cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยมทูตพาร์ตไทม์แห่งร้านหนังสือยามวิกาล - ตอนที่ 217 ตัวเอง…เมื่อแปดสิบปีก่อน!

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยมทูตพาร์ตไทม์แห่งร้านหนังสือยามวิกาล
  4. ตอนที่ 217 ตัวเอง…เมื่อแปดสิบปีก่อน!
Prev
Next

ตอนที่ 217 ตัวเอง…เมื่อแปดสิบปีก่อน!

ทันใดนั้นตู้นิรภัยที่ทั้งแข็งแกร่งและใหญ่โตก็แตกเป็นรูอย่างกะทันหัน

อุณหภูมิโดยรอบก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว

มือที่ผอมแห้งติดกระดูกนั้นอยู่ห่างจากชายชราในชุดกาวน์สีขาวที่กอดตู้นิรภัยเอาไว้ไม่ถึงสองเดซิเมตรเท่านั้น

ชายชราเงยหน้าขึ้นมองดูมือโครงกระดูกนั้น สีหน้าของเขากระตุกเล็กน้อย ราวกับว่าไม่มีความฮึกเหิมที่ขับเคลื่อนการกล่าวสุนทรพจน์ก่อนหน้านี้อีกต่อไป ร่างกายท่อนล่างของเขากำลังสั่นเทา ถ้าตัวเขาไม่ได้ล้มโผเข้าหาตู้นิรภัยคงจะทรงตัวแทบไม่อยู่ บางทีเขาอาจจะล้มลงกับพื้นแล้วก็ได้ในตอนนี้

เพราะเขาอยู่ใกล้มือนี้ที่สุด ดังนั้นความรู้สึกของเขาจึงสัมผัสได้ลึกซึ้งที่สุด โดยเฉพาะเมื่อครู่นี้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ตู้นิรภัยที่ก่อนหน้านี้ยังแข็งแกร่งมากพอที่จะทนต่อการกระแทกได้หลายครั้ง ดูเหมือนว่าในชั่วพริบตาได้กลายเป็นเป็นขนมปังกรอบที่กองทัพใช้กิน ทำเอางุนงงไปทั้งอย่างนั้น

ผู้คนที่ยังคงร้องเพลงมาร์ชทหารอยู่ในที่นี้ก่อนหน้านี้ต่างก็พากันเงียบพร้อมกัน พวกเขาทำอะไรไม่ถูกและหวาดกลัวเล็กน้อย

นี่เป็นศูนย์วิจัยของพวกเขา ในวันปกติทั่วไปแล้ว พวกเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายสร้างความหวาดกลัว ตอนนี้ดันสับเปลี่ยนสถานะ ทำให้พวกเขายากที่จะยอมรับได้

อ้อ ไม่สิ

ไม่ใช่ยอมรับไม่ได้ แต่เป็นการยากที่จะคุ้นเคย

‘กุกกัก…กุกกัก…กุกกัก…’

ในเวลานี้สลักขนาดใหญ่ของตู้แช่แข็งค่อยๆ แตกร้าวออกมาอย่างช้าๆ

ตามด้วยประตูตู้แช่แข็งถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า

ร่างของชายชราก็ร่วงลงบนพื้นเช่นกัน เขาอยากจะรักษาการยืนทรงตัวเอาไว้ แต่ก็ไร้เรี่ยวแรงทรุดตัวลงบนพื้นและเงยหน้าขึ้นมองไปทางตู้แช่แข็ง

ในตู้แช่แข็งมีศพอยู่หนึ่งศพ ศพมีสภาพเสียหายรุนแรงมาก

ศีรษะครึ่งหนึ่งของศพได้หายไป ราวกับมันถูกตัดขาดในฉับเดียว และบาดแผลยังคงราบเรียบเป็นพิเศษ กระทั่งยังมีเงาวาววับแปลกๆ

ภายใต้ใบหน้าครึ่งหนึ่ง มีดวงตาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวปิดแน่น และไม่มีเค้าส่อให้เห็นว่าจะลืมตาขึ้นเลยแม้แต่น้อย รอยแตกพาดเป็นแนวยาวตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงท่อนล่างของร่างกาย เหมือนกับว่าขุดสร้างคูน้ำไว้บนร่างกาย

มีรอยแหว่งขนาดใหญ่ที่หน้าอกด้านซ้าย สามารถมองทะลุจากด้านนอกไปยังฝั่งตรงข้าม และมองเห็นซี่โครงด้านในได้อย่างชัดเจน

มือเท้าทั้งสี่ของศพบางส่วนมีเนื้อหนังปกคลุมอยู่ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นกระดูกเปลือยเปล่า เผยให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวอย่างหนึ่ง

สิ่งที่ศพนี้ทำให้คนเกิดความรู้สึกที่ลึกล้ำที่สุดก็คือโครงกระดูกของเขา ราวกับหินหยกที่มีความโปร่งใสเต็มไปด้วยพลังอย่างหนึ่ง กระทั่งยังสามารถทำให้เกิดความรู้สึกที่น่าพึงพอใจแก่ผู้คนอีกด้วย

คนสวมชุดกาวน์สีขาวทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์เป็น ‘นักวิจัย’ ที่ทำการการทดลองกับสิ่งมีชีวิต พวกเขาได้ทำการทดลองที่โหดร้ายทารุณด้วยตนเองมานับไม่ถ้วน เป็นธรรมดาที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องขีดจำกัดของชีวิตมนุษย์เกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจถึง!

นี่เป็นคนที่ตายจนไม่อาจจะตายได้อีก เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยังมีชีวิตอยู่ และไม่มีเหตุผลที่เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไป

แต่ว่ามีเพียงเขาคนเดียวในตู้นิรภัย ดังนั้นนอกจากเขาแล้วสิ่งที่กระแทกตู้นิรภัยก่อนหน้านี้จะเป็นใครไปได้

นอกเหนือจากนี้ ก็ยังเป็นมือของเขาที่เจาะทะลุตู้นิรภัยที่ทั้งหนาและกว้างนี้

ในขณะที่ฝูงชนกำลังร้องเพลง

ในขณะที่ฝูงชนกำลังตื่นเต้นที่สุด

เขาก็สาดน้ำเย็นใส่ทุกคน และเติมตัวหยุดลงในท่วงทำนองดนตรีเพลงนี้ทันที

ศพยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่ตรงนั้น รักษาท่ายกแขนขึ้นเพียงครึ่งหนึ่งไว้อย่างนั้น

นับตั้งแต่ที่ประตูนิรภัยค่อยๆ เปิดออกมาก็ไม่ขยับอีกเลย

เขานิ่งเงียบจนเหมือนกับผลงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความงดงาม จนกระทั่งสร้างความงดงามประหนึ่งเทพวีนัสแขนหักก็ไม่ปาน

เมื่อเห็นฉากนี้ ชายชราที่ยังคงนั่งขวัญหนีดีฝ่ออยู่บนพื้นเมื่อสักครู่ก็ยกแขนของตัวเองชูขึ้นอีกครั้ง และตะโกนอะไรบางอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่น เขายังคงตื่นเต้น ยังคงลิงโลด และยังคงมองโลกในแง่ดีเช่นเดิม

บางที ในทุกๆ ทีมล้วนต้องมีคนลักษณะแบบเขาอยู่ ถึงจะสามารถคงสภาพจิตใจของทีมต่อไปได้ละมั้ง

แต่คราวนี้ ก่อนที่เขาจะทันได้แพร่ความรู้สึกแบบนี้ให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เดิมทีมือโครงกระดูกที่ไม่ขยับเขยื้อนก็หล่นลงมาอย่างเชื่องช้า ราวกับคิดว่าเขาส่งเสียงดังจนเกินไป ร่วงลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ ต้องการจะขัดจังหวะการพูดมากของเขา ทั้งยังเหมือนผู้อาวุโสที่เป็นห่วงเป็นใยคุณ อยากจะลูบหัวของคุณ

นี่เป็นสัมผัสแห่งความรัก

ชายชราไม่กลัว เพราะการเคลื่อนไหวของศพนั้นเชื่องช้ามาก กระทั่งสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เรียกว่าความอ่อนโยน

ชายชรายิ่งตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก เขายิ่งเชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ว่านี่เป็นปาฏิหาริย์ที่เทพีแห่งแสงอาทิตย์มอบให้จักรวรรดิญี่ปุ่นอันยิ่งใหญ่ เป็นโอกาสสำหรับจักรวรรดิที่จะผงาดขึ้นครองมหาอำนาจ และเขาก็เป็นพยานและผู้ค้นพบ

ชื่อของเขา จะถูกกำหนดให้จารึกไว้บนตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดของศาลเจ้าสันติรัฐ[1]ในวันหน้า!

การทำงานวิจัยประเภทนี้ในสถานที่นี้ บางคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจิตใจและตัวตนของพวกเขาได้บิดเบี้ยวไปนานแล้ว

เช่นเดียวกับชายชราในเวลานี้ หลังจากผ่านความไม่กลัวในตอนแรกมาได้ ในใจของเขาก็ถูกความปีติยินดีเข้ามาแทนที่

นักวิจัยในชุดกาวน์สีขาวในบริเวณใกล้เคียงเหล่านี้ไม่มีคนส่งเสียงกรีดร้อง พวกเขามีความหวาดกลัว พวกเขามีความกลัว แต่ไม่มีใครเลือกที่จะออกไป กลับกันต่างก็ยืนอยู่ที่เดิม ราวกับว่ากำลังรอคอยสถานการณ์ก้าวต่อไป

ก้นบึ้งในหัวใจของทุกคนล้วนมีความปีติยินดีเล็กน้อย และมีความคาดหวังอยู่นิดหน่อย มักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าหากพระเจ้าต้องการเลือกที่จะเข้าข้างคนคนเดียวหรือคนกลุ่มหนึ่งแล้วละก็

เป็นไปได้มากว่าต้องเป็นตัวเองแล้วละ

จากนั้น สถานการณ์ก็มีความคืบหน้าขึ้น มือโครงกระดูกร่วงลงบนกลางศีรษะของชายชราเบาๆ

จากนั้น ใบหน้าของชายชราที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปีติ ในชั่วพริบตาก็คล้ายกับรูปปั้นน้ำแข็งที่ถูกราดด้วยน้ำร้อน เริ่มละลายไปอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขา เบ้าตาลึกของเขา จมูกที่ค่อนข้างแบนของเขา ศีรษะของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างบนหัวของเขาทั้งหมดต่างเน่าเปื่อยลงไปในชั่วพริบตา เกือบจะในพริบตาเดียวเท่านั้น หัวของชายชรากลายเป็นหัวกะโหลกศีรษะ

แต่ในเวลานี้

ชายชราที่ตระหนักถึงความรู้สึกนี้โดยตรงเพิ่งทำท่าจะกรีดร้องอย่างเจ็บปวดออกมา ปากของกะโหลกศีรษะเปิดกว้าง แต่เขาไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้อีกต่อไปแล้ว ราวกับว่าเขากำลังตะโกนแบบไร้ซุ่มเสียง!

เคยมีทหารญี่ปุ่นนายหนึ่งได้เขียนไว้ในบันทึกหลังจากที่ใช้ดาบซามูไรตัดศีรษะชาวจีนอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาสั้นๆ ศีรษะของอีกฝ่ายที่ร่วงลงกับพื้นยังสามารถกะพริบตาได้

แต่ในครั้งนี้ ฉากนี้กลับมาในรูปแบบสุดขั้วและตรงไปตรงมามากขึ้น มันเป็นการเริ่มต้นใหม่ของการทดลองนี้!

หลังจากการตะโกนอย่างไร้ซุ่มเสียง ศพของชายชราก็ล้มลงตึงไปด้านข้างอย่างสลดใจ

พวกนักวิจัยในชุดกาวน์สีขาวที่รวมตัวกันอยู่ภายในและภายนอกห้องทดลองถึงได้เริ่มชุลมุนขึ้นมา และเริ่มลนลานวิ่งหนีออกไปข้างนอกอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเผชิญกับฉากที่น่าทึ่งนี้ สภาพจิตใจของพวกเขาก็แตกกระเจิดกระเจิงทันที!

ภายใต้ผลกระทบกระเทือนทางจิตใจที่ไม่คาดคิดนี้ ความเคารพต่อจักรวรรดิและความจงรักภักดีต่อจักรวรรดินั้น เหมือนกับเศษกระดาษที่ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที!

ปีศาจ

ปีศาจตัวจริง

ปรากฏขึ้นแล้ว!

…

ในภาชนะที่ปิดอย่างมิดชิดนั้น มีศพที่น่าสยดสยองของแม่และลูกสาวที่ยังไม่ทันได้จัดการ พวกเธอนอนอยู่ในนั้นอย่างเงียบๆ

โจวเจ๋อไม่แน่ใจว่าดวงวิญญาณของพวกเธอจะยังอยู่หรือไม่ จะยังหยุดอยู่เพื่อดูทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่นี่หรือไม่

เพราะว่าในตอนนี้ มุมมองของโจวเจ๋อเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

แขนที่ขาดครึ่งๆ กลางๆ ดูว่างเปล่าและไม่ประสานกัน แต่โจวเจ๋อยังคงเดินไปทางนักวิจัยในชุดกาวน์สีขาวทั้งสี่คนอย่างแน่วแน่

ในสายตาของนักวิจัยในชุดกาวน์สีขาวทั้งสี่คน โจวเจ๋อเป็นหมาป่าหิวโซ หมาป่าหิวโหยที่บ้าคลั่ง

เดิมทีพวกเขาไม่มีความกลัวใดๆ ต่อมารุตะเลย แต่โจวเจ๋อนั้นแตกต่าง การทำร้ายตัวเองแบบนั้นก็เด็ดเดี่ยวน่าทึ่งมากพอแล้ว นอกจากนี้คนอื่นไม่รู้ แต่พวกเขารู้ว่า เสียงดังกระแทกที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งศูนย์วิจัยก่อนหน้านี้ จริงๆ แล้วมัน กำลังตอบสนองต่อความถี่ในการกระตุกโซ่ตรวนของชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้

ปีศาจ ถูกปล่อยออกจากกรงและได้บังเกิดมายังโลกแล้ว แต่ที่น่าขันคือ สิ่งแรกที่ปีศาจทำหลังจากที่มันมากลับเป็นการมาชำระบาปที่นี่ เพราะเขาพบว่าที่นี่เหมือนนรกมากกว่านรกที่เขาควรจะอยู่เสียอีก

เสียงไซเรนดังขึ้นในเวลานี้ ทหารพร้อมกระสุนจริงเริ่มเข้ามาจากทางเข้าหลายๆ ทางของศูนย์วิจัยอย่างต่อเนื่อง การมีอยู่ของพวกเขามีไว้เพื่อระงับเหตุจลาจลที่อาจจะเกิดขึ้นในศูนย์วิจัย

น่าเสียดาย พวกเขาที่รับคำสั่งมานั้นกลับไม่ได้รับแจ้งในเวลาเดียวกันว่าสิ่งที่พวกเขาต้องปราบปรามในครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่ามารุตะที่ไม่เชื่อฟัง แต่เป็นปีศาจที่เพิ่งหลุดพ้นจากพันธนาการ

เป็นปีศาจที่แท้จริงตนหนึ่ง!

ทหารหลายนายเมื่อเข้าไปในห้องทดลองแห่งนี้ พวกเขารู้สึกงุนงงเล็กน้อยว่าทำไมมารุตะที่แขนหักสามารถทำให้นักวิจัยในชุดกาวน์สีขาวทั้งสี่กลัวจนถอยหลังไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า แต่พวกเขายังคงยกปืนขึ้นอย่างเชี่ยวชาญ และเล็งปากกระบอกปืนไปที่โจวเจ๋อ

โจวเจ๋อหยุดฝีเท้าที่เดินไปข้างหน้า หันข้างและหันหน้าไปอีกครั้ง มองปากกระบอกปืนสีดำที่จ่อมาที่เขา

นักวิจัยในชุดกาวน์สีขาวทั้งสี่คนแทบจะตะโกนขึ้นพร้อมกัน คล้ายกับร้อนรนสั่งให้ทหารเหล่านี้ยิง ประหารชีวิตผู้ชายคนนี้ที่ทำให้พวกเขารู้สึกหนาวเหน็บในก้นบึ้งหัวใจ!

พูดตามตรง ไม่ว่าในชาติที่แล้วหรือว่าในชาตินี้ ดูเหมือนว่าโจวเจ๋อยังไม่เคยเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนมาก่อน โดยเฉพาะฉากยิ่งใหญ่ที่มีกระบอกปืนเรียงเป็นแถวอย่างนี้

ชัดเจนว่าตัวตนของเขาในตอนนี้เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่นี้เขาเพิ่งใช้การทำร้ายตัวเองเพื่อให้หลุดออกจากโซ่ตรวนเส้นบางๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไม ตอนนี้โจวเจ๋อกลับไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิดจริงๆ ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกตื่นตระหนกเท่านั้น กลับยังคิดว่ามันตลกเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ

ความรู้สึกแบบนี้มันประหลาดมาก คล้ายกับผู้ใหญ่คนหนึ่งมองเด็กน้อยที่อายุไม่ถึงห้าขวบกลุ่มหนึ่งถือปืนฉีดน้ำจ่อเขาและกำลังขู่เขา

กระทั่งโจวเจ๋อรู้สึกว่าพวกเขามีความน่ารักเล็กน้อย

โจวเจ๋อไม่แน่ใจว่าความคิดแบบนี้ของตัวเองมาจากไหน และไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงได้จองหองพองขนได้อย่างรวดเร็วและไร้เหตุผลมากขนาดนี้

แต่ในขณะที่ทหารเหล่านี้กำลังจะเหนี่ยวไก มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหลังพวกเขา

จู่ๆ เขาก็ปรากฏตัวเหมือนผีโดยที่ไม่มีการเตือนล่วงหน้าแม้แต่น้อย

“อ๊ากกกก!!!!!!”

“อ๊ากกก!!!!!”

ในชั่วพริบตา หลังจากที่ทหารติดอาวุธทั้งห้านายส่งเสียงกรีดร้องแล้วกลายเป็นศพแห้งๆ ล้มลงกับพื้น ชุดเครื่องแบบทหารของพวกเขาที่อยู่บนพื้นดูตัวใหญ่และหลวมอย่างเห็นได้ชัด

นักวิจัยในชุดกาวน์สีขาวทั้งสี่คนตกใจจนบางคนทรุดตัวลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง บางคนเอนตัวพิงผนังตัวสั่นเทา บางคนนั่งยองๆ กอดหัวก้มลงแล้วร้องไห้ ปากก็ตะโกนร้องเป็นภาษาญี่ปุ่นไม่หยุด

“ปีศาจ! ปีศาจ!!!!”

นาทีนี้ พวกเขาตระหนักได้ถึงมุมมองและความรู้สึกของตัวอย่างทดลองเหล่านั้นที่มองพวกเขาในห้องทดลองที่พวกเขาปฏิบัติการ

โจวเจ๋อมองชายที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันคนนี้ ร่างกายของเขาพังเละจนไม่อาจจะเละไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว ศีรษะของเขามีใบหน้าเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว รวมถึงตรงหน้าอกก็ทะลุเป็นโพรง

ดวงตาที่ปิดสนิทอยู่แต่เดิมของอีกฝ่าย ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาในเวลานี้ ลึกเข้าไปในเบ้าตา มีช่องโพรงที่ทำให้คนรู้สึกถึงความหนาวเหน็บในก้นบึ้งหัวใจ

แต่มีความรู้สึกจริงๆ อย่างหนึ่งท่ามกลางความมืดมิด นั่นก็คือเขากำลังมองโจวเจ๋ออยู่เช่นกัน

สนิทสนม สนิทแบบแปลกๆ

นั่นคือสายเลือดเดียวกัน ไม่สิ มันเป็นความรู้สึกร่วมที่อยู่เหนือสายสัมพันธ์ทางสายเลือด!

ไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวมากเกินไปหรือแม้กระทั่งลังเลนานเกินไป ถึงอย่างไรความรู้สึกแบบนั้น มันก็ชัดเจนจนเกินไป และไม่ผิดพลาดแน่นอน!

โจวเจ๋อเม้มริมฝีปาก และเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อย

“คุณ…ก็คือผมงั้นเหรอ”

อีกฝ่ายไม่ตอบ เพียงแต่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างนิ่งๆ ต่อไป ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่ทำให้เขาสนใจได้แม้แต่น้อย ยกเว้นโจวเจ๋อ…ที่อยู่ตรงหน้า

โจวเจ๋อเผยอปากยิ้มออกมา

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่อยู่ในตู้นิรภัยในห้องทดลองแห่งนั้นมันคืออะไรกันแน่

จริงๆ แล้ว…มันก็คือตัวเขาเอง!

ชาวญี่ปุ่นที่คลั่งไคล้ในการทดลองบ้าๆ กลุ่มนั้น ไม่รู้ว่าไปได้ศพของเขาในสมัยก่อนมาจากช่องทางไหนและไม่รู้ว่าได้มาจากที่ไหน มันถูกนำมาเก็บไว้เป็นตัวอย่างและส่งมาที่นี่เพื่อทำการวิจัยและวิเคราะห์

แม้กระทั่ง เลือดที่นักวิจัยหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวดูดออกมาจากตู้นิรภัยในห้องทดลองก่อนหน้านี้ ที่จริงแล้วมันมาจากร่างนี้ของเขานั่นเอง!

ชาวญี่ปุ่นต้องการใช้ร่างกายของเขาเป็นต้นแบบ พวกเขาต้องการ…สร้างเทพเจ้า!

มิน่าล่ะ ทำไมเขาถึงออกจากความฝันนี้ไปไม่ได้ และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงถูกลากเข้าไปอีกครั้งแม้ว่าจะตื่นจากฝันไปแล้วก็ตาม ไม่แปลกใจเลยที่ความฝันจะสมจริงได้ถึงขนาดนี้!

สาเหตุทุกสิ่ง เหตุผลทุกอย่าง ในที่สุดในเวลานี้ก็มีคำตอบที่ชัดเจนแล้ว!

เพราะในศูนย์วิจัยแห่งนี้ในปีนั้นมีตัวเขาอยู่ด้วย!

เมื่อลูกยังเป็นเด็กเล็ก ไม่ว่าผู้ปกครองหรือว่าครูบาอาจารย์ล้วนสอนให้รู้ว่าจะสนทนาสื่อสารพูดคุยกับคนอื่นอย่างไร แต่น่าจะไม่มีใครสอนคุณว่าควรจะพูดคุยกับตัวเองอย่างไร และอย่าเหมารวมว่า ‘การถามใจตัวเอง’ เป็นการบรรยายถึงการสื่อสารกับใจตัวเองที่เกินจริงของวรรณกรรม แต่ความหมายที่แท้จริงนั้นก็คือ เมื่อคุณเผชิญหน้ากับตัวเองอีกคน ควรจะสื่อสารอย่างไรกันแน่ต่างหาก

ตอนนี้โจวเจ๋อรู้สึกมึนงงเล็กน้อยเช่นกัน ความงุนงงทำให้พูดอะไรไม่ออก เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี และไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรดี

แต่ชั่วขณะนั้น จู่ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องที่สำคัญมากขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือหากความฝันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากความฝันคือความจริงที่พิสูจน์แล้ว หากความฝันเป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวอย่างหนึ่ง เป็นการแสดงที่ทำให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต!

ถ้าอย่างนั้น นี่ก็หมายความว่าในเวลานี้เมื่อราวๆ แปดสิบปีก่อนร่างกายของเขาฟื้นขึ้นมาจริงๆ หรือ

ฟื้นขึ้นมาในศูนย์วิจัยแห่งนี้น่ะหรือ

โจวเจ๋อหันหน้าไปมองแม่และลูกสาวที่อยู่ในภาชนะสุญญากาศที่ปิดสนิทนั่น พวกเธอเพิ่งจะตายได้ไม่นาน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ตรงหน้าเขา ทั้งสองสบตากันและถูกทรมานจนตายอย่างช้าๆ

เสียงของโจวเจ๋อสั่นเครือเล็กน้อย และเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า

“ฆ่าพวกเขา…ทั้งหมด”

ร่างที่พังเละหันกลับมา ราวกับได้ยินคำสั่งการ หรือไม่เขาก็แค่ทำตามหัวใจของเขา

ที่นี่ไม่มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาถึงผู้ใต้บังคับบัญชา มีเพียงตัวเอง…ที่ช่วยเหลือตัวเองเท่านั้น ตัวเองอ้อนวอนตัวเอง ตัวเองขอร้องตัวเอง ตัวเองอยากทำสิ่งนี้ จากนั้น ‘ตัวเอง’ ก็แค่ไปทำสิ่งนี้

โจวเจ๋อก้มหน้าลง เขาจำฉากที่ทหารทั้งห้านายเสียชีวิตก่อนหน้านี้ได้ เขารู้สึกว่าวิธีการตายแบบนี้มันรวดเร็วฉับไวเกินไป และดูถูกพวกเขาจนเกินไป

สุดท้าย เมื่อร่างพังเละนั้นย่างสามขุมไปทางนักวิจัยในชุดกาวน์สีขาวทั้งสี่ที่อยู่ตรงมุมห้อง โจวเจ๋อเพิ่มอีกสองสามคำเข้าไป กระตุ้นให้การกระทำในครั้งนี้มีจังหวะที่เหมาะสม นั่นก็คือ

“ทรมาน…ให้ตาย…”

…………………………………………………….

[1]ศาลเจ้าสันติรัฐ หรือศาลเจ้ายาสุคุนิ เป็นศาลเจ้าที่เป็นศูนย์กลางความขัดแย้งและความบาดหมางระหว่างประเทศที่รุนแรงที่สุดของญี่ปุ่น

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 217 ตัวเอง…เมื่อแปดสิบปีก่อน!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved