cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 62 มากตัณหา

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้กล้าเหนือกาลเวลา
  4. บทที่ 62 มากตัณหา
Prev
Next

บทที่ 62 มากตัณหา

สวี่ชิงที่ตอนนี้ไปจากร้านขายยา กำลังมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือที่เจ็ดสิบเก้า

งานของกรมปราบพิฆาตแม้จะขานชื่อทุกวัน ออกไปร่วมลาดตระเวนบ้างเป็นบางครั้ง แต่ความจริงเวลาที่ไม่มีภารกิจส่วนมากก็จะอิสระ ดังนั้นสวี่ชิงจึงวางแผนว่าจะกลับไปที่ท่าเรือฝึกบำเพ็ญต่อ

เขาเดินอยู่ริมถนนตามความเคยชิน พยายามทำให้ตัวเองกลืนไปกับความมืด เดินไปข้างหน้าเงียบๆ

เนื่องจากพายุ เรือสินค้ามากมายและเรือที่ออกทะเลของลูกศิษย์ในสำนักจึงไม่สามารถเข้าท่าเรือได้ทัน ส่วนมากล้วนติดอยู่กลางทะเล

วันนี้ลมพายุสงบแล้ว แม้จะยังมีฝนแต่เรือที่สามารถเข้าท่าเรือได้ก็มีมาก

สวี่ชิงเดินอยู่ที่ท่าเรือ สมองก็ขบคิดเรื่องยาลูกกลอนและการฝึกบำเพ็ญของตัวเอง

’ต้นทุนของลูกกลอนขาวหนึ่งเม็ดประมาณสามเหรียญวิญญาณ เรื่องนี้ต้องวางแผนระยะยาว ค่อยๆ สะสมไปก็จะได้ผลเก็บเกี่ยวที่ไม่ธรรมดาเลย’ สวี่ชิงลูบหินวิญญาณที่ได้มาจากการขายลูกกลอน

‘ค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนสูงมาก หากอยากจะรักษาความเร็วอย่างก่อนหน้านี้ ต้องใช้หนึ่งก้อนทุกวัน แล้วยังมีค่าท่าจอดเรือที่ใกล้จะต้องจ่ายแล้ว

‘ส่วนการหลอมเรือยิ่งมีราคาแพงมหาศาล’ สวี่ชิงถอนหายใจในใจ เสียใจนิดๆ ที่ก่อนหน้านี้ฆ่าอย่างเด็ดขาดเกินไป พลาดโอกาสรับวัตถุและแต้มอุทิศของอีกฝ่าย

ดังนั้นจึงขบคิดว่าควรจะคิดหาวิธีจับคนร้ายให้มากขึ้นอีกนิด หรือไม่ก็ไปพื้นที่ต้องห้ามสักหน ไม่อย่างนั้นหากเป็นเช่นนี้ต่อไป คิดจะยกระดับเรือเวทก็จะขาดแคลนทรัพยากร

ค่าครองชีพของเมืองหลักสูงมาก แต่ที่แพงที่สุดคือทรัพยากรฝึกบำเพ็ญ อย่างแรกประชาชนยังพอรับได้ แต่อย่างหลังไม่ต้องพูดถึงว่าไม่มีสิทธิ์ซื้อ ต่อให้เป็นลูกศิษย์ที่มีสิทธิ์ซื้อก็น้อยนักที่กว้านซื้อได้

สำหรับลูกศิษย์สำนักเจ็ดเนตรโลหิตแล้ว ค่าอยู่อาศัยสามสิบเหรียญวิญญาณทุกวันไม่นับเป็นเรื่องอะไร สิ่งที่ทำให้พวกเขาลอบสังหารแย่งชิงกันเองจริงๆ คือทรัพยากรฝึกบำเพ็ญของกันและกัน

หากอยากพัฒนา ถ้าไม่รับภารกิจออกไปข้างนอกให้ได้มา ก็แอบลอบสังหารช่วงชิงเอามา ไม่มีทางเลือกอื่น

จุดนี้มีเพียงศิษย์หลักที่ได้ป้ายฐานะถึงมีสิทธิ์อาศัยบนเขาแต่ไม่ได้สิทธิ์การแบ่งปันผลประโยชน์ ถึงจะดีขึ้นไม่น้อย

ช่วงนี้สวี่ชิงได้ยินเรื่องเกี่ยวกันสำนักเจ็ดเนตรโลหิตมากมาย และเข้าใจแล้วว่าศิษย์หลักที่ว่าก็คือคนที่ถือป้ายสีที่แท้จริงของแต่ละยอดเขาเข้าสำนัก

อย่างยอดเขาที่เจ็ดจะเป็นป้ายแนะนำสีม่วง

ใครคนใดก็ตามที่ถือป้ายเช่นนี้ เมื่อเข้าสำนักก็สามารถอาศัยบนเขาได้เลย เสื้อผ้าของพวกเขาล้วนเป็นสีอ่อนประจำแต่ละยอดเขา อย่างชายหนุ่มชุดนักพรตสีม่วงอ่อนที่ถนนวันนั้น อย่างเด็กสาวชุดนักพรตสีส้มอ่อนคนนั้นเมื่อก่อนหน้านี้

พวกเขามักจะเป็นคนรุ่นหลังของผู้นำระดับสูงของยอดเขาต่างๆ ซื้อวัตถุใดก็ตามล้วนเป็นราคาครึ่งหนึ่งของลูกศิษย์ล่างเขาคนอื่นๆ แต่ว่ากฎของสำนักกำหนดไว้ว่าห้ามมิให้ขายต่อเพื่อเก็งกำไร หากถูกจับได้ก็จะยกเลิกฐานะ ดังนั้นจึงน้อยคนที่จะยอมเสี่ยง

ระหว่างศิษย์หลักกับลูกศิษย์ล่างเขาแม้จะไม่ยุติธรรมมากๆ แต่วาสนาของคนก็เป็นเช่นนี้ ส่วนผู้สวมชุดนักพรตสีเข้มของแต่ละยอดเขา ก็มีเพียงผู้บำเพ็ญระดับสร้างฐานขึ้นไปเท่านั้นจึงจะได้ครอบครอง พวกเขาอยู่เหนือศิษย์หลัก มีสิทธิ์ได้รับการแบ่งผลประโยชน์ของสำนักเจ็ดเนตรโลหิต

“ต้องรีบหาวิธีหาเงิน…” ในระหว่างที่สวี่ชิงบ่นพึมพำก็ได้ยินเสียงเซ็งแซ่ดังมาจากที่ไกล ขัดจังหวะความคิดของเขา

สวี่ชิงเงยหน้าขึ้นมองไปตามเสียง ก็เห็นริมฝั่งข้างหน้ามีลูกศิษย์จำนวนไม่น้อยรวมตัวกัน เหมือนกำลังรออะไรอยู่

แม้แต่ลูกศิษย์ยอดเขาที่เจ็ดที่อยู่ในเรือเวททุกลำยังทยอยเดินกันออกมา

กระทั่งว่าข้างหลังของเขาตอนนี้มีเสียงดังลอยมา ลูกศิษย์ยอดเขาที่เจ็ดอย่างน้อยหลายร้อยคนมารวมตัวกันอย่างรวดเร็วจากทั่วทุกสารทิศ

แต่ละคนมองไปยังประตูใหญ่ท่าเรือที่อยู่ไกลลิบด้วยสีหน้าแฝงด้วยความคาดหวังและความปรารถนา

สวี่ชิงเห็นภาพฉากนี้ก็แปลกใจนิดๆ ดังนั้นจึงมองไปทางประตูใหญ่ของท่าเรือเช่นกัน ไม่นาน ที่สุดปลายสายตาของเขาก็มีเรือมหึมาลำหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น

เรือลำนี้ยาวอย่างน้อยร้อยเจ็ดสิบร้อยแปดสิบจั้ง เป็นสีทองทั้งลำ หรูหราเป็นอย่างยิ่ง ใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นก็ทอประกายแสงเจิดจ้าระยิบระยับ หัวเรือมีรูปสลักแมงมุมหน้าคนขนาดมหึมา

ดวงตาบนใบหน้ามนุษย์มีเพียงตาเดียว เหมือนฝังไว้ด้วยอัญมณี ดูโอ้อวดยิ่งนัก

มองไกลๆ เรือเหมือนสัตว์ยักษ์ตัวหนึ่ง กำลังแหวกทะเลมา

บนเรือลำนั้น ยังมีหออาคารที่หรูหรายิ่งขึ้นไปอีก ระหว่างหออาคารโอ่อ่าหรูหรายังสามารถมองเห็นองครักษ์จำนวนมากมายในนั้นอีกด้วย

ตอนนี้เสียงหวูดดังสะท้อนก้อง ใกล้ท่าเรือเข้ามาเรื่อยๆ

“องค์ชายสาม”

“องค์ชายสามกลับมาแล้ว!”

ในกลุ่มคนมีเสียงฮือฮาดังขึ้นมาทันที

“องค์ชายสามหรือ” สวี่ชิงมองเรือหรูหราเป็นอย่างยิ่งลำนั้นค่อยๆ แล่นเข้ามาเทียบท่าอย่างสงสัยใคร่รู้ กลิ่นคาวกลุ่มหนึ่งแผ่กระจายไปทั่วจากการที่มันเข้าใกล้มา

ยิ่งมีพลังกดดันแข็งแกร่งแผ่ออกมาจากเรือลำนั้น ยิ่งเขย่าขวัญจิตใจสั่นสะท้าน

สวี่ชิงหลังจากที่สัมผัสได้เล็กน้อย ดวงตาก็หดเล็ก

ความแข็งแกร่งของพลังกดดันนี้ทำให้เขารู้สึกอันตรายสุดขีด เหมือนเจอกับสิ่งมีชีวิตน่าหวาดกลัวในจุดลึกของป่าต้องห้ามพวกนั้น

โดยเฉพาะตอนนี้ที่มันเข้ามาใกล้ เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบนเรือลำใหญ่หรูหราลำนี้นอกจากหออาคารและองครักษ์แล้ว ยังมีหอกแหลมที่ทุกเล่มส่องประกายวาวแววอีกด้วย

หอกแหลมพวกนี้ล้วนยาวถึงจั้งกว่าๆ บนนั้นสลักอักขระซับซ้อนเอาไว้ แผ่พลังฆ่าสังหารที่น่าหวาดกลัวออกมา

เรือเช่นนี้เป็นเรือที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่สวี่ชิงเคยเห็นในช่วงหลายวันมานี้

ลำพังเพียงเรือลำนี้ ก็ทำให้สวี่ชิงรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถต้านทานได้ นี่ทำให้เขายิ่งเข้าใจในเรือเวทของยอดเขาที่เจ็ดลึกซึ้งขึ้น ในขณะที่จิตใจสั่นสะท้าน สวี่ชิงก็ได้เห็นด้านในหอบนเรือที่ยิ่งใหญ่ พลังน่าเกรงขามมีคนเดินออกมาท่ามกลางเสียงเคารพนอบน้อมที่ดังขึ้นเป็นระลอกคลื่นจากรอบๆ

คนที่เดินนำออกมาก่อนคือชายหนุ่มผอมสูงสวมชุดนักพรตสีม่วง!

ชุดคลุมยาวสีม่วงบนร่างของเขาไม่ใช่สีอ่อนอย่างที่สวี่ชิงเคยเห็น แต่เป็น…สีเข้ม!!

ชุดคลุมยาวสีม่วงที่เป็นสีเข้มทั้งยังบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเจือปน สวมใส่อยู่บนร่างของชายหนุ่มคนนี้ ภาพนี้แสดงถึงฐานะ ทำให้สวี่ชิงสีหน้าเคร่งเครียด เขารู้…พลังบำเพ็ญของชายหนุ่มคนนี้จะต้องเป็นระดับสร้างฐานแน่นอน

อีกทั้งดูจากความเคารพนอบน้อมจากคนทั้งหลายรอบๆ ก็มองออกว่าฐานะของคนคนนี้…ก็ไม่ได้เป็นแค่ระดับสร้างฐานธรรมดาๆ เช่นนั้นแน่

เพียงแต่สีหน้าของชายหนุ่มคนนี้เหลืองซีด ดวงตามีขอบตาดำคล้ำ ร่างกายผอมซูบ ท่าทางเหมือนถูกสุรานารีสูบพลังจนหมด ในดวงตายังฉายแววหื่นกามออกมา

เขายืนอยู่ที่หัวเรือ บนศีรษะสวมหมวกสีขาวใบหนึ่ง บนนั้นปักคำว่าสะกดตัวใหญ่เอาไว้

ตัวอักษรนี้แปลกประหลาดมาก ทั้งยังแผ่พลังกดดันที่ยากบรรยายออกมา

ส่วนชุดนักพรตสีม่วงเข้มที่ทำให้คนไม่รู้ต่อเท่าไรต้องบ้าคลั่ง เมื่ออยู่บนร่างของเขาก็ใหญ่โคร่งเหลือประมาณ ลมเพียงพัดก็ส่งเสียงดังพึ่บพั่บ คล้ายว่าจะพัดเขาล้ม

เขาก็เหมือนรู้ถึงความอ่อนแรงของตัวเองเหมือนกัน ดังนั้นในตอนนี้ที่เดินออกมาก็เสพสุขกับความเคารพนอบน้อมที่มาจากลูกศิษย์บนฝั่งพลางโอบหญิงสาวที่สวมเสื้อคลุมสองคนเอาไว้เพื่อพยุงตัว

ผู้หญิงคนหนึ่งในนั้นมือยังถือขวดผลึกแก้วใบหนึ่งเอาไว้ด้วย ในนั้นแช่ของบำรุงต่างๆ นานาเอาไว้ กำลังป้อนเขาทีละคำๆ

ผู้หญิงสองคนนี้อายุไม่มาก หน้าตางดงามหยามเยิ้ม ดวงตาสีเขียวฉายเสน่ห์น่าหลงใหลออกมา เมื่อลมทะเลพัดมา ผมยาวสะบัดพลิ้ว เผยให้เห็นรูปร่างอรชรสูงโปร่งที่มีส่วนโค้งเว้าใต้ร่มผ้า

ส่วนอกที่โด่งนูน สะโพกกลมกลึง ทั้งยังเอวที่บางจนเกินสมควรนั่น รวมกับใบหน้าใสบริสุทธิ์ ทำให้ทั้งร่างของนางแผ่กลิ่นอายที่ชวนกระตุ้นสัญชาตญาณดิบออกมาเป็นระลอกๆ

เสื้อผ้าอาภรณ์ที่พวกนางสวมใส่ใจกล้ายิ่ง เส้นโค้งเว้าร้อนแรงและผิวขาวเนียนที่เหมือนว่าเพียงแค่เป่าหรือดีดก็แตกสลายได้ เมื่อปรากฏในสายตาของลูกศิษย์ทุกคนก็ทำให้มองข้ามช่องเหงือกทั้งสองข้างแก้มของพวกนางไปโดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้นางปล่อยให้ชายหนุ่มโอบเอาไว้ ในขณะที่เขินเอียงอายก็มีเสียงหัวเราะดังก้อง

“คารวะองค์ชายสาม!” เสียงเคารพนอบน้อมที่ริมฝั่งดังขึ้นไปอีก

สวี่ชิงจ้องมองชายหนุ่มบนเรือ รู้สึกว่าถ้าผู้หญิงสองคนนั้นไม่ได้ประคองเอาไว้ อีกฝ่ายก็เหมือนจะล้มคว่ำ นี่ทำให้เขาแปลกใจ รู้สึกคาดไม่ถึง

ดังนั้นจึงมองไปทางหญิงสาวงดงามทั้งสองคนนั้นอีกครั้ง หลุบสายตาเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายจากหญิงสาวทั้งสองคนนี้ จึงมองข้ามพวกนางไปอย่างรวดเร็ว และได้เห็นว่าบนเรือลำนี้นอกจากองครักษ์แล้ว ยังมีคนสวมชุดคลุมดำอีกมากมาย

ใบหน้าที่โผล่ออกมาของคนเหล่านี้เหมือนกับผู้หญิงทั้งสองคนนั้น ล้วนแต่มีดวงตาสีเขียว สองข้างแก้มล้วนมีช่องเหงือก คลื่นพลังบำเพ็ญของแต่ละคนไม่ธรรมดา

นอกจากนั้นแล้วในบรรดาพวกเขายังมีผู้เยาว์อีกคนหนึ่ง อายุพอๆ กับสวี่ชิง เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราล้ำค่ามาก ดวงตาสีเขียวกวาดมองมาที่ริมฝั่งแฝงไว้ด้วยความเย็นชา

สองข้างแก้มของเขามีช่องเหงือกเหมือนกัน

สวี่ชิงมองภาพเหล่านี้ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาเห็นสิ่งมีชีวิตที่เหมือนมนุษย์แต่กลับไม่ใช่มนุษย์ ทว่าดูจากปฏิกิริยาของลูกศิษย์คนอื่นที่อยู่รอบๆ แล้ว เหมือนจะไม่แปลกใจอะไร เห็นได้ชัดว่าเผ่าที่ไม่ใช่มนุษย์เช่นนี้พบเห็นได้บ่อยครั้ง

ดังนั้นเขาจึงถอนสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว ไม่ไปมองอีก กำลังจะจากไป ในตอนนี้เอง เสียงหัวเราะของชายหนุ่มที่โอบหญิงสาวสองคนคอยพยุงตัวก็ดังลอยมาตามที่เรือเข้าใกล้ฝั่ง

“ออกไปข้างนอกครั้งนี้แม้จะเจอลมพายุ แต่ผลเก็บเกี่ยวไม่เลว ศิษย์น้องชายหญิงที่มาพบวันนี้ล้วนมีส่วนทุกคน”

เมื่อเขาพูดจบก็มีบ่าวติดตามจำนวนมากบนเรือทะยานตัวขึ้น เพียงสะบัดมือก็มีเกล็ดปลาขนาดฝ่ามือพุ่งไปหาทุกคนที่อยู่ริมฝั่ง

สวี่ชิงที่อยู่ทางนี้ก็ได้เหมือนกัน เขามองเกล็ดปลาที่พุ่งมา ยกมือคว้าเอาไว้ สัมผัสแรกคือเปียกชื้นและเย็นเยียบ จากนั้นก็บีบเบาๆ แต่กลับบีบไม่แหลก นี่ทำให้ดวงตาสวี่ชิงจ้องเพ่ง

เขาตระหนักได้ว่าเกล็ดปลาเกล็ดนี้น่าจะไม่ธรรมดา ในขณะเดียวกันก็เข้าใจถึงเหตุผลที่ริมฝั่งมีคนมารวมตัวกันมากมายขนาดนี้

“หากเป็นเช่นนี้ทุกวันก็ไม่ต้องกลุ้มใจหาเงินแล้ว” สวี่ชิงมองเกล็ดปลา หลังจากที่เก็บมันลงไป ก็เอ่ยขอบคุณองค์ชายสามที่อยู่บนเรือห่างออกไปไกลเหมือนกับคนอื่นๆ รอบๆ

ท่ามกลางเสียงขอบคุณจากคนทั้งหลาย เรือลำใหญ่ก็จอดที่ท่าจอดเรือ องค์ชายสามโบกมือให้กับสหายร่วมสำนักก่อน จากนั้นก็ตีมาที่ก้นของหญิงต่างเผ่าพันธุ์ทั้งสองคนแรงๆ อย่างไม่กลัวว่าใครจะเห็น

หลังจากทำให้หญิงสาวทั้งสองคนร้องวี้ดว้าย องค์ชายสามผอมแห้งคนนี้ก็หัวเราะชั่วร้ายขึ้นมา

ภาพนี้ลูกศิษย์ทุกคนล้วนเห็นกันหมด ต่างก้มหน้าลงไป ไม่มีใครกล้ามองหน้าองค์ชายสาม คนที่ใจกล้าสายตาก็จดจ้องอยู่ที่ร่างของหญิงสาวต่างเผ่าพันธุ์สองคนนั้นอยู่นาน

สวี่ชิงเดิมรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าดูแล้ว แต่กลับสังเกตเห็นในสายตาของผู้เยาว์ต่างเผ่าพันธุ์ข้างหลังหญิงสาวสองคนนั้นเหมือนจะมีแววดูถูกเหยียดหยามอยู่รางๆ

องค์ชายสามยักคิ้วหลิ่วตาบนเรือลำใหญ่ หน้าตาท่าทางเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม เหมือนว่าความสนใจทั้งหมดอยู่ที่ร่างของหญิงสาวที่อยู่ข้างกายเท่านั้น ไม่ได้สนใจสีหน้าของผู้เยาว์ต่างเผ่าที่อยู่ข้างหลังพวกนางเลย

“นางฟ้าทั้งสอง พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ อย่าได้ลงไปจากเรือง่ายๆ ไม่อย่างนั้นหากอาจารย์ข้าเห็นเข้าก็จะบ่นข้าอีก…แต่ไม่รู้ว่าอาจารย์ของข้ากลับมาแล้วหรือไม่ เอาเช่นนี้ ข้าจะไปดูก่อน หากยังไม่กลับมา ตอนกลางคืนข้าจะมาเล่นกับพวกเจ้านะ”

หญิงสาวต่างเผ่าสองคนนั้นเหมือนชอบแผนนี้มาก ยิ้มหยาดเยิ้มงดงาม หยอกเย้ากับเขาอีกสามสี่ประโยค จากนั้นเมื่อองค์ชายสามไอขึ้นมา เขาก็หยิบเอาขวดผลึกแก้วของบำรุงมา สั่งบ่าวติดตามและองครักษ์ที่อยู่บนเรือ

“หยิบของลงมา ตอนย้ายพวกเจ้าระวังหน่อย อย่ากระแทกเล่า”

บ่าวติดตามและองครักษ์จำนวนมหาศาลขนลังใบใหญ่แต่ละใบตามคำของเขา กล่องทุกใบล้วนปิดสนิท มองไม่เห็นว่าข้างในมีอะไร

“ขนกันระวังๆ แล้วก็ยังมีภาพบันทึกที่ข้าบันทึกเอาไว้ นั่นเป็นของที่ข้าเตรียมไว้ให้ศิษย์พี่ใหญ่ที่ปิดด่านอยู่เชียวนะ เขาคนนั้นจิตใจคับแคบนัก อย่าให้เขากลับมาบอกว่าเสีย หลอกข้าเอาได้”

องค์ชายสามประสานหมัดให้กับลูกศิษย์ที่อยู่รอบๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะ พาคนเดินลงไปจากเรืออย่างยิ่งใหญ่ มุ่งหน้าไปทางยอดเขาที่เจ็ด

เมื่อเขาเดินจากไปไกล เหล่าลูกศิษย์ที่ริมฝั่งก็ถอยไปอย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยวพริบตา ในขณะเดียวกับที่ต่างระแวดระวังกัน บรรยากาศกดดันก็แผ่มายังที่แห่งนี้

คนที่ได้เกล็ดปลาทุกคนต่างระแวงระวังสุดขีด สายตาประสงค์ร้ายที่ซ่อนอยู่ในหมู่พวกเขาแต่ละทางแฝงไว้ด้วยความละโมบ

เห็นได้ชัดว่าได้มา แต่จะรักษาไว้ได้หรือไม่ ก็ไม่แน่แล้ว

ดังนั้น ไม่นาน ท่ามกลางการสลายตัวไปของทุกคน มีลูกศิษย์จำนวนไม่น้อยที่ถูกจับจ้อง ทางสวี่ชิงก็มีคนกวาดตามาเหมือนกัน แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะเรื่องที่เขาสังหารชิงอวิ๋นจื่อเมื่อไม่กี่วันก่อนจึงทำให้มีชื่อเสียงบารมีอยู่บ้าง ดังนั้นสายตาพวกนั้นจึงลังเล ไม่วู่วามบุ่มบ่าม

สวี่ชิงมองทุกอย่างอย่างเย็นชา ก้าวเท้าไปจากที่นี่ กลับมายังท่าจอดเรือของตัวเองด้วยความระแวดระวัง หลังจากมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว เขาก็เอาเรือเวทของตัวเองออกมา

จ้องเพ่งอยู่ครู่หนึ่ง ในหัวของสวี่ชิงก็มีเรือลำมหึมาขององค์ชายสามลำนั้นปรากฏขึ้น

ทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันมากเกินไป สวี่ชิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ได้เข้าไปในเรือเวทฝึกบำเพ็ญ แต่เก็บเรือเวทลงไปอีกครั้ง แล้วหมุนตัวเดินไปทางร้านที่ลูกศิษย์ยอดเขาที่หกเปิดอยู่ที่ท่าเรือ

เขาเตรียมตัวจะทำการหลอมเรือเวทของตัวเองสักหน่อย

หาเจอร้านหนึ่ง เอาเกล็ดปลาและกระดูกปลาที่จางซานมอบให้ออกมา หลังจ่ายค่าหลอมแล้ว สวี่ชิงก็รออยู่ในร้านที่ลูกศิษย์ยอดเขาที่หกเปิดร้านนี้

ลูกศิษย์ยอดเขาที่หกที่หลอมเรือให้เขาบอกว่าขั้นตอนไม่ต้องใช้เวลามากนัก ใช้เวลาหนึ่งก้านธูป

ดังนั้นสวี่ชิงจึงรอที่นี่ มองสิ่งของนานาที่ขายอยู่ในร้าน ส่วนมากเป็นชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิตบางอย่าง แต่ละอย่างล้วนราคาไม่ธรรมดา

สวี่ชิงเห็นหนังกิ้งก่าผืนหนึ่งในนั้น ถามลูกจ้างในร้านที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ความว่าราคาถึงผืนละหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญวิญญาณ

“แพงขนาดนี้เลย!” แม้จะเตรียมใจเอาไว้บ้าง รู้ว่าทรัพยากรฝึกฝนราคาแพงมหาศาล แต่สวี่ชิงก็ยังตกใจกับราคานี้อยู่ดี

“นี่เป็นคราบของกิ้งก่าทะเลระดับรวมปราณขั้นห้าเชียวนะ สมบูรณ์สุดๆ มีไม่มาก ในด้านความแข็งแกร่งก็ยอดเยี่ยม” ลูกจ้างในร้านปรายตากวาดตามองสวี่ชิง เอ่ยอธิบายประโยคหนึ่ง

สวี่ชิงถอนสายตากลับไปเงียบๆ จวบจนเมื่อกวาดตามองวัตถุทุกอย่างแล้ว สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่หัวใจที่มีขนาดเท่ากับหัวหัวหนึ่ง

หัวใจดวงนี้บรรจุเอาไว้ในขวดผลึกแก้ว ทั้งยังมีชีวิตอยู่ กำลังเต้นช้าๆ

“นี่คือหัวใจของอสูรหนวดมังกร แม้จะเทียบไม่ได้กับเรือใหญ่เวทระดับสร้างฐานระดับนั้น แต่ใช้เป็นแหล่งกำเนิดพลังของระดับเรือเล็กก็เพียงพอแล้ว”

ลูกจ้างในร้านอธิบาย สวี่ชิงไม่ได้ถามราคา เพราะรู้เป็นอย่างดีว่าแหล่งกำเนิดพลังประเภทนี้มักจะราคาแพงจนถึงระดับเกินสมควรขึ้นไปอีก

สรุปแล้ววัชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ราคามหาโหดสุดๆ

หลังจากดูเสร็จ สวี่ชิงก็รู้สึกว่าเงินเก็บเพียงแค่นั้นของตัวเองเล็กน้อยไม่ควรค่าแก่การพูดถึง ตอนนี้ขณะที่ในใจลอบถอนหายใจ เรือเวทของเขาก็หลอมเสร็จแล้ว

ตอนเจ้าของร้านยื่นขวดเล็กมาให้เขา สวี่ชิงก็สังเกตเรือเวทในขวดทันที มันต่างไปจากเมื่อก่อนเล็กน้อย ไม่ใช่แค่ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดหน่อย บนนั้นยังมีภาพสัญลักษณ์เหมือนเกล็ดปลาอีกด้วย

ดังนั้นแล้วจึงผสานพลังวิญญาณเข้าไป สัมผัสครู่หนึ่งหลังจากที่สังเกตได้ว่าไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนไปเท่านั้น ระดับความแข็งแกร่งของเรือเวทลำนี้ก็ยกระดับขึ้นอีกหนึ่งขั้น สวี่ชิงก็พยักหน้าก่อนจะเอ่ยขอบคุณจากไป แล้วพุ่งทะยานตรงไปที่ท่าเรือทันที

เขาคิดว่าจะลองดูสักหน่อย

ตามการที่เข้าใกล้ท่าเรือ สวี่ชิงก็กลับมาถึงท่าจอดเรือ หลังจากมั่นใจว่ารอบๆ ปลอดภัย เขาก็ปล่อยเรือเล็กเวทออกมา

ตามแสงประกายที่กะพริบวูบวาบ เรืออูเผิงที่ทั้งลำสลักภาพเกล็ดปลาชัดเจนเต็มไปหมดทั้งลำยาวขนาดเจ็ดแปดจั้ง กว้างหนึ่งจั้งกว่าก็ปรากฏขึ้นข้างหน้าสวี่ชิง

ความโหดเหี้ยมของเรือเล็กเวทตอนนี้เทียบกับก่อนหน้านี้ชัดเจนยิ่งขึ้นอีก ความรู้สึกเหมือนจระเข้ยักษ์ยิ่งมากกว่าเดิม โดยเฉพาะบนรูปสลักหัวจระเข้มีกระดูกปลาฝังอยู่ มีลมเป็นระลอกๆ วนล้อมอยู่ตลอดเวลา

นึกภาพออกว่าหากปะทุขึ้น ในด้านความเร็วก็จะเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก

ทุกอย่างนี้ทำให้ในดวงตาของสวี่ชิงฉายประกายวาววาบออกมา

“หากมีหินวิญญาณและวัตถุดิบมหาศาล เช่นนั้นแล้วเรือเวทของข้าจะเปลี่ยนไปเป็นแบบใดกัน

“ต้องหาเงินแล้ว!” สวี่ชิงพึมพำ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 62 มากตัณหา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved