cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยมทูตพาร์ตไทม์แห่งร้านหนังสือยามวิกาล - ตอนที่ 420 เด็กเลี้ยงแกะ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยมทูตพาร์ตไทม์แห่งร้านหนังสือยามวิกาล
  4. ตอนที่ 420 เด็กเลี้ยงแกะ
Prev
Next

ตอนที่ 420 เด็กเลี้ยงแกะ?

‘ฟิ้ว…ฟิ้ว…ฟิ้ว’

ลมนอกหน้าต่างยังคงพัดผ้าม่านเอื่อยๆ คล้ายกับมีเงาดำเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก ใครยืนอยู่นอกหน้าต่างในตอนกลางคืนกันแน่นะ บางทีคนส่วนใหญ่อาจมีความคิดแบบนี้ตอนเด็กๆ และสงสัยในสิ่งที่คล้ายๆ กัน

จูเซิ่งหนานนอนลืมตาอยู่บนเตียง เธอมีห้องเป็นของตัวเอง มีเตียงใหญ่ มีตู้เสื้อผ้า มีโต๊ะเครื่องแป้ง เธอเป็นคนหนึ่งที่ฐานะทางครอบครัวเพียบพร้อม

หากทำสถิติตัวเลขของเพศหญิงที่ชื่อว่าเซิ่งหนาน[1]ทั่วทั้งประเทศจีน คงจะมีจำนวนมากจนน่าตกใจ

บรรดาผู้ปกครองเองอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่ในตัวของชื่อนี้แฝงไปด้วยความเก็บกด แม้แต่เจ้าของชื่อนี้ก็ยังเกลียดชื่อของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ราวกับชาติกำเนิดของตัวเอง ราวกับเพศของตัวเอง สำหรับพ่อแม่และครอบครัวของตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ทำอะไรไม่ได้ เป็นเรื่องจนปัญญาจำต้องยอมรับ อยากได้ลูกชายแต่กลับให้กำเนิดลูกสาว ตั้งชื่อว่า ‘เซิ่งหนาน’ อย่างไม่มีทางเลือก ถือว่าเป็นการ ‘หลอกตัวเอง’ ของพ่อแม่ผู้ปกครอง

เพราะการสร้างจริยธรรมและศีลธรรมของมนุษย์เรา ทำให้ตัวเองแตกต่างจากสัตว์เดรัจฉาน จึงหลุดพ้นจากลำดับของทุกสรรพสิ่งอย่างช้าๆ แต่ทุกสิ่งย่อมมีสองด้านเสมอ การบิดเบือนจริยธรรมและศีลธรรมมักกลายเป็นผลข้างเคียง และเริ่มทำร้ายตัวมนุษย์ด้วยกันเอง

ตอนนี้เป็นเวลาตีห้า จูเซิ่งหนานตื่นแต่เช้าตรู่ แต่ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรดี

ปีนี้เธออายุหกขวบแล้ว เดิมทีเธออยู่วัยที่ควรเข้าโรงเรียนอนุบาล ทว่าครอบครัวกลับไม่ให้เธอไปโรงเรียนอนุบาล แต่จ้างครูพิเศษมาสอนเธอที่บ้านแทน เธอไม่ได้ต่อต้าน และไม่รู้จะต่อต้านทำไม

เธอนอนไม่หลับ ฟ้าก็ยังไม่สว่าง เธอไม่ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย เธอมีบ้าน แต่แสงไฟในบ้านหลังนี้มืดมนไปหน่อย เธอไม่รู้ว่าเวลานี้ตัวเองจะทำอะไรได้บ้าง

ดูทีวีเหรอ

อ่านการ์ตูนเหรอ

ไปห้องพ่อแม่ของเธอแล้วมุดเข้าผ้าห่มไปอ้อนพวกเขาเหรอ

เธอเพียงแค่พิงหัวเตียงและนั่งอยู่อย่างนั้น นั่งจนฟ้าเริ่มสว่าง

ชั้นล่างมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา น่าจะเป็นคุณย่าของเธอที่ตื่นนอนแล้ว และกำลังเตรียมอาหารเช้าให้กับทุกคนในครอบครัว

เธอก็ลุกจากที่นอนแล้ว สวมเสื้อผ้า ล้างหน้าแปรงฟัน หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อยก็ค่อยๆ เดินลงมาชั้นล่าง

“เซิ่งหนาน มาสิ กินข้าว”

“ค่ะ คุณย่า”

เซิ่งหนานไม่ได้ไปนั่งที่โต๊ะอาหาร แต่ยืนอยู่หน้าห้องเล็กๆ ตรงหัวมุมห้องนั่งเล่นแทน

คุณย่าเดินยกถาดมาแล้ว บนถาดมีโจ๊ก ชามและตะเกียบ

สิ่งที่เรียกว่าการกินข้าว ไม่ได้เป็นการเรียกให้หลานสาวของเธอมากินอาหารเช้าด้วยกัน ใครจะกินหรือไม่ก็แล้วแต่ ใครจะหิวหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่จะติดค้างพระโพธิสัตว์ไม่ได้เด็ดขาด

คุณย่าบรรจงวางอาหารสำหรับถวายลงอย่างระมัดระวัง จัดวางเรียบร้อย จากนั้นก็คุกเข่าลงบนฟูกตรงหน้าก่อนจะก้มหัวกราบไหว้บูชา

เท่าที่จูเซิ่งหนานจำได้ คุณย่าไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ และไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไรที่เริ่มนับถือ หลังจากคุกเข่ากราบไหว้เสร็จ คุณย่าก็ลุกขึ้น ยื่นมือไปคว้าข้อมือของจูเซิ่งหนานไว้

คุณย่าหยิบเข็มออกมา ปักเข้าไปในต้นแขนของจูเซิ่งหนานแล้วเจาะเลือดออกมาครึ่งหลอด จากนั้นคุณย่าก็ฉีดเลือดของหลานสาวลงในไส้ตะเกียงทันที

จูเซิ่งหนานไม่รู้ว่าคุณย่าไปเรียนรู้วิธีนี้มาจากไหน แต่เธอชอบมันมากเพราะเมื่อเทียบกับการเจาะเลือดแล้ว วิธีอื่นทำให้เธอรู้สึกทรมานมากกว่า

คุณย่าคุกเข่าลงอีกครั้ง เธอเริ่มคุกเข่ากราบไหว้อีกครั้ง แต่ว่าสิ่งที่เธอคุกเข่ากราบไว้ในคราวนี้คือภาพวาดด้านล่างโต๊ะบูชา ในภาพวาดมียมทูตสองตน ส่วนด้านหน้าเป็นเด็กผู้ชาย

ปากคุณย่าสวดมนต์ภาวนาพึมพำ เคร่งครัดในศาสนาเอามากๆ

จูเซิ่งหนานมองภาพวาดแผ่นนั้น เธอเคยเห็นภาพวาดนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

ทั้งวันทั้งคืน ถ้าไม่ใช่คุณย่าถือแส้ ก็เป็นคุณพ่อถือก้นบุหรี่ หรือไม่ก็ให้เธอทุบตีตัวเองต่อหน้าภาพวาดแผ่นนี้ จุดประสงค์คือให้ยมทูตสองตนในภาพวาดนี้เห็น บอกว่าตราบใดที่เธอทำแบบนี้ คุณพ่อก็จะได้ลูกชาย

ถูกต้อง คุณพ่ออยากได้ลูกชาย คุณย่าก็อยากได้หลานชาย พวกเขาอยากได้เด็กผู้ชายแบบในภาพวาด ที่มีโครงสร้างท่อนล่างแตกต่างจากเธอ

จูเซิ่งหนานรู้ดีว่าตัวเองเป็นตัวละครส่วนเกินในบ้านหลังนี้โดยสมบูรณ์แบบ นับตั้งแต่เธอเกิดมาก็เป็นส่วนเกินมาตลอดจนถึงตอนนี้ เธอลืมไปแล้วว่าเธอเคยร้องไห้หรือเปล่า และจำไม่ได้ว่าเธอเคยโวยวายบ้างไหม ถ้านี่เป็นเมืองที่ถูกข้าศึกโอบล้อม อย่างนั้นก็คงไม่มีประตูให้คุณได้เข้าหรือออกโดยสิ้นเชิง คนนอกเมืองมองไม่เห็นข้างใน ส่วนคนในเมืองออกไปไม่ได้

มนุษย์เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าตัวเองจะเกิดมาในครอบครัวไหน เมื่อได้เกิดมาแล้ว คุณก็จะไม่มีทางเลือก

พระโพธิสัตว์เสวยเสร็จแล้วก็ถึงตาคนกินบ้าง

จูเซิ่งหนานนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร คุณย่าตักโจ๊กให้เธอ บนโต๊ะยังมีพวกซาลาเปาและผักดอง รวมถึงไข่และนมยิ่งขาดไม่ได้

นอกจากในห้องเล็กๆ นั่น คุณย่าก็ดีกับเธอมาก ใส่ใจเรื่องกินของเธอ ใส่ใจเรื่องเสื้อผ้าของเธอ ห่วงใยเธอมาก เอาใจใส่เธอมาก คล้ายกับดูแลเอาใจใส่แก้วตาดวงใจของตัวเองอย่างสุดตัว จูเซิ่งหนานจำได้ คุณย่าเคยทำอาชีพเลี้ยงหมูมาก่อน ถึงส่งคุณพ่อไปเรียนมหาวิทยาลัยและหางานทำได้

คุณพ่อลงมาแล้ว เขานั่งที่โต๊ะ พลางยิ้มให้จูเซิ่งหนานแล้วถามว่า “พระโพธิสัตว์เสวยแล้วเหรอ”

“เสวยเรียบร้อยแล้ว” คุณย่าตอบ

“อืม” คุณพ่อกินอะไรง่ายๆ นิดหน่อย แล้วก็ลุกขึ้นจะออกไปทำงานแล้ว ก่อนจะออกไปคุณพ่อตั้งใจพูดขึ้นมา “คืนนี้ผมไม่กลับมานะ”

“อืม ไม่ต้องกลับมาหรอก”

จูเซิ่งหนานรู้ คืนนี้คุณพ่อจะไปอยู่ที่นั่นกับผู้หญิงคนอื่น เรื่องนี้คุณย่าก็รู้ เขาอยากได้ลูกชาย เธออยากได้หลานชาย สองแม่ลูกคู่นี้มีจุดประสงค์เดียวกัน

ท้องแรกคุณแม่คลอดออกมาก็เป็นเธอ ต่อมาตอนที่ทำอัลตราซาวด์ติดต่อกันสามครั้งก็ได้ลูกสาวและแท้งลูกทั้งหมด อันที่จริงก่อนหน้านี้เมื่อนานมาแล้ว ทางรัฐออกกฎหมายมาว่าตอนที่ทำอัลตราซาวด์ห้ามแพทย์เปิดเผยเพศของทารก

แต่กฎระเบียบนั้นดีมาเสมอ ความตั้งใจเดิมของเบื้องบนดีมาโดยตลอด ทว่าสิ่งที่บังคับใช้กฎไม่ใช่เครื่องจักรแต่เป็นคน แม้ว่าจะออกกฎระเบียบมาเช่นนั้น แต่เมื่อรู้ว่าภรรยาของตัวเองตั้งครรภ์ลูกสาวก็วางแผนทำแท้งทุกปี จนนับครั้งไม่ถ้วนอย่างแน่นอน

บางทีนี่อาจจะเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งเช่นกัน หากเด็กทารกเพศหญิงเหล่านั้นเกิดในครอบครัวประเภทที่รู้ว่าเป็นเพศหญิงก็คิดจะทำแท้ง อันที่จริงจากไปตั้งแต่เนิ่นๆ น่าจะดีกว่ามากจริงๆ รอกลับชาติมาเกิดอีกในครั้งต่อไป

ให้จบไปง่ายๆ ตั้งแต่แรก เมื่อเทียบกับความไม่ยุติธรรมและความทุกข์ทรมานที่พวกเธอจะต้องประสบพบเจอหลังจากเกิดมา ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนัก

แต่จูเซิ่งหนานรู้ดีว่าคุณพ่อมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาอยู่ข้างนอกนั่น ผู้หญิงหลายคนต่างก็ตั้งครรภ์แล้ว แต่ก็ยังเป็นลูกสาวอยู่ดี จึงทำแท้งไปหมดแล้ว

คุณพ่อเป็นทันตแพทย์ เขาปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองทำแท้ง เหมือนตัวเองถอนฟันให้คนไข้ออกไปง่ายๆ อย่างนั้น

การไม่มีลูกชาย จะคลอดลูกสาวอีกสักกี่คน มันก็ไม่มีความหมายสำหรับสองแม่ลูกคู่นี้ มันเป็นความหมกมุ่น เป็นความหมกมุ่นชนิดที่คนนอกคาดไม่ถึง

หลังจากคุณพ่อออกไปแล้ว คุณแม่ก็ลงมา ผมเผ้าของคุณแม่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย และสภาพจิตใจก็ไม่ค่อยดี จูเซิ่งหนานกลัวแม่ของเธอนิดหน่อย โดยเฉพาะตอนที่เธอกับคุณแม่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารร่วมกัน

‘เพล้ง!’

“ร้อนชะมัด!”

คุณแม่ถูกโจ๊กลวกปาก จึงปัดชามโจ๊กกระเด็น จนโจ๊กร้อนผ่าวหกใส่ตัวจูเซิ่งหนาน ตัวจูเซิ่งหนานสั่นเล็กน้อย ไม่ได้ตะโกนว่าปวดแสบร้อน กระทั่งไม่สนใจมันด้วยซ้ำ

เธอรู้ว่าคุณแม่ตั้งใจทำ คุณแม่ไม่ชอบเธอและเกลียดเธอ คุณแม่รู้สึกว่าตัวการที่ทำให้ครอบครัวของตัวเองเป็นแบบนี้ก็คือ จูเซิ่งหนาน ถ้าเธอเป็นเด็กผู้ชาย คุณแม่ก็จะยังมีครอบครัวที่แสนสุข

“เจ้าเด็กขยะนี่ เห็นแล้วน่าโมโหชะมัด!” คุณแม่หยิบตะเกียบขึ้นมาและฟาดไปที่จูเซิ่งหนาน จูเซิ่งหนานก็นั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับตัวและยอมให้แม่ประทุษร้ายโดยดี

ฟาดไปเถอะ แม้ถูกตะเกียบฟาดตามเนื้อตัวจะเจ็บปวด แต่มันก็ดีกว่าหยิบก้นบุหรี่มาจี้ หยิบกรรไกรและมีดมากรีดเนื้อตัวเธอ แค่นี้มันเรื่องเล็กน้อย

คุณย่าก็นั่งอยู่ตรงนั้นและเคี้ยวซาลาเปาในปากเงียบๆ คุณย่าในเวลานี้ก็คล้ายกับเจี่ยหมู่จากเรื่องความฝันในหอแดง[2] ทำตัวสูงส่งมองดูการทะเลาะวิวาทด้านล่าง

หลังอาหารเช้าจบลง คุณแม่ก็ขึ้นไปชั้นบนอีกครั้ง การแท้งลูกติดต่อกันสามครั้ง ทำให้เธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก มันกระทบจิตใจของเธออย่างมาก ทำให้เธอเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในบ้าน แต่คุณแม่เองก็รู้ว่า สามีของเธอยังอยู่กับผู้หญิงคนอื่นข้างนอกนั่น ตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ลูกชาย

เมื่อคนดูละครทีวี มักจะรู้สึกว่ามันไร้สาระทั้งเพ และมักจะรู้สึกว่าเรื่องแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นจริงแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดยิ่งกว่าละครทีวีด้วยซ้ำ ขีดจำกัดหลายๆ อย่างของมนุษย์ บ้าคลั่งและ น่ากลัวยิ่งกว่าศิลปะการแสดงพวกนั้นหลายเท่า

ครูสอนพิเศษมาแล้ว กลางวันก็เอาแต่เรียน รอจนถึงตอนเย็น ครูสอนพิเศษกลับไปแล้ว คุณย่าก็ตะโกนเรียกเธอ “ได้เวลากินข้าวเย็นแล้ว”

จูเซิ่งหนานลงมาแล้ว เธอยืนอยู่หน้าห้องเล็กนั่นอย่างเชื่อฟัง

คุณย่าเปิดประตูและเดินเข้าไป มีดปรากฏอยู่ในมือของคุณย่า และคุณย่าก็ขอให้เธอถอดเสื้อผ้าออก ได้แผลเพิ่มขึ้นบนตัวอีกแผล เลือดสดๆ เริ่มไหลรินออกมา

คุณย่าคุกเข่าลงบนพื้นและเริ่มร้องไห้ กอดเธอไปร้องไห้ไป

“หลานสาวผู้โชคร้ายของข้า ขอเทพยดาทั้งหลายทรงเบิกเนตร หลานสาวผู้น่าสังเวชของข้า แก้วตาดวงใจของข้า…”

คุณย่ามักจะร้องไห้ เธอคิดว่าว่า หากอาศัยการร้องไห้จะสามารถทำให้พระโพธิสัตว์และยมทูตทั้งสองในภาพซึ้งใจได้

มันก็เหมือนการร้องไห้ในงานศพตามชนบท ก่อนจะเข้าไปพวกสะใภ้ยังพูดคุยหัวเราะคิกคักกันอยู่เลย แต่จู่ๆ ก็ร้องไห้ราวกับ ‘โลกแตกสลาย’ ได้ทันที คุณย่าก็น่าจะสืบทอดทักษะนี้มาด้วยเช่นกัน

คุณย่าบอกว่าพระโพธิสัตว์ยุ่งมาก ถ้าเธอไม่ตะโกนให้ดังกว่านี้ พระองค์ก็จะได้ยินไม่ชัด ถ้าพระองค์ได้ยินไม่ชัดก็จะไม่สนใจ

จูเซิ่งหนานมองคุณย่าที่คุกเข่าและกอดเธออยู่บนพื้นสลับกับมองไปข้างหน้า ทันใดนั้นเธอมองเห็นคนทั้งสองในภาพวาดเหมือนจะขยับเล็กน้อย ใช่ พวกเขาขยับเล็กน้อย และหนึ่งในนั้นดูเหมือนจะส่งยิ้มให้เธอด้วย เธอจึงรีบตะโกนทันที

“คุณย่า คนในภาพวาดขยับค่ะ”

เธอมีความสุข กระทั่งกระโดดด้วยความดีใจ บางทีตอนที่คุณพ่อกับคุณย่าทำพิธีสำเร็จแล้ว เธอก็จะหลุดพ้นจากชีวิตที่ตายด้านนี้ได้ใช่หรือไม่

สิ่งที่ทำลายยากที่สุดและฆ่าได้ยากที่สุดมักจะเป็นความเพ้อฝัน

‘เพียะ!’

คุณย่าตบหน้าจูเซิ่งหนานไปฉาดหนึ่งแล้วดุด่า

“นังเด็กบ้านี่ แกหลอกใคร! พูดจาเหลวไหลอะไร!”

…………………………………………

[1] เซิ่งหนาน มีความหมายว่า เหนือกว่าผู้ชาย

[2] เจี่ยหมู่ มีศักดิ์เป็นย่าของเจี่ยเป่าอี้ ตัวละครหลักของเรื่องความฝันในหอแดง เป็นสตรีตรงตามแบบขนบธรรมเนียมประเพณีจีนในช่วงนั้น ที่ตระกูลสูงส่งมั่งคั่งมากมี และยังเป็นคนให้หลินไต้อวี้หลานสายนอกของตนเข้ามายังในตระกูลจนได้พบรักกับเจี่ยเป่าอี้อีกด้วย

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 420 เด็กเลี้ยงแกะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved