cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยมทูตพาร์ตไทม์แห่งร้านหนังสือยามวิกาล - ตอนที่ 213-3 รอยยิ้ม (3)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยมทูตพาร์ตไทม์แห่งร้านหนังสือยามวิกาล
  4. ตอนที่ 213-3 รอยยิ้ม (3)
Prev
Next

ตอนที่ 213 รอยยิ้ม (3)

เสียงเอ่ยคำว่า ‘โยชิ’[1] ได้อธิบายทุกอย่างแล้ว

ในฐานะที่ชาติก่อนเป็นแพทย์คนหนึ่ง โจวเจ๋อรู้ดีว่าการพัฒนายาตัวใหม่และความก้าวหน้าทางการแพทย์นั้นหนีไม่พ้นการใช้มนุษย์ทดลองแบบนี้ไปได้ ‘เสินหนงลิ้มรสสมุนไพรนับร้อย’ เป็นต้นแบบที่ดีที่สุด อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มการใช้มนุษย์ทดลอง แต่ในที่นี้เขาใช้ร่างกายของตนเองทำการทดลอง ดังนั้นถึงได้ดูยิ่งใหญ่และประเสริฐ

แต่ในการแพทย์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นระบบที่ค่อนข้างสมบูรณ์และครบถ้วนแล้ว การวิจัยและพัฒนาตัวยาใหม่มีมาตรฐานและกระบวนการของตัวมันเอง มีการค้นหาและกำหนดสูตรยาในระยะแรก มีการทดลองกับสัตว์ในระยะกลาง รวมถึงการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ผลข้างเคียงที่เป็นไปได้ของยาและอันตรายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามทฤษฎีมักถูกบีบอัดให้อยู่ในช่วงที่ควบคุมได้และยอมรับได้

มนุษย์กำลังเพิ่มโมเสกและผูกมัดความก้าวหน้าของตนเองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย บางทีในสายตาของคนบ้าวิทยาศาสตร์บางคน นี่เป็นเครื่องพันธนาการตนเอง แต่แท้จริงแล้วนี่คือสัญชาตญาณในการปกป้องตนเองของมนุษย์

ไม่ว่าจะพัฒนาในสาขาวิชาใดๆ ก็ตาม เป้าหมายสูงสุดแท้จริงแล้วการชดเชยให้กับมนุษย์ ไม่ใช่เพื่อทำร้ายตัวเองเมื่อชาติที่แล้ว ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์จากประเทศญี่ปุ่นเคยมาเยือนประเทศจีนและบรรยายแลกเปลี่ยนความรู้ในวงการแพทย์ เขามักจะพูดถึงอาจารย์ของเขา ทุกครั้งที่พูดเกี่ยวกับทิศทางและนโยบายทั่วไปจะต้องนำอาจารย์ออกมาอ้างอิงอย่างแน่นอน เมื่ออาจารย์ของเขายังมีชีวิตอยู่ เคยเป็นไท่ซานเป่ยโต่ว[2]ในวงการศัลยแพทย์ชาวญี่ปุ่น

ตามแนวความคิดการแพทย์ไร้พรมแดน หลังจากโจวเจ๋อฟังการบรรยายทั้งหมดจนจบแล้ว ก็กลับไปค้นหาและปรึกษากับคนที่เกี่ยวข้องในวงการอุตสาหกรรมนี้ ถึงได้พบว่าอาจารย์ที่เป็นไท่ซานเป่ยโต่วคนนั้นเคยเข้าร่วมในโครงการวิจัยที่ใช้มนุษย์ทดลองในช่วงสงครามรุกรานจีน

ด้วยเหตุผลพิเศษนี้ บุคคลจำพวกนี้ไม่ได้ถูกส่งไปที่แท่นพิจารณาตัดสินคดีหรือบนตะแลงแกงรอแขวนคอ ตรงกันข้าม หลังจากกลับประเทศพวกเขามักจะกลายเป็นศาสตราจารย์หรือแม้กระทั่งผู้อำนวยการในโรงพยาบาลท้องถิ่นขนาดใหญ่บางแห่งในญี่ปุ่น และยังกลายเป็นนักวิชาการด้านการแพทย์ในบางสาขาวิชาระดับโลกอีกด้วย

มันเป็นการเย้ยหยันอำนาจมืดอย่างหนึ่งจริงๆ

กลุ่มคนสวมชุดกาวน์สีขาวล้อมรอบทารกที่ถูกอุ้มไว้ พร้อมกับปรบมือกันอย่างต่อเนื่อง

แต่เพียงไม่นาน

ทารกที่ถูกผ่าออกมาโดยตรงจากมารดาที่ตายไปแล้วอย่างหยาบคายและง่ายดายคนนั้น ทั้งร่างทารกเป็นสีดำและแน่นิ่งไม่ไหวติงเช่นกัน

คนสวมชุดกาวน์สีขาววัยกลางคนวางทารกลง จากนั้นจึงเริ่มทำการผ่ากายวิภาคทารก และคนสวมชุดกาวน์สีขาวคนอื่นๆ รอบๆ ก็เตรียมพร้อมสำหรับการบันทึกงานเช่นกัน

หลังจากการผ่ากายวิภาคในขั้นเริ่มต้นเสร็จสิ้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพอใจกับความก้าวหน้าของการวิจัยในวันนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพอใจมาก และเหมือนว่าพวกเขาวางแผนที่จะดำเนินการศึกษาตัวอย่างในการทดลองนี้ต่อไป

ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวคนหนึ่งยื่นมือชี้ไปที่โจวเจ๋อ ดูเหมือนกำลังถามว่ายังมีอีกหนึ่งตัวอย่างที่นี่จะจัดการอย่างไรดี

ชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาวตอบกลับด้วยประโยคภาษาญี่ปุ่น โจวเจ๋อฟังไม่ออก แต่สามารถสัมผัสได้จากน้ำเสียงของเขา ความหมายของอีกฝ่ายก็คือหาสักโปรเจกต์หนึ่งอะไรก็ได้ให้เขา ให้ความรู้สึกประมาณว่าถึงอย่างไรแหล่งสินค้าก็เพียงพอ วันนี้ทุกคนมีข้อมูลจากการค้นพบเพียงพอแล้ว คุณก็แค่ทำอะไรก็ได้ง่ายๆ ก็พอแล้ว

หลังจากนั้น ที่นี่เหลือคนสวมชุดกาวน์สีขาวอยู่ต่อเพียงแค่หนึ่งคน ส่วนคนสวมชุดกาวน์คนอื่นๆ ก็นำร่างของทารกจากออกไปอย่างตื่นเต้น

ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวคนนี้ดูกระตือรือร้นที่จะได้ลอง เหมือนกับเด็กน้อยที่ก่อนหน้านี้ทำได้เพียงมองดูผู้ใหญ่เล่นเกมอยู่ข้างๆ ในที่สุดตอนนี้ก็สามารถลงมือด้วยตัวเอง ซึ่งมันเป็นความตื่นเต้นที่ยากจะอธิบายอย่างหนึ่ง

“มารุตะ…หึ…”

ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวพึมพำกับตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่น โจวเจ๋อก็ยังฟังไม่ออกอยู่ดี แต่ในนั้นมีอยู่หนึ่งคำที่โจวเจ๋อฟังออกแล้ว

‘มารุตะ’ ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า ‘ท่อนซุง’ สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นวัสดุธรรมดาทั่วไป จากการเรียกชื่อนี้จะเห็นได้ถึงท่าทีของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อกลุ่มตัวอย่างที่มีชีวิตที่ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินตรงหน้าพวกเขา

โจวเจ๋อลืมตาครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เขาไม่มีความคิดที่จะหยุดความฝันนี้เหมือนในครั้งแรกอีกแล้ว ในเมื่อหลังจากออกจากความฝันนี้เขายังตื่นขึ้นมาได้ หรือไม่ก็หลังจากมีคนอื่นมาปลุกขัดจังหวะความฝันนี้ เขาก็ยังกลับเข้ามายังความฝันนี้โดยไม่รู้ตัวอีกอยู่ดี แทนที่จะแบ่งฝันร้ายออกเป็นฉากๆ แล้วเพลิดเพลินกับมันอย่างไม่รีบร้อนเหมือนกับกินอาหารยุโรป ไม่สู้สวาปาม กินมันให้หมดในรวดเดียวดีกว่า

อีกอย่างโจวเจ๋อรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับความฝันแปลกๆ นี้มากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดราวกับมีอะไรบางอย่างคอยฉุดดึงเขาเอาไว้ตลอดเวลา

ทารกที่ถูกชาวญี่ปุ่นคนนั้นอุ้มออกไป หลังจากนั้นก็น่าจะกลายเป็นผีร้าย ถึงอย่างไรในความฝันครั้งที่แล้ว โจวเจ๋อเคยเห็นทารกคนนี้คลานออกมาจากท้องของ ‘เขา’ และคลานกลับเข้าไปอีก

บางทีการก่อตัวของความฝันนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับดวงวิญญาณของทารกคนนี้เป็นอย่างมาก

ในขณะที่ความคิดของโจวเจ๋อกำลังฟุ้งซ่านอยู่นั้น คนสวมชุดกาวน์สีขาวคนนั้นใช้เข็มฉีดยาฉีดอะไรบางอย่างให้โจวเจ๋อ

หลังจากที่ฉีดสิ่งนั้นเข้าไปในร่างกายแล้ว โจวเจ๋อรู้สึกปวดแสบปวดร้อนตรงแขนซ้ายที่ถูกฉีดเข้าไป จากนั้นความเจ็บปวดก็เริ่มไหลเวียนไปตามกระแสเลือดและลามไปทั่วร่างกาย

โจวเจ๋อนึกถึงหญิงตั้งครรภ์คนนั้น ในตอนสุดท้ายเธอถูกทรมานจนตายทั้งเป็นบนเตียงรถเข็นเปล ตัวเขาเองก็จะเดินตามรอยเธอไปอย่างนั้นเหรอ

แต่ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวกลับปลดตัวล็อกของโจวเจ๋อออกโดยตรง เหลือเพียงโซ่ตรวนบนข้อเท้าเท่านั้น จากนั้นเขาเอาเชือกมาผูกข้อมือของโจวเจ๋อเอาไว้ ตามด้วยหยิบห่วงโลหะจากด้านข้างมาหนึ่งวง แล้วคล้องลงบนคอของโจวเจ๋อ

โจวเจ๋อเคยเห็นเจ้าสิ่งนี้มาก่อน โรงพยาบาลจิตเวชชอบใช้ของสิ่งนี้จับผู้ป่วยทางจิต ในบรรดาอุปกรณ์ป้องกันการก่อจลาจลของสถานีตำรวจบางแห่งก็มีสิ่งนี้อยู่ เป็นตัวหนีบขนาดใหญ่ เพียงแค่คล้องเข้าที่คอของอาชญากร โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถปราบให้สงบลงได้

เพราะความเจ็บปวดที่ยากจะทนไหว โจวเจ๋อจึงพลิกตัวร่วงลงจากเตียงรถเข็นเปล คนสวมชุดกาวน์สีขาวจับด้วยมือเพียงข้างเดียว ควบคุมโจวเจ๋อเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งจับปากกา มองนาฬิกา เหมือนกำลังบันทึกข้อมูลบางอย่าง

รู้สึกปวดบวม เจ็บปวดทรมาน ตะคริวบีบรัดกล้ามเนื้อ และเกิดอาการชักกระตุก เดิมทีโจวเจ๋อนึกว่าเขาจะต้องประสบกับความเจ็บปวดนั้นอีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าทำไม ความเจ็บปวดทรมานเหล่านี้เริ่มออกห่างจากเขาไปอย่างช้าๆ

เขายังคงอยู่ในมุมมองบุคคลที่หนึ่งเหมือนเดิม เขายังอยู่ในร่างนี้เหมือนเดิม เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความทรมานอย่างถึงที่สุดที่ร่างกายกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกด้านชาไปบ้างเล็กน้อย และคล้ายจะหลุดพ้นไปแล้วเช่นกัน

ร่างกายเริ่มคลานออกไปโดยไม่รู้ตัว โจวเจ๋อเหมือนเป็นผู้ชมคนหนึ่งเสียอย่างนั้น เมื่อดูจากมุมมองนี้ต่อไป รู้สึกเหมือนกำลังสวมแว่นตาวีอาร์ดูสารคดีเรื่องหนึ่ง

บางทีนี่อาจจะเป็นความโชคดีในความโชคร้ายอย่างหนึ่งก็ได้ หรือบางทีความฝันนี้อาจจะคิดว่า เมื่อความเจ็บปวดแบบนี้ถ่ายทอดไปยังประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาอย่างเท่าเทียมกัน ก็อาจจะทำให้ร่างกายที่แท้จริงตอบสนองตามความเป็นจริง ถึงเวลานั้นความฝันนี้ก็จะถูกตัดขาดออกไป

ลองนึกภาพที่หญิงตั้งครรภ์คนนั้นตายอย่างอนาถเมื่อสักครู่แล้ว แม้กระทั่งโจวเจ๋อก็รู้สึกว่าถ้าหากการทรมานแบบเดียวกันเกิดขึ้นกับตัวเขา เขาอาจจะเข้าสู่สภาวะ ‘ผีดิบ’ ในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างไม่รู้ตัวก็ได้

ราวกับว่าชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวจะปล่อยให้ ‘มารุตะ’ ของเขาเริ่มคลานออกไป เหมือนกับกำลังจูงสุนัขไปเดินเล่น ดูผ่อนคลายและพึงพอใจมาก

หลังจากคลานออกจากห้องทดลองแห่งนี้ไป เขาก็คลานไปเรื่อยๆ ตามทางเดิน

โจวเจ๋อมองเห็นสถานการณ์ของห้องทดลองห้องอื่นๆ และแม้แต่ตรงทางเดินก็มีคนสวมชุดกาวน์สีขาวเดินผ่านไป แต่สำหรับเรื่องนี้ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร

เมื่อผ่านห้องทดลองแห่งหนึ่ง โจวเจ๋อเห็นชายสองคนนอนอยู่บนเตียงรถเข็นเปลในห้องทดลอง ชายสองคนนั้นแต่ละคนเพิ่งถูกตัดแขนออกไปหนึ่งข้าง และคนสวมชุดกาวน์สีขาวสองสามคนก็กำลังยุ่งอยู่กับการต่อแขนอยู่

สำหรับการแพทย์ในปัจจุบันแล้ว นี่เป็นการผ่าตัดและการทดลองที่น่าขำมากที่สุด จนกระทั่งสามารถบอกได้ว่าเพ้อเจ้อไร้สาระมาก

แต่ว่าที่นี่นั้นกลับกำลังเผยออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

โครงการวิจัยลักษณะนี้มีไว้เพื่อกองทัพจักรวรรดิที่ได้รับบาดเจ็บและพิการในสนามรบ หากสามารถเปลี่ยนแขนขาได้ พวกเขาคิดว่ามันจะสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการต่อสู้ของกองทัพจักรวรรดิได้

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวคนนี้จงใจหรือเปล่า และต้องการบันทึกข้อมูลอะไร บางทีของเหลวที่เขาฉีดเข้าไปในร่างกายของสิ่งมีชีวิตนี้อาจจะน้อยกว่าหญิงตั้งครรภ์ก่อนหน้านี้ ดังนั้นร่างกายของสิ่งมีชีวิตนี้จึงยังสามารถยืดเวลาคลานต่อไปได้นานยิ่งขึ้นและไม่ตายเร็ว แน่นอนว่าเวลาของการเจ็บปวดทรมานนี้ก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

โจวเจ๋อยังมองเห็นผู้หญิงห้าคนนอนอยู่ในห้องทดลองแห่งหนึ่ง สิ่งที่พวกเธอเหมือนกันคือท้องถูกผ่าออก ทั้งห้าคนเสียชีวิตแล้ว ถ้าเดาไม่ผิดละก็ พวกเธอน่าจะเป็นหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด และทารกในครรภ์ก็ถูกนำออกไปด้วย

เป็นเรื่องที่คุณยากจะจินตนาการว่าในพื้นที่ที่ไม่นับว่าใหญ่โตแห่งนี้ ห้องทดลองทุกห้องล้วนแสดงละครโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าสลดใจอยู่

มีหนังสยองขวัญอยู่เรื่องหนึ่งชื่อว่า ‘แย่งตาย ทะลุตาย’ แต่ฉากใน ‘แย่งตาย ทะลุตาย’ ยังไม่ถึงหนึ่งหรือสองในสิบของที่นี่เลย

‘ปัง’

ประตูถูกกระแทกออก

มีคนสวมชุดกาวน์สีขาวสองสามคนมองมาทางด้านนี้และเผยสีหน้าไม่พึงพอใจ ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวรีบขอโทษทันที แล้วลากจูงโจวเจ๋อออกไป

ในห้องทดลองแห่งนี้โจวเจ๋อมองเห็นเพียงคนห้าคนกำลังคุกเข่าอยู่ตรงนั้น และวางมือทั้งสองข้างเอาไว้ในที่ที่คล้ายกับตู้เย็นขนาดใหญ่ ตรงนั้นมีรูเล็กๆ ที่มีเพียงมือของมนุษย์สามารถสอดเข้าไปได้เท่านั้น

มีคนหนึ่งในนั้นถูกลากออกมา มือทั้งสองข้างของเขาถูกแช่แข็งจนกลายเป็นสีขาวซีด จากนั้นเขาก็ถูกคนในชุดกาวน์สีขาวสองคนพากันกดมือทั้งสองข้างของเขาจุ่มลงไปในน้ำเดือด

วินาทีต่อมา เนื้อละลายเหมือนกับไอศกรีมจนเหลือเพียงกระดูกสีขาวคู่หนึ่ง

ชายคนนั้นเพียงมองดูทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความตายด้าน เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป

ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวราวกับแปลกใจเล็กน้อย แปลกใจที่ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนี้มีพลังชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว เหมือนกับได้ทำลายสถิติอะไรเข้า เขาตะโกนเรียกเพื่อนร่วมงานที่เดินผ่านไปมาอยู่ใกล้ๆ ราวกับจะแจ้งผู้บังคับบัญชาของเขา จากนั้นลากโจวเจ๋อกลับไปที่ห้องทดลองเดิมในตอนแรกสุด

ประตูห้องทดลองถูกเขาปิดลง จากนั้นเขาก็เดินไปที่ตู้นิรภัยขนาดใหญ่ตู้นั้นอีกครั้ง คล้ายกับจะสกัดเก็บตัวอย่างเลือดบางส่วนอีกครั้ง

อาการชักกระตุกของร่างกายนี้ดูเหมือนจะหยุดลงแล้ว คล้ายกับว่ามันได้เอาชนะการชักกระตุกและการต่อต้านในช่วงระยะแรกไปแล้ว เขาเพียงนั่งพิงผนังตรงนั้นและจ้องมองอย่างว่างเปล่าไปทั้งอย่างนี้

ส่วนสายตาของโจวเจ๋อกลับจ้องเขม็งไปที่ตู้นิรภัยขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ‘คลาน’ ไปทั่วมาแล้ว โจวเจ๋อพบว่าห้องทดลองแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นแกนหลักของสถาบันวิจัยใต้ดินแห่งนี้

ในทงเฉิงมีสถาบันวิจัยประเภทนี้อยู่ โจวเจ๋อไม่ได้รู้สึกแปลกใจมากนัก คนส่วนใหญ่แค่คุ้นเคยกับหน่วย 731[3] ซึ่งอยู่ที่ฮาร์บิน

ในความเป็นจริงยังมีหน่วย 100 ของกองทัพคันโตที่ฉางชุน หน่วยแนวรบตอนเหนือ 1855 ที่ปักกิ่ง หน่วยหรงจื้อ1644 ที่หนานจิง หน่วยปัวจื้อ 8604 ที่กวงโจว และอื่นๆ อีกมากมาย เหล่านี้เป็นเมืองที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ และแต่ละสำนักงานใหญ่มีหลายสาขา นอกจากนี้การวิจัยโดยใช้มนุษย์ทดลองยังดำเนินการในเมืองขนาดใหญ่ เมืองขนาดกลางและเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในมณฑลที่ใกล้กับสำนักงานใหญ่เช่นกัน

ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวถือเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ดูดเลือดออกจากท่อโลหะ จากนั้นเดินกลับไปหาโจวเจ๋อ มองโจวเจ๋อด้วยความสงสัยและความแปลกใจ พลางใช้มือข้างหนึ่งคว้าแขนของโจวเจ๋อเอาไว้ เตรียมพร้อมจะฉีดเข้าไปต่อ

โจวเจ๋อเงยหน้าขึ้นช้าๆ และมองไปยังใบหน้าที่อ่อนเยาว์มากตรงหน้าของเขา

มันแปลกมาก มันน่าขำมาก

คนหนุ่มสาวในวัยนี้เมื่อมาอยู่ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ในปัจจุบันแล้ว อาจจะเป็นได้เพียงแค่เด็กฝึกหัดคนหนึ่งเท่านั้น กระทั่งอายุยังไม่มากเท่าเด็กฝึกหัดที่โจวเจ๋อเคยเรียกใช้มาก่อนด้วยซ้ำ

แต่ในยุคสมัยนี้เขากลับทำเรื่องแบบนี้ อีกทั้งมีความคิดเหมือนเด็กน้อยที่เข้าไปเล่นในสวนสนุกเสียอีก

“งี่เง่า!”

ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวเห็นโจวเจ๋อถึงกับกล้าจ้องมองเขา จึงจัดการตบหน้าโจวเจ๋อไปหนึ่งฉาดตรงๆ

บางทีเพราะเขารู้สึกว่าถูกสายตาของโจวเจ๋อดูถูกอยู่ลึกๆ มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดมาก

โชคดีที่โจวเจ๋อไม่รู้สึกถึงการตบนี้เลย เขาไร้ความรู้สึกมาตั้งนานแล้ว นอกจากสามารถมองเห็นแล้วก็ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด

แต่ว่า เพราะตบฉาดนี้กลับทำให้ความเจ้าเล่ห์ในสายตาของโจวเจ๋อชัดเจนยิ่งขึ้น

ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวเงื้อมือขึ้นอีกครั้ง หมายจะตบอีกสักฉาดหนึ่ง แต่ก่อนที่ฝ่ามือของเขาจะตบลงมานั้น

‘ปัง!’

เสียงดังอู้อี้ดังมาจากในตู้นิรภัยขนาดใหญ่ตู้นั้น ราวกับมีอะไรบางอย่างในนั้นกระแทกเข้ากับตู้นิรภัยอย่างจัง

โจวเจ๋อเห็นมือของชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวตรงหน้ากำลังสั่น สีหน้าเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัว และหันหน้ากลับไปมองตู้นิรภัยขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังตู้นั้น…

……………………………………………………

[1] ‘โยชิ’ แปลว่า ยอดเยี่ยม หรือเป็นคำชมในภาษาญี่ปุ่น

[2] ไท่ซานเป่ยโต่ว ชาวจีนใช้เปรียบเทียบผู้อาวุโสที่มีคุณธรรมดีเด่น มีชื่อเสียงมีผลงานยิ่งใหญ่และเป็นที่นับถือ

[3] หน่วย 731 หมายถึง หน่วยงานเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาอาวุธชีวภาพของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นโดยใช้มนุษย์เป็นหนูทดลองในช่วงสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 213-3 รอยยิ้ม (3)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved