cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 322 ลงดาบ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง
  4. บทที่ 322 ลงดาบ
Prev
Next

ลูกธนูที่เหลือในมือของเฉิงเจียวเหนียงไม่ทันได้ยิงออกไปอีก พ่อบ้านเฉาก็ส่งคนฝ่าเข้าไปแล้ว

ทหารพวกนี้ในมือปราศจากอาวุธซ้ำยังเคยรับโทษกันมาแล้ว อีกทั้งถูกยิงตายไปสองคนในพริบตาเดียวก็ยิ่งขวัญกระเจิง ไร้ซึ่งแรงต่อต้านใดๆ

นี่เป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คนที่อยู่ข้างกายยังไม่ค่อยรู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

มีกลุ่มคนรอบข้างช่วยกันใช้ดินและกิ่งไม้มาตบใส่คนที่ถูกไฟให้ไฟมอดลง คนคนนั้นคงไม่น่ารอดแล้ว ไหม้จนแทบมองไม่ออกว่าเป็นคน แต่ผู้ติดตามตระกูลโจวก็ยังรู้ว่าคนคนนั้นคือใคร

“เป็นคนที่ปลุกปั่นให้ทหารขับไล่ชาวเมือง” ผู้ติดตามกระซิบบอก “ข้างกายมีไหน้ำมัน…”

พ่อบ้านเฉาจึงได้กระจ่างแจ้งขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

“แม่นาง คนผู้นี้จะวางเพลิงฆ่าพวกเราหรือขอรับ” เขาถาม

“ไม่รู้ น่าจะใช่” เฉิงเจียวเหนียงเอ่ยพลางยัดธนูใส่มือพ่อบ้านเฉา “ธุระที่เหลือท่านจัดการเอาเถอะ”

ไม่รู้ น่าจะใช่…

พ่อบ้านเฉานิ่งอึ้ง ก้มหน้ามองธนูในมือ

ไม่รู้แต่กล้ายิงคนตาย…

ยอมฆ่าผิดคนแต่จะไม่ปล่อยให้หลุดรอดแม้แต่คนเดียวเช่นนั้นหรือ

นี่มันการฆ่าคนเลยนะ!

ทว่าสำหรับนายหญิงแล้วการฆ่าคนนั้นไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรกระมัง

เพราะเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นอย่างกะทันหัน อีกทั้งผู้ติดตามของตระกูลโจวมีประสบการณ์จากเหตุไฟไหม้มากมายในเมืองหลวง ไม่นานก็ช่วยคนและดับไฟลงได้

ห้องที่มีโครงสร้างที่ทำจากไม้และดินในศาลาพักม้าอยู่ในสภาพทรุดโทรมมานานถูกไฟครอกจึงคุมได้ยาก แต่โชคดีที่ห้องที่ไหม้นั้นคือห้องสุดท้ายด้านบน มีผู้อาศัยไม่มาก ขณะหนีไฟจึงทำให้ด้านหน้าเบียดเสียดกันมาก

ดังนั้นคนที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้มีไม่มาก แต่ที่มากคือการบาดเจ็บจากการเหยียบกัน

เคราะห์ดีที่เฝิงหลิงที่อยู่ตำแหน่งต้นเพลิงนั้นหนีออกมาได้

เพราะตอนกลางคืนอากาศอบอ้าว เขานอนหลับได้ไม่ดีนัก แม้เป้าหมายของคนทำคือที่ที่เขาอยู่ เพลิงตรงนี้จึงแรงที่สุด แต่เขาที่ตื่นมาได้อย่างทันเวลาก็รีบโกยอ้าวไปยังหน้าประตู อีกทั้งผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ฝ่าเข้ามาแบกขึ้นหลังอย่างไม่กลัวอันตราย มีแค่แขนที่ถูกไม้ที่ตกลงมากระแทกโดนจนได้รับบาดเจ็บและสำลักควันจนเจ็บคอเท่านั้น ส่วนชีวิตปลอดภัยไร้ปัญหา

ยามที่ฟ้าสางไฟก็มอดลงแล้ว เพราะสิ่งที่เผาไหม้ได้ต่างไหม้ไปหมดแล้ว ทุกหนแห่งดำเป็นตอตะโก คนที่ตกใจและเหนื่อยล้าจากการดับไฟต่างล้มนอนกันบนถนนนอกศาลาพักม้า

เมื่อคืนมัวแต่ห่วงชีวิตตนอยู่จึงไม่ได้รู้สึกอะไรนัก มายามนี้รักษาชีวิตเอาไว้ได้แล้วก็ไปนึกถึงทรัพย์สมบัติขึ้นมา จึงต่างพากันร้องห่มร้องไห้

ท่ามกลางเศษซากปรักหักพัง ผู้ติดตามสองนายพยุงเฝิงหลินเดินเข้ามา

เห็นชายหนุ่มที่เดินกะเผลกเข้ามานั้นมีผ้าพันระหว่างแขนกับคอ เสื้อผ้าดำเกรียมพอๆ กับใบหน้าที่ดำเหมือนก้นหม้อ กลับทำให้ผู้รอดชีวิตต่างเหมือนได้เห็นบรรพชายหนุ่มที่ยังมีชีวิต

“ใต้เท้า!” พวกเขาร้องไห้ตะโกนพลางเดินเข้าไปรับ

เหล่าชาวเมืองก็เห็นแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นขุนนางตำแหน่งใด แต่ภาพลักษณ์ที่รักชาวเมืองดั่งลูกหลานเมื่อคืนนี้กลับตราตรึงอยู่ในใจผู้คนไม่คลาย พวกที่ตื่นตะหนกตกใจจากภัยพิบัติมานั้นพอเห็นเขาเข้าก็พลันสงบลงมามาก

“ใต้เท้า!”

“ใต้เท้า!”

ชาวเมืองนับไม่ถ้วนต่างตะโกนร้องห่มร้องไห้เดินไปหาเขา

“เฝิงหลินตายหรือยัง”

ซูปั้น[1]ที่อยู่ภายในบ้านหลังหนึ่งของหมู่บ้านนั้นไม่ชักช้าอีกต่อไป เอ่ยถามขึ้นมาอย่างรีบร้อน

ชายหนุ่มทั้งสองสบตากันแล้วส่ายหน้า

“เขาไม่ตายหรือ” ซูปั้นหน้าตาเขียวคล้ำ นั่งลงอย่างแรง “หวังต้าหลิวจงถูกคนฆ่าตายแล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว…เมื่อชายหนุ่มทั้งสองได้ยินคำว่าแย่แล้วของซูปั้นในใจก็พลันเย็นเยียบ ครั้งนี้ผิดหวังกว่าครั้งที่เห็นเหล่าพี่น้องดีดดิ้นทุรนทุรายตายไปอีก

“ก็ไม่แน่ ก็ไม่แน่” พวกเขารีบพูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ไฟไหม้รุนแรงมาก เรารีบกลับมารายงานก่อน ไม่ได้อยู่ยืนยัน น่าจะตายแล้วกระมัง หนีออกมาไม่ได้หรอก เราจุดไฟทั้งสี่ด้านที่ห้องของเขาเลยนะ…”

“ไม่ว่าเขาจะตายหรือไม่ก็แย่แล้ว…แย่แล้ว หวังต้าหลิวจงถูกฆ่า ณ ที่นั้น ทหารก็ถูกจับไว้แล้ว…นี่ก็เพียงพอแล้ว เพียงพอแล้ว…” ซูปั้นส่ายหน้าพึมพำเอ่ยว่า “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้ ใครเป็นคนทำ เหตุใดจึงถูกคนฆ่าได้”

ชายหนุ่มทั้งสองแขนขาเย็นเฉียบ วางเพลิงฆ่าคน พวกเขาไม่เคยกลัว แต่คนที่หมดหนทางกลายเป็นพวกเขาเสียเอง รู้สึกพูดไม่ออกจริงๆ

“ไม่รู้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” พวกเขาบอกด้วยเสียงสั่นๆ

พวกเขาอยู่ด้านหลังตลอด ตอนที่จุดไฟแล้วฝ่าออกมาก็เห็นขุนนางชั้นผู้น้อยล้มลงกับพื้นด้วยไฟที่แผดเผาไปทั่วร่าง พริบตาเดียวเท่านั้นขุนนางผู้เก็บภาษีก็ถูกธนูยิงทะลุคอ

พวกเขาเห็นเพียงว่าด้านนั้นมีคนยืนกันอยู่เยอะมาก แต่ยังไม่ทันดูให้ดีว่าเป็นใครก็หันหลังวิ่งกลับมาอย่างไม่คิดชีวิตแล้ว

“ยามนี้ไม่ใช่เวลามาถามเรื่องพวกนี้แล้ว” ซูปั้นเอ่ยพลางจับโต๊ะเพื่อพยุงตัวไว้ด้วยใบหน้าซีดเผือด

รู้ว่าเป็นใครแล้วจะทำอะไรได้ ไปฆ่าหรือ

“ใต้เท้า ยามนี้ควรทำเช่นไรดี” ชายหนุ่มทั้งสองเอ่ยถามเสียงสั่น

ทำเช่นไรหรือ

“หนี!” เขาสบถออกมาคำหนึ่ง

หนี! รีบหนี!

เรื่องราวบนโลกนี้ก็เป็นเช่นนี้ ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร ไม่มีทางเลือกที่สามให้เลือก

ยังดีที่เขาเป็นคนรอบคอบ ต่อให้เข้าใจเรื่องราวมากกว่านี้อีกก็ต้องเตรียมการไว้ให้พร้อมอยู่ดี

เขาได้ส่งคนในครอบครัวออกไปในที่ไกลหูไกลตาแล้ว ตัวเขายังพกเงินที่พอจะใช้ชีวิตได้ระยะหนึ่งไว้อีกด้วย

หมอกยามเช้าในสารทฤดูที่พัดผ่านกายแฝงไว้ด้วยความหนาวเย็น

ซูปั้นควบม้าไปตามทางเล็กๆ

ชนบทในยามเช้าตรู่ทั้งสงบเงียบและสบายใจ ชาวชนบทที่ตื่นแต่เช้า หมาที่เห่าอย่างบ้าคลั่งเป็นครั้งคราว ด้านหลังไม่มีทหารตามมา แต่จิตใจของเขากลับตระหนกไม่สบายใจซ้ำยังมีความผิดหวังแฝงอยู่

การหนีครานี้เขาไม่มีอะไรเลย

ไม่มีเฉาซูปั้นอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป ไม่มีตระกูลเฉาของเมืองไท่ชางที่สืบทอดกันมาสามชั่วอายุคน

เทียบกับพวกใต้เท้าของถนนไท่ชางที่ตามล้างตามเช็ดต่ออย่างยากลำบากแล้ว เฉาซูปั้นอย่างเขายังนับว่ามีโชคอยู่บ้าง แต่เหตุใดในใจกลับยังคงอึมครึมมืดมิดเช่นนี้

พ่ายแพ้ได้อย่างไรกันนะ เหตุใดเรื่องจึงได้กลับตาลปัตรไปเช่นนี้

พ่ายแพ้ได้อย่างตายตาไม่หลับจริงๆ

ในทุ่งนายามเช้าตรู่นั้น ทั้งคนทั้งม้ากลับเหมือนหมาไร้บ้านที่ควบแล่นไปอย่างรวดเร็ว

“พวกเจ้าต้องการจะเผาข้าให้ตายหรือ”

เฝิงหลินเอ่ยถามพลางมองไปยังคนทั้งสี่ที่ถูกมัดให้คุกเข่าตรงหน้า

“มะ…ไม่…ไม่ใช่พวกเรา” ทหารทั้งสี่รีบตะโกนตอบพลางพากันโขกหัวกับพื้น “พวกเราโดนสั่งมาขอรับ”

อย่างไรเสียทหารเล็กๆ อย่างพวกเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญอะไรอยู่แล้ว ก่อเรื่องใหญ่โตขึ้นมา สุดท้ายก็ต้องมีขุนนางชั้นผู้สูงมารับผิดชอบ ขอเพียงเบื้องบนต่อสู้กัน พวกเขาที่ต่ำต้อยเหมือนมดก็จะพอผ่อนผันได้ โบยสักทีลงโทษสักครั้งแล้วก็ไล่ออก เท่านี้เรื่องก็จบแล้ว

ชาวบ้านที่ได้ยินว่าไฟไหม้ครั้งนี้มีคนเจตนาวางเพลิงก็พลันโมโหเดือดดาลกันขึ้นมา

“เผาพวกเขาให้ตาย เผาพวกเขาให้ตาย!”

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มตะโกนขึ้นก่อน เสียงอีกหลายเสียงก็ยิ่งดังตามกันขึ้นมา ทั้งก้อนหิน กระบองไม้ต่างโยนเข้าใส่ให้วุ่น

“เป็นหลิวจงแห่งถนนไท่ชางเป็นคนสั่งพวกเรา” เหล่าทหารตะโกนบอก “เขาให้เงินเรามาเยอะมาก”

พวกเขาเพิ่งจะพูดจบก็ถูกพ่อบ้านเฉาถีบจนล้ม

“ไปตดให้มารดาเจ้าดมเถิด ขุนนางชั้นผู้น้อยของกองขนส่งถนนไท่ชางเล็กๆ นี้จะมาสั่งการพวกเจ้าที่เป็นองครักษ์ของฮ่องเต้ได้อย่างไร!” เขากร่นด่า “ไปหลอกคนโง่โน่นไป!”

พวกทหารต่างพากันร้องประท้วง

“หลิวจงล่ะ” เฝิงหลินถามขึ้น

พ่อบ้านเฉาโบกมือ ผู้ติดตามก็ยกหลิวจงที่ถูกเผาจนเป็นตอตะโกและอีกคนหนึ่งเข้ามา

ถูกเผาเสียอนาถ กลิ่นไหม้อบอวล ชาวเมืองที่ห้อมล้อมอยู่ทั้งอยากดูทั้งหวาดกลัว หลับตาปิดจมูกเบียดเสียดกันชะเง้อชะแง้มอง

“ยังดีๆ อยู่แท้ๆ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้…”

“อะไรกัน บนตัวเขามีไหน้ำมันด้วย นี่มันคนจุดไฟชัดๆ…”

“กรรมตามสนอง!”

เฝิงหลินที่มีผู้ติดตามคอยพยุงอยู่ก็เข้าไปดูศพทั้งสองท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์

แม้ว่าจะเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น แต่เฝิงหลินก็เข้าใจการลงโทษและเคยพิสูจน์ศพมาก่อน ดังนั้นจึงไม่กลัวและไม่สบายตัวอะไร ซ้ำยังนั่งยองๆ มองศีรษะของศพที่ไหม้เกรียมอย่างละเอียด มือเขาขยับคราหนึ่ง บริเวณลำคอของศพก็ปรากฏธนูเหล็กดอกหนึ่งให้เห็น

เป็นไปอย่างที่คิดไว้…

เฝิงหลินเงยหน้ามองพ่อบ้านเฉาที่อยู่ข้างๆ อย่างอดไม่ได้

พ่อบ้านคนนี้แม้จะรูปร่างไม่สูงใหญ่ แต่ก็ร่างหนาแข็งแรง เห็นได้ชัดว่าเป็นคนมีวรยุทธ์ ยามนี้เขากำธนูเอาไว้

“ฝีมือธนูดี” เฝิงหลินเอ่ยชม

พ่อบ้านเฉาประสานมือคำนับ

“ขอบคุณใต้เท้าที่ชื่นชม” เขาอมยิ้มเอ่ยขึ้น

ผู้ติดตามทั้งสองที่ได้ยินก็พลันตะลึงพลางมองไปยังพ่อบ้านเฉา

นภาสว่างเจิดจ้า ไกลออกไปมีเสียงเกือกม้าดังขึ้น

“ใต้เท้า คนของส่วนราชการที่อยู่ใกล้ๆ นี้ต่างมาถึงแล้ว ทหารและม้าของถนนไท่ชิงก็มาด้วยขอรับ” องครักษ์ที่ควบม้ามาลงจากม้าละล่ำละลักบอก

ไม่ไกลนักมีคนนับร้อยรวมตัวกันเป็นทิวแถว

เกิดเพลิงไหม้ที่ศาลาพักม้า เผาขุนนางในราชสำนักตาย ซ้ำยังมีชาวเมืองอีกกลุ่มใหญ่ นี่เป็นเรื่องใหญ่ถึงชีวิต ขุนนางน้อยใหญ่ที่อยู่เมืองใกล้ๆ ต่างเร่งรุดกันมา ระหว่างทางยังเจอเข้ากับขุนนางทหารสวมชุดเกราะท่าทางสง่าผ่าเผยและมีไอสังหารแผ่ไปทั่วก็ยิ่งตกอกตกใจใหญ่

แม้จะยังไม่ถึงที่เกิดเหตุ แต่เหล่าขุนนางที่ละเอียดรอบคอบต่างกระจ่างแจ้ง นี่เป็นฝีมือคน ไม่ใช่ภัยจากธรรมชาติแน่นอน

พอได้มาเห็นสภาพอเนจอนาถของที่เกิดเหตุแล้ว ทุกคนก็ต่างตกตะลึง ไม่ว่าจะเสียใจจริงๆ หรือแกล้งทำ พวกเขาล้วนมีท่าทางโศกเศร้ากันอย่างสุดแสน

“นี่คือคนร้ายที่วางเพลิง พวกเจ้ามาดู คุ้นหน้าหรือไม่” เฝิงหลินเอ่ยขึ้นเสียงแหบแห้ง

พวกขุนนางผลักกันไปมา สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้จึงจำต้องเข้าไปดู พอเห็นคนที่นอนอย่างชัดเจนแล้วก็ต่างพากันสูดหายใจลึก

“รู้จักหรือไม่” เฝิงหลินถามเสียงเย็นชา

“มะ…ไม่รู้จัก” ทั้งสามต่างก้มหน้าเอ่ยตอบ

เฝิงหลินส่งเสียงถุยออกมา

“ใต้เท้า ที่นี่อันตรายอยู่นานไม่ได้ โปรดไปพักที่ค่ายไท่ชิงของพวกเราก่อนเถิด” ขุนนางทหารนายหนึ่งลงม้ามาบอกพลางคำนับให้เฝิงหลิน จากนั้นก็ “ท่านลุงเฝิงซื่อ ข้าอยู่กองเดียวกันกับฉางชิง”

เฝิงหลินพินิจดูเขาแล้วพยักหน้า

“คงเป็นจงชิ่ง จงจื่อเจี้ยนหรือ” เขาเอ่ยถาม

“หลานเองขอรับ” ขุนนางทหารนายนั้นคำรับอีกรอบ

“ก่อนเดินทางฉางชิงเคยพูดถึงเจ้ากับข้า” เฝิงหลินบอกเสียงแหบ

“พี่ฉางชิงก็เขียนจดหมายถึงข้าเช่นกัน ข้าผิดเองที่ไม่รู้ว่าท่านลุงซื่อซูมาที่นี่ จึงไม่ได้มาคุ้มกันได้ทันเวลา…ทำให้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเช่นนี้…” ขุนนางทหารสีหน้าละอายใจ

เฝิงหลินหัวเราะเสียงเย็นออกมา

“นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดที่ไร้ความระมัดระวังของเจ้า นี่เป็นความผิดของคนกลุ่มหนี่งที่มันกำเริบเสิบสาน” เขาเอ่ย

ขุนนางทหารไม่พูดอะไรอีกแล้วเชิญเขาให้กลับค่ายทหารไปกับตนอีกครั้ง

“ไม่ ข้าไม่ไป” เฝิงหลินบอก “ข้าจะรออยู่ที่นี่ รอให้คนมาเห็น รอให้ฝ่าบาทได้เห็น…”

เขาพูดถึงตรงนี้ก็ผลักผู้ติดตามออก เดินกะเผลกไปยังศาลาพักม้าที่ยังเหลือซากจากเพลิงอยู่

“ใต้เท้าระวัง”

ขุนนาง ผู้ติดตามและองครักษ์ต่างตะโกนกำชับ

เฝิงหลินยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ปล่อยผมแผ่สยาย อาภรณ์มอมแมม หน้าดำเป็นถ่าน หันกลับมาด้วยท่าทางจนตรอก ใช้แขนข้างที่ไม่บาดเจ็บชี้ไปรอบทิศ

“ให้คนทั้งใต้หล้ามาดู! ว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่!”

“ให้คนทั้งใต้หล้ามาดู! ไอ้พวกรับสินบาทคาดสินบนกระทำผิดกฎหมายมันบ้าระห่ำกันอย่างไร!”

“ข้าจะคอยเฝ้าอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น ให้พวกถนนไท่ชางส่งสมุดบัญชีมาให้ข้า! ข้าจะนั่งอยู่บนซากปรักหักพังพวกนี้ แล้วก็ พวกเจ้าไปทำโลงศพมาโลงหนึ่งให้ข้า…”

“…ข้าจะเอาอย่างฮั่นว่อหู่[2] ดูถนนไท่ชางไปกับโลงศพ!”

เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดังมากนัก แต่คนฟังกลับปวดหูเหมือนแก้วหูสั่น

พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองเงาร่างมอมแมมที่ยืนอยู่ในซากปรักหักพังท่ามกลางแสงยามเช้าที่เพิ่งจะสาดส่องขึ้น กลับไม่ได้น่าตลกขบขันเช่นนั้น ตรงกันข้ามกลับแยงตาระยิบระยับจนไม่กล้ามองตรงๆ

…………………………..

[1] ซูปั้น ขุนนางด้านอักษร

[2] ฮั่นว่อหู่ ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ตงซวน ผู้ปกครองเมืองลั่วหยาง เข้ารับตำแหน่งด้วยโลงศพสีดำทาสีใหม่ เพื่อแสดงถึงลั่วหยางเป็นเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ ขุนนางมาชุนนุม หากขุนนางที่ทุจริตได้รับโทษอย่างเด็ดขาดก็ยากที่จะเลี่ยงการทำให้ราชวงศ์ไม่พอใจ ก่อให้เกิดการถูกสังหารขึ้นได้ ดังนั้นจึงได้ยอมตายในหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง เอาโลงศพขึ้นรับตำแหน่งด้วย ไม่เกรงต่อเหล่าขุนนางที่มีอำนาจในเมืองหลวงและราชวงศ์ เรียกว่า ‘ว่อหู่’

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 322 ลงดาบ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved