cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 86 คุณลุง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดนักรบจอมราชัน
  4. ตอนที่ 86 คุณลุง
Prev
Next

“แหม… ผมคงไม่กล้าว่าอะไรหรอกครับ ผมแค่รู้สึกประหม่านิดหน่อยก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอกครับ” เย่เชียนพูดด้วยรอยยิ้มที่เขินอายเล็กน้อย

บนสวรรค์ชั้นฟ้าที่ว่ามีทวยเทพ หลินโรโร่วเองก็มีลุงของเธอเช่นกัน ลุงซูไห่คนนี้เป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวเธอ นี่เป็นครั้งแรกสำหรับเย่เชียนในการต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้ และมันก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะค่อนข้างกระวนกระวายใจเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะเป็นถึงผู้นำของกลุ่มเขี้ยวหมาป่าก็ตาม

ซูไห่คิดกับตัวเองว่าชายหนุ่มผู้นี้ช่างเป็นคนตรงไปตรงมายิ่งนัก เขายิ้มให้เย่เชียนเล็กน้อยแล้วพูดว่า “จริง ๆ แล้วตอนที่โรโร่วเริ่มอยากจะเป็นพยาบาลในเมืองเซี่ยงไฮ้ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านต่างก็ไม่เห็นด้วยนักหรอก แต่ถึงอย่างนั้นนิสัยของโรโร่วก็คล้ายคลึงกับฉันอยู่นิดหน่อยตรงที่ดื้อรั้นและไม่ยอมใคร พวกเราก็เลยยอมให้โรโร่วไปทำตามความฝันของเธอ ฉันคิดว่าเธอคงรู้ภูมิหลังครอบครัวของโรโร่วอยู่แล้วใช่ไหม ?”

เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยกับคำถามอันตรงไปตรงมาของลุงซูไห่ เขาเองไม่รู้ภูมิหลังครอบครัวของหลินโรโร่วเลย เขาจึงยิ้มกลับและพูดว่า “ผมรู้มาบ้างครับ… แต่ก็ไม่มากหรอก”

“อันที่จริงฉันกับป้าของโรโร่วไม่ได้อยากเข้ามายุ่งกับเรื่องของโรโร่ว เพราะไม่ว่าเธอจะคบกับใครหรือแต่งงานกับใครในมุมของฉันมันก็เป็นเรื่องของคนหนุ่มสาวน่ะนะ แต่สำหรับตระกูลหลินในมณฑลเจ้อเจียงนั้น พวกเราถือได้ว่าเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลอย่างมาก และพ่อแม่ของโรโร่วเองก็เข้มงวดมากด้วย แน่นอนว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการแต่งงานของโรโร่วเป็นอันดับต้น ๆ”

ซูไห่พูดค้างไว้ไม่ยอมต่อให้จบ เฉกเช่นเดียวกับข้าราชการระดับสูง ๆ และพวกขุนนางกับนายทหารยศสูงคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่พวกเขาเหล่านั้นมักจะชอบหยุดกลางคันและไม่ค่อยพูดให้จบประเด็น

เย่เชียนเข้าใจความหมายในสิ่งที่ซูไห่พูดเป็นอย่างดี เขารู้ว่าครอบครัวของหลินโรโร่วต้องการคนที่เหมาะสมทั้งในแง่ของสถานะทางครอบครัวและสิ่งอื่น ๆ ประกอบกัน

อย่างไรก็ตาม เย่เชียนเป็นคนที่มุ่งมั่นเสมอ ในสายตาของเขานั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฐานะครอบครัว รวมไปถึงทรัพย์สินต่าง ๆ และตำแหน่งทางสังคมสูง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ดังนั้นเมื่อซูไห่พูดจบ เย่เชียนจึงเพียงแค่เงียบไปชั่วขณะก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวผมจะเดินทางไปเยี่ยมท่านพ่อตาและท่านแม่ยายที่เคารพด้วยตัวผมเอง… เมื่อผมมีเวลาครับ”

คำพูดของเย่เชียนเหมือนกับว่าเขาตบเข้าไปที่ใบหน้าซูไห่อย่างไร้ความปรานี ซูไห่ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดหรือว่าเขานั้นโง่เกินกว่าที่จะทำความเข้าใจได้

ในที่สุดอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดก็ถูกเสิร์ฟมายังโต๊ะที่พวกเขานั่ง เย่เชียนลุกขึ้นรินไวน์ให้ซูไห่และเฉิงเฟิงเจิ้นพร้อมกับพูดว่า “คุณลุงคุณป้าครับ… ผมเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่ผมจำความได้ ผมไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อกับแม่ผู้ให้กำเนิดผมเลย และผมเองก็ยังจำได้ไม่เคยลืมเลยว่าแต่ละวันมันแสนยากลำบากขนาดไหน… แต่ในที่สุดผมก็ได้รับการอุปถัมภ์เลี้ยงดูจากชายชราที่เลี้ยงชีพตัวเองด้วยการเก็บขยะไปขาย ผมนับถือเขาเหมือนดั่งเขานั้นเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดของผมมาโดยตลอด เขาไม่มีเงินหรืออิทธิพลใด ๆ แต่เขาเป็นชายชราที่ใจดีที่สุดที่ผมเคยพบเจอมา ผมและพี่น้องทุกคนที่ถูกเขาเก็บมาเลี้ยงล้วนแล้วแต่เรียกเขาว่าพ่อได้อย่างเต็มปาก…

พ่อของผมมีลูกบุญธรรมทั้งหมดสี่คนครับ และสองในสี่คนนั้นถือได้ว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของเมืองเซี่ยงไฮ้นี้ด้วย… พี่ใหญ่เป็นรองเสนาธิการอยู่ในเขตทหาร น้องสามเป็นอธิการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ส่วนน้องเล็กนั้นเธอยังเรียนอยู่ครับ คนที่ไม่เป็นที่รู้จักใด ๆ เลยก็คือผมเองนี่แหละ ผมทำงานอย่างหนักหน่วงและไม่รู้เหนือรู้ใต้อะไร ผมไปอยู่ในต่างแดนมาเป็นเวลาแปดปีในแถบตะวันออกกลาง และคุณลุงคุณป้าก็น่าจะทราบดีว่าสถานที่แถบนั้นอยู่ในช่วงสงครามที่มีความโกลาหลอย่างดุเดือดไปทั่วทุกสารทิศ จนผมคุ้นเคยกับชีวิตและความตาย

ถึงแม้ว่าผมจะไม่มีความสำเร็จอะไรใด ๆ เลย แต่ผมขอสาบานว่าผมจะดูแลโรโร่วให้ดีที่สุดเท่าที่คนอย่างผมจะสามารถทำได้ครับ… ผมคงต้องขอโทษคุณลุงคุณป้าเอาไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ เพราะผมอาจจะไม่มีความเข้าใจมากนักเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีอิทธิพลมากอย่างตระกูลหลิน แต่ถึงอย่างนั้นความรักในครั้งนี้มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างโรโร่วกับผม มันจึงไม่ควรมีใครมาขวางกั้นหรือกีดกันเราออกจากกัน… แล้วคุณลุงกับคุณป้าล่ะครับ มีความคิดเห็นยังไงกันบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ?”

คำพูดของเย่เชียนนั้นไม่ได้หยิ่งผยองหรือเห็นแก่ตัวอะไรเลย น้ำเสียงและท่าทางการพูดของเขามีความหมายอย่างชัดเจนมาก ว่าแม้เขาทั้งสองจะเป็นลุงและป้าของหลินโรโร่ว ก็ใช่ว่าจะสามารถเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอได้

ซูไห่และเฉิงเฟิงเจิ้นต่างตกตะลึงกันอย่างสุดขีด แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็รู้สึกได้ถึงความจริงใจที่ออกมาจากจากคำพูดของเย่เชียน เขาจะต้องเป็นคนที่อดทนอดกลั้นมาก ถ้าจะต้องไปอาศัยอยู่ในแถบตะวันออกกลางและทำงานอย่างหนักมาตั้งแปดปีในสถานที่แบบนั้น แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจก็คือความจริงที่เย่เชียนพูดเอาไว้ว่า ‘ไม่ควรมีใครมาขวางกั้นหรือกีดกันเราออกจากกัน’ นี่เป็นทัศนคติคนหนุ่มสาวมีต่อผู้อาวุโสอย่างนั้นจริง ๆ งั้นหรือ ?

สำหรับซูไห่และเฉิงเฟิงเจิ้นนั้น พวกเขาไม่ได้โปรดปรานแต่ก็ไม่ได้เกลียดเย่เชียน เพราะเย่เชียนไม่ใช่คนโอ้อวดหยิ่งผยองหรือวางท่าใด ๆ เหมือนที่พวกคนหนุ่มสาวในสมัยนี้มักจะทำกัน และเมื่อพวกเขาทั้งสองมองดูเย่เชียนอย่างใกล้ชิดแล้ว พวกเขาก็คิดว่าเย่เชียนต้องมีความสามารถและมีประสบการณ์บางอย่างที่เขาไม่เคยเผยให้คนอื่นรู้อีกเป็นแน่

สรุปโดยรวมคือ เขาดูมีความเป็นสุภาพบุรุษที่สมบูรณ์ตามแบบฉบับผู้ชายที่ดีแต่ยังไม่เพียบพร้อม…

หลินโรโร่วที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยังคงเงียบและนิ่งเฉย เธอจ้องมองเย่เชียนด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยน ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะเป็นเพียงแค่ผู้ชายที่แสนจะธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แต่เธอก็ยังคงรักเขาอย่างหมดหัวใจ เธอไม่ได้สนใจเรื่องอื่น ๆ ของเขาเลย เพราะถ้าหากว่าเธอใส่ใจเรื่องพวกนั้น เธอก็คงจะไม่เลือกเย่เชียนตั้งแต่แรกแล้ว

เย่เชียนยกแก้วไวน์แล้วลุกขึ้นยืน พร้อมกับโค้งคำนับต่อหน้าซูไห่ จากนั้นก็พูดว่า “คุณลุง… ให้เกียรติดื่มกับผมสักนิดนะครับ”

ซูไห่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา จากนั้นก็หยิบแก้วไวน์แล้วพูดว่า “เอ้า… ดื่ม!”

หลังจากที่ใช้เวลาในการพูดคุยกันมานานสักระยะหนึ่งแล้ว ซูไห่ก็ยังคงตกตะลึงไปกับหนุ่มคนนี้ได้อยู่เสมอ บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่พวกเขาเรียกกันว่าเสน่ห์อันน่าลุ่มหลง ขนาดผู้หลักผู้ใหญ่อย่างเขา ยังรู้สึกได้ว่าเย่เชียนมีเสน่ห์อันเหลือร้ายเฉพาะตัวที่คนอื่นไม่มี

การพบกันครั้งนี้ ซูไห่และเฉิงเฟิงเจิ้นเพียงต้องการมาพบและทำความเข้าใจกับภูมิหลังส่วนตัวของเย่เชียนก็เท่านั้น ซึ่งเย่เชียนเองก็ได้บอกพวกเขาเกี่ยวกับภูมิหลังของตัวเองไปหมดแล้ว มันเป็นเรื่องที่ดูน่าเวทนาเล็กน้อยแต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเย่เชียนเลย

ซูไห่และเฉิงเฟิงเจิ้นรู้สึกล้มเหลวนิดหน่อยจากความรู้สึกที่ว่า พวกเขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเย่เชียนเลย แต่อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ได้รู้ว่า ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้เพียบพร้อมเหมือนที่พวกเขาอยากให้เป็น แต่ก็ไม่ได้เรียบง่ายเหมือนที่พวกเขาได้เห็น พวกเขารู้สึกและสัมผัสได้ในฐานะผู้มีประสบการณ์การทำงานในระบบราชการและสังคมชนชั้นสูงที่พวกเขาสั่งสมมานานหลายปี

หลังจากที่ซูไห่และเย่เชียนได้ชนแก้วไวน์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การรับประทานอาหารค่ำจึงได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

เย่เชียนกับซูไห่ยังคงดื่มไวน์กันต่ออย่างอภิรมย์ เฉิงเฟิงเจิ้นจับมือของหลินโรโร่วและกระซิบคุยบางอย่างกัน ในฐานะป้าของหลินโรโร่ว เธอต้องการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเย่เชียนจากปากของหลานสาวตัวเองด้วย แต่ผลที่ตามมากลับทำให้เฉิงเฟิงเจิ้นรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะหลานสาวคนนี้ก็ไม่ทราบอะไรเลยเช่นกัน

ซูไห่ไม่สามารถทนต่อการชักชวนของเย่เชียนที่กระตุ้นให้เขาต้องดื่มไวน์ได้อีกต่อไป เขาเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองนั้นดื่มมากเกินไปแล้ว เป็นเรื่องน่าแปลกที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาที่เย่เชียนรินไวน์ให้ ทั้งที่เขาอยากจะปฏิเสธแต่สุดท้ายแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะดื่มมันอยู่ดี

เย่เชียนไม่ได้ดื่มมากจนเกินไป เขาค่อนข้างรู้ลิมิตของตัวเองเป็นอย่างดีว่าตนสามารถดื่มได้มากขนาดไหน และหลังจากที่รินไวน์ให้ซูไห่ไปประมาณครึ่งแก้ว เย่เชียนก็หยุด เขายิ้มหวานและพูดว่า “ผมจองห้องที่โรงแรมเอาไว้แล้วครับ”

“เอื๊อก…!” ซูไห่อดไม่ได้ที่จะสำลักไวน์ออกมา ส่วนป้าเฉิงเฟิงเจิ้นก็มีสีหน้าที่เขินอายเล็กน้อย

ในด้านของหลินโรโร่วนั้น เธอมองไปที่เย่เชียนด้วยสีหน้าที่เขินอาย ใบหน้าของเธอแดงก่ำพลางคิดในใจ

‘ผู้ชายคนนี้กล้าที่จะพูดแบบนี้ต่อหน้าลุงกับป้าของฉันได้ยังไงกันนะ ?’

แต่ถึงอย่างไร ในหัวใจของหลินโรโร่วก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หวานหอมและอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายดราม่า, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 86 คุณลุง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved