cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 261 งานเลี้ยง (3)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 261 งานเลี้ยง (3)
Prev
Next

บทที่ 261 งานเลี้ยง (3)

ภายนอกแลดูทรมานดั่งเผาตัวเอง แต่ลู่เซิ่งกลับจ้องมองเครื่องมือปรับเปลี่ยนดีปบลูตรงหน้าด้วยสายตาที่ล้ำลึก

ความคิดของเขากดลงบนวิชาลับร่างมารอัคคีแค้นบนเครื่องมือปรับเปลี่ยนในชั่วสั้นๆ เมื่อครู่ไปแล้วหลายรอบ

หลังจากร่างมารอัคคีแค้น ที่มีทั้งหมดสามระดับได้รับการปรับเปลี่ยน ก็บรรลุระดับที่สองในเวลาที่สั้นมาก และพร้อมจะเลื่อนสู่ระดับที่สามทุกเวลา

ทว่าเขาไม่ได้กดต่อไป ปราณมารที่ตุนไว้ก่อนหน้าถูกใช้ไปแล้ว และกำลังฟื้นฟูด้วยความเร็วสูง ทำให้เงื่อนไขการยกระดับขั้นสุดท้ายสำเร็จอย่างสมบูรณ์ แต่เขาไม่คิดจะทำในทันที

‘พอใช้วิธีการฝึกฝนแบบนี้…รู้สึกได้ว่าร่างกายของเรากำลังแข็งแกร่งขึ้น…’

ลู่เซิ่งรอคอยอย่างเงียบๆ รอให้พิษอัคคีระดับมอดดับ เผาไหม้ทั่วร่างของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง มารหยินเก้าตัวคอยส่งปราณมารกำเนิดให้อย่างคลุ้มคลั่งและต่อเนื่องอยู่รอบๆ ขณะเดียวกันพวกมันก็กลืนกินปราณมารจากธารหมอกพิษด้านนอกด้วยความเร็วสูงเพื่อนำมาเปลี่ยนแปลงและกักเก็บเช่นกัน

สภาพที่น่าอัศจรรย์แบบนี้เหมือนกับสิ่งเจือปนทั้งมวลในร่างกายถูกเผาทำลาย จากนั้นเพลิงมารก็ถมส่วนที่เตรียมไว้แล้วจนเต็มพร้อมผสมกับเลือดเนื้อที่เกิดขึ้นใหม่ กลายเป็นกายเนื้ออันใหม่

ลู่เซิ่งรู้สึกได้ว่าตนเองกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง

ขนาดร่างหกหมี่ในตอนแรกกำลังขยายใหญ่ขึ้น ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่เจ็ดหมี่ ความกว้างของร่างพองตัวขึ้น แขนสองข้างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อและเนื้องอกนับไม่ถ้วนรวมตัวกัน มีแต่ใบหน้าที่ขนาดเปลี่ยนแปลงไม่มากนักฝังอยู่ตรงกลาง

โดยรวมแล้วพัฒนาไปทางสัตว์ประหลาดร่างประหลาดที่เขาเคยเห็นมาก่อนหน้านี้

‘อัปลักษณ์ขึ้นเรื่อยๆ แล้ว…’ ลู่เซิ่งไม่แสดงสีหน้า เขาไม่ต้องใช้กระจกก็เดาออกว่าสารรูปของตนเองในตอนนี้อัปลักษณ์ขนาดไหน นี่เป็นสาเหตุที่เขาไม่อยากจะเปลี่ยนเป็นสภาพหยางโชติช่วงบ่อยนัก

เปลวไฟสีดำกำลังลุกไหม้และเผาส่วนที่ต้านทานไฟได้ไม่ดีนักในตัวเขา จากนั้นก็ให้กำเนิดอวัยวะที่ทนทานความร้อนกว่าเดิมชิ้นใหม่

ร่างกายของลู่เซิ่งใหญ่และหนักขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ อัคคีพิษระดับแค้นจำนวนมากแผ่จากร่างกายเขาไปรอบๆ จนทำให้โพรงถ้ำที่อยู่ใกล้เคียงดำเกรียมและแข็งขึ้น

สิ่งเจือปนกลายเป็นควันสีดำ สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือผงสีดำที่แข็งและแห้ง

‘ระดับที่สาม…เริ่มกันเลย’ หลังลู่เซิ่งปรับตัวสักพักหนึ่ง ก็รู้สึกว่าควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้แล้ว เขาก็ค่อยๆ ยื่นแขนซ้ายออกมาคว้าจับอากาศไปเบาๆ

เปลวไฟสีดำหย่อมหนึ่งพุ่งอย่างรวดเร็วจากมือของเขาไปยังด้านบน เปลวเพลิงเต้นระริกกลางอากาศเล็กน้อยก่อนจะระเบิดออกในพริบตา แล้วกลายเป็นเส้นสามเส้นหมุนวนอยู่รอบๆ ลู่เซิ่งอย่างเชื่องช้า

ชิ้ง!

ผลุ่บๆ!

เส้นทั้งสามเส้นแบ่งรยางค์ที่เหมือนกับเส้นลวดนับไม่ถ้วนออกมาปกคลุมส่วนศีรษะของลู่เซิ่งโดยสมบูรณ์ แทบจะคลุมส่วนใบหน้าทั้งหมดจนหายใจไม่ออก

เส้นลวดทั้งหมดกลายเป็นหน้ากากสีดำใบหนึ่งครอบบนหน้าของลู่เซิ่งโดยสิ้นเชิง

กึงๆ…

หน้ากากสั่นไหวน้อยๆ พลางเปล่งแสงอ่อนๆ สีม่วงอมดำ

…

เมืองกระดิ่งขาว สวนปัญญา

สวนปัญญาที่อยู่ทางตะวันออกใกล้เมือง อยู่ติดกับคูเมือง เป็นสวนผืนหนึ่งที่เอกชนล้อมเขตไว้ ใช้ชมดอกไม้และท่องเที่ยว

บริเวณทั้งสวนกินพื้นที่มุมตะวันออกของเมืองกระดิ่งขาวแทบทั้งหมด ทั้งยังรื้อกำแพงทิ้งเพื่อให้สวนปัญญาเชื่อมต่อกับชานเมืองโดยเฉพาะ

ตอนลู่เซิ่งมาถึงที่นี่ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว ประตูสวนปัญญาเป็นประตูหินทรงโค้งสีขาว รูปแกะสลักเทพเจ้านกที่ไม่รู้จักชื่อลักษณะเหมือนหงส์ตั้งอยู่สองฟาก

มีองครักษ์ที่สวมเครื่องแบบกองทัพป้องกันเมืองเฝ้าอยู่ด้านนอก รถม้าและรถอาทิตย์แดงไม่น้อยจอดอยู่ด้านนอก

รถอาทิตย์แดงคือรถที่ใช้แพะภูเขาสีแดงลาก แพะภูเขาสีแดงที่ได้รับการขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดสามตัวแบ่งเป็นหนึ่งกลุ่ม แพะหลายกลุ่มลากรถหนึ่งคัน นี่เป็นพาหนะในการเดินทางของพวกผู้ดีที่เป็นที่นิยมที่สุดในเมืองกระดิ่งขาว

ลู่เซิ่งกับเฉินเฉวียนซงเดินลงมาจากรถ ขณะมองฝูงชนที่คึกครื้นแต่ไม่เบียดเสียดด้านนอกสวนปัญญา ทั้งสองมีสีหน้าแตกต่างกัน

แม้จะได้รับคำเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงเหมือนกัน แต่เฉินเฉวียนซงเพียงแค่พอจะมีคุณสมบัติเท่านั้น ทว่าลู่เซิ่งได้เทียบเชิญที่คนในสังกัดของซั่งหยางเฟยส่งให้โดยใช้ชื่อของนางเอง นี่มีความแตกต่างมหาศาล

ทว่าเฉินเฉวียนซงก็ริษยาก็ริษยาไม่ลง พลังและศักยภาพของเขาสู้ลู่เซิ่งไม่ได้สักอย่าง

“ตอนนี้ข้าเพิ่งเข้าใจถึงความอุตสาหะของสหายลู่…” เฉินเฉวียนซงมองฝูงชนที่เดินเข้าสวนปัญญาเหล่านั้น ที่อ่อนแอที่สุดคือตรีและจตุลักษณ์ อย่างเขาเพียงแค่ผ่านเกณฑ์พื้นฐานเท่านั้น

มีแต่วีรบุรุษอย่างลู่เซิ่งจึงเป็นตัวละครเอกในงานชุมนุม ณ สวนปัญญาครั้งนี้

เขาช่วงชิงอำนาจแสวงหาผลประโยชน์ สิ่งที่อยากได้มาโดยตลอดอาจจะอยู่ที่นี่ ภายในคืนเดียว ก็อาจจะได้มาอย่างสบายๆ

ลู่เซิ่งยิ้มๆ ถ้าไม่ใช่ซั่งหยางจิ่วหลี่ต้องการให้เขามา เขาคงไม่สนใจงานชุมนุมน่าเบื่อประเภทนี้

ซั่งหยางเฟยเก่งจริงๆ แต่เกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ เวลาแบบนี้เอาไปฝึกฝนร่างมารร่างใหม่ให้สำเร็จเร็วๆ ดีกว่า

‘ถ้าหากสิ่งที่หลี่ซุ่นซีพูดเป็นจริง การชุมนุมแบบนี้จะมีความหมายอะไร’ ลู่เซิ่งกวาดมองฝูงชนตรงประตูสวนปัญญา

มีคนจากตระกูลขุนนางที่เยาว์วัยปล่อยตัวปล่อยใจ ตอนลงจากรถเยื้องกรายดั่งสาวงาม บุรุษองอาจ บ้างก็สนทนาถึงเรื่องในวันนี้อย่างผ่าเผย บ้างก็ทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบเฉย

แต่ว่าคนจากตระกูลขุนนางที่มาที่นี่ต่างก็มีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคืออายุน้อย มีวัยกลางคนเช่นกัน แต่ไม่มากนัก ส่วนคนแก่ยิ่งไม่เห็นสักคน

“สวนปัญญานี้โด่งดังในแวดวง หวังว่าครั้งนี้สหายลู่จะได้กอดโฉมสะคราญกลับไป” เฉินเฉวียนซงกล่าวอย่างฝืดเฝืออยู่บ้าง

“หมายความว่าอย่างไร” ลู่เซิ่งถามอย่างงุนงง

เฉินเฉวียนซงกำลังจะตอบ กลับถูกคนคนหนึ่งตัดบท

“สหายเฉิน ไม่เจอกันนาน ช่วงนี้สบายดีไหม” ชายร่างเตี้ยอ้วนเตี้ยมีเครายาวถึงอกเดินมาหาเฉินฉวนซ่งด้วยรอยยิ้ม

“ที่แท้เป็นสหายจ้าว” เฉินเฉวียนซงจนปัญญา ได้แต่ตอบรับการทักทายของคนอื่น

เฉินเฉวียนซงแนะนำลู่เซิ่งเข้าสู่เข้าสู่แวดวงอย่างรวดเร็ว แต่เพราะเขาทำตัวเย็นชา ไม่มีท่าทีกระตือรือร้น จึงทำให้ไม่มีใครพูดด้วยอีก

พอเข้าไปในสวนปัญญา ก็มีคนมาต้อนรับทันที วงสุราขนาดย่อมๆ กระจายกันอยู่ประปราย ดึงดูดแขกเหรื่อมากมายเข้าร่วม วงสุราเหล่านั้นตั้งอยู่ในส่วนต่างๆ ของสวนปัญญา

บางวงก็วางโต๊ะหินหลายตัวกลางสวน บางวงก็วางเนื้อย่างผักย่างบนตะแกรงในศาลาพลับพลา

ในมุมหนึ่งของสวนยังเชิญนักดนตรีมาดีดพิณบรรเลงเพลงให้ผู้คนได้รับชม

หญิงรับใช้พาลู่เซิ่งไปถึงหอสีขาวแห่งหนึ่ง คนส่วนหนึ่งยืนกระจัดกระจายกันอยู่ด้านใน

“ที่นี่เจ้าค่ะ” ซั่งหยางจิ่วหลี่อยู่ด้วยเหมือนกัน ชูจอกขึ้นให้เขาแต่ไกล

คนในตระกูลซั่งหยางสองสามคนกับคนจากตระกูลขุนนางเล็กๆ ส่วนหนึ่งยืนอยู่ข้างกายนาง คนเหล่านี้คล้ายกับนางอยู่บ้างคือมีบุคลิกค่อนข้างเย็นชา สีหน้าหนักแน่น มองดูก็รู้ว่าจะต้องเป็นคนที่พลังไม่อ่อนด้อยแน่

ลู่เซิ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปทักทายซั่งหยางจิ่วหลี่

“เรื่องครั้งก่อน หนึ่งในของขวัญชดเชยได้ส่งมาแล้ว ข้ารับไว้แทนเจ้า ภายหลังจะส่งไปให้เจ้าที่สำนักมารกำเนิด ชุมนุมสวนปัญญาในครั้งนี้เจ้าผ่อนคลายจิตใจเถอะ ไม่ต้องคิดมาก มีโอกาสก็อย่าพลาด” ซั่งหยางจิ่วหลี่กล่าวคำพูดที่อธิบายไม่ถูก และไม่ได้แนะนำลู่เซิ่งกับคนที่อยู่รอบๆ

“เพ่ยเพ่ย” นางพยักเพยิดให้สตรีคนหนึ่งที่อยู่ทางซ้ายมือเข้ามาหา

“คุณหนูจิ่วหลี่” สตรีนางนั้นใส่กระโปรงเนื้อบางสีขาว เค้าหน้างดงาม ทรวดทรงยั่วยวนหยาดเหยิ้ม ไว้ผมยาวสีเงินถึงกลางหลัง ค่อนข้างมีเอกลักษณ์

“คนผู้นี้คือลู่เซิ่ง เป็นขุนพลใต้สังกัดข้า วันนี้ขอมอบเขาให้เจ้า จะต้องทำให้เขาพอใจให้ได้ ไม่อย่างนั้นข้าจะจับเจ้ามาไต่สวน!” ซั่งหยางจิ่วหลี่กำชับ

สตรีที่ชื่อเพ่ยเพ่ยยิ้มบาง พิจารณาลู่เซิ่งอย่างละเอียด

“ในเมื่อเป็นคำสั่งของคุณหนูจิ่วหลี่ เพ่ยเพ่ยย่อมปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง”

นางรู้จักลู่เซิ่ง ผู้ที่มีศักยภาพมากที่สุดในหมู่คนหนุ่มสาวของตระกูลซั่งหยางจากตระกูลฝ่ายมารดาที่ไม่ได้มาจากสายเลือดตระกูลหลักในวันนี้มีทั้งหมดสามคน ในนี้มีลู่เซิ่งอยู่ด้วย

คนผู้นี้มาจากแดนเหนือ สายเลือดลึกลับเป็นปริศนา ตระกูลเคยตรวจสอบเบื้องลึกของเขา แต่ตรวจสอบเจอว่าตระกูลขาดลงในรุ่นของมารดา มารดาของเขาไม่ใช่คนแดนเหนือ แต่ตระกูลมนุษย์รับเลี้ยงดูแลในภายหลัง

เดิมทีลู่เซิ่งผู้นี้มีแค่คุณสมบัติของมนุษย์ แต่นึกไม่ถึงว่าจะปลุกสายเลือดให้ตื่นได้อย่างกะทันหัน ก่อนจะผงาดขึ้นมา มีคนเฒ่าคนแก่ในตระกูลคาดเดาว่า เขาอาจจะมาจากสายเลือดตระกูลขุนนางที่ลี้ลับบนเกาะน้อยกลางธารน้ำแข็งในอดีตก็ได้

ดูจากความสามารถที่เขาแสดงออกมาโดยตลอด สมควรเป็นสายเลือดอาวุธเทพสายอาทิตย์ ในตระกูลมีผู้เก็บข้อมูลทำตารางข้อมูลเพื่อวิเคราะห์อย่างเจาะจง

ลู่เซิ่งผู้นี้ดูแลตระกูลลู่ที่ให้กำเนิดตนเองมาโดยตลอด ถือเป็นคนมีคุณธรรมน้ำใจ ไม่ใช่คนที่ได้ดีแล้วลืมตน

ดังนั้นคำตอบที่ตระกูลได้จากเขาก็คือพยายามดึงตัวมาเป็นพวก และให้สายเลือดของเขาหลอมรวมเข้ากับตระกูลซั่งหยาง ขอแค่มัดเขาไว้กับรถศึกของตระกูลซั่งหยาง ตระกูลก็จะสามารถใช้ประโยชน์คนผู้นี้ได้

นี่เป็นหนึ่งในบ่อกำเนิดที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงของเก้าตระกูลแห่งจงหยวน พวกเขาดูดซับสายเลือดอันโดดเด่นที่วิวัฒนาการแตกสาขาอยู่ในโลกภายนอก ซึ่งอาจทำให้ความสามารถทางสายเลือดของลูกหลานที่เหลืออยู่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม และร่วมประสานเสียงกับอาวุธเทพของตระกูลได้ดีกว่าเดิม ต่อให้เป็นผู้ถืออาวุธไม่ได้ แต่ก็ควบคุมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้ง่ายถึงขีดสุด ทั้งยังครอบครองพลังที่แข็งกล้าสุดขีด

เพ่ยเพ่ยตาเป็นประกาย ใช้มือข้างหนึ่งดึงมือลู่เซิ่งไว้

“คุณชายลู่เซิ่งตามข้าไปเอาของขวัญชดเชยของท่านก่อนเถอะ มีคุณชายและคุณหนูอีกหลายคนกำลังชุมนุมในป่าไผ่อยู่อีกด้าน ทุกคนต่างเป็นอัจฉริยะบุรุษของตระกูลซั่งหยาง การทำความรู้จักกันมีประโยชน์มิใช่หรอกหรือ”

ลู่เซิ่งสลัดแขนหลุดออกมา

“เจ้าเดินไป ข้าเดินตาม”

เขาแสดงสีหน้าเรียบเฉย ไม่ชายตามองเครื่องแต่งตัวอันยั่วยวนของเพ่ยเพ่ยแม้แต่น้อย

เพ่ยเพ่ยก็ไม่ได้ว่าอะไร พาลู่เซิ่งตัดทะลุฝูงชนสองสามรอบ แล้วเดินขึ้นไปบนถนนเส้นน้อยจากด้านข้าง

ทะลุถนนเส้นน้อย จากนั้นก็ข้ามสะพานขนาดเล็ก ด้านตรงข้ามเป็นป่าไผ่ที่เงียบสงบร่มรื่น มีเสียงพิณโบราณดังอยู่ด้านในป่าอย่างเลือนราง และมีคนรำกระบี่ด้วยมือข้างเดียว ประกายสีเงินวูบวาบ ประกายสีขาวล่องลอย มองแต่ไกลยังรู้สึกได้ถึงความเย็นสายหนึ่งที่ลอยมาปะทะหน้า

สองฟากทางมีเนินเขาจำนวนไม่น้อย โต๊ะ เก้าอี้และม้านั่งยาวจำนวนมากตั้งอยู่ตรงกลาง

สิ่งที่น่าประหลาดที่สุดก็คือด้านข้างเนินเขาเหล่านี้ ถูกเจาะเป็นถ้ำขนาดต่างๆ ให้คนสามารถเข้าไปได้

ลู่เซิ่งมองเห็นบุรุษสตรีเปลือยกายกอดกระหวัดกันอยู่ข้างๆ ถ้ำที่ว่างเปล่าจำนวนไม่น้อย

บางคนก็เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ทำท่าปฏิเสธแต่กลับตอบรับ บางคนก็พิงกับผนังหินเริ่มกระแทกกัน ยังมีบุรุษสตรีหลายคนอยู่ในถ้ำเดียวกันใต้เนินเขาโดยปลดปล่อยตัวเองอย่างเต็มที่

เพ่ยเพ่ยเดินอยู่ด้านข้าง คล้ายเห็นภาพเหล่านี้จนชินตา

“ที่เก้าตระกูลแห่งจงหยวนรักษาจำนวนคนในตระกูลให้เจริญรุ่งเรืองได้ เพราะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมวาสนาต้องใจนี้”

ลู่เซิ่งที่มองเห็น เหลียวดูบุรุษสตรีกลุ่มหนึ่งที่ยืนกระจายกันอยู่ในป่าไผ่ด้านหน้าอีกรอบ ก็กระจ่างแจ้ง

ซั่งหยางจิ่วหลี่ยังไม่ยอมแพ้ ถ้าเรื่องซั่งหยางรั่วไม่สำเร็จ ครั้งนี้ก็เปลี่ยนวิธีมาดึงเขาเป็นพวก วาสนาต้องใจอะไรนี่ไม่ใช่งานดูตัวหรอกหรือ ทั้งเป็นการดูตัวแบบปลดปล่อยตัวเอง ซึ่งอยู่ในรูปแบบต้องตาก็จัดการทันที

“วาสนาต้องใจ ขอแค่ต้องใจ หากอยู่ที่นี่ ไม่ว่าท่านอยากแต่งงานหรือไม่ก็ไม่เป็นไร พวกเราแค่ต้องการความสุขสักคืนเท่านั้น” เพ่ยเพ่ยพลันหยุดร่าง “ถึงแล้วเจ้าค่ะ”

ลู่เซิ่งหยุดเดินตาม เหลียวซ้ายแลขวา รอบๆ มืดครึ้มอยู่บ้าง อยู่ในส่วนลึกของป่าไผ่ซึ่งไม่มีโคมไฟส่องแสงพอดี

เสียงพิณเสียงเพลงดังรางเลือน ไม่ได้ชัดมาก

“ก่อนหน้านี้ใต้เท้าจิ่วหลี่ได้บอกข้าถึงเรื่องของท่านกับคุณหนูซั่งหยางรั่วแล้ว ตระกูลได้จัดสถานที่พิเศษในกิจกรรมวาสนาต้องใจเพื่อชดเชยการเสียมารยาทในครั้งก่อนแก่ท่าน ศาลาแดง” เพ่ยเพ่ยเอ่ยเสียงอ่อนโยน

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 261 งานเลี้ยง (3)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved