cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 433 ผลกรรม

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดนักรบจอมราชัน
  4. ตอนที่ 433 ผลกรรม
Prev
Next

ตอนที่ 433 ผลกรรม

เช่นเดียวกับที่หยางเทียนกล่าวเอาไว้ว่าเขาได้ทำสิ่งที่เลวร้ายมามากมายในชีวิตของเขา ดังนั้นเขาจึงกลัวว่าผลกรรมมันจะตกทอดไปสู่ลูกๆ ของเขา ซึ่งพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็ได้ทำสิ่งที่โหดร้ายมามากมายไปในชีวิตของเขาและเขาก็ได้ให้กำเนิดลูกชายสามคนซึ่งพวกเขาได้เสียชีวิตไปก่อนที่เขาจะอายุ 1 ขวบและมีเพียงหลวนห่าวเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้และเขาก็ทะนุถนอมและเลี้ยงดูอย่างดีและทำทุกวิถีทางเพื่ออุ้มชูลูกชายคนนี้ อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นข้อดีสำหรับเขาเพราะตราบใดที่สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่หลวนห่าวต้องการล่ะก็พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา

อาจเป็นเพราะความเอาแต่ใจจนเกินไปจึงทำให้หลวนห่าวเป็นคนไร้ค่าและเขาก็เรียนหนังสือไม่จบตั้งแต่มัธยมต้น ซึ่งพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็คิดว่าเขามีอำนาจและครอบครัวของเขาก็ยิ่งใหญ่ดังนั้นหลวนห่าวจึงไม่ต้องเรียนหนังสือก็ได้และมักจะสนับสนุนให้หลวนห่าวพาพวกนักเลงไปก่ออาชญากรรมอยู่เสมอ เนื่องจากสถานะอันทรงเกียรติของพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่นั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงยอมหลวนห่าว ดังนั้นเด็กคนนี้จึงถือว่าปลอดภัยและไม่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายใดๆ แต่ทว่าสิ่งนี้ได้ปลูกฝังนิสัยที่เย่อหยิ่งและเกรี้ยวกราดของเขามากยิ่งขึ้น และท้ายที่สุดหลวนห่าวก็ได้ทำให้คนที่ไม่ควรทำขุ่นเคืองต้องมาขุ่นเคืองใจโดยไม่รู้ตัว

เมื่อมองไปที่หลวนห่าวที่นอนอยู่ในห้องผ่าตัดฉุกเฉินนั้นใบหน้าของพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็สั่นระริกและดูเหมือนว่าเขาจะพยายามระงับความโกรธของเขาเอาไว้ ซึ่งเขาคิดว่ามีคนกำลังพยายามใช้ลูกชายของเขาเพื่อกำจัดเขาแบบนั้นใช่ไหม?

“ใครเป็นคนทำ!” พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ถามด้วยความโกรธเกรี้ยว

เหล่านักเลงที่ยืนตั่วสั่นอยู่ที่นั่นอย่างไม่หยุดยั้งก็พูดอย่างคลุมเครือว่า “เรา…เราไม่รู้จักเขา..แต่ว่าก่อนที่เขาจะไปเขาบอกว่าชื่อของเขาคือเย่เชียน”

“เย่เชียน? ” ดวงตาของพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่เปล่งประกายแสงอันเย็นยะเยือกออกมาเพราะตัวเขานั้นเป็นถึงคนที่มีชื่อเสียงในดินแดนตะวันออกเฉียงเหนือแห่งนี้และครั้งนี้มีบุคคลภายนอกมาทำสิ่งที่โหดร้ายกับลูกชายของเขาเช่นนี้ ซึ่งถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะได้รับการสนับสนุนจากหวังหูก็ตามแต่พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็จะไม่ปล่อยให้เย่เชียนได้ออกจากดินแดนตะวันออกเฉียงเหนือแห่งนี้ไปได้

พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ไม่เหมือนหยุนเหลาดังนั้นเขาจึงไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับรายละเอียดที่มาที่ไปของเย่เชียนและเขาก็คิดว่าเย่เชียนเป็นแค่พ่อค้าของเก่าของโบราณเพียงเท่านั้น และเรื่องต่างๆ นั้นมันก็เกิดขึ้นมาจากการที่ถังเหวยซวนได้ขโมยของล้ำค่ามา ดังนั้นพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่จึงคิดแค่ว่าเย่เชียนคงจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับหวังหูมากนัก

“ฉันขอให้พวกแกคอยคุ้มกันเสี่ยวห่าวแล้วพวกแกมัวทำอะไรอยู่? ..ถ้าลูกชายของฉันเป็นอะไรไปล่ะก็..พวกแกต้องชดใช้ด้วยชีวิต!” พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่พูดอย่างเดือดดาล

พวกนักเลงเหล่านั่นก็ตัวสั่นด้วยความกลัวและคุกเข่าลงพร้อมกับขอร้องอ้อนวอน “ไปเอาตัวมันมาให้ฉันแบบเป็นๆ!” พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่พูดอย่างเกรี้ยวกราด ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ติดตามเขาก็ตอบสนองอย่างร้อนรนและพาพวกนักเลงเหล่านั้นออกไป

“เย่เชียน! ..ฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่!” พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่พูดอย่างโกรธเกรี้ยว

หลังจากนั้นไม่นานไฟในห้องผ่าตัดก็ดับลงและคณะแพทย์กับพยาบาลก็เดินออกมาจากห้องนั้น เมื่อเห็นเช่นนั้นพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็รีบเดินเข้าไปถามว่า “เป็นยังไงบ้าง..ลูกของผมอาการเป็นยังไงบ้าง? ”

“สมองทั้งสองซีกของผู้ป่วยนั้นได้รับความเสียหายอย่างมากและความผิดปกตินี้ก็นำไปสู่การสูญเสียความสามารถในการตอบสนองต่อระบบประสาท..แต่ความรู้สึกยังคงอยู่” นายแพทย์คนหนึ่งพูดขณะที่ถอดหน้ากากออก

พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็ถามด้วยความว่างเปล่าว่า “คุณหมายถึงอะไร? ..คุณช่วยอธิบายสั้นๆ หน่อยจะได้ไหม?”

“ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ..ลูกชายของคุณจะไม่ได้สติไปสักระยะหนึ่ง”

พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็สั่นสะท้านไปทั้งตัวแล้วถามว่า “เมื่อไหร่เขาจะฟื้น”

“นี่เป็นเรื่องยากที่ไม่สามารถยืนยันได้..เพราะบางคนก็หนึ่งหรือสองสัปดาห์..แต่บางคนก็หนึ่งหรือสองปีเลย..และยิ่งไปกว่านั้นบางคนก็อาจจะไม่ตื่นขึ้นมาเลยในชีวิตนี้..อย่างไรก็ตามถึงยังไงก็ยังมีอยู่อีกหลายกรณีในวงการแพทย์ปัจจุบัน..คุณต้องพูดคุยกับเขาให้เยอะๆ เพื่อกระตุ้นเขา..เพราะจิตใต้สำนึกของเขาอาจจะตื่นขึ้นได้ในไม่ช้านี้” นายแพทย์พูด

มุมปากของพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็กระตุกสองสามครั้งและเขาก็คว้าปกคอเสื้อของแพทย์คนนั้นและพูดอย่างเดือดดาลว่า “อย่ามาไร้สาระ! ..ถ้าคุณรักษาลูกชายของผมไม่ได้ล่ะก็..คุณต้องชดใช้ชีวิตลูกชายของฉันด้วยครอบครัวของคุณ!”

นายแพทย์คนนั้นก็ตื่นตระหนกและไม่กล้าที่จะหยิ่งผยองใดๆ จนเขาพูดด้วยความตกใจว่า “ผม…ผมพยายามอย่างเต็มที่แล้ว..อุปกรณ์ทางการแพทย์ของเราที่นี่มีจำนวนจำกัด! ..ฉันจะสั่งย้ายผู้ป่วยไปรักษาที่ต่างประเทศเพราะบางทีมันอาจจะมีโอกาสมากขึ้น!” ความจริงแล้วอาการป่วยอัมพาตนั้นต่างก็มีการรักษาแบบเดียวกันทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งมันขึ้นอยู่กับจิตใต้สำนึกและความพยายามของคนไข้เองล้วนๆ

“ไปซะ!” พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ยกนายแพทย์ขึ้นด้วยมือข้างเดียวแล้วปล่อยลงกับพื้นอย่างแรงและตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว

นายแพทย์คนนั้นก็ทำอะไรไม่ถูกเพราะพวกเขานั้นเป็นคนที่หยิ่งผยองมาตั้งแต่ยังเด็กโดยปกติแล้วนายแพทย์เหล่านี้มักจะทำตัวเหมือนทูตสวรรค์และเป็นเหมือนเจ้าชีวิตของมนุษย์ แต่ทว่าครั้งนี้เขาก็รู้สึกอับอายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่โหดเหี้ยมเช่นนี้

ในเวลานี้พยาบาลก็ได้ย้ายหลวนห่าวออกจากห้องผ่าตัดโดยมือและเท้าของหลวนห่าวนั้นได้รับการรักษาอย่างหนักหน่วงและมีรอยแผลบนใบหน้าของเขาก็ถูกรักษาอย่างดี ซึ่งไม่มีใครสามารถจินตนาการได้เลยว่าเย่เชียนนั้นโหดเหี้ยมแค่ไหนในเวลานั้น เมื่อเห็นเช่นั้นพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็จับแขนของหลวนห่าวและตัวสั่นอย่างไม่หยุดยั้งแล้วพูดอย่างโศกเศร้าว่า “เสี่ยวห่าว..ไม่ต้องกังวลไป..พ่อจะแก้แค้นให้เอ็งและเอาหัวของมันมามอบให้เอ็ง”

หลังจากพูดจบแล้วพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็หันกลับมาอย่างเด็ดเดี่ยวและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพูดกับคนของเขาว่า “ไม่ว่าพวกแกจะใช้วิธีอะไรหรือแบบไหนก็ตาม..แต่จำเอาไว้ว่าจับเป็นเท่านั้น..ฉันจะฆ่ามันด้วยมือของฉันเอง!”

“ครับหัวหน้า!” เหล่าลูกน้องก็รีบตอบรับแล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปและกดโทรศัพท์ขณะเดิน

อีกด้านหนึ่งที่เขตชานเมืองเสิ่นหยวนในบ้านพักของหยุนเหลานั้นก็มีแม่ม่ายดำจือเหวินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหยุนเหล่าและเล่าให้หยุนเหลาฟังสั้นๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องระหว่างตัวเธอกับเย่เชียน ซึ่งในทันใดนั้นรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของก็คลายออกเป็นรอยยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่นั้นมีลูกชายเพียงคนเดียว..และตอนนี้เขาก็ถูกเย่เชียนทำร้ายเช่นนั้น..ซึ่งเรื่องนี้มันไม่อาจแก้ไขได้อีกต่อไปแล้ว..ดังนั้นเสี่ยวเหวินเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ..เมื่อเย่เชียนเริ่มเคลื่อนไหวล่ะก็เธอต้องคอยช่วยเขาหรือใช้โอกาสนี้จะโค่นล้มพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ซะ”

“แต่ว่าทุกวันนี้พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็พัวพันอยู่กับกองกำลังในประเทศเกาหลีเหนือ..ฉันคิดว่าการที่เขามีกองกำลังขนาดใหญ่เช่นนี้หนุนหลังอยู่นั้นมันจะไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ” แม่ม่ายดำจือเหวินพูด

“หืม..เธอรู้ไหมว่าอีกฝ่ายมาจากไหน? ” หยุนเหลาถามด้วยความประหลาดใจ

แม่ม่ายดำจือเหวินก็ส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน..แต่พวกนั้นดูเหมือนจะเป็นทหารรับจ้าง..เพราะพวกเขาไม่มีความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น..ซึ่งคนที่ฉันส่งออกไปนั้นไม่มีใครที่กลับมาแบบมีชีวิตเลยสักครั้ง..และยิ่งไปกว่านั้นศพทุกศพที่เราพบต่างก็ถูกตัดหัวออกไปจนหมด”

“ทหารรับจ้าง? ..พวกนั้นคือกลุ่มที่พยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ขอให้ช่วยอย่างงั้นหรือ?” หยุนเหลาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูด

“ไม่น่าจะใช่แบบนั้นเพราะพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่หวั่นเกรงพวกเขาอย่างมาก..ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่นั้นที่ขอให้พวกเขาเข้ามาช่วย..ฉันคิดว่ามันเป็นกองกำลังบางอย่างจากประเทศเกาหลีเหนือที่อยากเข้ามารุกรานดินแดนตะวันออกเฉียงเหนือของเรา” แม่ม่ายดำจือเหวินพูด

“โอ้…..” หยุนเหลาตอบแบบลากเสียงยาวและเอนกายพิงโซฟาและขมวดคิ้วโดยไม่สมัครใจ ซึ่งถึงแม้ว่าหวงฟู่ชิงเตี๋ยนจะคิดว่าเย่เชียนนั้นเป็นเหมือนเทพเจ้าก็ตามแต่ทว่าเมื่ออยู่ในดินแดนตะวันออกเฉียงเหนือแห่งนี้แล้วพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ก็มีอิทธิพลอย่างมากและตอนนี้ก็ยังมีทหารรับจ้างหนุนหลังอยู่ด้วยดังนั้นเขาจึงคิดว่าเย่เชียนอาจจะไม่สามารถต้านทานได้

“ฉันควรจะโทรไปหาหวงฟู่ชิงเตี๋ยนดีกว่าและดูท่าทีของเขาว่าเขาจะทำยังไง” หยุนเหลาพูดหลังจากเงียบไปนาน ซึ่งนอกจากวิธีนี้แล้วเขาก็ไม่สามารถคิดหาวิธีการอื่นๆ ได้อีก เพราะท้ายที่สุดแล้วหวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็เป็นคนที่รู้เรื่องของเย่เชียนเป็นอย่างดีดังนั้นจึงเหมาะสมที่สุดที่จะถามสิ่งต่างๆ จากเขา

หลังจากกดเบอร์โทรศัพท์ของหวงฟู่ชิงเตี๋ยนแล้วพวกเขาก็ได้แลกเปลี่ยนคำพูดกันสักพักหนึ่ง ส่วนแม่ม่ายดำจือเหวินก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อและมองไปที่หยุนเหลาอย่างเคร่งเครียด “เอาล่ะ..ขอบใจมาก! ” หยุนเหลาพูดจบและวางสายโทรศัพท์ไป

“เขาว่ายังไงบ้างคะ?” แม่ม่ายดำจือเหวินถามอย่างกระตือรือร้น

“มันก็ยังคงเป็นประโยคเดิมๆ ..เพราะเขาไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงได้” หยุนเหลาพูด “ฉันคิดว่าเราควรจะรอดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นดีกว่า..แน่นอนว่านี่มันไม่ใช่สิ่งที่เธอและฉันจะสามารถเข้าไปแทรกแซงได้อีกต่อไปแล้ว”

แม่ม่ายดำจือเหวินก็ถึงกับผงะไปและความอยากรู้อยากเห็นของเธอเกี่ยวกับเย่เชียนก็ยิ่งมีมากขึ้นว่าเย่เชียนนั้นเป็นคนแบบไหนที่แม้แต่ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของจีนผู้มีเกียรติอันยิ่งใหญ่ยังไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงได้ ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเย่เชียนก็คงจะมีพลังมากพอที่จะทำให้ประเทศสั่นสะเทือนเลยใช่หรือไม่?

ข่าวที่ลูกชายของพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสนั้นก็ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วบนท้องถนนในขณะที่สถานการณ์ต่างๆ กำลังโหมกระหน่ำและถาโถมอย่างมาก ใครที่รู้บุคลิกและนิสัยของพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่นั้นต่างก็รู้ดีว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มันจะต้องเป็นพายุลูกใหญ่อีกครั้งใช่ไหม? สำหรับคนที่รู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดีนั้นต่างก็เริ่มหดหัวหลีกเลี่ยงหากพวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงได้พวกเขาก็เต็มใจที่จะหลีกเลี่ยงเพราะพวกเขาไม่อยากเข้ามาพัวพันกับสถานการณ์เช่นนี้เลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ดูเหมือนจะผ่อนคลายอย่างมากเพราะนั่งอยู่บนโซฟาของโรงแรมและนั่งรายการโทรทัศน์อย่างสบายใจเฉิบ ในขณะที่โจวหยวนที่อยู่ข้างๆ เขานั้นมีผ้าก๊อซพันแผลเอาไว้เต็มตัวไปหมด

ในเวลานี้จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของเย่เชียนก็ดังขึ้นและหลังจากรับสายแล้วคิ้วของเย่เชียนขมวดเข้าหากันแน่นและคลายออกในไม่ใช้หลังจากนั้นเขาก็พยักหน้าและวางสายโทรศัพท์ไป

“มีอะไรหรอครับพี่สอง?” โจวหยวนถามอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไรๆ ..ฉันไม่ได้คาดหวังเลยว่าไอ้หมอนั่นมันจะเป็นลูกชายของพยัคฆ์แดนเหนือหลวนปิงลี่..และตอนนี้เขาก็กำลังส่งคนออกไปรอบๆ เพื่อตามล่าฉัน” เย่เชียนพูด

โจวหยวนก็ตัวสั่นเทาและรู้สึกประหม่าเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นท่าทางที่ดูสงบเสงี่ยมของเย่เชียนเย่เชียนเขาก็คลายความตึงเครียดลงได้ในทันที

ดูเหมือนว่าเย่เชียนจะสังเกตเห็นความกังวลใจของโจวหยวนดังนั้นเย่เชียนจึงยิ้มเล็กยิ้มน้อยและพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไป..ไอ้พวกนั้นมันก็เป็นแค่ตัวตลก!”

หลังจากนั้นเย่เชียนก็โทรออกและหลังจากเชื่อมต่อสายแล้วเย่เชียนก็ยิ้มเล็กยิ้มน้อยแล้วพูดว่า “สวัสดีครับพี่หลิน! ..ไม่ได้เจอกันนานเลย..พี่เป็นยังไงบ้าง?”

.

.

.

.

.

.

.

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายดราม่า, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 433 ผลกรรม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved