุทธ์โด่งดังที่เวลาในการฝึกระดับต่อไปจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในนิยายที่ลู่เซิ่งเคยอ่าน

วิถีแปดมารสูงสุดนี้มีลักษณะพิเศษเหมือนกัน ระดับที่หนึ่งใช้เวลาปีกว่า ระดับที่สองใช้เวลาสองปีกว่า ระดับที่สามใช้เวลาสามปีกว่า…

หากคำนวณตามนี้ ในสภาพที่ราบรื่นสมบูรณ์ซึ่งไม่มีจุดติดขัดโดยสิ้นเชิง เจออะไรก็ผ่านไปได้หมด เจ็ดสิบสองระดับจำเป็นต้องใช้เวลาหนึ่งพันหกร้อยยี่สิบแปดปี…ถึงจะบรรลุถึงระดับของเขาในตอนนี้ได้

นี่ยังเป็นเพราะอานุภาพของไฟหยินที่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณสมบัติหลังวิวัฒนาการ

เมื่อไม่มีไฟหยินในระดับไข่มุกอาวรณ์แปดเศียร อานุภาพของวิถีแปดมารสูงสุดก็จะลดลงอย่างน้อยหลายระดับ อย่างมากสุดก็ไปถึงระดับอสรพิษสามขั้นบน อย่าว่าแต่เข้าใกล้ระดับจ้าวแห่งมาร แม้แต่ระดับผู้ถืออาวุธก็ยังห่างกันไกล วิชามารแบบนี้สู้การสืบทอดของตระกูลขุนนางไม่ได้

วิถีแปดมารสูงสุดที่เขาสอนให้มีความคุ้มค่าต่ำมาก ลู่เซิ่งไม่แนะนำให้พวกเขาฝึกต่อ แต่ว่าการถ่ายเทปราณมารในไข่มุกอาวรณ์แปดเศียรเข้าร่าง เพื่อเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติร่างกายและเพิ่มพลังบางส่วนโดยตรงยังคงใช้ได้

เขาถ่ายเทปราณมารใส่ร่างของสวีชุยกับนิ่งซานแล้วรอทั้งสองคนกลับไปกักตนย่อยสลาย จากนั้นเขาก็พบจ่านหงเซิงที่ตั้งใจมาหาโดยเฉพาะ

บนลานฝึกทื่มืดครึ้ม สวีชุยกับนิ่งซานเพิ่งไปได้ไม่นาน จ่านหงเซิงก็เดินก้มหน้าเข้ามาดัวยเนื้อตัวที่เกร็งจนสั่นเทาเล็กน้อย

ลานฝึกใหญ่พอๆ กับสนามฟุตบอล เป็นสถานที่ที่ลู่เซิ่งบุกเบิกขยับขยาย ยังสามารถเห็นหินหนืดที่ถูกหลอมจนกลายเป็นสภาพต่างๆ ได้ตรงรอบนอก

เดิมทีเขาเตรียมจะลุกขึ้นจากไปแล้ว ทว่าพอเห็นจ่านหงเซิงมาก็นั่งลงอีกครั้ง เพื่อดูว่านางมีธุระอะไร

จ่านหงเซิงใส่ชุดแนบเนื้อสีดำสนิท ขับเอวคอดเล็กกับหน้าอกที่เหมือนอาวุธสังหารคู่หน้าอย่างสมบูรณ์แบบ สองขาถูกรัดจนกลมกลึงเรียวยาว

ที่นี่ไม่ใช่แดนเหนือ จงหยวนยังคงเห็นว่าขาคู่ยาว เป็นความงดงาม จ่านหงเซิงแต่งกายอย่างค่อนข้างเปิดเผย ถึงขั้นแม้แต่ร่องแยกระหว่างสองขาก็ยังเห็นเค้าโครงได้เพราะกระโปรงยาวแนบเนื้อที่รัดแน่นเกินไป

นี่ทำให้ลู่เซิ่งเห็นว่าคนในจงหยวนเปิดเผยขนาดไหน

ความจริงก็ไม่น่าแปลกใจนัก ไม่ว่าจะเป็นเก้าตระกูลแห่งจงหยวน หรือคนธรรมดาที่สู้รบมานานปี ตระกูลขุนนางก็ดี คนธรรมดาก็ดี ต่างก็กำลังเร่งการให้กำเนิดอย่างบ้าคลั่ง

เป็นเพราะมีปัญหาและภัยพิบัติมากมายเกินไป การให้กำเนิดไม่พอเพิ่มจำนวนประชากร จนกลายเป็นการเติบโตเชิงถดถอย อีกไม่กี่ปีเกรงว่าคนจะหมดจากรัฐซ่ง จึงไม่แปลกที่จะมีกระแสนิยมความเปิดเผย

“เจ้ามาทำไม” ลู่เซิ่งถาม

บนพื้นเรียบในถ้ำอันมืดครึ้ม เขานั่งขัดสมาธิชิดกำแพงในส่วนลึกสุด บุคลิกสุขุมเย็นชา ร่างอยู่ในเสื้อคลุมสีดำ เห็นกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นเหมือนศิลาและเหล็กกล้าได้รางๆ เพียงแค่ใส่เสื้อคลุมหลวมๆ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนสวมเกราะอ่อนหนาหนัก

จ่านหงเซิงสะดุ้งและร่างกายสั่นเทิ้ม เงยหน้าขึ้นมองลู่เซิ่ง

“ข้า…ข้า…ข้าอยากแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกัน!”

ลู่เซิ่งมองนางอย่างแปลกใจ

“เจ้าควรจะไปหาพี่ชายเจ้า หรือไม่ก็แม่เฒ่าชิงคง” เขาไม่ใช่บิดาของนาง อยากแข็งแกร่งขึ้น แล้วมาหาเขาทำไม

“พวกเขา…พวกเขาสู้ท่านไม่ได้!” จ่านหงเซิงใบหน้าแดงก่ำ หอบหายใจเล็กน้อย อดก้มหน้าลงไม่ได้

ลู่เซิ่งตั้งใจเพ่งมองเด็กสาวเงียบๆ

เขาพอจะมองออกแล้วว่าจ่านหงเซิงเป็นคนที่ยกย่องผู้แข็งแกร่ง ก่อนหน้านี้บุรุษที่ชื่ออะไรสักอย่างผู้นั้นแข็งแกร่งกว่านาง ดังนั้นจึงทำให้นางปลื้มได้อย่างง่ายดาย ส่วนตอนนี้เขาแข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นนางจึงตั้งใจแต่งกายยั่วยวนเพื่อหวังให้เขาผลักดันนาง

ทว่านี่ไม่มีผลอะไรกับเขา

ที่บ้านเก่าเขายังไม่กล้าเข้าหอด้วยซ้ำ เนื่องจากกลัวว่าจะทำให้ภรรยาเสียชีวิตโดยไม่ทันระวัง ตอนนี้สำเร็จร่างมาร วิถีแปดมารสูงสุดไปถึงขอบเขตสูงสุด ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ความสามารถด้านนี้แข็งแกร่งกว่าเดิม แต่ปัญหาก็คือแข็งแกร่งเกินไปก็เกิดปัญหาได้…จึงไม่กล้าแตะต้องสตรีทั่วไป

หนำซ้ำถ้าไม่ใช่เขาสะกดสนามพลังปั่นป่วนจิตใจของตัวเองไว้ เด็กสาวผู้นี้เข้ามาใกล้แบบนี้ คงจะเฉือนคอตัวเองล้มกองเป็นศพไปแล้ว

จ่านหงเซิงในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับโคมไฟกระดาษในสายตาของเขา บางทีการเปรียบเทียบนี้ยังถือว่าเกรงใจแล้ว

แค่เป่าใส่ อีกฝ่ายก็อาจรับไม่ไหวแล้ว

“เจ้าอ่อนแอเกินไป” ลู่เซิ่งพูดความจริงอย่างเรียบเฉย “ต่อให้มีข่ายกระเรียนหยินที่ข้าวางไว้ก่อนหน้านี้ เจ้าก็อ่อนแอเกินไปอยู่ดี สิ่งที่เจ้าต้องการในตอนนี้ไม่ใช่การชี้แนะจากข้า แต่เป็นการชี้แนะจากอาจารย์ของเจ้าและพี่ชายของเจ้า นั่นจึงเป็นการเลื่อนระดับที่เหมาะกับระดับของเจ้าในตอนนี้ที่สุด”

“แต่ว่าข้า…” จ่านหงเซิงยังคิดจะพูดอะไรอีก แต่ก็ถูกพลังอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งที่มองไม่เห็นผลักออกไป นางยังไม่ทันรู้สึกตัว ร่างกายก็ลอยออกมาหลายสิบหมี่แล้วหล่นลงตรงมุมโค้งของถ้ำอย่างโดยไม่อาจควบคุมได้แล้ว

“ไปซะ” ลู่เซิ่งพูดอย่างเฉยชา เสียงที่ส่งมาเหมือนพูดอยู่ตรงหน้านาง

จ่านหงเซิงผุดสีหน้าไม่ยินยอม ยังคิดจะก้าวไปด้านหน้า ทว่าเพิ่งออกเดินก็รู้สึกได้ว่ามีกำแพงล่องหนโผล่ขึ้นด้านหน้า ปิดตายเส้นทางเข้าไปหาลู่เซิ่งไว้พอดี

นางกระทืบเท้าก่อนจะหมุนตัวจากไปด้วยความจนปัญญา

ลู่เซิ่งถือโอกาสปรับร่างกายต่อ โดยนั่งเงียบๆ อยู่ที่เดิมอีกสักพัก เขาในตอนนี้ไม่ต้องฝึกฝนอะไรอีกแล้วนอกจากตั้งใจทำให้พลังฝึกปรือมั่นคงและค้นหาแก่นมารเพื่อดูดซับ

หลังจากแก่นมารอันเล็กน้อยของผู้บัญชาการมารถูกเขาดูดจนเกลี้ยง ปริมาณเพิ่มขึ้นมาไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วน ยังขาดอีกมากมาย

ดังนั้นเขาในตอนนี้ต้องปรับตัวเข้ากับพลังฝึกปรือที่เพิ่มพรวดพราดเป็นหลัก

การก้าวกระโดดจากระดับอสรพิษไปถึงระดับผู้ถืออาวุธมีระยะห่างกว้างไปบ้าง เทียบได้กับการเลื่อนระดับติดต่อกัน ความสามารถในการควบคุมตัวเองจึงลดลงไปถึงขั้นที่ลำบากยากเย็น

ไม่อย่างนั้นตอนสู้กับผู้บัญชาการมารเมื่อก่อนหน้านี้ คงไม่เกิดสภาวะยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แต่ควรจะรวมพลังทั้งหมดเข้าด้วยกัน ถึงจะไม่รุนแรง แต่ก็มีอานุภาพสูงกว่าเดิม

ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามกว่าๆ มุมโค้งของอุโมงค์ก็มีแขกที่ทั้งคุ้นเคยทั้งแปลกหน้าหลายคนมาหา

ลู่เซิ่งซึ่งเดิมทีหลับตาอยู่ ค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองสตรีกระโปรงขาวที่เดินอยู่ด้านหน้าสุดผู้นั้นอย่างประหลาดใจ

สตรีที่พันผ้าโพกศีรษะสีขาว ร่างเปรอะคราบเลือดเล็กน้อย สองแขนถือขวานฟันฟืนธรรมดาเล่มหนึ่ง

“ท่านคือ…ศิษย์พี่หน้าขาวหรือ” ลู่เซิ่งมีความทรงจำอันล้ำลึกต่อศิษย์พี่พิลึกที่ได้เจอตอนเพิ่งเข้าสำนักผู้นี้

“ข้ากับคุณหนูมี่มาขอให้เจ้าช่วยฝึกพิเศษให้เด็กคนนี้” ศิษย์พี่หน้าขาวเป็นวิญญาณที่เคลื่อนไหวในตอนกลางคืนของสำนักมารกำเนิด นึกไม่ถึงว่าจะมาติดต่อเขาด้วยตัวเอง

กล่าวตามจริง ลู่เซิ่งสนใจในตัวศิษย์พี่หน้าขาวและคุณหนูมี่งูหลามยักษ์ตาเดียวอยู่บ้าง

พวกนางคือวิญญาณและเป็นผู้อาวุโสที่มีชีวิตอยู่มานานมาก คงจะรู้จักสำนักมารกำเนิดปรุโปร่งยิ่งกว่าศิษย์พี่ใหญ่เหอเซียงจื่อเสียอีก

เพียงแต่เป็นเพราะที่แล้วมาไม่มีเวลาว่าง ดังนั้นจึงไม่ได้ไปติดต่อ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาหาด้วยตัวเอง

“เด็ก…” เขาหันไปมองเด็กชายคนหนึ่งที่อยู่ด้นหลังศิษย์พี่หน้าขาว

นั่นเป็นเด็กธรรมดาที่สูงไม่ถึงหนึ่งหมี่ ทว่าใบหน้าของเขากลับเป็นสีฟ้า มองดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนเป็น ถ้าไม่ใช่ศพหยินก็เป็นภูตผี ภูตผีขอให้ตนสอนเขาอย่างนั้นหรือ

พอเห็นว่าลู่เซิ่งกำลังมองอยู่ เด็กชายคนนั้นก็ก้าวขึ้นมาด้านหน้า จ้องมองลู่เซิ่งตรงๆ ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

“ข้าชื่อตู้เย่ คำนับศิษย์พี่!”

ลู่เซิ่งเลื่อนสายตาไปอยู่บนร่างกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลัง คนพวกนั้นคือพวกหลี่ซุ่นซี ที่ก่อนหน้านี้ถูกทัพมารจับเป็นเชลย

หลี่ซุ่นซี ซุนเมิ่ง เหลียนจี อิ๋นจื่อ เหล่าสหายต่างมากันครบ เพียงแต่ต่างคนต่างพันผ้าพันแผล แต่ละคนได้รับบาดเจ็บ ทว่ากลับมีความรู้สึกยินดี

“สหายหลี่ สบายดีหรือ…” ลู่เซิ่งยิ้มให้หลี่ซุ่นซี อย่างไรก็เป็นเพื่อนกัน แม้อีกฝ่ายจะอ่อนแอไปบ้าง แต่มิตรภาพไม่ใช่ของปลอม

“อย่า อย่าเรียกข้าว่าสหายหลี่ ครั้งนี้ข้าต้องการให้ท่านสอน ถ้าหากทำได้ ข้ายังคิดจะกราบท่านเป็นอาจารย์ด้วย…” หลี่ซุ่นซีรีบโบกมือพลางยิ้มฝาด เขาชี้สามคนที่อยู่ด้านข้างและตู้เย่วิญญาณน้อยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

“พวกเราโดนภัยพิบัติมารเล่นงานจนอ่วม หวังว่าท่านจะฝึกพิเศษให้พวกเราได้สักครั้ง แน่นอนว่าถ้ารับเป็นศิษย์ได้ย่อมยิ่งดี”

ลู่เซิ่งส่ายหน้าอย่างหมดคำพูด

“เรื่องรับศิษย์…ข้ายังไม่มีความคิดนี้ ถ้าเรื่องฝึกพิเศษ…” เขากวาดตามองสี่คนหนึ่งวิญญาณ

เห็นได้ชัดว่าความสงบสุขในตอนกลางคืนของสำนักมารกำเนิดที่ผ่านมาเป็นผลงานของศิษย์พี่หน้าขาวกับคุณหนูมี่ ต่อให้เป็นทัพมาร ก็ไม่เคยบุกโจมตีสำนักมารกำเนิดตอนกลางคืนมาก่อน แสดงให้เห็นว่าสองคนนี้มีประโยชน์ไม่น้อย

บวกกับความอาวุโสของศิษย์พี่หน้าขาว เขาย่อมต้องเห็นแก่หน้า

ทางหลี่ซุ่นซีตอนนั้นเสี่ยงตายตะโกนบอกตัวคนร้าย แม้ว่าเป้าหมายจะไม่บริสุทธิ์ แต่อย่างไรก็ได้ช่วยตน บวกกับมิตรภาพก่อนหน้า การฝึกพิเศษย่อมไม่เป็นปัญหา

“พวกท่านต้องการการฝึกพิเศษแบบไหน” ลู่เซิ่งถามอย่างราบเรียบ

“การฝึกพิเศษแบบไหนที่เหมาะจะให้พวกเรายกระดับพลังอย่างรวดเร็วที่สุด” ซุนเมิ่งบุรุษผู้เงียบขรึมกลับถามอย่างตรงไปตรงมา

“การต่อสู้จริง” ลู่เซิ่งเอ่ยอย่างเฉยชา “การต่อสู้จริงเหมาะกับการยกระดับของพวกท่านที่สุด”

“เช่นนั้นก็ได้!”

“ตรงนี้นี่แหละ” เขาปลดปล่อยสนามพลังจิตใจเล็กน้อย

สนามพลังกดทับร่างสี่คนหนึ่งผีในทันที พวกเขาพลันตาเหลือก แล้วสลบล้มลงกับพื้น

ลู่เซิ่งสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง มองไปยังศิษย์พี่หน้าขาว

“สิ่งที่คนรับมือได้ยากที่สุดก็คือตัวของเขาเอง ไม่ต้องกังวล” ดังนั้นเขาจึงใช้สนามพลังปั่นป่วนกดดันคนเหล่านี้เล็กน้อย โดยใช้วิชาลับมากมายของสำนักมารกำเนิด ชักนำพวกเขาเข้าไปในห้วงฝัน ใช้จิตใจสู้กับตนเอง

นี่ความจริงเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 301 ชักนำไฟ (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved