cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยมทูตพาร์ตไทม์แห่งร้านหนังสือยามวิกาล - ตอนที่ 133 เปิดเผยความลับ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยมทูตพาร์ตไทม์แห่งร้านหนังสือยามวิกาล
  4. ตอนที่ 133 เปิดเผยความลับ
Prev
Next

ตอนที่ 133 เปิดเผยความลับ

นี่เป็นเหตุการณ์ที่ชุลมุนวุ่นวายมาก ทำให้โจวเจ๋อรู้สึกหมดหนทางจะรับมือ ชาวบ้านเมินเสบียงอาหาร แต่กลับพุ่งเข้ามารุมโจวเจ๋ออีกครั้ง

เล็บของโจวเจ๋อฉีกทึ้งชาวบ้านตรงหน้าเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่อีกไม่นานพวกเขากลับรวมตัวกรูเข้ามาใหม่อีกครั้ง นี่เป็นการเข่นฆ่าที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นยุทธการมดกัดช้างก็ว่าได้

มันจะต้องมีอะไรสักอย่างควบคุมที่นี่อยู่แน่ๆ ทำให้ที่นี่กลายเป็นการมีอยู่ของวัฏจักรต้องมนตร์ที่ตายแล้วเกิดใหม่วนลูปซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง อันที่จริงแล้วผีร้ายเหล่านี้ดูไม่แข็งแกร่งเท่าผีร้ายจริงๆ เอาเสียเลย แต่สิ่งที่วิปริตที่สุดของพวกเขาคือ หลังจากตายไปแล้วยังสามารถก่อตัวกลับมาใหม่ได้อีกนี่สิ

เจ้าลิงน้อยคว้าไหล่ของโจวเจ๋อเอาไว้ และมองโจวเจ๋อที่เข่นฆ่ามาตลอดทาง มันอยากจะช่วยแต่กลับช่วยอะไรไม่ได้ หากเป็นมันเมื่อในอดีตร่วมมือกับโจวเจ๋อแล้วละก็ ปีศาจหนึ่งตัวและยมทูตหนึ่งตนสามารถฝ่าออกไปได้แน่ แต่ในตอนนี้มันเอาแต่ตัวสั่นระริก แถมต้องอธิษฐานขอให้โจวเจ๋อยังไม่หมดแรงในเร็วๆ นี้อีกด้วย

มันรู้ดีว่าถ้าโจวเจ๋อพลาดท่า มันจะต้องจบเห่อย่างแน่นอน

ชาติที่แล้วถูกคนกินไปแล้ว ชาตินี้ยังจะต้องถูกผีกินอีกครั้งหรือนี่

มันไม่ต้องการแกรนด์สแลม[1]แบบนี้หรอกนะ

ดูเหมือนชาวบ้านเหล่านี้กำลังวางแผนที่จะล้อมปิดทางออกจากศาลบรรพบุรุษของโจวเจ๋อ แต่ละคนพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวตาย เพียงแค่เพื่อจะสกัดโจวเจ๋อเอาไว้ไม่กี่วินาทีเท่านั้น และพวกเขาก็ทำสำเร็จจริงๆ เสียด้วย โจวเจ๋ออยู่ไม่ไกลจากทางเข้าศาลบรรพบุรุษ ขอเพียงแค่วิ่งออกไปได้ก็จะหาทางหนีทีไล่ได้ง่ายขึ้น แต่ตอนนี้ตัวเขาถูกขวางไว้ ได้แต่ติดอยู่ในพื้นที่แคบๆ เท่านั้น มันอึดอัดมาก

“เจี๊ยกๆๆ!!!!”

หางของเจ้าลิงน้อยถูกชาวบ้านคนหนึ่งคว้าเอาไว้ เจ้าลิงน้อยส่งเสียงร้องน่าสงสารออกมา มันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกกิน

โจวเจ๋อหันกลับมาทันที เล็บที่มีมวลหมอกสีดำฉีกชาวบ้านคนนั้นเป็นชิ้นๆ และคว้าเจ้าลิงน้อยกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่เมื่อทำเช่นนี้ โจวเจ๋อก็ออกห่างจากประตูไปไกลขึ้น

พวกชาวบ้านต่างฮึดสู้ขึ้นมา และคอยกดดันเข้าไปข้างในเรื่อยๆ ทำให้การตีฝ่าออกไปทุกครั้งของโจวเจ๋อล้วนไร้ประโยชน์ ในตอนนี้โจวเจ๋อถูกกดดันเข้าไปอยู่ตรงโต๊ะเซ่นไหว้ที่วางป้ายวิญญาณไว้ ซึ่งเป็นส่วนที่ลึกที่สุดของศาลบรรพบุรุษ

‘แฮ่ก…แฮ่ก…แฮ่ก…’

โจวเจ๋อหอบหายใจหลายครั้ง เริ่มเหนื่อยขึ้นมาบ้างแล้วจริงๆ แต่ชาวบ้านเหล่านี้กลับไม่ให้โอกาสเขาได้ผ่อนคลายเลยสักนิด

‘เคร้ง’

เสียงดังฟังชัด

โจวเจ๋อกวาดป้ายบนโต๊ะเซ่นไหว้ทั้งหมดกระเด็นออกไปทันที เขาหวังว่าพวกชาวบ้านจะปกป้องป้ายบรรพบุรุษของตัวเอง เพื่อให้เขามีเวลาพักบ้าง

แต่น่าเสียดายที่ชาวบ้านไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับป้ายบรรพบุรุษเลยแม้แต่น้อย และแม้ว่าป้ายบรรพบุรุษจะตกลงบนพื้นพวกเขาก็เฉยเมย แถมยังพุ่งเข้าหาโจวเจ๋อต่อไปเรื่อยๆ

เป็นครั้งแรกที่โจวเจ๋อรู้สึกว่าตัวเองน้อยใจ

อย่างแรก เขาอยากมาช่วยเหลือคนอื่นจริงๆ จนมโนธรรมของเขาเจ็บปวดไปหมดแล้ว!

‘พวกแกบอกว่าพวกแกหิว ฉันดูออก แต่ข้าวอยู่ตรงหน้าแท้ๆ พวกแกกลับไม่กิน อยากกินฉันแทนงั้นเหรอ มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย! พวกแกไม่มีเหตุผล ถ้าอย่างนั้นก็อย่าโทษที่ฉันไร้เหตุผลก็แล้วกัน!’

ความโกรธจากก้นบึ้งหัวใจของโจวเจ๋อถูกกระตุ้นขึ้นมา ความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของมนุษย์มีขีดจำกัด

โจวเจ๋อรีบพุ่งเข้าไป คราวนี้เขาไม่คิดที่จะวิ่งหนีอีกแล้ว แต่จับเอาดวงวิญญาณมาฆ่า ในขณะเดียวกันก็ระเบิดความหงุดหงิดและความโกรธที่ยังคงสะสมเอาไว้ไม่หยุด และผิวของโจวเจ๋อก็เริ่มเป็นสีทองแดงอย่างช้าๆ

เห็นได้ชัดว่าการเข้าโจมตีด้วยอารมณ์โกรธผสมโรงกับความอ่อนล้า เริ่มปลุกอีกด้านหนึ่งของโจวเจ๋อขึ้นมาอย่างช้าๆ

‘ตู้ม!’

วิญญาณสองดวงถูกโจวเจ๋อจับเอาไว้ทั้งสองมือ แล้วเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างรุนแรงทันที

‘ตู้ม!’

ดวงวิญญาณระเบิดแตกกระจุย ไม่รู้ว่าจะวิ่งไปก่อตัวขึ้นมาใหม่แล้วพุ่งเข้ามาอีกครั้งตอนไหน ในขณะเดียวกันพื้นก็ถูกทุบเป็นหลุมอีกครั้ง และข้าวขาวก็เริ่มสาดกระเซ็นกระจายไปทั่วทุกที่

ทันใดนั้น หลังจากที่โจวเจ๋อลุกขึ้นยืนก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย เพราะชาวบ้านแต่ละคนที่ร้องหิวๆ และพากันกระโจนเข้าใส่ตัวเขาราวกับบ้าคลั่งก่อนหน้านี้จู่ๆ ก็พากันนั่งยองๆ ลงไปหมดเลย และเริ่มหยิบเมล็ดข้าวบนพื้นขึ้นมา แม้แต่เมล็ดข้าวที่อยู่ระหว่างรอยแตกร้าวก็ไม่ปล่อยให้หลุดรอดไป

จากนั้นโจวเจ๋อผู้เป็นที่รักบนเวทีที่รวบรวมแสงสปอตไลต์เอาไว้ก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีใครสนใจอีกเลย

มันเป็นความแตกต่างอย่างใหญ่หลวง

มันทำให้โจวเจ๋อรู้สึกไปไม่เป็น พูดได้เพียงว่าชาวบ้านเหล่านี้ดูเหมือนจะบ้ากันไปแล้ว หิวโหยกันขนาดนี้ยังรักษาเสบียงอาหารเอาไว้มากมายในศาลบรรพบุรษโดยไม่แตะต้องมันเลย

แต่ละคนต่างก็ขี้เหนียวกันหมดเลยอย่างนั้นหรือ

โชคดีที่โจวเจ๋อรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาจริงจัง เขารีบพาเจ้าลิงน้อยออกจากศาลบรรพบุรุษทันที คราวนี้ไม่มีใครขวางเขาเอาไว้ หลังจากวิ่งไปถึงคันนาอีกครั้ง ร่างของโจวเจ๋อที่ก่อนหน้านี้เป็นสีทองแดงเริ่มจางลงอย่างช้าๆ

โจวเจ๋อถอนหายใจด้วยความโล่งอก สภาวะเช่นนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อย่าเข้าไปเลย กุญแจสำคัญคือหลังจากสิ้นสุดสภาวะนั้นแล้ว ไม่เพียงแต่จิตวิญญาณจะทุกข์ทรมานเท่านั้น ยังทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตใช้ชีวิตด้วยความไม่สะดวกเป็นระยะเวลานาน ยิ่งทำให้โจวเจ๋อต่อต้านขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ

โจวเจ๋อคว้าเจ้าลิงที่อกสั่นขวัญแขวนออกจากไหล่ของตัวเอง แล้วโยนมันลงบนพื้น

“หาทางออกไป”

โจวเจ๋อไม่อยากชักช้าอยู่ที่นี่จนชาวบ้านเก็บเมล็ดข้าวเสร็จแล้ววิ่งกรูเข้ามาล้อมตัวเองเอาไว้อีก

เจ้าลิงน้อยไม่ทำให้โจวเจ๋อผิดหวัง หลังจากวิ่งไประยะหนึ่งและวนอยู่สองสามรอบก็กระโจนเข้าไปในกองฟาง แล้วก็หายวับไปทันที

นี่ทำให้โจวเจ๋อสงสัยว่าตัวเองเลี้ยงลิงหรือสุนัขกันแน่ เพราะตอนที่เจ้าลิงตัวนั้นเดินวนๆ อยู่บนพื้น ยังใช้จมูกดมฟุดฟิดไปมาที่พื้นไม่หยุดด้วย

โจวเจ๋อก็วนตามสองสามรอบ แต่ไม่ได้เอาจมูกลงไปชิดติดพื้นอย่างที่มันทำ จากนั้นก็กระโจนเข้าไปในกองฟาง

รู้สึกเพียงเบาหวิวไปทั้งตัว

โจวเจ๋อพบว่าตัวเองปรากฏตัวอยู่บนถนน โดยทั่วไปแล้วในเวลานี้ร้านค้าบนถนนสายนี้ต่างก็ปิดร้านกันไปหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันดึกมากแล้ว

นักพรตเฒ่าย่อตัวลงลูบเจ้าลิงที่ออกมาก่อนหน้านี้อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นว่าโจวเจ๋อตามออกมา ก็รีบยืนขึ้นทันทีและถามว่า

“เถ้าแก่ เจ้าสบายดีใช่ไหม”

โจวเจ๋อส่ายหน้า

มีรถนิสสันจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม และสวี่ชิงหล่างก็กำลังนั่งอยู่ข้างใน เมื่อโจวเจ๋อออกมา เขาก็ลงจากรถและถามขึ้น

“เรื่องราวคลี่คลายไปแล้วหรือยังครับ”

“ก่อนหน้านี้นายไปอยู่ที่ไหนมา ฉันโทรหานายไม่ติดเลย”

“สัญญาณในห้องใต้ดินของห้องสมุดไม่ดีละมั้ง ขึ้นรถก่อนเถอะครับ ผมพบเบาะแสอะไรบางอย่างแล้ว”

หลังจากขึ้นรถ โจวเจ๋อก็พูดสั้นๆ ง่ายๆ ให้ฟังอีกรอบว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในบ้าง

สวี่ชิงหล่างพยักหน้าและพูดขึ้น “ผมไปห้องสมุดประจำเมืองก่อน ไปตรวจสอบข้อมูลมาเล็กน้อย และพบบันทึกของสถานที่หนึ่งในสมัยสาธารณรัฐจีน แต่จริงๆ ไม่นับว่าเป็นสาธารณรัฐจีนแล้วละ ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ญี่ปุ่นยึดครองในตอนนั้น มันคือสมุดบันทึกที่รัฐบาลหุ่นเชิดในพื้นที่บันทึกและถูกเก็บรักษาไว้ ด้านในบันทึกเรื่องราวการสังหารหมู่ที่หมู่บ้านซานเซียงเอาไว้ ตามคำกล่าวในนั้น เป็นเพราะชาวบ้านในพื้นที่ได้ซ่อนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บของกองกำลังต่อต้านญี่ปุ่นเอาไว้และถูกค้นพบเข้า มันเลยเป็นที่มาของการล้างแค้นของเหล่าปีศาจ”

“เข้าประเด็นเลย” โจวเจ๋อเตือน

“จากนั้นผมก็สืบบันทึกการยืมของหนังสือเล่มนี้ นี่เป็นหนังสือที่หายากมากและคนธรรมดาจะไม่มีทางสังเกตเห็นมันได้เลย แต่ในปี 2009 มีคนยืมมันไป เขาชื่อหลี่ซื่อ ผมสงสัยว่าคนคนนี้จะเป็นคนเดียวกับคนที่โพสต์กระทู้”

โจวเจ๋อพยักหน้า

ในช่วงเวลานั้น มีคนที่ให้ความสนใจกับหมู่บ้านซานเซียงจริงๆ ไม่มากนัก

“เมื่อผมสืบเรื่องหลี่ซื่อคนนี้ต่อ ก็พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันเมื่อปลายปี 2009 แต่เบาะแสของเขาไม่ได้ขาดหายไปเสียทีเดียว เพราะตอนนั้นที่เขาหัวใจวายเฉียบพลัน บังเอิญว่าขับรถไปชนต้นไม้เข้าพอดี

สถานที่ที่เสียชีวิตอยู่บนถนนในป่าแถบชานเมือง ที่นั่นรกร้างมาก รกร้างมาตั้งแต่ปี 2009 แล้ว ตอนนี้ก็ยังรกร้างมากเช่นกัน แต่ทว่าที่นั่นมีสถานพักฟื้นผู้ป่วยแห่งหนึ่ง ซึ่งคล้ายกับบ้านพักคนชราแต่มีระดับกว่าหน่อย สร้างจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน”

“ดังนั้นนายเลยคิดว่าก่อนที่หลี่ซื่อคนนี้จะตายได้ขับรถไปที่นั่นเพื่อที่จะไปสถานพักฟื้นผู้ป่วยอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่ครับ ดังนั้นผมคิดว่าน่าจะมีเบาะแสอะไรสักอย่างซ่อนอยู่ในสถานพักฟื้นผู้ป่วยแห่งนั้นแน่ๆ และเขาพบมันแล้ว แม้กระทั่งผมคิดว่าคนคนนี้ได้เข้าไปในหมู่บ้านซานเซียงเป็นครั้งที่สองด้วยซ้ำ ตามที่คุณพูดมา ชาวบ้านในนั้นหิวโหยจนบ้าคลั่งรังแต่จะกินคน แต่ในปี 2009 ปัญหายังไม่น่าจะรุนแรงขนาดนั้น

จากนั้น เขาได้รับข้อมูลบางอย่างจากในหมู่บ้าน เพียงแต่ว่าคนที่สามารถเข้าไปในหมู่บ้านซานเซียงได้นั้น นอกจากถูกยกเว้นเป็นกรณีพิเศษแล้ว ก็มีแต่คนที่กำลังจะตายเท่านั้น”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ สวี่ชิงหล่างมองไปยังนักพรตเฒ่าที่นั่งอยู่เบาะหลังโดยไม่รู้ตัว

ในตอนแรกนักพรตเฒ่ารู้สึกเศร้าซึมมาก

เจ้าลิงผลุบเข้าไปแล้ว

เถ้าแก่ก็เข้าไปแล้ว

ปรากฏว่าตัวเองไม่สามารถเข้าไปได้ เขารู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้

เมื่อสวี่ชิงหล่างมาถึงและบอกเขาภายหลังว่ามีเพียงคนที่ใกล้ตายเท่านั้นที่มีโอกาสเข้าไปได้ นักพรตเฒ่าหัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุข และฟองน้ำมูกก็ออกมาจากปลายจมูกของเขาทั้งสองข้าง

“หลี่ซื่อยังไม่ทันจะได้แก้ปัญหานั้น เขาก็ตายกลางทางไปเสียก่อน”

โจวเจ๋อมองสวี่ชิงหล่างที่ขับรถไปด้วยคุยไปด้วย แล้วถามว่า “ดังนั้น ตอนนี้เรากำลังจะไปสถานพักฟื้นผู้ป่วยนั่นใช่ไหม”

สวี่ชิงหล่างพยักหน้า

ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น

รถแล่นเข้าไปในสถานพักฟื้นผู้ป่วย เนื่องจากเป็นเวลากลางดึก ดังนั้นสถานพักฟื้นผู้ป่วยจึงปิดประตูแล้ว แต่โจวเจ๋อ สวี่ชิงหล่าง และคนอื่นๆ ก็ยังกระโดดข้ามกำแพงและเข้าไปในสำนักงาน เพื่ออ่านข้อมูลลูกค้าของสถานพักฟื้นผู้ป่วยโดยตรง

เวลาพิเศษก็ต้องใช้วิธีการพิเศษเป็นธรรมดา ถ้าปัญหาในหมู่บ้านซานเซียงไม่ได้รับการแก้ไข เกิดผีร้ายหลุดออกจากกรงจริงๆ อย่างนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาคงจะน่ากลัวมากเลยทีเดียว

โจวเจ๋อ นักพรตเฒ่า รวมไปถึงสวี่ชิงหล่างกำลังช่วยกันหา การค้นหาแบบนี้ จริงๆ แล้วเป็นการงมเข็มในมหาสมุทร

เพราะไม่มีใครรู้แน่ชัดเลยว่าคนที่เจ้าของกระทู้ตามหาเมื่อเก้าปีที่แล้ว ตอนนี้จะเสียชีวิตไปหรือยัง

ถึงอย่างไรผู้คนจำนวนมากที่เข้ามาในสถานพักฟื้นผู้ป่วยต่างก็เป็นคนชราหรือไม่ก็เป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายไม่ดีนัก เวลาผ่านมาเก้าปีแล้วอาจจะทนไม่ไหวแล้วก็ได้

นอกจากนี้ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจง ทำได้เพียงค้นหาด้วยโชคชะตาเท่านั้น

นี่ไม่ใช่การมองหาเข็มในมหาสมุทรแล้ว แต่เป็นการจับปลาในทะเล

แต่ทว่าข้อมูลของผู้ป่วยรายหนึ่งทำให้ดวงตาของโจวเจ๋อหรี่ลงเล็กน้อย เขาส่งสัญญานให้สวี่ชิงหล่างและนักพรตเฒ่าที่อยู่ข้างๆ เข้ามา จากนั้นชี้คนในรูปภาพและเอ่ยขึ้น

“เฉิงกวงหนง เกิดปี 1919”

“เชี่ยแม่ง เถ้าแก่ ชายคนนี้อายุเก้าสิบเก้าปีเลยมั้งเนี่ย” นักพรตเฒ่าอุทานขึ้น แล้วก็เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “นี่…ไม่ได้หาคนที่อายุมากที่สุดอยู่หรอกเหรอ ตรงข้ายังมีคนชราอายุร้อยกว่าปีตั้งหลายคนเลยนะ”

ทงเฉิงเป็นเมืองที่มีอายุยืนยาว และจำนวนคนชราที่มีอายุครบหนึ่งร้อยปีก็ติดอันดับต้นๆ ในบรรดาเมืองต่างๆ ของประเทศ

โจวเจ๋อส่ายหน้าและพูดขึ้น “นี่มันไม่เหมือนกัน เหมือนว่าฉันจะเคยได้ยินเกี่ยวกับคนคนนี้มาก่อน เคยทำงานเป็นข้าราชการในทงเฉิงเมื่อหลายปีมาแล้ว”

โจวเจ๋อเปิดหน้าเว็บและเริ่มค้นหาในนั้นโดยใช้สารานุกรมไป๋ตู้ค้นหาออกมาโดยตรง นี่เป็นชีวประวัติของเฉินกวงหนงคนนี้

“เป็นคนปฏิวัติเหรอ” สวี่ชิงหล่างสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง

“ตามบันทึก คนคนนี้เป็นผู้บัญชาการกองพันในยุทธการไหวไห่ตอนทำสงครามปลดแอก นำกองกำลังทหารไปปฏิวัติ และเข้าร่วมในสงครามต่อต้านการรุกรานของสหรัฐฯ และช่วยเกาหลี ต่อมาก็กลับมาเป็นข้าราชการในทงเฉิงอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นก็เกษียณอายุ”

“ฉันคิดว่าน่าจะเป็นคนคนนี้ คนที่หลี่ซื่อตามหาน่าจะเป็นคนคนนี้แหละ” โจวเจ๋อพูด

คนในตำนานมักจะต้องมีตำนานชีวิตที่คู่ควร ชีวประวัติของคนคนนี้ยอดเยี่ยมพอสมควร

โจวเจ๋อเจอห้องผู้ป่วยของเขาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้โจวเจ๋อ สวี่ชิงหล่าง และนักพรตเฒ่าตะลึงก็คือ เมื่อไม่กี่ปีก่อนเฉินกวงหนงอยู่ในสภาพอาการโคม่ามาเป็นเวลานานแล้ว สภาพคล้ายกับผัก เพียงแต่ว่าตอนนี้ร่างกายยังไม่ตายก็เท่านั้นเอง

“แม่ง อะไรของมันวะเนี่ย” นักพรตเฒ่าสับสนมึนงง

โจวเจ๋อเปิดประตูห้องผู้ป่วยและเดินเข้าไป สวี่ชิงหล่างส่งสัญญาณให้นักพรตเฒ่าและเจ้าลิงดูต้นทางอยู่ด้านนอก จากนั้นตัวเองก็เดิมตามเข้าไป

ในห้องผู้ป่วยน่าหดหู่เล็กน้อย เหลืออีกเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นชายชราคนนี้ก็จะประสบความสำเร็จอายุยืนหนึ่งร้อยปี แต่ชะตาชีวิตของเขาเข้าสู่ช่วงที่ชีวิตดุจไฟใกล้มอดดับจริงๆ แล้ว

ตอนนี้เขานอนหมดสติอยู่ตรงนั้น

คุณบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ แต่กลับไม่ต่างจากตายไปแล้ว

โจวเจ๋อนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง และเหลือบมองดูข้อมูลบนเครื่องมือต่างๆ ด้านข้างชายชรา สภาพของชายชราดูไม่สู้ดีนัก

“มีวิธีปลุกเขาไหมครับ” สวี่ชิงหล่างถาม

เขารู้ว่าโจวเจ๋อเคยเป็นแพทย์คนหนึ่งมาก่อน

โจวเจ๋อส่ายหน้า ถ้าคนหรงเฉิงคนนั้นยังไม่ถูกถังซือพาไปก็คงจะดี เชิญเขามาที่นี่อาจจะสะดวกกว่า ตามหลักแล้วผู้ชายคนนั้นเป็นจิตแพทย์คนหนึ่ง อีกทั้งฝีมือการสะกดจิตก็น่ากลัวมาก แม้แต่ผีก็สามารถสะกดจิตควบคุมได้หมด

“ตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะเหลือทางเดียวเท่านั้น” โจวเจ๋อพูด

“วิธีอะไร”

“ฆ่าเขาตอนนี้ แล้วจับดวงวิญญาณของเขามาถาม”

“…” สวี่ชิงหล่าง

โจวเจ๋อส่ายหน้าบ่งบอกว่าเมื่อสักครู่ตัวเองแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง คนที่ใช้ชีวิตอยู่มาถึงเก้าสิบเก้าปีได้ไม่ใช่ง่ายๆ เลย ตัวเขาเองไม่สามารถฆ่าใครสักคนด้วยเหตุผลเพียงเพราะอยากจะถามคำถามสองสามข้อหรอกนะ

และเมื่อมองดูเขาที่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้แล้ว แม้ว่าจังหวะชีวิตของคนเรามีขึ้นมีลง หลากหลายสีสัน แต่เขาอาจจะได้เห็นอะไรต่อมิอะไรมาหมดทุกอย่างแล้วก็ได้ การที่นอนอยู่ที่นี่มาหลายปี บางทีอาจจะปลงได้แล้ว ถ้าตัวเองฆ่าเขา ไม่แน่ว่าวิญญาณของเขาอาจจะลงนรกไปเลยทันที จนแม้แต่ตัวเองอาจจะไม่ทันได้ถามคำถามเขาเสียด้วยซ้ำ

“มีหนังสืออยู่ในลิ้นชัก”

สวี่ชิงหล่างเปิดลิ้นชักออกและพูดขึ้น

“หนังสืออะไร”

“อัตชีวประวัติ น่าจะได้รับความช่วยเหลือในการตีพิมพ์จากคนรุ่นหลังหรือคนอื่นๆ เป็นการเผยแพร่ด้วยตัวเองน่ะ”

สวี่ชิงหล่างหยิบหนังสือออกมาแล้วพลิกดู

“ดูชีวิตช่วงแรกๆ สิ” โจวเจ๋อเตือน

“ผมรู้น่า”

ไม่นาน สวี่ชิงหล่างก็หาบันทึกหนึ่งเจอและเอ่ยขึ้น “ก่อนสงครามต่อต้านญี่ปุ่น เขาเป็นผู้บัญชาการกองร้อยในกองทหารรักษาการณ์ทงเฉิง”

กองทหารรักษาการณ์ก็คือกองกำลังท้องถิ่น คล้ายกับที่แสดงในละครสงครามต่อต้านญี่ปุ่น โดยพื้นฐานแล้วไม่มีกำลังในการสู้รบ

“ตอนที่ปีศาจบุกรุกทงเฉิง มีการต่อต้านหรือไม่” โจวเจ๋อถาม

“ผมสืบมาแล้ว หน่วยกำลังทหารปีศาจอิซูกะ ดูเหมือนจะเป็นกองพล 101 รายละเอียดไม่ชัดเจนมากนัก แต่ว่ากันว่ากองพลปีศาจที่หนึ่งร้อยขึ้นไปกำลังในการต่อสู้ไม่สูงมากนัก ดูเหมือนว่ากองพลนี้จะถูกโจมตีค่อนข้างโหดร้ายมากในมณฑลเจียงซี

อย่างไรก็ตาม ทงเฉิงในเวลานั้นไม่มีกองทัพประจำการของประเทศจีน มีเพียงการต่อต้านของกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่นในทงเฉิงเท่านั้นที่สู้รบกับปีศาจ แต่กองพลมือใหม่ถึงจะใหม่ แต่ก็แข็งแกร่งกว่ากองทหารรักษาการณ์ติดอาวุธท้องถิ่นอยู่มากโข ดังนั้นทงเฉิงในตอนนั้นถึงได้ล่มจมอย่างรวดเร็ว”

“ดังนั้นจะบอกว่าเขาเข้าร่วมในการต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นในทงเฉิงตอนนั้นด้วยเหรอ”

“น่าจะเป็นอย่างนั้น น่าจะไม่ยอมจำนนในฐานะคนทรยศ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางขึ้นเป็นผู้บังคับบัญชากองพันในกองทัพแห่งชาติได้หรอก”

โจวเจ๋อขมวดคิ้วน้อยๆ

ร่างชายชราที่เต็มไปด้วยกระผู้สูงอายุที่หลับใหลอยู่ตรงหน้าคนนี้เหมือนกันกับชาวบ้านทั้งหมดในหมู่บ้านซานเซียงนั่น ต่างก็ทำให้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรง หมดแรงไปทั้งตัว ทำได้เพียงชกผ้าฝ้ายเท่านั้น

เมื่อสักครู่ตัวเองและสวี่ชิงหล่างยืนพูดอะไรบางอย่างอยู่ที่นี่มานาน ชายชราก็ยังคงหลับตาและไม่มีการตอบสนองใดๆ เห็นได้ชัดว่าเขาสูญเสียการรับรู้โลกภายนอกไปแล้วจริงๆ

แต่ถ้าจะไปทั้งอย่างนี้ โจวเจ๋อเองก็รู้สึกไม่เต็มใจสักเท่าไร ดังนั้นโจวเจ๋อจึงก้มลงไปข้างหูของชายชรา แล้วถามช้าๆ

“ท่านครับ ท่านยังจำหมู่บ้านซานเซียงได้หรือไม่”

ทันใดนั้น ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น

จู่ๆ นิ้วของชายชราเริ่มสั่นขึ้นมา ต่อมาเปลือกตาก็เริ่มสั่นไม่หยุด

ดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินหรือถูกกระตุ้นเข้าแล้ว ริมฝีปากของเขาอ้าขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับเขากำลังส่งเสียงที่เบามากออกมา

“พวก…ชาว…บ้าน…”

“เขาพูดว่าอะไรนะ” สวี่ชิงหล่างถาม

โจวเจ๋อส่ายหน้า เสียงเบาเกินไป

สวี่ชิงหล่างผลักโจวเจ๋อออกไป แล้วเอาหูตัวเองแนบข้างๆ ปากของชายชราและฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

หลังจากนั้นไม่นาน สวี่ชิงหล่างก็ยืนขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง

“เขาพูดว่าอะไร” โจวเจ๋อถาม

“เขาบอกว่า…อยากจูบคุณ?”

………………………………………………………………………..

[1] แกรนด์สแลม เป็นการแข่งขันชิงแชมป์แบบบุคคลหรือแบบรวมที่นักกีฬาหรือทีมกีฬาชนะในการแข่งขันบางรายการ รวมถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก การแข่งขันชิงแชมป์โลก และฟุตบอลโลก

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 133 เปิดเผยความลับ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved