cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 183 การเผชิญหน้ากับแม่ยายครั้งที่สอง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดนักรบจอมราชัน
  4. ตอนที่ 183 การเผชิญหน้ากับแม่ยายครั้งที่สอง
Prev
Next

เมื่อพวกเขามาถึงสนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตงแล้วก็พบว่ามีเหล่าแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในเมืองเซี่ยงไฮ้จำนวนมากที่มาเข้าร่วมโครงการภารกิจช่วยเหลือของสภากาชาดสากล ต่างคนต่างกำลังกล่าวคำอำลากับครอบครัวของตัวเอง ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้านั้นมีทั้งความเศร้าโศก ความปลื้มปีติ บ้างก็ร้องไห้เสียใจ ทว่าหลินโรโร่วกลับมีแต่ความเงียบงัน

เครื่องบินไฟลต์นี้จะบินไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน แล้วจากนั้นจึงไปเปลี่ยนเครื่องเพื่อบินต่อไปยังแอฟริกาใต้

เนื่องจากซูเหม่ยอยู่ที่นี่ด้วย เย่เชียนจึงไม่ได้แสดงความอ่อนโยนและความใกล้ชิดกับหลินโรโร่วมากจนเกินไป “ระวังตัวด้วยนะ… ถ้าคุณไปถึงที่นั่นแล้ว อย่าลืมโทรหาผมด้วยล่ะ” เย่เชียนพูดเบา ๆ

หลินโรโร่วพยักหน้าตอบรับ จากนั้นเสียงประกาศของโอเปอเรเตอร์ก็ดังไปทั่วเทอร์มินอลของสนามบิน มันทำให้หลินโรโร่วไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เธอรีบเข้าไปกอดเย่เชียนและร้องไห้เบา ๆ ส่วนซูเหม่ยนั้นเหลือบมองเธอและแอบถอนหายใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

เย่เชียนกอดเธอและยิ้ม จากนั้นก็พูดว่า “ยัยโง่… คุณร้องไห้ทำไม ? คุณไปแค่ครึ่งปีเอง แป๊บเดียวมันก็จบแล้ว” เย่เชียนพูดไปอย่างนั้นแต่อันที่จริงเขาเองก็เศร้าเหมือนกัน แต่ด้วยคำว่าลูกผู้ชายมันค้ำคออยู่ เขาจึงไม่สามารถร้องไห้หรือแสดงออกถึงความเศร้ามากไปกว่านี้ได้ อีกทั้งเขาก็ไม่ต้องการเพิ่มความกดดันทางจิตใจให้กับหลินโรโร่ว

“โรโร่วดูแลตัวเองด้วยนะ” ซูเหม่ยพูดขึ้นในที่สุด นี่เป็นคำพูดที่ดีที่สุดแล้วจากคนเข้มแข็งและไม่ค่อยแสดงออกถึงความอ่อนโยนอย่างเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะดูแตกต่างจากหลินโรโร่วมาก แต่ความเป็นแม่ลูกกันมันไม่มีทางที่จะลบล้างไปได้ พวกเธอแม่ลูกต่างก็รู้ดีว่า ทั้งสองคนมีความห่วงใยซึ่งกันและกันและรักกันเสมอแม้จะไม่ได้พูดมันออกมาก็ตามที

“แม่!” หลินโรโร่วโผตัวเข้าไปในอ้อมแขนของซูเหม่ยพร้อมน้ำตาที่ไหลริน

ซูเหม่ยตัวสั่นเล็กน้อย เพราะสัญชาติญาณของความเป็นแม่นั้นถึงยังไงก็ยังคงเป็นห่วงลูกอยู่ดี หลินโรโร่วจะต้องไปอยู่คนเดียวในต่างแดน แล้วในฐานะคนเป็นแม่เธอจะไม่กังวลได้อย่างไร เมื่อแม่ลูกกอดกันอยู่สักพักหนึ่ง ซูเหม่ยก็พึมพำว่า “เอาหน่า ๆ บางทีการจากการเพียงชั่วคราวอาจจะทำให้อะไร ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นก็ได้”

หลินโรโร่วเงยหน้าขึ้นมองซูเหม่ยอย่างว่างเปล่า เธอไม่เข้าใจว่าซูเหม่ยหมายถึงอะไร แต่ทว่าเย่เชียนนั้นรู้ดีว่าระยะเวลาครึ่งปีนี้ มันคือระยะเวลาที่ข้อตกลงกันระหว่างเขากับซูเหม่ยเริ่มต้นขึ้น มันเป็นโอกาสของเย่เชียนที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าเขาคู่ควรกับตำแหน่งเจ้าบ่าวของหลินโรโร่วหรือไม่ ครึ่งปีที่เขามีนี้เขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะพิชิตใจแม่ยายคนนี้ให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เย่เชียนเงียบเพื่อให้เวลาอันแสนมีค่าระหว่างแม่และลูกสาว เขาคิดว่าทั้งแม่ลูกคู่นี้นั้นมีการสื่อสารระหว่างกันน้อยเกินไป ซึ่งนี่เป็นโอกาสหนึ่ง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มันก็ช่วยผลักดันความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไปมากกว่าหนึ่งก้าว เย่เชียนยิ้มเล็กยิ้มน้อยด้วยความยินดี เพราะถึงแม้ว่าความขัดแย้งระหว่างพวกเธอทั้งสองนั้นจะไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาอันแสนสั้นนี้ แต่อย่างน้อยพวกเธอทั้งสองก็เริ่มเข้าถึงหัวใจกันมากขึ้นแล้ว

เสียงประกาศของโอเปอเรเตอร์ดังขึ้นอีกครั้งเพื่อแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารรีบขึ้นเครื่องบิน หลินโรโร่วจึงยอมปล่อยกอดจากแม่ของเธอทั้ง ๆ ที่น้ำตายังไหลอยู่ “แม่คะ… แม่ดูแลสุขภาพด้วยนะ อย่าทำงานหนักจนเกินไป อย่าลืมดูแลตัวเองบ้าง พักผ่อนเยอะ ๆ หนูรู้ว่าเย่เชียนเขาอาจจะยังดีไม่พอในสายตาของแม่ แต่หนูหวังว่าแม่จะเข้าใจลูกสาวของแม่คนนี้ ผู้ชายคนนี้เขาไม่ได้เลวร้ายเลยนะแม่”

ซูเหม่ยพยักหน้าและพูดว่า “รีบไปขึ้นเครื่องเถอะ… ลูกเองก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยเหมือนกัน ถึงนั่นแล้วอย่าลืมโทรหาแม่ด้วย แม่จะได้รู้ว่าลูกปลอดภัยดี”

หลินโรโร่วพยักหน้าและมองไปที่ซูเหม่ย จากนั้นก็หันมองไปที่เย่เชียนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะหันหลังเดินเข้าประตูเครื่องบินไป

เย่เชียนและซูเหม่ยต่างก็ยืนกันอยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งร่างของหลินโรโร่วหายไปจากระยะสายตาของพวกเขาทั้งสอง เมื่อหลินโรโร่วไปแล้ว เย่เชียนก็มองไปที่ซูเหม่ยอย่างว่างเปล่า เขาไม่รู้จะพูดอะไรดีเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดใจนี้ เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมาอย่างโง่เขลา

“มาทานมื้อเย็นกับฉันด้วย!” ซูเหม่ยพูดโดยไม่มองไปที่เย่เชียนเลยแม้แต่น้อย พูดจบเธอก็เดินออกไปด้านนอกเทอร์มินอล

ด้วยน้ำเสียงที่ดูบังคับตามแบบฉบับของซูเหม่ย เย่เชียนจึงได้แต่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่นและพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

เมื่อพวกเขาทั้งสองมาถึงที่รถแล้ว เย่เชียนก็เปิดประตูรถด้านหน้าอย่างเป็นธรรมชาติและเข้านั่งลงที่เบาะหน้าข้าง ๆ ซูเหม่ย ซูเหม่ยเพียงแค่หันหน้าไปมองเขาเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร ไม่นานพวกเขาก็ออกมาจากสนามบินอย่างราบรื่น เย่เชียนผู้ซึ่งขณะนี้ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีจึงหันหน้ามองออกไปด้านนอกรถเพื่อชมทิวทัศน์ข้างทางที่รถแล่นผ่าน

ปลายทางของพวกเขาทั้งสองคือศาลาเซียงเฟย เมื่อจอดรถแล้วพวกเขาทั้งสองก็เดินตรงเข้าไปด้านใน เย่เชียนรู้สึกหดหู่เล็กน้อย เพราะเขาทำได้เพียงเดินตามหลังเธอเหมือนคนขับรถของเธอก็ไม่ปาน

“เธอกินอาหารรสเผ็ดได้มั้ย ?” ซูเหม่ยถามพร้อมดูเมนูอาหาร

เย่เชียนชะงักไปชั่วขณะและรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ซูเหม่ยไม่ใช่คนเจียงซูหรอกหรือ ? นั่นเป็นเหตุผลว่าเราไม่ควรสั่งอาหารรสเผ็ดอย่างนั้นหรือ ?

“ความเผ็ดร้อนมันสามารถทำให้ฉันมีสติและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาน่ะ” ซูเหม่ยพูดเบา ๆ ไม่ว่าเย่เชียนจะได้ยินมันหรือไม่ก็ตาม เธอยังคงสั่งอาหารสองสามอย่างในคราวเดียว ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นอาหารเสฉวน

“เฉินเซิงมาหาเธอเหรอ ?” ซูเหม่ยถาม

เย่เชียงเพียงพยักหน้าตอบรับแต่ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป เขารู้ว่าซูเหม่ยต้องมีอะไรบางอย่างที่อยากจะพูดอย่างแน่นอน เขาจึงไม่อยากพูดอะไรขัดเธอตตอนนี้และรอให้เธอพูดสิ่งที่เธออยากจะพูดออกมาเอง

ดูเหมือนว่าซูเหม่ยจะพอใจกับคำตอบของเย่เชียน จากนั้นเธอจึงพูดว่า “เธอคิดว่าตัวเธอเองในตอนนี้สามารถไปเทียบอะไรกับเขาได้บ้าง ?”

เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ทุกคนมีต้นกำเนิดที่แตกต่างกัน ทั้งสถานะ ทั้งสภาพแวดล้อม ผมคิดว่าการเผชิญหน้ากับบุคลิกภาพและความคิดที่แตกต่างกันของคนสองคนนั้น มันไม่มีอะไรที่สามารถเทียบกันได้อย่างเป็นรูปธรรม… ผมคิดว่าเขาเป็นคนดีมาก อ่อนโยนและยังเป็นมิตรอีกด้วย”

“แล้วเธอยังคิดเกี่ยวกับความฝันที่น่าเบื่อของเธออยู่มั้ย ?” ซูเหม่ยพูด ถึงแม้ว่าเธอจะชื่นชมเย่เชียนเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอรู้สึกว่าเขาจะเทียบเท่ากับเฉินเซิงคนนั้นได้เลย

ซูเหม่ยจำได้ว่าเย่เชียนเคยพูดเอาไว้ว่าความฝันของเขาคือไม่ต้องการให้หลินโรโร่วต้องเป็นกังวลกับเรื่องใด ๆ แต่ทว่าซูเหม่ยนั้นเชื่อมาเสมอว่าความฝันเหล่านั้นมันเป็นเพียงแค่จินตนาการและความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ของคนหนุ่มสาว ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เปราะบางมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ไปได้ มันจำเป็นต้องมีความเป็นไปได้ระดับหนึ่งและต้องมีความมั่นคงอีกด้วย อย่างน้อยเย่เชียนก็ต้องฝ่าด่านทำให้ซูเหม่ยต้องยอมรับในตัวเขาให้ได้ แล้วจากนั้นเขาก็ต้องทำให้ตระกูลหลินยอมรับได้เช่นกัน

เย่เชียนยิ้มอย่างเย้ยหยันแต่ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่จ้องมองไปที่ผู้หญิงที่ทรงอำนาจและเอาแต่ใจด้วยสายตาและท่าทางที่ยั่วยุเธอ

ซูเหม่ยรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยกับสายตาแบบนั้นของเย่เชียน จู่ ๆ เธอก็รู้สึกได้ว่าเมื่อเธออยู่ต่อหน้าเย่เชียนแล้วเธอนั้นดูเหมือนจะสูญเสียความเป็นของตัวเองไปเสียอย่างนั้น เพราะไม่ว่าเธอจะสร้างความกดดันอย่างตั้งใจผ่านการสนทนานี้และสิ่งแวดล้อมโดยรอบมากขนาดไหน ทว่ามันกลับทำอะไรเย่เชียนไม่ได้เลย

เมื่อเงียบกันไปสักพักหนึ่ งเย่เชียนก็พูดขึ้นว่า “อีกไม่กี่วันผมจะไปที่เมืองหนานจิง… เมืองหลวงเก่าของหกราชวงศ์ต้องสั่นสะท้านไปด้วยความสนุกอย่างแน่นอน”

ซูเหม่ยถึงกับผงะและตกตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินเย่เชียนบอกเธอว่าเขากำลังจะไปทำให้เกิดพายุที่รุนแรงที่เมืองหนานจิง เมื่อเธอเผลอสบตากับเย่เชียนเข้าโดยบังเอิญ เธอก็พบว่าดวงตาของเขานั้นมันลึกราวกับท้องฟ้าอันกวางใหญ่ที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ทันใดนั้นเองซูเหม่ยก็รู้สึกว่าสิ่งที่หลินโรโร่วพูดเอาไว้ก่อนไปนั้นอาจจะถูกที่ว่าผู้ชายคนนี้ที่เธอรัก เขาไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไรเลย

มื้อค่ำก็ได้จบลง…

ท้ายที่สุดแล้วซูเหม่ยก็ยังไม่สามารถขจัดความคงอยู่ของเย่เชียนได้และต้องพ่ายแพ้ให้แก่เย่เชียนอีกครั้ง เมื่อเธอเห็นเย่เชียนเดินออกจากศาลาเซียงเฟยไปแล้ว ซูเหม่ยก็กดเบอร์โทรศัพท์ของหลินไห่สามีของเธอทันที

“หลินไห่… ดูเหมือนว่าคุณจะได้พบหนุ่มน้อยคนนี้แล้วนะ เร็ว ๆ นี้แหละ” ซูเหม่ยพูด

หลินไห่อดไม่ได้ที่จะตะลึง เพราะถ้าขนาดภรรยาของเขายังไม่สามารถที่จะหยุดหนุ่มน้อยเย่เชียนคนนี้ได้ นั่นแสดงว่าหนุ่มน้อยคนนี้นั้นไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว “ทำไมเหรอ ?” หลินไห่ถาม

“เขาบอกว่าเขาจะไปที่เมืองหนานจิง… และเขายังบอกอีกว่าเมืองโบราณแห่งหกราชวงศ์กำลังสั่นสะท้านเพราะการมาเยือนของเขา!” ซูเหม่ยพูด

รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินไห่ จากนั้นเขาก็พูดว่า “หนุ่มน้อยผู้ทรงอำนาจเหนือใคร ๆ …”

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายดราม่า, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 183 การเผชิญหน้ากับแม่ยายครั้งที่สอง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved