พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 51 ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ
ตอนที่ 51
ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มลงไปอุ้มเขาขึ้นมา
เสี่ยวเป่าโน้มหน้าลงไปหากล้องและเริ่มพูดบ่น
ลู่ซีจวี๋พยักหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำติเตียนเกี่ยวกับฉินลู่ “ลุงรู้แล้ว”
เนื่องจากฉินลู่เป็นฝ่ายโทรไปรายงาน เขาจึงรู้ว่าตอนนี้เสี่ยวเป่าอยู่ที่นี่ด้วย
“เธอโทรไปรายงานจริง ๆ เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ลู่ซีจวี๋ที่อยู่อีกด้านหนึ่งพบว่ามันตลกมากเช่นกัน
“พอฉันเดินเข้าบริษัทไป พวกเขาก็มารายงานฉันเลย”
เป็นผลให้เขาส่งคำตำหนิกลับไป และสันนิษฐานว่าทัศนคติในการตอบกลับฉินลู่นั้นไม่ดีมากนัก
พวกเขาเพิ่งพูดคุยกันได้แค่ไม่กี่ประโยค เสียงของ เสี่ยวเป่าก็พูดขัดพวกเขาขึ้นมาเสียก่อน
“คุณลุงซีจวี๋เมื่อไหร่จะมา? เสี่ยวเป่าคิดถึงแล้ว!” เสี่ยวเป่านอนเกยขอบโต๊ะ ใบหน้าอ้วนท้วนจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาที่คาดหวัง
หัวใจของลู่ซีจวี๋อ่อนยวบลงทันทีเมื่อเห็นท่าทางของเขา
“ช่วงนี้ยังไปไม่ได้หรอก ลุงงานยุ่งมาก รอมีเวลาก่อนนะแล้วจะแวะไปหาเสี่ยวเป่า”
เสี่ยวเป่าทำหน้ามุ่ยรู้สึกผิดหวังที่เขาไม่สามารถมาหาได้
ลู่ซีจวี๋หัวเราะ “ถ้าเป็นไปได้อีกสองเดือนลุงจะเอาเกมบอยตัวใหม่ล่าสุดไปให้ดีมั้ย?”
“ดี” เสี่ยวเป่าตอบรับอย่างไม่เต็มใจนัก “เกมบอยตัวล่าสุดง่ายมาก ผมเล่นผ่านด่านแล้ว”
“เสี่ยวเป่าเก่งมาก เดี๋ยวกลับไปแล้วมาแข่งกับลุงใหม่นะ” ลู่ซีจวี๋พูดเกลี้ยกล่อมเมื่อเห็นสายตาผิดหวังของเสี่ยวเป่า
จนเสี่ยวเป่ากลับมายิ้มได้อีกครั้ง
“ได้ฮะ เสี่ยวเป่าคุยจบแล้ว คุณลุงคุยกับหม่ามี้ต่อเถอะ เสี่ยวเป่าจะไปกินขนมแล้ว” เสี่ยวเป่าพูดและนอนหนุนตัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนอนไม่หลับมาตลอดทั้งคืนจนดวงตาแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด
ลู่ซีจวี๋สังเกตเห็นและดูเป็นกังวลเล็กน้อย
“แล้วทางโน้นไปเป็นไงบ้าง งานยุ่งมากเหรอ? ถ้าเหนื่อยก็พักบ้างนะ อย่าฝืนตัวเองนัก”
คราวเมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ เธอทำงานหนักกว่าใคร ๆ เสมอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคุ้นเคยกับความห่วงใยของเขาดี ยิ้มและส่ายหัวปฏิเสธ
“ฉันรู้จักแบ่งเวลาอยู่หรอกน่า อีกอย่างเริ่มชินแล้วด้วยค่ะ ไม่เหนื่อยอย่างที่รุ่นพี่คิดหรอก”
คนที่อยู่ปลายสายไม่เชื่อ
“เธอก็เป็นซะอย่างนี้ อยู่ที่นั่นคงจะมีปัญหาไม่น้อย ถ้าต้องการอะไรก็โทรหาฉันได้เสมอ ไม่ต้องรอจนกว่าฉันจะถาม”
ลู่ซีจวี๋คอยช่วยเหลือเธอเสมอเมื่อตอนที่เธออยู่ต่างประเทศ และถึงตอนนี้เธอกลับมาที่ประเทศจีนแล้ว เขาก็ยังอยากช่วยเหลือเธอเหมือนเดิม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาก เธออยากจะบอกว่าเธอไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรเลย แต่เมื่อนึกถึงเสี่ยวเป่าแล้ว
การพบเสี่ยวเป่าไปไหนมาไหนด้วยตลอดทั้งวันไม่ใช่เรื่องง่าย
“พูดถึงเรื่องนี้ ฉันมีเรื่องอยากจะให้รุ่นพี่ช่วยอยู่พอดี” เธอพูด
ใบหน้าของลูซีจวี๋ดูจริงจังขึ้นเมื่อได้ยินว่าเธอกำลังลำบาก “เกิดอะไรขึ้น?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบไปสองสามนาทีและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดทั้งสองวันที่ผ่านมาคร่าว ๆ เธอเล่าว่าเสี่ยวเป่าถูกลักพาตัวไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
เธอไม่ต้องการให้ลู่ซีจวี๋เป็นกังวลกับพวกเธอมากจนเกินไป
“เพราะงั้นฉันถึงอยากยืมคนของรุ่นพี่สักสองสามคนมาคอยปกป้องเสี่ยวเป่าลับ ๆ” เธอพูดและคอยสังเกตสีหน้าของ ลู่ซีจวี๋
ถึงเธอจะเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ลู่ซีจวี๋ก็ยังโมโหอยู่ดี
“เรื่องอันตรายขนาดนี้ทำไมเธอถึงไม่บอกฉัน? ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอะไรไม่ถูก
เธอประเมินความเป็นมนุษย์ของถงกัวฮุยเอาไว้สูงเกินไป คิดว่าคงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจึงไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากลู่ซีจวี๋
และนึกไม่ถึงว่ามันจะกลายมาเป็นแบบนี้
“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันรีบส่งคนไป พรุ่งนี้ก็ปล่อยให้ เสี่ยวเป่าไปโรงเรียนตามปกติได้แล้ว” ลู่ซีจวี๋เห็นว่าเธอทำอะไรไม่ถูกจึงพูดตัดบทออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที เธอยิ้มและพูดขอบคุณ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูและเห็นว่าการประชุมกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้าจึงบอกลาเขาและวางสายลง
“เสี่ยวเป่า รออยู่นี่นะลูก เดี๋ยวหม่ามี้กลับมา”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปบอกเสี่ยวเป่า หยิบกองเอกสารและลุกขึ้นยืน
เมื่อเธอมาถึงห้องประชุม ภายในห้องเต็มไปด้วยกลุ่มคนมากมายที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส
ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับเงียบลงเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูรอบ ๆ โดยไม่แสดงสีหน้า ไม่สนใจสีหน้าแปลกใจของพวกเขา และเดินมานั่งลงที่ตำแหน่งของผู้บริหาร
“ในการประชุมครั้งนี้ฉันอยากจะหารือเกี่ยวกับแผนพัฒนาบริษัทในครึ่งปีหลัง หากพวกคุณมีข้อเสนอแนะอะไรสามารถส่งกันเข้ามาได้เลยค่ะ”
หลังจากเธอพูดจบ บรรยากาศภายในห้องประชุมก็เงียบกริบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วหลังเงียบไปนาน
เธอคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ ดังนั้นเธอจึงวางแผนทุกอย่างด้วยตัวเอง
“ในเมื่อไม่มีใครคัดค้านอะไร งั้นฉันจะจัดแจงตามนี้เลยนะคะ”
เสียงสะท้อนดังขึ้นอย่างเบาบางอยู่ในห้องประชุม
ผสมปนเปกับน้ำเสียงเย็นชาที่ฟังดูรุนแรงเป็นพิเศษ
ฉินลู่ที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายไม่ได้หลีกเลี่ยงการพูดจารังเกียจใส่เธอแม้แต่นิดเดียว
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำหูทวนลมใส่คำพูดจาว่าร้ายของหล่อน และบอกแผนการของเธอให้ทุกคนฟัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตรวจงานของแต่ละแผนก จากนั้นจึงลุกขึ้นและเดินออกไป
เธอไม่สามารถทิ้งเสี่ยวเป่าไว้ในห้องทำงานเพียงลำพังได้
เมื่อเธอเดินกลับเข้าไป เสี่ยวเป่ายังคงตื่นเต้นอยู่กับกองขนมทั้งหลาย
“หม่ามี้!”
เสี่ยวเป่าเห็นเธอเดินกลับเข้ามาแล้วจึงเหลือบมองกองขนมที่ถูกกวาดออกไปจนเรียบ จากนั้นจึงยิ้มประจบประแจงเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหน้า ไม่พูดอะไร และตามกู้ชิงเข้ามา
“ผู้จัดการมีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ช่วยฉันตรวจสอบสถานการณ์ของตระกูลถง ยิ่งได้รายละเอียดเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจัดเรียงเอกสารในมือด้วยสีหน้าซีดเซียว
สตีเฟนกรุ๊ปกับถงกรุ๊ปไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ดังนั้นคำสั่งของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงทำให้กู้ชิงสับสนเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นก็ยังปฏิบัติตามคำสั่งอยู่ดี
แต่ก่อนที่เธอจะเริ่มตรวจสอบ ใครบางคนก็แวะเข้ามาหาเธอเสียก่อน
“ฉันมาหาผู้จัดการถง” น้ำเสียงแหบแห้งของชายคนหนึ่งดังลอดเข้าหูของกู้ชิง
“คุณได้นัดเอาไว้มั้ยคะ?” เธอถาม
สีหน้าของชายคนนั้นมืดมนลงและถามด้วยน้ำเสียงหยาบคาย “ฉันเป็นพ่อของถงเหมี่ยวเหมี่ยว จำเป็นต้องนัดลูกสาวตัวเองด้วยเหรอ?”
กู้ชิงตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ก่อนที่เธอจะตอบสนองทัน ชายคนนั้นก็เดินผ่านเธอไปแล้ว
กู้ชิงรีบไล่ตามเขาไป
ทว่าเธอไม่สามารถหยุดเขาเอาไว้ได้และทั้งคู่ก็เดินตามกันเข้าไปในห้องทำงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เสี่ยวเป่าที่นั่งเล่นของเล่นอยู่บนโซฟามองดูคนที่เข้ามาใหม่แล้วรีบกระโดดลงจากโซฟาวิ่งไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวทันที
“คุณมาที่นี่ทำไม? ใครให้คุณเข้ามา? ไม่รู้จักกฎระเบียบหรือไง? ทำไมคนคนนี้ถึงผ่านขึ้นมาบนชั้นบนสุดได้ทั้งที่ไม่ได้นัดหมายกับฉัน แถมยังเข้ามาถึงห้องทำงานฉันอีก?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปกป้องเสี่ยวเป่าและพูดถามเสียงเย็นชา
หัวใจของกู้ชิงบีบรัดแน่นทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“คุณถง ฉันหยุดเขาไว้ไม่ได้ค่ะ…”
“แล้วทำไมฉันจะมาไม่ได้?” ถงกัวฮุยพูดขัดจังหวะกู้ชิงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฉันเป็นพ่อของแก และแกก็เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของฉัน ในเมื่อแกไม่กลับไปหาฉันแล้วฉันมาหาแกเองไม่ได้เหรอ?”
“เราไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว และที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
สีหน้าของถงกัวฮุยมืดมนลงทันที
“แกมีสิทธิ์มาพูดเรื่องสายสัมพันธ์ด้วยเหรอ? มีมารยาทบ้างมั้ย? พอได้เป็นนายคนแล้วก็จะตัดสายสัมพันธ์กับฉันเลยเหรอ?”
เขาพูดราวกับว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนเนรคุณ
ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมืดมนลง จ้องมองท่าทางบ้าคลั่งของเขาด้วยสายตาเย็นชา